หลังจากภาคินพูดจาทักทายหญิงสาวทั้งสองเสร็จวิมลก็ยิ้มรับพร้อมกับทักทายตอบ ผิดกับรวิสาซึ่งทำท่ามองบน ทำเป็ไม่รู้ไม่ชี้
“สวัสดิค่ะคุณอิฐคุณภาคยินดีที่ได้รู้จักค่ะ เรียกมลว่ามล เรียกยัยสาว่าสาสั้นๆ ก็ได้คะเป็กันเองดี”
วิมลเห็นว่าสองหนุ่มดูท่าทางเป็มิตรดีก็ทักทายตอบกลับไปอย่างยิ้มแย้ม
“สวัสดีค่ะคุณอิฐยินดีที่ได้รู้จักนะคะ สาว่าเรารีบลงเรือกันดีกว่าค่ะ คิดว่าทุกคนคงจะหิวแล้วคุณลุงคนขับเรือก็รอนานแล้วด้วย” รวิสาทักทายตอบอิฐไปแต่ไม่ยอมทักทายภาคินซึ่งยืนอยู่ข้างๆ ทำให้ชายหนุ่มอารมณ์เริ่มกรุ่นๆแต่ยังไม่ทันจะพูดอะไรต่อหญิงสาว ก็เดินนำหน้าลงเรือไปก่อนแล้ว‘ฝากไว้ก่อนเถอะยัยตัวแสบ’ ภาคินคิดในใจ
“ไม่ทราบว่าคุณอิฐกับคุณภาคก็พักที่โรงแรมเดียวกันกับเราเหรอคะ”วิมลชวนคุย
“ผมไม่ได้พักที่เดียวกับนายภาคหรอกครับแค่แวะมาหาเฉยๆ พอดีลาภปากคุณณรงค์ชวนนายภาคมาทานข้าวผมเลยโชคดีได้ติดสอยห้อยตามมากินฟรีด้วยนะครับ”อิฐซึ่งเป็คนขี้เล่นสนุกสนานพูดขึ้นมาตรงๆ จนวิมลอดหัวเราะไม่ได้
“คุณอิฐนี่ตรงดีจังนะคะ”วิมลแซวยิ้มๆ
“ก็มันจริงนี่ครับคุณมลขอบคุณอีกครั้งนะครับคุณณรงค์ที่ชวนผมมาด้วย ผมนะลุ้นแทบแย่แน่ะกลัวว่านายภาคจะรีบไล่ผมกลับซะก่อน ไม่งั้นผมก็อดเจอคุณมลกับคุณสาเลย”
“เื่เล็กครับคุณอิฐผมก็ดีใจนะครับที่ได้รู้จักเพื่อนใหม่อย่างคุณอิฐเพิ่มอีกคนวันนี้ก็เต็มที่เลยนะครับ”
ณรงค์ วิมลและฐากูรคุยกันอย่างสนุกสนานในขณะที่รวิสากำลังถ่ายรูปบรรยากาศรอบตัวอย่างเพลิดเพลินโดยไม่รู้ตัวว่ามีคนแอบจ้องมองเธออยู่เงียบๆ
“นี่คุณไม่คิดจะทักทายกันบ้างรึไงนี่ขนาดคุณณรงค์แนะนำตัวกันเป็ทางการแล้วนะ” ชายหนุ่มพูดเบาๆกับหญิงสาวตรงหน้าที่กำลังถ่ายรูปโดยไม่สนใจคนข้างๆ
“คุณๆๆ นี่คุณรวิสา”ภาคินส่งเสียงดังขึ้นมาอีกนิดพร้อมเรียกรวิสาหลายๆ ครั้งจนหญิงสาวหมดความอดทน
“อะไรกันคุณอยากประกาศว่าตัวเองไม่ได้เป็ใบ้รึไง เรียกอยู่ได้” รวิสาเริ่มจะหงุดหงิด
“จะมากไปแล้วนะคุณผมชวนคุยด้วยดีๆไม่เห็นต้องพูดจาแบบนี้เลย” ภาคินเองก็เริ่มอารมณ์ขึ้นนึกอยากฟาดก้นงามๆของคนตรงหน้าสักทีสองที ปกติเขาไม่เคยต้องมาคอยเรียกคอยตามใครขนาดนี้มาก่อนยัยตัวแสบนี่ถ้าไม่ติดว่าเป็ลูกสาวคุณลุงขจรที่เขานับถือมากแล้วละก็อย่าหวังเลยว่าเขาจะสน
“อ้าวก็คุณเคยบอกเองนี่ว่าคุณทำตัวเป็ขอนไม้อยู่ฉันเลยเนียนๆ ช่วยคุณเล่นด้วยไง ใครจะบ้าไปคุยกับขอนไม้”รวิสาตอกกลับเพราะยังเคืองเื่ที่เกิดขึ้นในทะเลวันนี้ไม่หายเพราะทั้งเจ็บตัวแล้วยังโดนเอาเปรียบอีกต่างหากแถมชายหนุ่มข้างๆ ก็กวนโมโหใช่ย่อยเธอไม่อยากจะญาติดีด้วยหรอก
