...นนท์ talk...
วันต่อมาที่มหาลัย
“ไงไอ้นนท์ นั่งยิ้มเป็คนบ้าเลยนะมึง สองสามวันก่อนแม่งหน้าหงิกยังกับตูดหมา”
“หมาบ้านพ่อมึงสิ เสือกเื่กูจังนะพวกมึงเนี่ย”
“ไม่เสือกได้ไงครับ เื่ของเดือนคณะเลยนะโว้ย”
“ไอ้เอก ไอ้ชิน...ไอ้เพื่อนเวร”
ผมด่าเพื่อนที่นั่งหน้าสลอนอยู่ข้างๆพร้อมตบหัวพวกมันไปคนละทีโทษฐานเสือกเื่ของชาวบ้านดีนัก วันนี้ผมมีเรียนเช้าเเละคลาสก็เพิ่งเลิก พอว่างก็เลยหยิบมือถือขึ้นมาเปิดอ่านข้อความที่ได้ส่งไลน์ไปหาอาจารย์สอนพิเศษท่านหนึ่ง ตามคาดมีข้อความตอบกลับมาด้วยคำท้าทายที่ทำให้ผมต้องอมยิ้ม
[จาก nonn : พรุ่งนี้ 10:00 น.นะครับ ถ้ามาสายผมหักนาทีละ 100]
[จาก anata : ครับ ถ้าผมไปถึงก่อนคิดนาทีละ 1000 โอนพร้อมเพย์หรือสแกนจ่ายได้เลย]
“พวกมึงกูกลับละนะ”
“อะไรวะ มึงจะเบี้ยวนัดกูกับพี่โจหรือไง พี่เขาอุตส่าห์มาหา”
“พวกมึงนัด กูไม่ได้นัด”
“โหหห ไอ้นนท์กูไหว้ละ ไปเหอะนะ นานๆทีจะได้เจอพวกพี่เขา จบไปตั้งนานละ กูเนี่ยโคตรคิดถึง”
“สัด ตอแหลไอ้ชิน มึงจีบน้องพี่เขาอยู่ แล้วเอาพวกกูมาบังหน้า”
ผมด่าไอ้ชิน ไอ้เพื่อนตัวดีที่แอบไปตามจีบน้องพี่รหัสที่จบไปแล้ว ทั้งที่รู้ว่าพี่เขาห่วงน้องสาวจะตายและน้องเขาก็แทบจะไม่สนใจมันเลย มันก็ตามตื้ออยู่นั้นแหละ
“สรุปมึงจะไปไม่ไป พี่รหัสมึงเลยนะเว้ย”
“พูดมากฉิบหาย ไปได้แล้วไม่ต้องมายืนหน้าหมาหงอย”
ผมไม่ได้พูดนะครับ ไอ้เอกมันพูดแทนผมไปหมดแล้ว
“ไอ้เอก ไอ้เพื่อนชั่ว”
ผมเดินตามเพื่อนสองคนมาที่รถไฟฟ้า พวกเราตกลงกันว่าจะขึ้น bts ไปที่จุดนัดซึ่งก็คือสยามเพราะสะดวก เร็วและี้เีขับรถไปติดไฟแดงให้เมื่อยก้น
ติ๊ดๆๆๆ
“รถไฟมาแล้วมึง”
“ไอ้ชิน มึงเป็เด็กสามขวบเหรอ เห็นรถไฟฟ้าแล้วตื่นเต้น”
“จิ...ไอ้เชี้ยเอก มึงไม่ด่ากูสักวันจะตายไหม หัดทำตัวเงียบๆแบบไอ้นนท์บ้างดิ”
ผมส่ายหัวให้กับเพื่อนสองคนที่เอาแต่เถียงกันั้แ่หน้าประตูทางเข้าจนเดินเข้ามาด้านในรถไฟ
ตุบ!
“ขอโทษครับ”
ในระหว่างที่ผมกำลังเดินยืนพิงเสาที่อยู่เยื้องประตูทางเข้าก็ดันมีคนมาชนหลังผมจนเกือบเซ แต่พอหันกลับไปดันเจอคนคุ้นเคยเพิ่งคุยไลน์ไปไม่กี่ชั่วโมง
“พี่...”
“นาย...”
“รู้จักกันเหรอ?”
