อันธพาลท้องถิ่น
จากช่วงบ่ายถึงช่วงค่ำ หวังเฉินช่วยแม่ของเขาในการทำความสะอาดบ้าน บ้านของตากับยายของเขาดูสะอาดขึ้นมาก แตกต่างจากก่อนหน้านี้อย่างสิ้นเชิง
เรื่องอุปกรณ์ในการทำความสะอาด เขาได้โทรหาแท็กซี่คนที่มาส่งให้จัดหามาให้และจ่ายเงินให้ในราคาที่ดี จนอีกฝ่ายยิ้มหน้าบานจากไป
ภายในบ้านที่แม้จะเก่าและเรียบง่าย หยางชีอยูเดินสำรวจและสัมผัสสิ่งต่างๆ ภายในบ้านด้วยความคิดถึง ความทรงจำจำนวนมากได้ปรากฏขึ้นมาภายในศีรษะของเธอเป็นระยะๆ
หวังเฉินเดินเข้ามาภายในบ้าน ในมือถือถุงอาหารสองสามถุง “แม่ครับ ทานข้าวกัน”
แถวนี้ ย่อมไม่มีอาหารขาย เขาต้องวานแท็กซี่คนเดิมซื้อมาให้
ในตอนนี้ภายในบ้านมีสิ่งอำนวยความสะดวกพื้นฐานทั้งหมดแล้ว หวังเฉินย่อมเป็นคนจัดหามาโดยการจ้างแท็กซี่คนเดิมให้ซื้อมาให้ นอกจากนี้ยังดำเนินเรื่องการต่อสายไฟฟ้าเรียบร้อยแล้ว
ภายในบ้านมีห้องนอนสองห้องและหนึ่งห้องน้ำ นอกจากนั้นเป็นพื้นที่ภายในตัวบ้านซึ่งไม่กว้างและไม่แคบมากนัก ยังดีที่หลังบ้านไม่ไกลมีแม่น้ำเล็กๆ แห่งหนึ่งอยู่ สามารถไปตักน้ำมาใช้ได้
หยางชีหยูพยักหน้าให้ลูกชาย เธอเดินไปเอาจานที่วางอยู่ท้ายบ้านมา เวลาการรับประทานอาหารของสองแม่ลูกดำเนินไปไม่นานก็สิ้นสุด
“แม่จะเอาจานไปล้างที่แม่น้ำหลังบ้านนะ” หยางชีหยูนำจานและซ้อนเดินออกไปทางประตูหลังบ้าน
หวังเฉินพยักหน้ารับเงียบๆ ในขณะที่เขาครุ่นคิดถึงเรื่องราวที่ได้รับฟังจากแม่ของเขา ในระหว่างกินข้าว แม่ของเขาได้เล่าเรื่องราวของตาและยายให้ฟัง รวมถึงเรื่องราวของตัวแม่เขาเองในสมัยเด็ก
เขารับฟังด้วยรอยยิ้ม เขารู้แม่ของเขาที่ยังอยู่ตอนนี้ก็เพื่อเขา สิ่งยึดเหนี่ยวเดียวก็คือเขา อาจบางทีถ้าเขาตาย เธอก็คงจะไม่สามารถที่จะมีชีวิตอยู่ได้อีกต่อไป
ในวินาทีนี้ หวังเฉินพลันตัดสินใจที่จะคืนชีพตาและยายของเขา รวมถึงพ่อของเขาหวังเฉิงเทียน!
ในความเป็นจริงการคืนชีพคนตาย ล้วนไม่สามารถกระทำได้ด้วยประการทั้งปวง ทว่าที่โลกแห่งเซียนนั้น ไม่ว่าอะไรก็เป็นไปได้ทั้งนั้น ไม่เว้นแม้แต่การคืนชีพคนตาย ทำให้คนตายกลับมามีชีวิตอีกครั้ง ถึงแม้ว่าจะตายไปนานมากแล้วก็ตาม!