“นี่คุณ!!”ภาคินเริ่มหมดความอดทนอยากจับตัวหญิงสาวมาเขย่าให้หายโมโหนัก
“โอ๊ะ ถึงแล้วนี่ถ้ายังไม่หิวอยากนั่งกินลมบนเรือต่อก็ตามสบายนะคุณ ฉันขอตัวก่อนละ”พูดจบรวิสาก็ลุกหนีไปทันที ทำให้ภาคินต้องรีบลุกตามไปอย่างเคืองๆเพราะยัยตัวแสบกวนโมโหเขาได้ตลอดเวลาจริงๆ
“โหคนเยอะจังเลยค่ะคุณณรงค์แทบจะไม่มีที่ว่างเลยนะคะเนี่ย”ร้านอาหารเรือนแพวันนี้เนืองแน่นไปได้ผู้คนที่พาครอบครัวเพื่อนฝูงมาทานอาหารเต็มไปหมด โชคดีที่เจอณรงค์ไม่งั้นเธอกับรวิสาคงต้องรอคิวโต๊ะว่างจนแสบท้องแน่กว่าจะได้ทานอาหาร
“ปกติครับร้านนี้มีลูกค้าเต็มตลอด โดยเฉพาะ่มื้อค่ำแบบนี้เพราะเป็ร้านดังในกลุ่มคนท้องถิ่น ผมเลยต้องโทรมาจองไว้ก่อน”
“คุณณรงค์นี่สมกับตำแหน่งผู้จัดการโรงแรมใหญ่จริงๆนะคะ รอบคอบมากเลยไม่เหมือนสาที่ลืมคิดไปเลยว่าร้านนี้ ต้องมีคนทานเยอะแน่ๆกะว่าเดินเข้ามาแล้วหาที่นั่งได้เลย ดูสิที่ไหนได้ถ้าไม่เจอคุณณรงค์สาโดนพี่มลบ่นยาวแน่เลยค่ะที่ต้องหิ้วท้องรอ”รวิสาบอกเพราะเธอเองก็ไม่ได้มาร้านนี้หลายปีแล้ว เมื่อก่อนเรือนแพกระชังที่นี่ยังไม่ใหญ่และคนก็ไม่ได้แน่นร้านขนาดนี้
“ยัยสาก็เกินไปคนที่บ่นหิวแต่แรกนะมันเรานะจ๊ะไปนั่งเถอะตอนนี้พี่เริ่มหิวแล้วละอยากกินอาหารทะเลอร่อยๆ เต็มทีแล้ว”พูดจบวิมลก็จูงมือหญิงสาวนั่งลงข้างๆมีชายหนุ่มสองคนนั่งรออยู่ก่อนแล้วในฝั่งตรงข้าม ส่วนณรงค์นั่งหัวโต๊ะอย่างรู้หน้าที่
“เชิญสั่งตามสบายนะครับไม่ต้องเกรงใจงานนี้ผมเบิกค่าใช้จ่ายจากทางโรงแรมได้เพราะมาเลี้ยงแขกวีวีไอพีอย่างคุณภาคินคุณมลแล้วก็คุณสาด้วยนะครับ”
“แบบนี้ก็ไม่เกรงใจละคะสาสั่งเลยนะคะ ว่าแต่มีใครทานเผ็ดหรือทานอาหารอะไรไม่ได้บ้างรึเปล่าคะ”รวิสาถามก่อนสั่งอาหาร” วิมลไม่แพ้อะไรอยู่แล้วเช่นเดียวกับณรงค์
“ไม่แพ้อะไรเลยครับชอบทานรสจัดๆ ด้วยมันทำให้สมองผมโล่งดีเวลาได้ทานรสจัดๆเป็ยาขจัดความเครียดขนานหนึ่งของผมเลยนะครับ” ฐากูรตอบ
“แหม เหมือนกันเลยค่ะคุณอิฐสาก็ชอบทานอาหารรสจัด เวลาเครียดก็ชอบใช้วิธีนี้เหมือนกัน งั้นสาจัดละนะคะ”
“อ้ะผมลืมไปนายภาคทานเผ็ดมากไม่ค่อยจะได้นะครับไปอยู่ต่างประเทศนานกลับมาก็ยังทานเผ็ดไม่เก่งอยู่ดี”ฐากูรอธิบายแทนเพื่อนของตนที่ไม่ยอมตอบหญิงสาวไป
“ถ้างั้นสาจะสั่งอาหารรสไม่จัดให้ด้วยนะคะน้องจ้ะ รับรายการอาหารโต๊ะนี้ด้วยจ้ะ พี่เอาปลาหมึกไข่นึ่งมะนาวปูทะเลนึ่งน้ำจิ้มแซ่บๆ เลยนะรสจัดๆ น้ำพริกไข่ปู แล้วก็..”
