ดวงตะวันยามบ่ายยังคงแผดแสงจ้าผู้คนที่ตรากตรำทำงานมาั้แ่เช้าต่างพากันงีบกลางวันเพื่อหลบแดดมีเพียงเสียงหัวเราะคิกคักของเหล่าเด็กน้อยที่กำลังเล่นสนุกอยู่ใต้ต้นไม้เท่านั้นที่ดังเจื้อยแจ้วไปทั่วหมู่บ้าน
เมื่อพวกเขาเห็นเย่ชิงชิงสะพายตะกร้าเดินผ่านมาคนผู้หนึ่งที่ไม่รู้ว่าใครก็เริ่มะโขึ้นมาว่า “นังตัวประหลาดน่าเกลียด!”แล้วในชั่วพริบตานั้น เด็กคนอื่นๆ ก็พากันโห่ร้องตาม
“นังตัวประหลาดน่าเกลียดมาแล้ว~”
“นังตัวประหลาดน่าเกลียด นังตัวประหลาดน่าเกลียด! ฮ่าฮ่าฮ่า!”
เย่ชิงชิงหันไปมองกลุ่มเด็กเหลือขอเ่าั้สายตาพลันเหลือบไปเห็นร่างคุ้นตานั่นคือเย่ฝูหรงที่หายหน้าหายตาไปหลายวันไม่ใช่หรือ?
หากว่ากันตามจริงบ้านน้อยมีรั้วไม้ไผ่กั้นที่เย่ชิงชิงอาศัยตั้งอยู่ใกล้เชิงเขาพวกเด็กเหลือขอจึงไม่ค่อยมาเล่นแถวนี้แต่ที่พวกเขามาอยู่ที่นี่ต้องเป็เพราะเย่ฝูหรงแน่ๆ
หลังจากนางซูพาบุตรทั้งสองแยกตัวออกจากสกุลเย่ภาระงานที่เคยตกเป็ของนางก็ถูกแบ่งไปให้นางตู้และเถาอี๋เหนียงส่วนงานที่เคยเป็ของเย่ชิงชิงก็ตกเป็ของเย่ฝูหรงไปโดยปริยาย
แม้เย่จื่อเหอจะอายุมากกว่าและมีแขนขาสมบูรณ์ทั้งยังไม่โง่งม แต่เขาอยู่ในฐานะบัณฑิตเขาเป็ที่คาดหวังจากย่าเฒ่าเป็อย่างมาก จึงไม่ต้องทำงานหนักส่วนเย่จื้อเกอเพิ่งจะสามขวบ จึงไม่อยู่ในข่ายที่ต้องรับภาระงานใดๆ
เย่ฝูหรงรู้สึกอึดอัดใจเป็อย่างยิ่งนางไม่้าออกไปขุดผักป่าท่ามกลางแสงแดดจ้าทุกวันเพราะจะทำให้ผิวคล้ำและหยาบกร้านเช่นนี้แล้วจะแตกต่างอันใดกับเด็กสาวบ้านนอกที่น่าเกลียดพวกนั้นเล่า?
แม้สกุลเย่จะย้ายมายังหมู่บ้านเถียนซินแล้วจะไม่ค่อยสนิทสนมกับผู้คนรอบข้างแต่เย่ฝูหรงกลับได้รับความนิยมเป็อย่างมากในหมู่เด็กๆ
เด็กสาวตัวน้อยผิวขาวผ่องจากเมืองหลวงเมื่อนำมาเปรียบเทียบกับเด็กสาวบ้านนอกผิวคล้ำแดดและหน้าตาไม่งดงามความแตกต่างนั้นเห็นได้ชัดเจน ยิ่งกว่านั้น เย่ฝูหรงก็ไม่ได้ขี้ริ้วขี้เหร่นางมีดวงตากลมโต ใบหน้ากลมเรียบเนียน เมื่อออดอ้อนก็ดูน่ารักน่าชัง
“เย่ฝูหรง นังตัวประหลาดน่าเกลียดนั่นเป็พี่สาวของเ้าจริงๆ หรือ?”เด็กชายร่างท้วมคนหนึ่งถามขึ้นพลางเบะปาก “ช่างแตกต่างกันจริงๆ”
เย่ฝูหรงเบะปากน้อยๆมองเย่ชิงชิงที่ทั้งผอม ทั้งดำ และน่าเกลียดอย่างดูแคลน พลางกล่าวอย่างเย่อหยิ่ง“นางไม่ใช่พี่สาวข้า!”