“ดอกบัวเก้าวัฏจักรคืนชีวิต” ริมฝีปากของหวังเฉินเผยขึ้นเล็กน้อย พึมพำออกมาถึงสิ่งที่สามารถคืนชีพคนตายได้
ดอกบัวเก้าวัฏจักรคืนชีวิตจัดเป็นสิ่งของหายากระดับพระกาฬในโลกแห่งเซียน ทว่าสำหรับหวังเฉินที่ครั้งหนึ่งเคยเป็นถึงเซียนอมตะ แม้ว่าจะยากไปบ้าง แต่ก็ไม่ใช่ว่าจะหามาไม่ได้
เหตุผลที่เขาจะคืนชีพตากับยายและพ่อของเขา แน่นอนว่าไม่ใช่เพื่อแม่ของเขาอย่างเดียวเท่านั้น ยังเป็นความต้องการของเขาด้วย เขาอยากที่จะพบตากับยายสักครั้ง อยากที่จะให้พ่อที่แสนดีอย่างหวังเฉิงเทียนกลับมามีชีวิตอีกครั้ง
ในขณะที่หวังเฉินกำลังคิดเรื่องการคืนชีพอยู่นี้ เสียงกระแทกประตูพลันดังขึ้นมา พร้อมๆ กับประตูบ้านไม้ที่เก่ามากได้เปิดออกอย่างรุนแรง
หวังเฉินมองไปที่ประตูบ้านในทันที ทันใดนั้น เขาก็ได้เห็นเท้าข้างหนึ่งของชายหนุ่มคนหนึ่งค่อยๆ ยกลง เห็นได้ชัดว่าเขาพึ่งจะถีบเปิดประตู
“แกเองสินะที่เข้ามาในหมู่บ้านซานเหอในวันนี้” ชายหนุ่มพูดเสียงเย็นชา เขามีใบหน้าที่ธรรมดาสามัญ สวมใส่ชุดที่ราวกับเป็นต้องบ่งบอกว่า ‘ฉันคืออันธพาล’
เขาไม่ได้มาที่นี่คนเดียว เขามากับชายหนุ่มอีกสองคน ซึ่งมีอายุไล่เลี่ยกัน อายุของคนทั้งสามอยู่ในช่วงยี่สิบกลางๆ
หวังเฉินไม่ได้พูดอะไรเลยแม้แต่คำเดียว เขาค่อยๆ ลุกขึ้นยืน ก้าวเดินตรงไปยังประตูบ้าน พอมาถึงก็หยุดลง ตอนนี้ เขาอยู่ห่างจากคนทั้งสามไม่ถึงห้าก้าว สีหน้าของเขาราบเรียบ ปราศจากซึ่งความรู้สึกใดอย่างสิ้นเชิง
ชายหนุ่มคนที่ถีบเปิดประตู มีชื่อว่าเถียนปั้ว จ้องมองหวังเฉินอย่างเย็นชา “เมื่อเข้ามาในหมู่บ้านซานเหอแล้ว แกต้องจ่ายค่าคุ้มครองมา ฉันจะได้นำมันไปมอบให้ลูกพี่เหลียน”
“ไม่จ่าย” หวังเฉินเปิดปากพูด เขาแน่นอนไม่มีความคิดที่จะจ่ายค่าคุ้มครองอะไรทั้งนั้น นอกจากจะไม่จ่ายแล้ว เขายังจะทำลายแก๊งอันธพาลอะไรนี่ด้วย
“แกกล้า!” เถียนปั้วโกรธในทันทีที่ได้ยินคำพูดของหวังเฉิน เขาคิดไม่ถึงว่าในหมู่บ้านซานเหอยังจะมีคนกล้าไม่จ่ายค่าคุ้มครองอยู่อีก
“สงสัยว่าแกไม่เห็นโลงศพ จะไม่หลั่งน้ำตา!” หนึ่งในสองชายหนุ่มที่ยืนอยู่ด้านหลังของเถียนปั้วพูด เขาเดิมทีเป็นคนในหมู่บ้านซานเหอ แต่แปรพักตร์ เลือกเข้าร่วมกับแก๊งอันธพาล เพื่อที่ตัวเองจะได้ใช้ชีวิตดีขึ้นกว่าเดิม และเขาก็เป็นคนที่รายงานเรื่องที่หวังเฉินกับแม่ของเขาอย่างหยางชีหยูเข้ามาในหมู่บ้านซานเหอ
“ลูกพี่เถียน ผมว่าพวกเราจัดการสั่งสอนมันให้มันรู้ซึ้งหน่อยก็ดีครับ” เขาพูดต่อ แววตาเวลาที่มองไปยังหวังเฉิน ล้วนแล้วแต่เต็มไปด้วยความมุ่งร้าย
“เหอะ ถึงแกไม่บอกฉันก็คิดที่จะจัดการมันอยู่แล้ว!” เถียนปั้วแค่นเสียงเย็น
แต่ในวินาทีที่เสียงของเขาจบลง กำปั้นก็พุ่งเข้ามากระแทกใส่ใบหน้าของเขาอย่างรุนแรง
แกร่ก!