“นี่ยัยสาสั่งแต่อาหารเผ็ดสั่งอะไรจืดๆ มาบ้างก็ได้” วิมลติงเพราะเห็นหน้าภาคินแล้วกลัวจะเกิดศึกก่อนได้ทานอาหารแน่
“สาก็กำลังจะสั่งเลยค่ะพี่มลต่อนะน้องเอากุ้งต้มกะทิยอดเหลียง ปลาอินทรีทอดน้ำปลาผัดผักเหลียงกุ้งเสียบแล้วก็ปลาหมึกผัดกะปิกระเทียมโทนมาด้วย จบและเป็ไงคะถูกใจกันไหม” รวิสาสั่งครบเสร็จศัพท์
“โหคุณสานี่รู้จักร้านนี้ดีเลยนะครับสั่งได้ครบมากๆ” ณรงค์ที่มาทานอาหารร้านนี้บ่อยๆ รู้จักเมนูเด่นๆของร้านดีนึกไม่ถึงเหมือนกันว่ารวิสาเองก็ชำนาญในการสั่งเมนูเด็ดของร้านไม่น้อยเลย
“บอกแล้วไงคะว่าสาเคยมาทานที่ร้านนี้มาก่อน ถึงจะนานแล้วแต่อาหารเด็ดยังเหมือนเดิมเลยนะคะพูดแล้วก็คิดถึงจังเลย” รวิสาสีหน้าสลดลงเล็กน้อยเมื่อนึกถึงสมัยก่อนที่เธอกับครอบครัวมักจะพากันท่องเที่ยวจังหวัดใกล้เคียงและตระเวนทานอาหารอร่อยขึ้นชื่อของแต่ละท้องถิ่นเสมอๆภาคินจับสังเกตอาการของเธอได้
“คุณคงชอบทานมากเลยสินะครับแต่ดูจากรูปร่างแล้วไม่น่าเชื่อเลยว่าเป็นักชิม” ภาคินพูดก่อนจ้องหน้าหญิงสาวระเรื่อยไปตามตัวแสดงความนัยที่เขาสองคนเท่านั้นที่รู้ว่าวันนี้เกิดอะไรขึ้น
“ฉันโชคดีคะที่ระบบการเผาผลาญดี คุณหมอบอกว่าฉันมีระบบการเผาผลาญเหมือนสาววัยสิบแปดเลยนะคะทานอาหารไปเท่าไหร่ก็ไม่อ้วนหรอกค่ะ” รวิสารีบตอบเพราะชายหนุ่มตรงข้ามส่งสายตาแปลกๆมาไม่หยุด แต่สิ่งหนึ่งที่หยุดไปคือความคิดถึงเื่ในอดีตในชั่วขณะหนึ่ง
“ยัยสาเป็แบบนี้มาแต่ไหนแต่ไรแล้วละคะทานอะไรเท่าไหร่ก็ไม่อ้วน น่าอิจฉาจริงๆ มลทานมากๆทีไรก็รู้สึกผิดแล้วอีกวันหนึ่งก็ต้องรีบกลับไปออกกำลังกายชดเชยทุกครั้ง พอกินเยอะอ้วนมากแล้วมันไม่คล่องตัวนะคะ”
“จริงสิผมว่าจะถามตั้งนานแล้ว ไม่ทราบคุณมลกับคุณขวัญทำงานอะไรกันเหรอครับ”ฐากูรถามสองสาวตามนิสัยอาชีพนักสืบของเขา
“ฉันกับยัยสาเราเป็นักข่าวนะคะยัยสาเองมีอาชีพเป็ช่างภาพอิสระด้วย”
“โหดีจังครับงั้นผมก็โชคดีได้มีเพื่อนเป็นักข่าวเพิ่มอีกตั้งสองคนแน่ะ”
“มีเพื่อนเป็นักข่าวเพิ่มแล้วไม่ทราบคุณอิฐทำอาชีพอะไรเหรอคะ” วิมลถามกลับไปบ้าง
“ผมเป็นักสืบอิสระนะครับมีสำนักงานเล็กๆ อยู่ที่กรุงเทพฯ ด้วย ถ้าสนใจใช้บริการติดต่อได้ทันทีเลยนะครับนี่นามบัตรผม” ฐากูรแนะนำตัวอย่างคล่องแคล่ว รวิสาทำท่าทางสนใจอย่างไม่ปิดบังจนภาคินอดพูดไม่ได้
“รู้สึกว่าคุณสาสนใจมากเลยนะครับที่รู้ว่าเพื่อนผมเป็นักสืบไม่ทราบว่ามีเื่สำคัญอะไรจะให้นายอิฐสืบให้รึเปล่าครับ” ภาคินถาม
