“หายไปไหนแล้ว?”
เซ่าเวยมั่นใจมากว่าไล่ตามคนผู้นั้นทันแต่เผลอวูบเดียว! ท่านพี่หายไปแล้ว…
ตอนนี้หญิงสาวยืนนิ่งงันมองไปยังเรือนหลังใหญ่โอ่อ่า ดวงตาของนางทอแสงเป็ประกายด้วยความสุข ดีใจมาก! พี่ชายของนางอาศัยอยู่ในเรือนหลังใหญ่ขนาดนี้
ถังเซ่าเวยไม่รอช้า รีบก้าวเท้ายาว ๆเข้าไปในเรือนหลังนั้นอย่างมั่นใจ
ตะเกียงถูกจุด แต่ไม่มีใครอยู่ที่นี่!
นางเดินเชื่องช้าสำรวจโดยรอบอย่างละเอียด ขณะเพลิดเพลินกับการชมเรือนดวงตาของเซ่าเวยสุกใสเป็ประกายดุจไข่มุก
เม่นน้อย!
หญิงสาวอุทานออกมาอย่างกระตือรือร้นเ้าเม่นตัวอ้วนน่ารักน่าชังยิ่งนัก
ตอนที่อาศัยอยู่ในบ้านนอก สัตว์ที่น่ารักที่สุดสำหรับ
เซ่าเวยคือหนูท่อ ใช่แล้ว! เซ่าเวยแทบจะกินนอนอยู่ที่เดียวกันกับพวกมันทุกครั้งที่มองไปยังเ้าหนูสกปรกพวกนั้น แววตาของหญิงสาวหรี่แคบเจือปนความเศร้าหม่นในทันที
เซ่าเวยเปรียบตัวเองเหมือนกับหนูท่อพวกนั้นร่างกายสกปรกมอมแมม อาศัยอยู่ในที่คับแคบ ปรากฏตัวเมื่อใดเป็อันว่าผู้ที่พบเจอแสดงสีหน้ารังเกียจออกมาในทันทีเพียงบรรเทาท้องให้หายหิวในแต่ละมื้อ ต้องพึ่งพาการลักขโมย ช่างเป็่ชีวิตที่น่าเวทนาโดยแท้
ด้วยเหตุนี้พอเซ่าเวยเห็นเ้าเม่นน้อยนางจึงรู้สึกว่ามันน่ารักมาก ดูขาเล็ก ๆ ของมันสิ สีชมพูอ่อน ๆ น่าทะนุถนอมจริง ๆ
อดใจไม่ไหวแล้ว!
ถังเซ่าเวยอยากจับเ้าเม่นน้อยที่กำลังนอนหลับในกรงทองมือเรียวงามของนางยังไม่ทันได้แตะต้องสิ่งใด กระบี่สีอำพันคมกริบทอดยาวนาบลำคอของนางจากด้านหลัง
ปลายจมูกของนางััได้ถึงกลิ่นคาวเืไม่ทราบว่ากลิ่นคาวคลุ้งรุนแรงพวกนั้นโชยมาจากกระบี่ที่แสนเย็นเยียบหรือโชยมาจากร่างของชายที่หมายจะฆ่านางจากด้านหลังกันแน่
เซ่าเวยหวาดกลัวมาก!
ไม่กล้าส่งเสียงกระโตกกระตากเพราะกลัวตายเซ่าเวยหันศีรษะกลับไปมองอย่างระมัดระวัง เป็ดังคาดคนที่ถือกระบี่ไม่ใช่พี่ชายของนาง แต่เป็ผู้ใดนั้นไม่อาจทราบได้ดวงตาที่เขาจ้องมาที่นางราวเนตรนพิศของปีศาจร้าย
เซ่าเวยค่อย ๆเคลื่อนดวงตามองชายผู้มีจิตสังหารแผ่ซ่านั้แ่หัวจรดเท้า
คล้ายคลึงกับท่านพี่มาก!
กระบี่ที่ถืออยู่ในมือดูมีเอกลักษณ์ไม่เหมือนกระบี่ทั่วไปแม้แต่กระบี่ในมือของพี่ชายสุดหล่อเจียงฉีหนิงยังไม่ประณีตปานนี้นอกจากกระบี่สีอำพันก็มีใบหน้าดวงนี้ที่น่าหลงใหล
ชายที่กำลังถลึงตามองนางอย่างดุร้ายในตอนนี้อยู่ในชุดดำตัดหมอก ช่อผมสีดำปล่อยเลื้อยปกคลุมกลางหลังกระเซอะกระเซิงคล้ายไม่เคยถูกสาง
“รนหาที่ตาย!”
เขาสามารถฆ่านางให้ตายได้ในดาบเดียวมู่หรงซือเฉินมีมวลความคิดหนักอึ้ง แต่เขาไม่อยากฆ่าคน!