ศีรษะของเถียนปั้วถึงกับหงายไปด้านหลัง มีเสียงกระดูกแตกหักที่ฟังได้ชัดเจนดังขึ้นมา ซึ่งเสียงนี้ ไม่ได้มาจากที่ไหนอื่น นอกเสียจากคอของเถียนปั้ว!
เป็นที่แน่นอนว่าเถียนปั้วถูกชกจนคอหัก!
ความเจ็บปวดอันรุนแรง ประดังเข้าใส่เถียนปั้วในวินาทีก่อนที่เขาจะตาย เขารู้สึกเจ็บปวดที่ใบหน้าและคออย่างรุนแรง ดวงตาเบิกกว้าง สุดท้ายสิ้นลมหายใจตายไป
การตายของเถียนปั้วเป็นไปอย่างรวดเร็ว เขามีเวลาแค่เจ็บปวดเท่านั้น ไม่มีเวลาได้หวาดกลัวเลยสักนิด
“พะ...พี่เถียน?!” ชายหนุ่มสองคนที่มากับเถียนปั้วตกใจจนร้องออกมาเสียงหลง ดวงตาของพวกเขาราวกับมันจะถลนออกมา เบิกกว้างจนไม่รู้จะเบิกกว้างยังไงได้อีก
หวังเฉินไม่สนใจเสียงร้องของคนทั้งสอง สืบเท้าพุ่งเข้ามา มือสองข้างยื่นออกไปคว้าเข้าที่ลำคอของคนทั้งสอง จากนั้นลงมือหัก
แกร่ก!
แกร่ก!
เสียงกระดูกแตกหักดังขึ้นมาสองครั้งติดต่อกัน ไม่มีโอกาสได้ร้องใด ชายหนุ่มทั้งสองคนตายไปด้วยความเจ็บปวดที่ถูกหักคอ
หลังจากฆ่าคนทั้งสาม ส่งพวกมันเดินทางสู่นรกภูมิ หวังเฉินลากศพของทั้งสามคนไปทางภูเขาหลังบ้าน เขาระมัดระวังไม่ไปใกล้ทางที่แม่น้ำตั้งอยู่ เพราะกลัวว่าแม่ของเขาจะสังเกตเห็น
ด้วยพละกำลังของผู้ฝึกตนระดับก่อตั้งขั้นปลาย การลากคนสามคนไม่ใช่เรื่องยากเย็น ใช้เวลาไม่นานหวังเฉินก็เข้ามาถึงส่วนลึกของภูเขา
แม้ในตอนนี้จะเป็นช่วงเวลากลางคืน แต่ความมืดไม่มีผลอะไรกับหวังเฉิน เขาสามารถมองเห็นท่ามกลางความมืดได้
เมื่อเข้ามาถึงส่วนลึกของภูเขา หวังเฉินใช้จิตสัมผัสจากแก่นอมตะหาจุดที่สูงที่สุดภายในภูเขาลูกนี้
พอพบเขาก็มุ่งหน้าไปในทันที เหตุผลที่เขาต้องการหาจุดที่สูงที่สุดบนภูเขา ไม่ต้องถามก็น่าจะรู้ว่าเขาต้องการโยนศพของคนทั้งสามคนลงไป
หวังเฉินย่อมไม่มีความคิดที่จะขุดหลุมแล้วฝังศพคนทั้งสามดีๆ อยู่แล้ว เพราะทำไปก็ไม่ได้อะไรขึ้นมา ไม่ต้องพูดถึงว่าคนพวกนี้เป็นคนที่มาหาเรื่องตายกับเขาถึงที่บ้าน ตายโดยการถูกโยนศพทิ้งนับว่าสมควรแล้ว!
จบบทที่ 18