“อาชีพนักข่าวอย่างพวกเราก็ต้องทำงานคล้ายๆกับนักสืบนี่ละคะ แต่บางครั้งเื่บางเื่เราก็ไม่มีความสามารถและเส้นสายมากพอเลยอาจจะต้องจ้างนักสืบที่ไว้ใจได้มาช่วย ต่อไปสาอาจจะได้ใช้บริการคุณอิฐนะคะนี่คะนามบัตรของสา ดีใจจริงๆค่ะ ที่ได้รู้จักนักสืบเก่งๆ อย่างคุณฐากูรสืบถาวรเพิ่มขึ้นอีกหนึ่งคน”รวิสาพูดขึ้นมาด้วยเคยได้ยินกิตติศัพท์ของฐากูรในวงการนี้มาก่อนเธอเองก็คิดจะลองติดต่อนักสืบคนนี้ดูสักครั้งหลังจาก นักสืบที่เคยจ้างทำงานให้ไม่ได้ผลคืบหน้าตามที่วางไว้นักสืบที่ถูกจ้างวานให้รื้อฟื้นคดีของพ่อแม่เธอที่เกิดขึ้นเมื่อสองปีที่แล้วไม่สามารถตามหาอะไรได้มากเกินกว่าสิ่งที่เธอรู้มาจากทางตำรวจเลย นั่นก็คือพ่อแม่ของเธอถูกคนเมายาเสพติดเข้ามาขโมยของในบ้านและทำร้ายร่างกายจนถึงแก่ชีวิตแต่ยังไม่ทันได้อะไรไปเนื่องจากใที่สัญญาณกันขโมยดังขึ้นก่อนกระทั่งตอนนี้ทางตำรวจเองก็ยังจับตัวคนร้ายไม่ได้รวิสาเองไม่มีวันเชื่อว่าเื่นี้จะเป็แค่คดีปล้นชิงทรัพย์ธรรมดา เพราะถึงสัญญาณกันขโมยจะดังขึ้นและโจรมันจะรีบร้อนแค่ไหนแต่ก็ไม่น่าพลาดขนาดไม่คว้าของมีค่าใกล้มือและหยิบง่ายแบบชุดสร้อยเพชรน้ำงามที่คาดว่าแม่ของเธอคงเอาออกมาทำความสะอาดซึ่งทางตำรวจแจ้งว่ามันวางอยู่บนโต๊ะใกล้ๆ กับศพแม่ของเธอที่ถูกยิงเสียชีวิตอีกอย่างคนเมายาบ้านี่มีปืนพกพาไปทั่วแบบนี้เลยเหรอ
“แหมคุณสาก็ชมเกินไปครับผมเองก็ไม่ได้เก่งอะไร คดีที่ทำก็เป็คดีเล็กๆ ไม่ร้ายแรงหรอกครับ” ฐากูรออกตัว
“คุณอิฐนี่ถ่อมตัวจริงๆเลยค่ะ เอาละคะถ้ามีโอกาสสาขอคำปรึกษาหรือใช้บริการคุณนักสืบหน่อยนะคะ”
“ด้วยความยินดีครับ”
“เอาล่ะ อาหารมาแล้วผมว่าเราทานกันเถอะครับน่าทานทั้งนั้นเลย” ณรงค์ชวนลงมือเมื่ออาหารถูกยกออกมาเสิร์ฟพร้อมแล้ว
“อาหารอร่อยทุกอย่างเลยครับคุณณรงค์สงสัยผมต้องขอฝากตัวเป็ลูกค้าขาจรที่นี่บ้างแล้วละครับรสจัดได้ใจอร่อยถูกปากจริงๆ เลย” ฐากูรกินไปชมไปไม่ขาดปาก
“อร่อยก็ทานเยอะๆนะครับ คุณมลกับคุณภาคละครับรสชาติอาหารถูกปากไหมครับ”
“อร่อยมากเลยค่ะคุณณรงค์สมแล้วที่คุณณรงค์ชวนชิม”
“แล้วคุณภาคละครับ”
“อร่อยดีครับอาหารทะเลสดมากๆโดยเฉพาะปูไม่ต้องจิ้มน้ำจิ้มก็อร่อย”
“ส่วนคุณสาผมคงไม่ต้องถาม เพราะจานที่สองแล้วใช่ไหมครับ”
“ใช่ค่ะอร่อยมากกกฝีมือพ่อครัวร้านนี้ไม่ตกเลยจริงๆ นะคะ คุณพ่อสาชอบกุ้งต้มกะทิร้านนี้มาก” พูดจบรวิสาก็นิ่งไป จนภาคินเองก็รู้สึกได้
“สา ยัยสา!!”วิมลเรียกเมื่อเห็นว่ารวิสาเหม่อคิดถึงใครอยู่
“ขอโทษค่ะสาขอตัวไปเข้าห้องน้ำแป๊บหนึ่งนะคะ เชิญทุกคนตามสบายคะ”
“ยัยสาา”
“คุณสาเป็อะไรไปเหรอครับคุณมล”ฐากูรถามเมื่อสังเกตเห็นว่ารวิสาดูซึมไป
“ยัยสาคงคิดถึงครอบครัวนะคะสาเขาเคยอยู่ทางใต้มาก่อนมีความทรงจำกับครอบครัวเธอมากมายจังหวัดกระบี่ก็คงเป็หนึ่งในความทรงจำดีๆ ที่ยัยสาเคยมีกับครอบครัวนะคะ”
“แล้วไม่ทราบว่าตอนนี้ครอบครัวของคุณสาอยู่ที่ไหนเหรอครับ”
“คุณพ่อคุณแม่ของยัยสาเสียไปได้สองปีแล้วละคะ”