ทันใดนั้นเด็กคนหนึ่งก็เสริมขึ้น “ใช่แล้ว!พวกนางไม่ได้มีแม่คนเดียวกัน!”
“แต่พวกนางก็มีพ่อเดียวกันนี่... คนรวยมีภรรยาได้ตั้งสองคน”
“ข้ารู้ว่าบางคนมีมากกว่าสองคนด้วยซ้ำ!อย่างเช่นหลิวต้าหู่ที่อยู่หมู่บ้านข้างๆ อย่างไรเล่า...”
เด็กน้อยซุบซิบกันไปมาอย่างสนุกปากจนเื่ราวออกนอกประเด็นไปไกลลิบบ้างก็ถึงขั้นพูดถึงความฝันที่จะมีภรรยาสักกี่คนเมื่อเติบโตขึ้นเย่ชิงชิงที่เคยอยู่ในวัยผู้ใหญ่ฟังแล้วถึงกับมุมปากกระตุก
เย่ฝูหรงเอ่ยขึ้นอย่างไม่พอใจ“ไม่ว่าอย่างไรพวกเ้าก็ห้ามเล่นกับนางนะ แล้วก็ตรงนี้ข้ามาก่อนห้ามนางมาขุดผักป่า!”
คำพูดของนางได้รับเสียงตอบรับจากเด็กคนอื่นๆในทันที พวกเขาทั้งหมดจ้องมองเย่ชิงชิงอย่างดุดันสายตาของพวกเขามีความหมายเป็การเตือน
“วางใจเถอะ ไม่มีผู้ใดแย่งผักป่าของเ้าหรอก” เย่ชิงชิงกล่าวทิ้งท้ายอย่างแ่เบาแล้วหันหลังเดินเข้าป่าไป
แต่แรกนางก็ไม่ได้ตั้งใจจะมาขุดผักป่าอยู่แล้วอีกอย่าง นางก็ไม่ลดตัวไปถือสาเด็กตัวเล็กๆ แบบนั้นหรอกมันจะเสียคะแนนความดีงามเปล่าๆ
เย่ชิงชิงสะพายตะกร้าเดินสำรวจไปตามทางเล็กๆในป่า ก็ไม่พบของมีค่าอะไร ได้เพียงฟืนแห้งกับหัวเก่อเกินติดมือมาบ้าง ก่อนจะออกมา
แต่ไม่คาดคิดว่าเด็กน้อยพวกนั้นที่เชิงเขายังไม่กลับไปอีก
เด็กหลายคนรวมกลุ่มกันเล่นขุดดินเล่นดอกไม้และต้นหญ้าเห็นได้ชัดว่ากำลังเล่นพ่อแม่ลูกกันอยู่
“นังตัวประหลาดน่าเกลียดมาอีกแล้ว!”
เด็กชายร่างท้วมพบเย่ชิงชิงเข้าเขารีบตบมือแล้วลุกขึ้นก่อนจะเดินอาดๆ ไปหยุดอยู่ตรงหน้าเย่ชิงชิงด้วยความที่ตัวสูงกว่า เขามองเห็นของในตะกร้าของนางได้ทันทีก่อนจะะโขึ้นเสียงดัง “ดูเร็ว!นางขุดรากต้นไม้มากิน!”
เสียงะโนั้นทำให้เด็กคนอื่นๆหัวเราะเสียงดัง “ฮ่าฮ่าฮ่านางกินรากต้นไม้จริงๆ ด้วย!”