ซือเฉินจ้องเข้าไปในแววตาของนางอย่างล้ำลึกครู่หนึ่งเขาก็สามารถเห็นอดีตอันเลวร้ายของนาง
แม้เป็่เวลาสั้น ๆ ที่มองเห็นแต่ััได้ว่านางโดดเดี่ยวและหวาดกลัวเป็อย่างมาก…
ซือเฉินเลือกลดคมกระบี่ลงแววตาของเขาคงไว้ซึ่งความเ็าเสมอต้นเสมอปลาย
“เ้าคือสาวใช้อุ่นเตียงที่ท่านพ่อส่งมาใช่หรือไม่?”
ขณะพูดก็ปลดปล่อยสีหน้าเอือมระอาออกมาตำหนิบิดาในใจ ปฏิเสธไปตั้งหลายหน ไฉนยังพากเพียรส่งสาวใช้อุ่นเตียงมาให้สงสัยจะต้องฆ่าให้ตายเป็เยี่ยงอย่างสักที
มู่หรงซือเฉินเ้าอารมณ์แต่ไม่เคยฆ่าสาวใช้ที่บิดาส่งมาเลยสักครั้ง อย่างมากก็แค่ทำให้กลายเป็ใบ้พูดไม่ได้ไปตลอดกาล
“ข้าไม่ใช่…ข้าไม่ใช่”
น้ำเสียงของหญิงสาวสั่นเครือปนประหม่าแววตากลมของนางซ่อนหยาดน้ำตาเอาไว้ไม่สำเร็จ
“เซ่าเวยมาตามหาคนนายท่านคล้ายคลึงท่านพี่มาก แต่ท่านไม่ใช่ถังห่าวหรานที่ข้าตามหาทั้งหมดนี้เข้าใจผิดทั้งสิ้น
นายท่านโปรดไว้ชีวิต”
เซ่าเวยเคยชินกับการเรียกผู้อื่นว่านายท่านครั้งที่ยังเป็ขอทานนางจำเป็ต้องเรียกผู้อื่นเช่นนี้อยู่เสมออันที่จริงเซ่าเวยไม่ได้เจอพี่ชายนานมากแล้วอย่างนั้นก็ไม่แปลกที่การคาดคะเนของนางจะคลาดเคลื่อนไปบ้าง
มู่หรงซือเฉิน...ชายที่มีใบหน้าเคร่งขรึมมองนางด้วยหางตาเขาไม่ได้พูดอะไรต่อ เพียงแต่กำลังคิดในใจว่านางจะร่ำไห้ขนาดนั้นทำไมกัน?ยังไม่ได้ฆ่านางเสียหน่อย
เพียงได้ยินชื่อที่นางเอ่ยเมื่อครู่ มู่หรงซือเฉินจำได้แล้วว่านางเป็ใคร!
ที่จำชื่อของนางได้นั่นก็เพราะ...มู่หรงชิงเจ๋อเอาแต่ท่องชื่อถังเซ่าเวย ถังเซ่าเวย ซะจนขึ้นใจไม่เพียงเท่านั้นยังเอาภาพวาดของสตรีที่ไม่เคยพบหน้ามาอวดอ้างผู้อื่นอย่างหน้าไม่อาย
นางไม่เหมือนในรูป!
ใบหน้าเล็กเรียวรูปไข่ขนาดเท่าหนึ่งฝ่ามือคิ้วบางเรียงเส้นโค้งงามดุจคันศร เครื่องหน้าทั้งห้าส่งเสริมกันราวทวยเทพปั้นแต่ง ยิ่งตอนนี้หยาดน้ำตาขนาดเล็กเท่าเม็ดถั่วเกาะชื้นบนแพขนตา ยิ่งทำให้ถังเซ่าเวยคนนี้น่าเอ็นดูจับใจ
ไม่แปลกที่เจียงฉีหนิงเอ่ยชมนางวันละสามเวลา
“ที่แท้เ้าก็คือน้องสาวเพียงคนเดียวของถังห่าวหราน”
แววตาของชายหนุ่มเรียบเฉยขณะพูดถึงถังห่าวหรานต่างจากคนอื่น เพียงแค่เซ่าเวยเอ่ยชื่อพี่ชาย ทุกคนก็จะบิดเบือนชวนพูดเื่อื่นไม่เพียงเท่านั้นยังออกสีหน้าเป็กังวลอย่างเห็นได้ชัด
เจอแล้ว!คนที่จะช่วยให้เซ่าเวยเจอท่านพี่
เซ่าเวยหยุดร้องไห้รีบยกมือปาดน้ำตาบนแก้ม
“ไม่ต้องเหนื่อยตามหาคนท่านพี่ของเ้าลาโลกไปแล้ว” ในสมองของซือเฉินมีเพียงความว่างเปล่าคิดอย่างไรก็ว่าออกไปอย่างนั้น
หญิงสาวผู้มีดวงตาไร้เดียงสาหยีตาแคบปากเล็ก ๆ เริ่มบิดคว่ำอีกแล้ว
นางอยากตายงั้นหรือ?