“นั่นสินะครับสาเหตุที่ทำให้คุณสาดูเศร้าขนาดนั้นแล้วไม่ทราบว่าคุณพ่อคุณแม่ของคุณสาเสียไปเพราะอะไรเหรอครับ” ฐากูรถามต่อตามความเคยชิน
“นายอิฐ พอได้แล้ว”ภาคินเตือนเพื่อน เมื่อเห็นว่าฐากูรชักจะถามมากไปแล้วขณะเดียวกันรวิสาก็กลับมาพอดี
“คุณสามาพอดีเอาเป็ว่าหลังจากทานข้าวเสร็จ ผมจะพาพวกคุณไปดื่มเครื่องดื่มเย็นๆ ฟังดนตรีสบายๆต่อดีไหมครับ” ฐากูรเสนอ วิมลแอบยิ้มถูกใจ ส่วนณรงค์ก็ไม่ว่าอะไร รวิสาที่เพิ่งมาถึงก็เห็นด้วยเพราะเธออยากให้วิมลสนุกเต็มที่อยู่แล้ว
“งั้นตามนี้ครับเดี๋ยวนายภาคจะเป็เ้ามือเอง ใช่ไหมไอ้ภาค คุณณรงค์เลี้ยงอาหารเรามื้อใหญ่แล้วคราวนี้ก็ตานายบ้าง เดี๋ยวฉันนำทางแกไปเอง” เมื่อเห็นว่าภาคินไม่พูดอะไรฐากูรก็ถือว่าเป็การตกลง
“เฮ้ยไอ้ภาคเดี๋ยวแกขับรถไปกับคุณสาคุณมลนะเดี๋ยวฉันจะเป็คนขับนำทางไปกับคุณณรงค์คุณสาคงไม่ได้มาที่นี่นานแล้วให้นายภาคที่มาทำงานที่กระบี่บ่อยๆขับพาไปดีกว่าครับ” ฐากูรจัดการเสร็จสรรพก็ย้ายไปขึ้นรถทันที
“นี่คุณ รถอยู่ไหนนะเดี๋ยวผมขับให้” ภาคินถาม
“จริงๆไม่ต้องลำบากก็ได้นะคะ ฉันขับตามคุณอิฐไปเองก็ได้” รวิสาปฏิเสธเพราะเกรงใจ
“ไม่ต้องหรอกคุณนายอิฐมันเป็ห่วงจัดการให้ขนาดนี้แล้ว ผมเองก็ไม่ได้ลำบากอะไรนักไม่ได้แบกคุณไปสักหน่อย ถ้าแบบนั้นผมก็ไม่ไหวหรอกนะ”
“นี่คุณพูดดีๆนะหาว่าฉันหนักเหรอ”
“หรือคุณจะเถียงเห็นผอมๆ แบบนี้ใครจะรู้ว่าหนักแค่ไหน”
“นี่อีตาบ้า”
“เอ่อมลว่าเรารีบขึ้นรถตามคุณอิฐไปดีกว่าเขาจอดรอนำอยู่ด้านนู้นแล้วละคะ”วิมลรีบห้ามทัพเมื่อเห็นว่าจะเกิดศึกขนาดย่อมขึ้นอีกแล้ว
“เชิญครับทุกคนที่นี่เป็คลับเปิดใหม่ ซึ่งกำลังดังในกลุ่มนักท่องเที่ยวและคนท้องถิ่นนะครับ”
“บรรยากาศดีใช้ได้เลยค่ะคุณอิฐแล้วคุณรู้จักที่นี่ได้ยังไงเหรอคะ” รวิสาถาม
“ผมบังเอิญตามเป้าหมายเอ้ยเพื่อนมาเที่ยวนะครับเลยได้รู้จักที่ดีๆ แบบนี้” ฐากูรเกือบหลุดออกไป จริงๆที่เขารู้จักคลับเปิดใหม่ที่ค่อนข้างหรูแบบนี้ได้เพราะนายชรัสนักค้าพลอยที่เป็เป้าหมายงานล่าสุดของเขานั่นแหละนายเสี่ยนั่นดันมีกิ๊กเป็สาวพริตตี้ในคลับนี้ เขาเลยต้องตามเข้ามาสืบที่นี่บ่อยๆ
“เชิญสาวๆตามสบายนะครับ เ้ามือคนนี้กระเป๋าหนักจัดเต็มได้เลย” อิฐโบ้ยไปทางภาคิน
“เชิญตามสบายเลยนะครับคุณมลคุณณรงค์ก็ด้วยนะครับไม่ต้องเกรงใจ ส่วนเธออยากจะสั่งอะไรก็ตามสบาย”ภาคินหันไปบอกรวิสาที่กำลังทำท่าหมั่นไส้เขาอยู่พอดี
‘เชิญตามสบายนะครับคุณมลคุณณรงค์’ ‘เชอะทีอย่างเงี้ยพูดซะดีเชียว คอยดูเถอะจะเอาให้กระเป๋าฉีกเลย’รวิสาคิดในใจ
