สแตนเดินเข้าหามากิดวงตาสแตนกลายเป็สีแดงสดดั่งเืสะท้อนเด่นฟันสองข้างทั้งสองซี่เริ่มงอกยาวราวหนาวแหลม
กร๊อบ!เสียงกัดข้อมือฟังดูน่ากลัวของสแตนดังขึ้นสแตนก้มลงพร้อมกับป้อนเืที่แขนให้มากิในเชิงบังคับ
หลังจากผ่านไปสักพักร่างกายเธอเริ่มชักกระตุกหลายครั้งต่อมาก็หยุดนิ่งลง
“เฮือก!” มากิสะดุ้งตื่นจากภวังค์ดวงตาเบิกกว้างเผยให้เห็นั์ตาที่เปลี่ยนไปกลายเป็สีแดงสดเช่นเดียวกับสแตน
“พวกนายทำอะไรกับฉัน อึ่ก!” เธอใทันทีเมื่อพบว่าตัวเองยังไม่ตายเพราะความทรงจำสุดท้ายของเธอคือโดนจินกะซวกบีบหัวใจ แต่พอเปิดปากพูดเท่านั้นกลิ่นของเืกลับโชยเข้ามากระทบทันที ซึ่งมันทำให้เธอรู้สึกกระหายอย่างบอกไม่ถูก
“พวกเราไม่ทำอะไรคุณหรอก” รอยยิ้มอันอบอุ่นของจินทำเอาหญิงสาวเสียอาการเล็กน้อยก่อนจะมากขึ้นเมื่อพบว่าเขาได้สวมกอดเธอเสียดื้อๆ
“นะ นายจะทำอะไร” มากิเลิ่กลั่กทำตัวไม่ถูก
แม้นี่จะเป็ครั้งแรกของเธอที่ถูกผู้ชายกอดในชีวิตแต่มันกลับทำให้เธอก็รู้สึกดีแปลกๆ ราวกับโหยหามันมาตลอด
ภายในหัวว่างเปล่าบางอย่างบอกให้เธอทำตามสัญชาตญาณเป็เหตุให้มือของเธอตอบรับการโอบกอดนั้นพร้อมกับเอื้อมมือไปข้างหลังของเขา
หอมมาก กลิ่นกายเขาช่างหอมเหลือเกินเดี๋ยวนะ! ฉะ ฉันกำลังจะทำอะไร ถึงสติจะกลับมาแต่ร่างกายกลับไม่ฟัง
ใบหน้าของมากิเลื่อนเข้าใกล้ต้นคอของจินพอถึงจุดเดือดเต็มที่เธอเริ่มควบคุมตัวเองไม่ไหวจนเผลออ้าปากโชว์ฟันแหลมคมทั้งสองข้างด้วยใบหน้าดุร้าย
งับ!เธอจมฟันเข้าที่คอของจินแล้วดูดเืด้วยความกระหายสุดบ้าคลั่ง
การเปลี่ยนมนุษย์ให้กลายเป็แวมไพร์นั้นเงื่อนไขแรกมนุษย์คนนั้นต้องไม่เสียชีวิตเป็เวลานานจนร่างกายเย็นเฉียบและจำต้องได้รับการดื่มเืจากแวมไพร์เมื่อลืมตาตื่นขึ้นต้องดื่มเืมนุษย์ภายในชั่วโมงเพียงเท่านี้ก็เสร็จสิ้นสมบูรณ์กระบวนการ กลับกันถ้าไม่ตรงตามเงื่อนไขใดเงื่อนไขหนึ่งจุดจบคือความตายอันทรมานแสนสาหัส
เมื่อได้รับเืของจินเข้าไปแล้วผมของมากิเริ่มเปลี่ยนจากสีดำที่เงางามกลายเป็สีขาวราวหิมะและสีผิวของเธอช่างดูซีดเซียวไร้ชีวิตชีวา
