หลังการแสดงให้อาหารปลาจบทั้งสามก็ออกมาหาอะไรกินที่ด้านนอกอคาเรียม ก่อนจะกลับบ้านโดยตลอดทาง สองน้าหลานเอาแต่เจื้อยแจ้วพูดถึงสถานที่ที่ไปเที่ยวมาวันนี้อย่างสนุกสนาน ก่อนที่เสียงเล็กที่พูดมาตลอดทางจะค่อย ๆ เบาลแล้วเงียบไปในที่สุด
“น้องพริ้มหลับไปสะแล้ว”
พายัพเหลือบมองกระจกมองหลังเมื่อเห็นว่าเสียงเล็กด้านหลังเงียบลงและคนข้าง ๆ เอี้ยวตัวไปมอง
“แกน่าจะเหนื่อยนะคะวันนี้วิ่งไปทั่วเชียว”
“เห็นแกสนุกพี่ก็ดีใจ”
“แล้วพี่พายัพล่ะคะสนุกไหมคะ”
รินหันไปถามคนตัวสูงที่ตลอดทั้งวันนี้เขาดูแลเธอและหลานอย่างดีทั้งที่วันนี้เขาทำงานมาเหนื่อย
“สนุกสิครับพี่ไม่ได้เที่ยวเล่นอย่างนี้นานมากแล้ว เหมือนได้ย้อยเวลาไปตอนเรียนเลย”
ใบหน้าหล่อตี๋เปื้อนรอยยิ้มหันไปตอบคนข้างกายเมื่อรถหยุดหลังไฟจราจรเปลี่ยนเป็สีแดง พร้อมส่งั์ตาหวานเชื่อมมองสบใบหน้าหวานที่หันใบหน้ามองออกไปทางด้านนอกรถ แต่ถึงเธอจะหันหน้าไปแล้วเขาก็ยังจ้องเสี้ยวหน้าเรียวที่รู้สึกชอบั้แ่แรกเห็นพลันนึกถึงคำถามทีเล่นทีจริงที่เธอถามเขาในอคาเรียม
‘เอายังไงดีขอเป็แฟนเลยได้ไหม’
อาจารย์หนุ่มครุ่นคิดไปตลอดจนเลี้ยวรถเข้าไปในหมู่บ้านที่เขาอาศัยอยู่ทันทีที่รถจอดลงตรงหน้าบ้าน คนตัวสูงก็รีบกุลีกุจอลงไปเปิดประตูให้หญิงสาวก่อนจะย้ายไปเปิดประตูข้างหลังเธอ
“มาพี่อุ้มเองดีกว่ารินไปเปิดบ้านเถอะ”
พายัพพูดออกมาพร้อมกับแทรกตัวเข้าไปด้านในรถผ่านหน้าหญิงสาวเพื่ออุ้มเด็กน้อยที่หลับใหลขึ้นมา ทว่าจังหวะที่เขากำลังดึงตัวขึ้นแล้วเอี้ยวออกจากรถปลายจมูกดันไปเฉียดพวงแก้มของคนที่พยายามจะช่วยประคองเด็กน้อยอย่างไม่ตั้งใจ
ดวงตาของคนทั้งสองเบิกกว้างพร้อมกันก่อนจะเป็คนตัวใหญ่ที่เอ่ยคำขอโทษออกมา ทั้งในตาหวานเชื่อมและยิ้มเขินอาย
“ขอโทษนะครับ”
“ค่ะ” หญิงสาวรับเสียงแ่แล้วถอยออกห่างเปิดทางให้คนตัวสูงแล้วรีบเดินไปทางประตูบ้านด้วยท่าทางเก้กัง
พายัพมองหญิงสาวที่ลนลานล้วงหากุญแจบ้านด้วยรอยยิ้มก่อนจะแสร้งตีหน้าเรียบเฉย กระชับร่างเล็กในอกเอาไว้แล้วเดินผ่านร่างของอีกคนเข้าไปด้านในบ้าน
“พี่พายัพวางน้องพริ้มตรงโซฟาก็ได้ค่ะ”
“เอาอย่างนั้นล่ะครับ”
“เอาอย่างนั้นแหละค่ะเดี๋ยวรินอุ้มหบ่นขึ้นไปข้างบนเอง แค่นี้ก็เกรงใจจะแย่แล้ว”
เขาวางร่างเล็กของเด็กหญิงตัวน้อยบนโซฟาตามที่เธอบอกก่อนจะหันไปประจันหน้ากับคนตัวเล็กที่ยืนอยู่ด้านหลังเขา
“เออ...วันนี้ขอบคุณพี่พายัพมากๆ เลยนะคะ รินกับน้องพริ้มสนุกมาก”