“น้องคะรับออร์เดอร์ด้วยค่ะเอาบลูฮาวายแก้วหนึ่งค่ะ ส่วนพี่มลเดี๋ยวสาสั่งให้เป็พิงค์มาการิต้าก็แล้วกันนะคะ แล้วก็ขออะไรมาทานเล่นด้วยละกัน นี่ๆเลยขาหมูหมักเบียร์ คาลามารี (ปลาหมึกชุปแป้งทอด) เกี๊ยวห่อชีสแล้วก็ทะเลแซ่บเว่อร์ ของสากับพี่มลแค่นี้ก่อนนะคะ เชิญคุณๆ ได้เลยค่ะ”พูดจบรวิสาก็หันไปยิ้มหน้าเป็กับภาคิน ‘คอยดูเถอะยะนี่แค่แก้วแรกเด็กๆ’
“พลังการกินของคุณสานี่เยี่ยมไปเลยนะครับดีเลยครับเดี๋ยวผมช่วยจัดการด้วย ของฉัน คุณณรงค์แล้วก็นายขอเป็วิสกี้แพงๆสักขวดก็แล้วกันโอเคนะเว้ย” พูดจบฐากูรก็หันไปสั่งเครื่องดื่มกับบริกรทันที
“เพลงเพราะจังเลยนะคะไม่ได้ฟังดนตรีสดในบรรยากาศสบายๆ แบบนี้นานแล้ว”วิมลนั่งจิบเครื่องดื่มและฟังเพลงอย่างมีความสุข
“นั่นสิครับบรรยากาศดีจริงๆ ว่าแต่คุณสาโอเคไหมครับเพิ่งทานค็อกเทลหมดไปสองแก้วต่อด้วยไวน์อีก” ณรงค์ถามด้วยความเป็ห่วง
“สบายมากคะคุณณรงค์แค่นี้นะจิ๊บๆ”
“ไม่ต้องห่วงยัยสาหรอกค่ะบอสเล่าว่ายัยสาน่ะคอแข็ง เพราะตอนอยู่ต่างประเทศอากาศเย็นๆก็พากันไปหาเครื่องดื่มแก้หนาว ที่นู่นเขาดื่มกันเพรียวๆแบบไม่ใส่น้ำแข็งด้วยนะคะ” วิมลเล่าให้ฟัง
“บอสคุณมลหมายถึงนายไมค์นะเหรอครับ” ณรงค์ถาม เพราะพอจะเดาได้
“ใช่ค่ะคุณไมค์เป็เพื่อนสนิทกับยัยสา เรียนมาด้วยกันั้แ่อยู่เมืองนอกพอกลับมาที่เมืองไทยบอสก็ชวนยัยสาให้ไปช่วยงานเวลาทำงานยัยสาก็จะเรียกบอสเหมือนมลนี่ละคะ คุณไมค์ไม่ได้บอกคุณณรงค์เหรอคะ”
“ก็มีเล่าให้ฟังบ้างนิดหน่อยครับว่าไมค์กับคุณสาสนิทกันนายไมค์ชวนคุณสามาช่วยงาน แต่ก็ไม่ได้เล่าอะไรมากกว่านั้น”ณรงค์บอกในขณะที่ภาคินฟังอย่างตั้งใจเขาเคยได้ยินลุงขจรและคุณพราวพรรณพูดถึงนายไมค์อะไรนี่เหมือนกันบอกว่าเป็เพื่อนสนิทที่ช่วยดูแลรวิสาขณะที่เรียนอยู่ต่างประเทศแต่เหมือนรวิสาจะเขียนบอกมาในจดหมายว่านายไมค์อะไรนี่เป็พวกชอบไม้ป่าเดียวกัน
“บอส? นายไมค์นะเหรอคะ ตาขี้บ่นนั่น ดีนะที่ไม่ตามมาประกบถึงที่นี่”รวิสาบ่นถึงเพื่อนสนิทที่นับวันจะทำตัวคล้ายแม่ไก่หวงลูกเจี๊ยบขึ้นทุกวันนายนั่นเป็เพื่อนสนิทที่รู้ทุกอย่างเกี่ยวกับเธอเื่พ่อแม่ของเธอหรือแม้แต่เื่ที่เธอพยายามจะทำเพื่อสืบหาตัวฆาตกรไมค์ยอมให้เธอมาทำงานเป็นักข่าวสายอาชญากรรมเพื่อตามสืบเื่ครอบครัวเธอและคอยปกป้องเธอเสมอทุกครั้งเหมือนว่าไมค์จะปล่อยให้เธอไปทำข่าวได้ตามใจแต่จริงๆแล้วคอยส่งคนตามดูแลรวิสาตลอดอย่างวิมล แล้วตอนนี้เธอก็เหมือนมีณรงค์มาคอยดูแลอีกคนรวิสารู้ว่าไมค์เป็ห่วงเธอมากจึงตามใจเพื่อนรักถ้ามันจะไม่ขัดกับความเป็ส่วนตัวของเธอมากจนเกินไป
“ปกติบอสของคุณชอบลงพื้นที่เองด้วยเหรอครับ” ภาคินถามสาวสวยตรงหน้าที่บอกว่าตัวเองคอแข็งแต่ก็คงจะมึนไม่น้อยเพราะฤทธิ์แอลกอฮอล์หลายขนานที่เ้าตัวตั้งใจดื่มเพราะอยากจะถล่มเขาให้กระเป๋าฉีกอย่างที่หลุดสารภาพออกมาตอนมึนๆนี่แหละ