“อ๊า!” มากิกระชากเขี้ยวออกจากคอของจินจนเืกระเด็นออกมาบางส่วนเธอเงยหน้ามองท้องฟ้าที่มีเพียงแสงดาวกับแสงจันทร์อย่างเหม่อลอยโดยไม่เข้าใจว่าเกิดอะไรขึ้นชายหนุ่มมองคนตรงหน้า่ครู่ก่อนลุกขึ้นฉับพลัน
“นายท่านขอรับ”
“ไม่เป็ไรสแตน” อาการเสียเืฉับพลันทำเอาจินซวนเซจะล้มทันทีที่ยืนขึ้น
ดวงตาสีเืและเส้นผมสีขาวนวลของมากิเป็เครื่องยืนยันว่าเธอถูกเปลี่ยนเป็แวมไพร์เรียบร้อยแล้วซึ่งเป็สัญลักษณ์ของพวกแวมไพร์สายเืบริสุทธิ์
“แบบนี้คุณก็กลายเป็แวมไพร์ตนแรกของโลกใบนี้สินะ”
“หมายความว่าไง... แวมไพร์? นายเปลี่ยนฉันให้เป็แวมไพร์งั้นเหรอ!” มากิแสดงอารมณ์ออกมาหลากหลายบนใบหน้า
“ตามนั่นแหละ” คำตอบสั้นๆ ทำเอามากิแทบอยากเข้าไปทุบหน้าชายหนุ่มตรงหน้าให้รู้แล้วรู้รอด
“ไม่เห็นจะเข้าใจ อะไร ยังไง ทำไมแล้วได้ไง” เธอลุกขึ้นมาโวยวายแต่พอได้กลิ่นเืตรงหน้าเท่านั้นฟันแหลมคมก็เริ่มงอกโชว์ออกมาอีกครั้ง
“ขอสั่ง! ห้ามคุณดูดเืมนุษย์โดยที่ไม่ได้รับอนุญาตเด็ดขาด!”จินรู้ว่ามากิจะทำอะไรต่อไปจึงกล่าวออกมาเสียงเรียบแต่แฝงไปด้วยความกดดันของอำนาจบางอย่าง
“อึก!” ร่างกายของเธอสั่นเทิ้มคล้ายหวาดกลัวสุดขั้วหัวใจ
“ทำไมร่างกายฉันถึงขยับไปเองพวกนายทำอะไรกับฉันกันแน่!” ร่างกายของเธอคุกเข่าลงเองเสียอย่างนั้น
“คำสั่งก็คือคำสั่งคุณขัดขืนไม่ได้หรอก”
“ฉันไม่ได้ยอมรับนายสักหน่อย!”ดวงตาสีเืของมากิฉายแววแข็งกร้าว
“เดี๋ยวคุณก็ค่อยๆเปลี่ยนความคิดไปเองแหละ ผมรู้เหตุผลของคุณที่เข้าร่วมกับองค์กรเนเมซิสลองใจเย็นลงก่อน แล้วมาฟังข้อเสนอของพวกผมเอาไหม”
“ฝันไปเถอะ” เธอเกือบคล้อยตามแล้ว แต่ดึงสติกลับมาเสียก่อน
“ชื่ออะไรนะ มากะหรือเปล่า”
มากิเบิกตากว้างตอบสนองชื่อที่ได้ยินเหตุผลเพียงหนึ่งเดียวที่เธออดทนมาจนถึงตอนนี้ได้นั้นมีสิ่งเดียวและเพียงคนเดียวเท่านั้น เพราะฉะนั้น...เพราะฉะนั้นเธอจึงต้องแข็งแกร่งขึ้นไปอีก
“ตอบสนองได้ดีนี่ทางเลือกของคุณมีไม่เยอะหรอก ลองคิดดูดีๆ”
ทั้งสองสบตากันอยู่อย่างนั้นท่ามกลางการเฝ้ามองจากสแตน
“ขออภัยค่ะ นะ นายท่าน”เธอลอบถอนหายใจแล้วพยายามพูดออกมาให้เป็ธรรมชาติที่สุด แต่มันก็ดูเหมือนฝืนอยู่ดี