มู่หรงซือเฉินปวดหัวที่สุดเขาไม่ชอบเสียงดัง ไม่ชอบให้ผู้ใดรบกวนยามค่ำคืนเช่นนี้แม้แต่ยุงสักตัวยังไม่กล้าบินเข้าใกล้ แล้วนางถือตัวว่าเป็ใครริอาจแหกปากต่อหน้าคุณชายสามที่ผู้ใดก็ไม่กล้าเข้าใกล้!
“กล้าดียังไงมาบอกว่าท่านพี่ของข้าตายท่านพี่สัญญาว่าจะกลับไปรับเซ่าเวยมาอยู่ด้วยกัน ตอนนี้คนก็อยู่ที่นี่แล้วรอแค่พบหน้ากันเท่านั้น”
ถังเซ่าเวยเผลอตะคอกเสียงดังต่อหน้าชายผู้มีอายสังหารรุนแรงซือเฉินฟังคำชื่นชมจากปากเจียงฉีหนิงวันละสามเวลาหลังอาหารเขาตัดสินว่าถังเซ่าเวยคือสตรีที่อ่อนต่อโลกและโง่เง่าที่สุดเท่าที่เคยรู้จักมีอย่างที่ไหนทนให้สองสามีใจร้ายรังแกตั้งหลายปีไม่
มีมือมีเท้า แต่ไม่รู้จักลุกขึ้นสู้!
แต่พอซือเฉินได้เห็นร่างที่สองของนางเมื่อครู่เขากลับไม่ได้รู้สึกโกรธนางแม้แต่น้อยท่าทางขึงขังของนางดูน่าขบขันมากกว่าน่าหวาดกลัวดูอย่างไรก็เหมือนลูกกระรอกหัดคำราม
ใบหน้าแดงก่ำ นางสะอื้นเสียงดังหัวใจดวงน้อย ๆ ของนางแหลกสลายเมื่อคิดว่าจะต้องสูญเสียพี่ชายไป
มู่หรงซือเฉินเปลี่ยนไปให้ความสนใจกับบางสิ่งบางอย่างที่อยู่นอกบานหน้าต่างจู่ ๆ เขารีบผลักไสให้เซ่าเวยออกห่าง โดยไม่ได้มีสัญญาณเตือนก่อน
“หุบปาก แล้วไสหัวไป!”
“ไม่ไป! จนกว่าท่านจะบอกว่าพี่ใหญ่ของข้าอยู่ไหน”
ดื้อด้าน! โง่เง่า!หากไม่เห็นแก่ที่นางเป็น้องสาวของถังห่าวหราน ซือเฉินคงได้ฆ่านางให้ตายจริง ๆ
“ไม่เช่นนั้นเ้าจะเสียใจทีหลัง!”มู่หรงซือเฉินปวดเรือนกายฉับพลัน ลำคอของเขาเริ่มมีเส้นเืปูดโปนผุดเป็สายท้ายทอยปวดหนึบยาวมาถึงสันกราม
ความชั่วร้ายเหล่านี้ครอบงำร่างกายของชายหนุ่มชั่วขณะขอแค่พ้นคืนนี้ไปเท่านั้น อาการแสนทรมารเหล่านี้ก็จะจางลง
เซ่าเวยมองชายที่อยู่ตรงหน้าเปลี่ยนไปทีละนิดดวงตาของเขาเปลี่ยนเป็สีแดงเข้มคล้ายสัตว์ประหลาด เป็ไปได้มากว่าเขากำลังถูกบางสิ่งบางอย่างควบคุม
ไม่นานนักเสียงฝีเท้าหนักแน่นมาเยือนเจียงฉีหนิงวิ่งผ่านบานประตูเข้ามาด้านในพร้อมขวดโลหิตสีแดงสดแววตามองไปยังฮูหยินน้อย ฉีหนิงใมาก นางมาอยู่ที่นี่ได้อย่างไร
สตรีที่อ่อนต่อโลกอย่างเซ่าเวยไม่ควรมาล่วงรู้เื่พวกนี้ด้วยความห่วงใย เกรงว่านางจะตกอยู่ในอันตราย และไม่กล้ายอมรับในตัวสามีวิปลาสเจียงฉีหนิงจึงเอ่ยเสียงนุ่มนวลว่า
“ฮูหยินน้อยไม่ควรอยู่ที่นี่ฉีหนิงทำเกินหน้าที่โปรดอย่าถือสา”
พูดจบฉีหนิงรีบใช้ชายผ้าเส้นหนึ่งเข้าไปพันรอบดวงตาของนางไว้ขวดโลหิตที่ตั้งอยู่บนโต๊ะ ถูกฝ่ามือของซือเฉินกวาดจนแตกกระเซ็นกลิ่นโลหิตคาวคลุ้งไปทั่วห้อง
ดวงตาของฉีหนิงเหลือกโลนพลันรู้ได้ในทันทีว่าหายนะได้เกิดขึ้นแล้ว