“ตานั่นนะเหรอปกติเขาชอบไปทำข่าวสายบันเทิงมากกว่า บางครั้งบางคราวถึงจะลงมาประกบฉันก็ตอนที่พี่มลไม่ว่างนะล่ะ เขาไม่เคยปล่อยให้ฉันได้ออกไปทำข่าวคนเดียวเลย”รวิสาเล่าให้ฟัง
“ช่างเป็บอสที่เป็ห่วงลูกน้องจริงๆเลยนะครับ” ภาคินแอบประชดฟังดูเหมือนว่านายไมค์อะไรนี่จะไม่ใช่พวกชอบไม้ป่าเดียวกันซะแล้วสิยัยตัวแสบนี่คงเขียนจดหมายมาเล่าความเท็จให้ลุงขจรและคุณป้าพราวพรรณเข้าใจผิดไปแล้ว
“ก็ยัยสาเป็รักแรกของนายไมค์เขานิคะ”วิมลบอก
“เดี๋ยวนะครับนายไมค์หรือบอสเนี่ย เป็อะไรกับคุณวิมลด้วยรึเปล่าครับฟังดูสนิทกันจัง”ฐากูรถามบ้าง
“อ๋อก็ไม่มีอะไรหรอกค่ะฉันแค่เป็คนรู้จักของนายไมค์ที่ถูกทาบทามมาทำข่าวเหมือนกันก็เลยสนิทกันนิดหน่อย”วิมลไม่ได้ขยายความต่อว่าจริงๆ แล้วเธอเป็ลูกพี่ลูกน้องของนายไมค์ที่ถูกขอร้องให้มาเป็บอร์ดี้การ์ดกลายๆให้กับรวิสา จริงๆ แล้วเธอจบหลักสูตรของกรมตำรวจมาและกำลังจะเตรียมเข้ารับการบรรจุแต่นายไมค์มาดึงตัวไว้ก่อน นายไมค์เล่าเื่ทุกอย่างของรวิสาให้เธอฟังจนเธอสนใจแอบสืบคดีนี้ดูจากเพื่อนรุ่นพี่ที่เป็ตำรวจอยู่ในกรมที่เดียวกับพื้นที่เกิดเหตุทำให้รู้ว่าสิ่งที่รวิสาคิดนั้นไม่ผิด นี่ไม่ใช่คดีฆาตกรรมธรรมดาแน่ถึงแม้หลักฐานทุกอย่างจะชี้ชัดไปทางนั้นแต่เื่นี้มีอะไรไม่ชอบมาพากลแน่นอนวิมลตั้งใจจะสืบคดีนี้ให้กระจ่างในฐานะว่าที่ตำรวจและพี่สาวคนหนึ่งที่รู้สึกรักและเอ็นดูรวิสาเหมือนน้องสาวของเธอแท้ๆ
“แล้วเื่รักแรกนี่หมายความว่าไงกันครับ”ภาคินถามบ้าง
“เอ๊รู้สึกว่าฉันจะเม้าท์เื่บอสมากเกินไปแล้วเดี๋ยวบอสรู้เข้าจะโดนตัดเงินเดือนซะเปล่าๆ ขอหยุดไว้แค่นี้ดีกว่าค่ะปลอดภัยไว้ก่อน” วิมลตัดบทไปเพราะรู้ตัวว่าเผลอพูดเื่นายไมค์ญาติผู้น้องมากไปแล้วส่วนภาคินพอได้ยินวิมลพูดแบบนั้นก็ไม่คิดจะเซ้าซี้อีก
“นี่ถ้าคุณสาคอไม่แข็งจริงคงดื่มไม่ได้ขนาดนี้นะครับเนี่ยดูสิค็อกเทลหกแก้ว ไวน์หนึ่งขวดผมละนับถือจริงๆ เลย”ฐากูรพูดอย่างนับถือเมื่อสาวน้อยตรงหน้าดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ไปเยอะขนาดนั้นแต่เธอเพียงแค่มึนๆ เท่านั้นเอง
“จิ๊บๆ คะคุณอิฐสาขอตัวไปห้องน้ำก่อนนะคะ”
“เดี๋ยวผมไปด้วยครับ”ภาคินรีบบอก เพราะอดห่วงคนตรงหน้าไม่ได้เด็กอะไรดื่มเหล้าจัดชะมัดนี่ถ้าคุณลุงคุณป้ายังอยู่โดนทำโทษแน่ๆ ยัยตัวแสบภาคินก็เริ่มไม่เข้าใจตัวเองเหมือนกันว่าทำไมเขาต้องคอยห่วงยัยเด็กคนนี้ด้วยอาจจะเป็เพราะได้รู้จักและรับฟังเื่ราวของเธอมาจากคุณขจรและคุณพราวพรรณมามากจนเธอเป็เหมือนคนคนหนึ่งที่เขารู้สึกคุ้นเคยด้วยเหมือนคนในครอบครัวหรือเป็น้องสาวคนหนึ่งที่เขาต้องดูแลเลยกลายเป็ว่าภาคินรู้สึกผูกพันกับหญิงสาวที่กำลังเดินเซน้อยๆ อยู่ตรงหน้าโดยไม่รู้ตัว