“ผีอดอยากกลับชาติมาเกิดก็แบบนี้แหละ~” เย่ฝูหรงยกมือปิดปากหัวเราะเสียงเย้ยหยันของนางคล้ายกับเถาอี๋เหนียงถึงแปดส่วน
“นังตัวประหลาด~ กินรากต้นไม้~”
บางครั้งเด็กๆก็น่าเบื่อเหลือเกิน เพียงสิ่งเดียวก็นำมาแต่งเป็เพลงได้ไม่รู้จักเบื่อแถมยังร้องวนไปวนมาได้ไม่เลิก
เย่ชิงชิงเหลือบตามอง“ไอ้พวกเด็กเหลือขอ ไสหัวไปซะ!”
เมื่อผู้ที่ถูกเยาะเย้ยและดูถูกหันมาตอบโต้ย่อมสร้างความไม่พอใจให้กับผู้ที่กำลังรังแก
“นังตัวประหลาดน่าเกลียดนี่กล้าดียังไงถึงได้หยิ่งผยองขนาดนี้ต้องสั่งสอนนางแล้ว!” เด็กชายร่างท้วมโบกแขนสั่งการ
เขาคือหูหยางิบุตรชายคนเล็กของคนขายเนื้อสกุลหูอย่างที่กล่าวกันว่าบุตรชายของคนขายเนื้อมีเนื้อกินด้วยร่างกายที่กำยำสูงกว่าเพื่อนในวัยเดียวกันทำให้เขาได้รับตำแหน่งหัวโจกเด็กในรุ่นนี้ไปครอง
หูหยางิว่างเมื่อไหร่ก็ชอบรังแกผู้อื่นวันนี้มีเย่ฝูหรงอยู่ด้วย เด็กน้อยคนนี้ก็ยิ่งอยากแสดงอำนาจ
“สั่งสอนนาง! สั่งสอนนาง!”
เด็กคนหนึ่งโยนดินในมือใส่เย่ชิงชิงแต่ก็พลาดเป้าหมายไปเล็กน้อย เด็กคนอื่นๆ ก็ทำตามอย่างรวดเร็วหาวัสดุใกล้ตัวมาขว้างปาใส่ จนดินกระจายไปทั่ว
“นังขอทานสกปรก น่าจะอดตายไปซะ!” เย่ฝูหรงหัวเราะแล้วแลบลิ้น
ดูเหมือนว่าถ้าจะไม่สั่งสอนพวกเขาสักหน่อยคงไม่ได้แล้วเย่ชิงชิงหลบหลีกก้อนดินที่พุ่งเข้ามาพร้อมกับคว้ากิ่งไม้แล้วพุ่งเข้าหาพวกเขา
เด็กไม่รู้จักโตแล้วแก้ไม่หายทำอย่างไรดี? ส่วนใหญ่ก็มักจะถูกตีจนตายไปเลย!
เย่ชิงชิงคว้ากิ่งไม้มาฟาดไม่ยั้งจนเด็กเหลือขอพากันร้องโวยวายวิ่งหนีไปบ้างก็กำลังหาอาวุธเพื่อตอบโต้
จับโจรต้องจับหัวหน้าเย่ชิงชิงจ้องไปที่หัวโจกเด็กอย่างหูหยางิด้วยรูปร่างที่เล็กกะทัดรัดและคล่องตัว นางตวัดขาเกี่ยวเขาจนล้มลงซึ่งเด็กชายร่างท้วมมีน้ำหนักไม่น้อย จึงล้มกระแทกพื้นอย่างแรงจนศีรษะปูดบวม
เด็กคนอื่นๆตกอกใ พวกเขาไม่คิดว่าหูหยางิจะถูกล้มได้ง่ายๆทั้งที่ร่างกายของทั้งสองคนแตกต่างกันมากขนาดนั้น
“เ้ามันนังตัวประหลาดน่าเกลียด!” หูหยางิหน้าแดงก่ำด้วยความโกรธจัดเขาลุกขึ้นมาอย่างยากลำบากพร้อมกำหมัดหมายจะชกนาง