“เหรอครับแล้วชอบไหม”
“ชอบสิค่ะชอบมาก”
รินตอบรับออกมาพร้อมรอยยิ้มกว้างบ่งบอกว่าเธอนั้นชอบมากและมีความสุขจริง ๆ โดยไม่รู้ว่าแท้จริงแล้วคำถามนี้ของเขานั้นมีความหมายแฝง
ต่างจากพายัพที่ั์ตาแฝงแววเ้าเล่ห์พร้อมยกยิ้มมุมปากเมื่อได้รับฟังคำตอบที่พอใจจะคนตรงหน้า
“พี่ไม่ได้หมายถึงชอบอควาเรียมนะครับพี่หมายถึงชอบพี่ ชอบไหม”
ไม่เพียงพูดอย่างเดียวพายัพยังโน้มใบหน้าของเขาเข้าไปใกล้หญิงสาว ที่เวลานี้ตกตะลึงมองเขาตาโตเธอไม่คิดว่าชายร่างสูงจะสารภาพความรู้สึกที่มีต่อหน้าเธออีกครั้ง และเป็วันเดียวกันด้วย
“รินอย่าทำหน้าอย่างนี้พี่จะอดใจไม่ไหว”
เขาพูดออกมาอย่างสุดทนพร้อมกับอมยิ้มอีกครั้งไม่เห็นใบหน้าเหลอหลาก้มลงต่ำด้วยพวงแก้มกลมไม่ต่างจากคนเป็หลานนั้นระเรื่อไม่ต่างอะไรกับมะเขือเทศจนเขาอยากจะกัดเสียให้รู้แล้วรู้รอด
“พี่พายัพล้อเล่นอีกแล้ว”
นรินทร์รวบรวมความกล้าอยู่ครู่ก่อนจะเงยหน้ามองคนที่อยู่สูงกว่า พลางแสร้งยิ้มหัวออกมาทั้งที่รู้ว่ามันฝืดมากก็ตาม
“พี่ไม่ได้ล้อเล่นพี่ชอบรินจริง ๆ ชอบชอบั้แ่ครั้งแรกที่เราเจอกัน”
“แต่ว่า..”
“คบกันไหมครับ”
เขาไม่เปิดโอกาสให้คนตัวเล็กได้คิดทั้งยังถามสิ่งที่้าออกไปโดยไม่ให้เธอได้ตั้งตัว ก่อนจะอดใจไม่ไหวโน้นหน้าไปประทับริมฝีปากตรงกลีบปากบางสีชมพูนั้นอย่างสุดทน ก่อนจะกลับมายืนที่เดิมของตัวเอง
“ไม่ต้องตอบก่อนก็ได้ครับส่วนอันนี้พี่มัดจำไว้ก่อน แล้วจะมาเอาคำตอบวันหลัง”พายัพพูดออกมา ก่อนจะเดินออกจากบ้านไปพร้อมกับความรู้สึกตื่นเต้น โดยไม่รอให้อีกคนได้ตั้งหลัก
รินทร์มองตามหลังคนที่เดินออกจากบ้านไปด้วยอาการตกตะลึงก่อนจะยกมือขึ้นััริมฝีปาก ก่อนจะเลื่อนลงมาวางที่ตรงอกซ้าย ที่ตอนนี้เต้นด้วยจังหวะราบเรียบไม่สั่นไหวอย่างที่ควรจะเป็
‘ขอโทษนะคะพี่พายัพรินพยายามแล้ว แต่รินชอบพี่แบบพี่ชายไม่ใช่คนรัก’
นรินทร์ละสายตาจากทางที่คนตัวสูงเดินออกไป กลับเข้ามาในบ้านทว่าหางตากลับเหลือบไปเห็นร่างของคนที่คิดว่าอยู่ต่างจังหวัด เดินลงมาจากชั้นสองของบ้านด้วยสีหน้าเรียบเฉย
“อ้าว..พี่กรกลับมาแล้วเหรอคะ”
“ครับพอดีว่างานเสร็จเร็วก็เลยกลับกันมาเลย”
“อ๋อ”
“พี่เองดีกว่ารบกวนรินช่วยเปิดประตูห้องน้องพริ้มไว้หน่อยแล้วกัน”
ดวงตากลมมองร่างสูงที่เดินผ่านหน้าเธอไปอุ้มตัวลูกสาวที่นอนหลับบนโซฟา พร้อมกับเอ่ยสั่งเสร็จสรรพแล้วเดินนำเธอขึ้นไปยังชั้นสอง ด้วยความรู้สึกมึนงงก่อนจะเดินตามหลังเขาไป
