ตอนที่3 พบพาน
ผมดีน เพื่อนๆและคนในวงการเรียกผมอย่างนั้น ผมเป็นักกีฬาE-sportsชั้นแนวหน้า เคยพาทีมคว้าแชมป์โลกมาแล้ว แต่กลับต้องมาเป็อัมพาท ใน่บั้นปลายอาชีพที่ต้องอยู่ติดเตียงจึงได้ตัดสินใจฆ่าตัวตายเนื่องจากไม่มีภาระทางโลกนี้แล้ว แต่พอผมได้ลืมตาตื่นขึ้น ก็ได้ผมกับคุณปู่คนหนึ่งที่มีออร่าน่าเลื่อมใสอย่างประหลาด แท้ที่จริงแล้วคุณปู่คนนี้ก็คือ"ผู้สร้างโลก"หรือพระเ้านั่นเอง และด้วยเหตุผลบางอย่างดูเหมือนผมจะถูกเลือกให้เป็ตัวแทนของท่านเทพเพื่อไปช่วยสหายของท่านและโลกของเขาด้วย หลักจากนั้นท่านเทพก็ส่งผมมายังโลกของสหายท่าน.....โลกแห่งอัสคาร์ แต่ทว่า.......
"ฮ้าดดดดด เช้ยยยยยย!!"
"นะ..หนาว ปะ..เป็บ้าเลย ตะ..ตาแก่นั่น ไม่เห็นบอกก่อนเลยว่าจะส่งมาที่แบบนี้"
ตอนนี้ดีนในชุดผู้ป่วยกำลังนั่งกอดเข่าตัวสั่นอยู่ที่มุมหนึ่งของถ้ำมืด หลังจากที่ถูกส่งมายังโลกของอัสคาร์ดีนก็พบว่ารอบตัวของเขาถูกปกคลุมไปด้วยหิมะสีขาวนวลสุดลูกหูลูกตา และหลังจากนั้นไม่นานก็มีพายุหิมะพัดกระหน่ำมา แต่โชคดีที่ดีนพบถ้ำหินอยู่ใกล้ๆพอจะให้เข้าไปหลบพายุหิมะได้บ้าง แม้อุณหภูมิในถ้ำจะอุ่นกว่าข้างนอก แต่มันก็ยังหนาวเกินไปสำหรับมนุษย์ที่สวมเสื้อผ้าบางๆอยู่ดี
"วะ..เวลาอย่างนี้ ถะ..ถ้ามีไม้ขีดไฟก็คงดี น่าจะจุดแล้วเห็นคุณย่าที่จากไปแล้วมารับไปอยู่ด้วย"
" ฟู่----- "
ดีนเอามือ2ข้างมาอังที่ปากแล้วเป่าไปยังฝ่ามือทั้ง2เกิดเป็ไอขึ้นมา พร้อมกับคิดเื่ไร้สาระไปมาเผื่อจะช่วยคลายหนาวได้บ้าง
"อ๊ะ จะ..จริงสิ เวลาแบบนี้ก็ต้องนั่นไง พลังสุดโกงที่ได้รับมาจากเทพ ถ้ามีพลังนั้นล่ะก็ความหนาวแค่นี้มันแค่จิ๊บจ๊อย"
"ว่าแต่ อะ..ไอ้พลังที่ว่านี่มันคืออะไรกันหว่า แล้วดูตรงไหนกัน ถ้าเป็เหมือนเกมหรือในอนิเมะ เราน่าจะต้องมองเห็นแถบหน้าต่างเล็กๆ ที่ไหนสักแห่งสิน่า"
"อ๊ะ นี่ไง"
หลังจากที่ดีนลองตั้งสมาธิเื่อินเตอร์เฟซอยู่ๆก็มีแถบหน้าต่างเล็กโผล่ขึ้นมา พอกดไปหน้าต่างก็ขยายใหญ่ขึ้น ในหน้าต่างนั้นบอกสเตตัสของดีนอย่างกับในเกมRPGก็มิปาน
สเตตัส
ชื่อ : ฟิวเร่ ดีน
เลเวล : 1
เผ่าพันธุ์ : มนุษย์
อาชีพ : ไม่มี
HP : 100 MP : 100
ความแข็งแกร่ง 10
พลังป้องกัน 10
ความเร็ว 10
พลังเวทย์ 10
พลังป้องกันเวทย์ 10
ความอึด 10
โชค 10