“ไอ้ชิน...ไม่เสือก มึงมานี้”
ไอ้ชินโดนไอ้เอกลากออกไปจากวงสนทนาของผมกับพี่คุณ แต่หลังจากนั้นผมกับเขาก็ไม่ได้คุยอะไรกันต่อยืนเงียบจับเสากั้น จนเสียงโทรศัพท์พี่เขาดังขึ้น
“ครับ...อ๋อ...ได้ๆ นัดตรงนั้นก็ได้ ประมาณ 10 นาทีน่าจะถึง...ครับแล้วเจอกัน”
ผมไม่ได้อยากจะยุ่งหรอกนะแต่ปากผมเนี่ยมันดันเร็วกว่าสมองไปแล้ว
“มีสอนเหรอครับ”
พี่มันหันมองหน้าผมงงๆ ใบหน้าเรียวเล็กกับขนตายาวงอนกะพริบขึ้นลงถี่ๆ เขาคงกำลังประมวลผลอะไรสักอย่างในหัว
“เปล่า วันนี้ไม่มีสอนครับ”
“อ๋อ...งั้นคงไปหาแฟน”
“จิ...ไม่เสือกสิครับ น้องนนท์”
สถานีต่อไป สยาม nextstation saim พอเสียงประกาศถึงสถานีที่ผมต้องลง พี่มันก็รีบเดินหน้าบึ้งออกไป สรุปลงสถานีเดียวกันซะด้วย
“ไอ้เอก ไอ้นนท์...นู้นน พี่โจนั่งอยู่ตรงนั้น แต่นั่งกับใครว่ะหน้าไม่คุ้นเลย”
ผมมองไปยังโต๊ะที่มีผู้ชาย 2 คนกำลังนั่งคุยกันตามที่ไอ้ชินบอก คนตัวสูงผิวเข้มผมจำได้ว่าคือพี่รหัสและอีกคนผมก็จำได้เช่นกันว่าคืออาจารย์สอนพิเศษของผมเอง ไม่รู้ทำไมอยู่ๆปากผมก็ยกยิ้มในขณะที่ขากำลังเดินไปหาทั้งสองคนที่กำลังนั่งคุยกันอยู่
“ไงพวกมึง กว่าจะเสด็จได้”
“โหห นี้ก็เร็วสุดแล้วนะพี่”
ไอ้ชินพูดครับ มีมันคนเดียวที่กล้าพูดตอกกลับพี่รหัสแบบไม่เกรงใจ
“แล้วนี้ใครอะพี่ แฟนเหรอ”
“แฟนบ้านมึงสิ เพื่อนกูเว้ย”
“แหม ผมก็แค่เเซวเล่น เห็นตัวเล็กผิวขาวสเปกพี่เลย”
“สัด! มึงอยากตายใช่ไหม ไอ้ชิน”
“แฮะๆ ผมล้อเล่นคร๊าบ ขอโทษครับบ”
ไอ้ชินยกมือขึ้นไหว้เหนือหัวพูดขอโทษแบบกวนตีนตามประสามัน ส่วนผมเองก็ไม่ได้คิดสนใจอะไรอยู่แล้ว ใครจะเป็แฟนใครก็เื่ของเขาไม่เห็นอยากจะยุ่งไม่เลยสักนิด
“ไอ้นนท์ มึงเป็ไรเนี่ยหน้าเครียดจังว่ะ เรียนหนักเหรอมึง แล้วมึงเริ่มเรียนกับไอ้คุณไปยัง กูอุตส่าห์แนะนำให้อย่าทำให้เสียชื่อนะมึง”
“ยังพี่ เริ่มเรียนวันเสาร์นี้แหละ คงต้องรบกวนอาจารย์หนักหน่อยนะครับ ผมหัวไม่ค่อยดี”
ผมพูดกึ่งกวนตีนอาจารย์พิเศษไปหนึ่งกรุบ และก็ได้ผลคนตัวเล็กหน้าหวานขบกรามยิ้มแห้งพูดแค่ว่า ครับ กลับมา หลังจากนั้นพวกผมก็เริ่มสั่งอาหารและรุมกินบุฟเฟต์ชาบูที่สั่งไปจนแทบอ้วก ก็ไอ้เพื่อนตัวดีเล่นสั่งมาซะเยอะจนเต็มโต๊ะไปหมด
“หึม?”
ตะเกียบของผมดันคีบโดนเนื้อชิ้นเดียวกับคนตรงหน้า ผมกับพี่คุณมองหน้ากันและไอ้ชินไอ้เอกพี่โจก็หันมองพวกผม สุดท้ายพี่คุณเลยเลือกที่จะปล่อยตะเกียบแล้วหันไปหยิบกุ้งแทน ผมร้องหึในลำคอก่อนคีบเนื้อไปใส่ในหม้อรอจนมันพอสุกและเอาไปวางใส่จานให้คนที่นั่งเคี้ยวกุ้งแทน
“เชี้ย บรรยากาศอะไรวะเนี่ย กูว่ามัน
แปลกๆนะ ว่าไหมไอ้นนท์เพื่อนเลิฟ”
ผมถอนหายใจเหล่มองไอ้ชินด้วยความรำคาญ ส่วนคนที่ผมคีบเนื้อให้ไปนั้น ก็เอาแต่ขมวดคิ้วกะพริบตาปริบๆ แล้วเขี่ยเนื้อไปไว้ข้างจานแทน
“หยิ่งเนอะ”
“อะไร มึงว่ากูเหรอไอ้นนท์”
“กูพูดชื่อมึงยังสัดชิน”
“นั้นไง มึงด่ากู”
ผมส่ายหัวเอือมระอากับความสติรั่วของเพื่อนที่มีไม่รู้จักจบจักสิ้น แต่มันก็คือสีสันที่ทำให้ทุกคนยิ้มได้
หลังจากที่พวกเรากินชาบูเสร็จ พี่โจเลยขอตัวแยกไปทำธุระกับคนที่แกบอกว่าเป็เพื่อน ส่วนพวกผมเองก็เลยขอตัวแยกกลับด้วย แต่ไม่รู้ทำไมผมถึงหงุดหงิดแปลกๆที่เห็นพี่โจกับอาจารย์สอนพิเศษของผมเดินไปด้วยกัน
[จาก nonn : วันเสาร์เจอกัน 8 โมงผมอยากเพิ่มเวลาเรียนจาก 3 ชั่วโมงเป็ 5 ชั่วโมง]
[จาก anata : ห้ะ! นายจะบ้าเหรอ]
[จาก nonn : ผมเพิ่มเงินให้ ไม่ได้ให้สอนฟรี]
[จาก anata : ได้! แล้วเจอกันครับ 5 ชั่วโมงเต็ม]