กรมองคนตัวเล็กที่เปลี่ยนเสื้อผ้าพร้อมจัดท่านอนของลูกสาวเขาให้เข้าที่ ก่อนจะลุกขึ้นมาประจันหน้า
“พี่กรมีอะไรจะพูดหรือเปล่าคะรินเห็นพี่กรจ้องรินมานานแล้ว”
“ออกไปพูดข้างนอกดีกว่าครับข้างในนี้พี่กลัวว่าจะทำน้องพริ้มตื่น”
รินเดินตามคนตัวสูงออกไปด้วยความสงสัยพลางนึกในใจว่าระหว่างนี้เธอได้ทำอะไรผิดไปจากเดิมบ้างหรือไม่
ทันทีที่ร่างของเธอผ่านประตูห้องหลานสาวออกไปด้านนอกคนตัวใหญ่ที่จับลูกบิดรอไว้ ก็ปิดประตูลงทันทีพร้อมกับหันมาจ้องมองเธอด้วยสีหน้าจริงจังปนขุ่นเคือง
“ตอนนี้รินเป็ผู้ใหญ่แล้วจะทำอะไรไม่มีใครว่า แต่การที่รินอยู่กับผู้ชายในบ้านแล้ว
ใกล้ชิดขนาดนั้นพี่ว่าไม่เหมาะสม”
รินมองคนตัวสูงต่อว่าเธอด้วยสีหน้ามึนงงปนไม่เข้าใจ ที่อยู่ ๆ เขามาต่อว่าเธอ
“อีกอย่างถ้าอยู่ๆ น้องพริ้มตื่นขึ้นมาเห็นน้ากำลังจูบกับผู้ชายเข้าจะทำยังไง”
รินมองคนตัวสูงต่อว่าเธอด้วยสีหน้ามึนงงปนไม่เข้าใจ ที่อยู่ ๆ เขามาต่อว่าเธอ ก่อนดวงตากลมจะเบิกกว้างด้วยความใไม่คิดว่าเขาจะเห็นตอนที่พายัพจูบเธอ
“นี่รินฟังพี่อยู่หรือเปล่าครับพี่เห็นว่ารินเป็น้องของพิมพ์หรอกนะเลยมาพูดเื่อะไรพวกนี้”
‘เหอะสุดท้ายก็เพราะพี่พิมพ์’
“ค่ะ!!รินต้องขอโทษด้วยนะคะ ที่ทำให้พี่กรต้องเป็ห่วง ครั้งหน้าถ้ารินจะจูบกับเขารินจะไม่มาจูบในบ้านของพี่”
หญิงสาวอดไม่ได้ที่จะเอ่ยประชดออกไปจากที่ใในทีแรกก็แปรเปลี่ยนเป็ความโกรธเคืองและน้อยใจ ไม่ว่าอย่างไรสุดท้ายเธอก็ไม่เงาของพี่พิมพ์มือทั้งสองข้างกำเข้าหากันแน่น ความรู้สึกจุกแน่นในลำคอและขอบตาร้อนผ่าวทำเธอต้องหันหน้าหนีเพราะกลัวว่าเขาเห็นน้ำตาที่พร้อมจะไหลออกมา
“นี่รินไม่เข้าใจที่พี่พูดเหรอรินยังไม่รู้จักเขาดีพอ แล้วมาปล่อยให้เขาจูบแบบนั้นมันเหมาะหรือไง”
“รินโตแล้วจะทำอะไรก็ได้มันเป็สิทธิ์ของริน”
หญิงสาวหันไปประจันหน้าชายร่างสูงอย่างไม่ยอมแพ้เขาจะมาสนใจเธอทำไมในเมื่อเขาไม่ได้คิดอะไรกับเธอ ทั้งที่เธอกำลังจะทำใจได้แล้วแท้เขาจะกลับมาแสดงท่าทางห่วง หวงเธอทำไมกัน
“ที่พี่พูดนี้พี่ก็พูดเพราะความเป็ห่วงรินนะอีกอย่างพี่ก็เป็ผู้ชายย่อมดูเอาอยู่แล้วว่าผู้ชายด้วยกัน้าอะไร”
“แล้ว้าอะไรล่ะคะ”
“เอาเป็ว่าพี่รู้แล้วกันว่าเขา้าอะไรจากนี้ริน จะทำอะไรก็ระวังตัวด้วยพี่เป็ห่วง”
“รินขอบคุณพี่มากนะคะแต่รินขอถาม พี่ห่วงรินในสถานะอะไร”
ดวงตากลมโตเอ่อคลอไปด้วยหยาดน้ำตาสีใสช้อนขึ้นมองสบตาเขาอย่างเฝ้ารอ
“ว่ายังไงล่ะคะพี่ห่วงรินในสถานะอะไร”