“นี่คุณระวังๆ หน่อยสิ”ภาคินรีบเข้าไปพยุงตัวรวิสาที่ทำท่าเหมือนกำลังจะล้มลงซะดื้อๆ
“อะไรกันคุณอย่ามาฉวยโอกาสนะตาบ้านายนี่มันนิสัยไม่ดีจริงๆ ตอนบ่ายก็ทีหนึ่งแล้ว ปล่อยเลยปล่อยๆๆ”รวิสาดิ้นหลุดออกมาจากอ้อมแขนของชายหนุ่มและเริ่มต้นด่าอีกครั้ง
“นายมันพวกฉวยโอกาสออกไปให้ห่างๆฉันเลย ฉันจะไปเข้าห้องน้ำไม่ต้องมาทำตัวเป็พวกโรคจิตตามมานะยะ”รวิสาพูดจบก็เดินเซๆ เข้าห้องน้ำไป ทำให้ภาคินที่ยืนรอต้องส่ายหัวน้อยๆกับความแสบของหญิงสาวตรงหน้า เมาขนาดนี้ยังมีฤทธิ์เดชอีก ถ้าเป็น้องเขาจริงๆจะจับตีก้นลายเลย
“อ้าวนี่นายยังอยู่อีกเหรออย่าบอกนะว่ามาซุ่มดูผู้หญิงเข้าห้องน้ำอ่ะ หน้าตาก็ดีไม่น่าเลยนะนาย”รวิสาพูดจบก็เดินลิ่วๆ นำหน้าชายหนุ่มออกไปทันทีภาคินได้แต่ถอนใจและส่ายหน้าอย่างปลงๆ
“ไงยัยสาดีขึ้นแล้วสิเราเดินตัวปลิวมาเชียวไปพี่ว่าเรากลับที่พักกันได้แล้วละ”วิมลบอกหญิงสาวที่ดูแล้วคงหายจากอาการมึนเพราะฤทธิ์แอลกอฮอล์แล้วละ
“ก็ดีคะพี่มลสาเริ่มง่วงแล้วละ” รวิสาพูดพลางทำท่าหาวไปด้วย
“งั้นเดี๋ยวนายภาคนายช่วยขับรถให้สาวๆ หน่อยละกันนะ เหมือนเดิม ฉันกับคุณณรงค์จะขับนำให้”
“ไม่ต้องรบกวนหรอกค่ะเมื่อครู่สาพอจะจำทางได้แล้วเดี๋ยวสาขับตามไปได้คะ”รวิสารีบบอกเพราะไม่อยากกวนคนตรงหน้าอีก
“อย่าเลยครับตอนนี้ระดับแอลกอฮอล์ในเืคุณสาคงเกินขนาด ถ้าเจอด่านเข้าจะมีปัญหาให้นายภาคขับดีแล้วครับ” ฐากูรรอบคอบเสมอ รวิสาจึงไม่มีอะไรจะค้านอีก
“โธ่เอ้ยยัยสาทำเป็เก่งสุดท้ายก็หลับปุ๋ยเชียว เดี๋ยวมลปลุกยัยสาก่อนนะคะ”รวิสาง่วงและผล็อยหลับไปในรถ ด้วยความเหนื่อยล้าและฤทธิ์แอลกอฮอล์วิมลทำท่าจะปลุกรวิสาแต่ภาคินห้ามไว้ในขณะที่ณรงค์มีงานด่วนที่ต้องไปจัดการกับแขกที่เข้าพักชั้นวีไอพีส่วนฐากูรเองก็ต้องรีบกลับเช่นกัน
“ให้เขานอนต่ออีกสักพักเถอะครับวันนี้คงเหนื่อยมากคุณมลขึ้นไปพักก่อนก็ได้นะครับเดี๋ยวคุณสาตื่นแล้วผมจะบอกให้ตามขึ้นไป”ภาคินบอกวิมล ที่ดูเหมือนจะต้องรีบขึ้นไปทำธุระเพราะได้ยินเธอคุยโทรศัพท์เมื่อครู่คงมีเื่งานด่วนเข้ามา วิมลเองก็ไม่อยากทิ้งรวิสาไว้ในรถกับชายหนุ่มที่เพิ่งรู้จักกันแต่เธอมีเื่ด่วนจริงๆ ต้องใช้โน๊ตบุ๊คในห้องพักอีกอย่างดูจากการพูดคุยและท่าทางของภาคินวันนี้แล้วแม้ว่าเขาดูพร้อมจะมีเื่กับรวิสาตลอดแต่ก็คอยดูแลเอาใจใส่รวิสาเช่นกันคงไม่เป็ไรถ้าจะฝากรวิสาไว้กับเขาสักพัก
“งั้นมลรบกวนคุณภาคหน่อยนะคะถ้ามลทำธุระเสร็จแล้วจะรีบลงมาคะ”
“ตามสบายครับคุณมลถ้าคุณสาตื่นก่อนผมจะบอกเธอให้ แล้วพาขึ้นไปส่งนะครับ” ภาคินอาสาวิมลวางใจแล้วจึงรีบขึ้นไปทำธุระด่วนของเธอทันทีภาคินจึงทำหน้าที่เฝ้าคนขี้เซาข้างกายต่อไปเงียบๆ