"อะ..อื้อหือ ธรรมดาสุดๆไปเลยแฮะ อีแบบนี้เจอก็อบลินน่าจะโดนแทงตายั้แ่ยังไม่สู้ด้วยซ้ำมั้งเนี่ย อาวุธก็ไม่มี ไม่สิลองไปดูอุปกรณ์สวมใส่หน่อยละกันเผื่อท่านเทพจะให้อาวุธโกงๆติดตัวมาสัก 2-3ชิ้น"
"ว่าแต่ฟิวเร่นี่คืออะไรหว่า สงสัยคงเป็เหมือนนามสกุลหรือตะกูลอะไรสักอย่างล่ะมั้ง เราก็ไม่เคยบอกชื่อจริงด้วยนี่นะ"
อุปกรณ์สวมใส่
[ชุดผู้ป่วยคุณภาพสูงเบาสบาย] ระดับ:ทั่วไป
พลังป้องกัน 0
คุณสมบัติ เบาสบายเหมาะใส่ในหน้าร้อน คุณจะเย็นสบายเหมือนไม่ได้ใส่อะไรเลยด้วยซ้ำ [ข้าได้เนรมิตรเนื้อผ้าแบบนุ่มสบายที่สุดให้ ถ้าเ้าบังเอิญถูกส่งไปที่ทะเลทรายทีนี้ก็หายห่วงแล้วล่ะ อุฮิ จากพระเ้าฟิวเรี่ยนเองจ้า]
" .....เออออ ใช่ เย็น เย็นสบายจนจะแข็งตายแล้วเฟ้ยยยย นี่มันเทพบ้าอะไรกันฟระ ผู้สร้างโลกเขาทำงานชุ่ยๆกันแบบนี้เหรอ สรุปไอ้การส่งมาโลกนี้ท่านเองก็ไม่รู้เหรอว่าจะส่งมาลงที่ไหน แล้วไอ้อุฮินี่มันอะไรกันฟระ"
ไอเท็มติดตัว
[จิตวิญญาญแห่งดรูอิด] ระดับ:พระเ้า
คำอธิบาย พลังครึ่งนึงของฟิวเรี่ยนผู้สร้างโลก มีพลังแห่งปราฎิหาริย์ที่ยากจะหยั่งถึง แต่ดูเหมือนพลังของมันต้องอาศัยแรงกระตุ้นบางอย่างเพื่อให้มันทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ
" มีของเจ๋งๆติดมาเหมือนกันแฮะ นี่สินะพลังครึ่งนึงที่ท่านเทพมอบให้ ว่าแต่ต้องทำยังไงกันนะมันถึงจะทำงาน บางทีเราคงต้องเลเวลเยอะกว่านี้ล่ะมั้ง ถ้าใช้ไอเท็มเทพๆได้ั้แ่เลเวล1มันก็ดูโกงไปจริงๆละนะ"
สกิล
[ตรวจสอบขั้นสูงสุด] ระดับ:ทวยเทพ
คำอธิบาย ในโลกนี้แม้โดยรวมจะเหมือนโลกRPGแต่ก็ใช่ว่าทุกคนจะมองเห็นสถานะของฝ่ายตรงข้ามได้ทั้งหมด การตรวจสอบสเตตัสนั้นต้องใช้อุปกรณ์เวทย์แบบพิเศษที่มีในกิลด์หรือตัวเมืองเท่านั้น หรือจากสกิลตรวจสอบธรรมดาที่มีผู้ถือครองสกิลนี้เพียงหนึ่งในหมื่นคนเท่านั้น
"อันนี้ก็ฟังดูเจ๋งแฮะ แต่ยังไม่เคยลองกับใครด้วยสิ เลยไม่รู้ว่าตรวจสอบได้ถึงระดับไหน"
[ภาษากลาง] ระดับ:ทวยเทพ
คำอธิบาย สามารถอ่านออกเขียนได้ สื่อสารได้ทุกภาษาอย่างช่ำชอง
"อันนี้ก็สะดวกดีแฮะ อันต่อไปล่ะ"
"เอ๊ะ"
"เอ๊----- มีแค่นี้เหรอฟระ มีสกิลตรวจสอบแต่ไม่มีคนให้ตรวจสอบ มีสกิลสื่อสารแต่ไม่มีคนให้พูดด้วย แล้วก็ไม่มีสกิลที่ทำให้ออกไปจากที่นี่ด้วย แล้วจะมีสกิลพวกนี้ไว้ทำแป๊ะอะไรล่ะฟระ"
หลังจากพยายามเลื่อนหน้าจอมาจนสุดก็พบว่าไม่มีสกิลต่อจากสกิลภาษากลาง ทำให้ดีนหัวเสียและสาปส่งเทพฟิวเรี่ยนยกใหญ่
" กริ๊งงงง กริ๊งงง กริ๊งงงง "