“คุณจะได้พบกับเธอเร็วๆ นี้แน่นอนผมขอสัญญา คุณมากิ” จินยื่นมือให้เธอด้วยรอยยิ้มแสนอบอุ่นท่ามกลางความมืดมิดของเธอเริ่มมีแสงสว่างส่องลงมาจนเกิดความหวังแม้มันอาจเลื่อนลางแต่อย่างน้อยมันก็ทำให้ให้ใบหน้าที่งดงามของมากิเริ่มมีน้ำตาคลอเบ้าด้วยอารมณ์ที่แสนปีติ
“อยากร้องก็ร้องออกมาเถอะ” จินเดินเข้าไปโอบกอดเธอด้วยความสูงทำให้เธอต้องซบหน้าลงกลางอกของจินพอดิบพอดี
“ฮือ ฮือ...”เธอร้องไห้อย่างหนักโดยไม่กลั้นอะไรไว้ผ่านไปสักพักอาการของเธอเริ่มดีขึ้นตามลำดับแม้จะมีเสียงสะอื้นให้ได้ยินแต่ก็ดีขึ้นมากแล้ว
สแตนมองทั้งสองด้วยใบหน้านิ่งๆซึ่งมันช่างขัดกับที่สู้กันเอาเป็เอาตายเมื่อกี้มากแน่นอนว่าทุกอย่างอยู่ภายในการเฝ้ามองของเขา
“หากดีขึ้นก็ดีแล้ว กลับบ้านกันเถอะ”
“เอ่อ... นะนายท่านหาชุดใส่ก่อนดีกว่าไหม?” จินหันกลับมามองมากิที่ยืนหน้าแดงส่วนสายตาของเธอก้มมองหน้าท้องของจินพลางกลืนน้ำลาย
“...” ชายหนุ่มนิ่งเงียบ
“แบบนี้ก็เย็นดีเหมือนกันนะสแตนสนใจตากลมเย็นด้วยกันไหม?” รอยยิ้มของจินทำเอาสแตนผงะ
“ขออภัยนายท่าน ลืมไป! อบขนมปังไว้ ขอตัวก่อนนะขอรับ!” สแตนรีบชิ่งหนีกลับบ้านไปก่อนทันทีกลัวโดนขู่เอาชุด ทำเอาจินยิ้มค้างอยู่กับที่อย่างไม่คาดไว้ว่าจะโดนสแตนชิ่งหนีแบบนี้
“งั้นเรา กลับกันเถอะ” จินรีบเดินเข้าไปโอบเอวของมากิอย่างรวดเร็วแล้วใช้สกิลพาไปยังบ้านของตนทิ้งความพินาศของาไว้เื้ัให้ผู้คนที่มาพบเห็นได้ตั้งคำถามขบคิดเล่นๆไปต่างๆ นานา
กลิ่นหอมของกาแฟและขนมปังที่เพิ่งอบเสร็จลอยแตะจมูกของจินจนไม่อาจห้ามใจให้หยิบขึ้นมาทานอย่างเอร็ดอร่อยได้
“ผมเจอนี่ในเสื้อผ้าของคุณแต่มันพังไปแล้ว”จินยื่นเหรียญเงินที่มีตรายมทูตถือเคียวอยู่ด้านหน้าและด้านหลังเป็เลข 4 โรมันให้กับมากิ ซึ่งมันเสียหายไปแล้วบางส่วน
มากินั่งตรงข้ามจินและผ่านการอาบน้ำมาแล้วสวมเสื้อเชิ้ตสีขาวของจินและกางเกงขาสั้นตัวเก่าของเขา
“มันคือเหรียญประจำตำแหน่งค่ะหากชำรุดหรือเสียหาย ทางองค์กรจะตีตราคนนั้นว่าเสียชีวิตแล้วเพราะมันเชื่อมต่อกับชีพจรหัวใจของพวกเรา” มากิหยิบขึ้นมาดูแล้ววางมันบนโต๊ะ
“อย่างนั้นเองสินะงั้นคืนนี้ก็พักผ่อนที่นี่ไปก่อนแล้วกัน พรุ่งนี้ค่อยว่ากัน”