ในขณะเดียวกันภายนอกถ้ำเกิดเสียงบางอย่างที่คุ้นหู เสียงกังวาลอันเป็เอกลักษณ์ที่ได้ยินเพียงครั้งเดียว มันคือเสียงกระพรวน กระพรวนของอะไรสักอย่าง แต่ไม่ว่ามันจะเป็ของใครก็ตามอย่างน้อยผู้ที่สร้างมันก็ต้องมีสติปัญญาพอที่จะสื่อสารกันได้ นั่นหมายถึง
" มะ..มีคนงั้นเหรอ เสียงกระพรวนแบบนั้น บางทีอาจจะเป็ของสุนัขลากเลื่อนของชาวเอสกิโมก็ได้มั้ง แต่โลกนี้มีชาวเอสกิโมด้วยเรอะ แต่จะอะไรก็ช่างเถอะ อย่างน้อยก็เจอคนแล้วล่ะนะ "
" ชะ ช่วยด้วยยยยย ช่วยด้วยคร้าบบบบ "
ดีนพยายามออกไปหน้าปากถ้ำแล้วะโขอความช่วยเหลือสุดเสียง แม้เสียงจะเจือความสั่นเครือของความหนาวเย็น แต่ก็เต็มไปด้วยความหนักแน่นและชัดเจน
" ช่วยด้วยยยย มีคนอยู่ตรงนี้ "
หลังจาดที่ะโไปได้สักพัก ดีนก็สำผัสได้ว่ามีเสียงใกล้เขาเข้ามาเรื่อย เป็เสียงของกระพรวน แต่ว่าดีนััได้ถึงอีกเสียงนึงที่อยู่ใกล้กว่า เป็เสียงหายใจของอะไรบางอย่างที่อยู่ใกล้กว่า เขาััได้ว่ามันใกล้เข้ามาเรื่อยๆ จนเข้ารู้สึกได้ว่ากลิ่นอายที่ััได้นั้น มันอยู่ภายในถ้าที่เขามาหลบพายุหิมะนั่นเอง
" โฮกกกกกกกกกกกกกกก "
มีเสียงคำรามน่าเกรงขาม ขนาดที่ว่าเสียงะโของดีนก่อนหน้านี้ฟังดูเหมือนเสียงเด็กร้องอ้อแอ้ไปเลย เมื่อดีนหันกลับไปมองต้นเสียงภายในถ้า ก็ได้พบกับ พี่หมีขาวตัวใหญ่สูงพอๆกับแป้นบาสเกตบอลมองมาทางดีนด้วยสายตาดุร้าย แววตากระหายเืเหมือนเจออาหารอันโอชะ นอกจากรูปร่างที่ใหญ่กว่าปกติแล้วรูปร่างภายนอกของมันไม่มีอะไรแตกต่างไปจากหมีขั้วโลกในโลกเก่าของดีนเลย
"มะ..หมีขาว หมีขาวโผล่มาแว้วววววว จะเป็เพนกวินโผล่มาสักหน่อยไม่ได้เหรอฟระ"
"ตูไปล่ะ เวลาแบบนี้จะให้มาดูสเตตัส ระหว่างดูคงโดนเขมือบไปแล้วแน่ๆ"
ดีนวิ่งออกจากถ้าไปอย่างสุดฝีเท้า แต่ยิ่งออกนอกถ้ำไปอากาศยิ่งมายิ่งหนาวเย็นจับใจ ดีนพยายามวิ่งหนีสุดชีวิต วิ่งออกมาได้เพียงไม่กี่สิบก้าวดีนก็ได้ล้มลง
"ฉิบหายละ ตายแน่ตู"
ในใจดีนคิดว่าไม่รอดแล้ว เมื่อดีนมองไปยังร่างของหมีที่ปากถ้ำ ดีนก็สังเกตเห็นว่าหมีขาวไม่ได้ไล่ตามดีนมา และที่ข้างๆร่างของหมีมีชายคนหนึ่งอยู่ข้างๆ ด้วยความที่มีพายุหิมะทำให้ดีนมองร่างนั้นได้ไม่ชัด แต่ลักษณะภายนอกดูเหมือนคุณลุงวัยกลางคนที่มีหุ่นอ้วนลงพุงสวมเสื้อและกางเกงสีแดงขอบขาว สวมหมวกสีแดงทรงกรวย และนี่เป็ภาพสุดท้ายที่ดีนเห็นก่อนจะสลบไปท่ามกลางพายุหิมะอันหนาวเหน็บ....