“เอ่อ...” มากิทำหน้าเกรงใจแต่ภายในกับรู้สึกแปลกประหลาด
“คุณนอนห้องผมไปก่อนแล้วกัน”มากิคงไม่รู้ว่าสายตาของเธอมันหยาดเยิ้มแค่ไหนแล้วก็เอาแต่จ้องที่คอของจินอยู่ตลอดด้วย
“ละ แล้ว นะ นายท่านละคะ” เธอพยายามปรับเสียงให้เป็ปรกติที่สุด
“ไม่ต้องห่วงเื่นั้นหรอกพักผ่อนให้สบายแล้วกัน เพราะมีเื่อีกหลายอย่างที่คุณต้องทำ”
“มากิ” เธอเปรยเสียงเบา
“หื้ม!?” จินเลิกคิ้วสงสัย
“เรียกฉันว่ามากิเฉยๆ ก็ได้ค่ะนายท่าน” มากิหลบตาไม่มองที่จินขณะพูดชื่อตัวเอง
“มากิสินะ ได้สิผมก็ไม่อยากให้คุณเรียกผมว่านายท่าน ยังไงเรียกผมว่าจินแล้วกัน”ท่าทีสบายของจินทำเอามากิหวนคิดถึงเื่เมื่อก่อนหน้านี้กลิ่นกายของเขายังคงค้างอยู่ภายในความรู้สึกของเธอ
“เรียกว่านายท่านดีกว่าค่ะ” มากิยืนยันคำตอบนั้นหนักแน่น
“สะดวกแบบไหนก็ได้ อีกอย่าง...มากิไม่จำเป็ต้องอยู่คนเดียวแล้วนะ หาก้าละก็จะอยู่ที่นี่เลยก็ได้”
“นายท่านขอรับ” สแตนกลางบันทึกรายรับรายจ่ายที่มีสรุปเป็ตัวเลขสีแดงให้จินดู
“นั่นสินะ...ลองช่วยกันคิดดูแล้วกันว่าพอทำอะไรได้บ้างไหม” กำแพงของบางอย่างเริ่มก่อตัวให้พวกเขาได้ประจักษ์แก่ตาว่าความจริงนั้นมัน้าใช้เงินในการขับเคลื่อนชีวิตอยู่
“พวกเรารับจ้างฆ่าคนไหมคะ ฉันถนัดรับรองฆ่าเรียบไม่มีร่องรอยแม้แต่น้อยแน่นอน” มากิพูดด้วยรอยยิ้มแสนโรคจิตจินเกือบลืมไปแล้วว่าเธอชอบยิ้มแบบนี้ยิ่งตอนต่อสู้กันเธอยิ้มแบบนี้ค้างไว้บนหน้าตลอดด้วยซ้ำ
“เอ่อ... เว้นการฆ่าไว้ก่อนแล้วกัน” ชายหนุ่มยิ้มเจื่อนๆ
มากินิ่งเงียบไปทันทีมันทำให้เธอหวนคิดแล้วว่า มือของเธอนั้นมันเปื้อนไปด้วยเืมากแค่ไหนชีวิตที่ไร้การฆ่าฟัน เธอคิดภาพนั้นไม่ออกจริงๆ
“รับจ้างขนของไหมขอรับกระผมแข็งแรงมากสามารถยกขนได้ทั่วราชอาณาจักร อีกทั้งสกิลของพวกเรา---ไม่ได้เหรอขอรับ” น้อยครั้งจะเห็นสแตนออกความเห็นแปลกๆแบบนี้ แต่มันก็ทำให้จินส่ายหน้าให้เป็คำตอบ
“ฆ่าคนเลวแล้วเอาเงินมาเป็ของเราดีไหม”
“ต่างจากของคุณมากิตรงไหนขอรับ”
“อื้ม...” ทั้งสามคนทำมือกอดอกอย่างใช้ความคิดอย่างหนักกันจนเวลาผ่านไปเนิ่นนานก็ไม่มีใครคิดออกเลย
‘ทำไมอาชีพรวยๆ สุจริตๆมันหายากนักนะ’