ตอนที่ 3 ฉันเมาหรือเขิน
ยัยนินิวสั่งเป็ค็อกเทลเพราะต้องขับรถกลับเลยโดนฉันบังคับให้กินแค่แก้วเดียว ไม่งั้นเมากันหมดจะขับรถกลับไม่ได้
ส่วนเจย์หมอนั่นคงไม่ต้องห่วงถึงเขาจะเอารถมาแต่ถ้าเขาเมา ก็คงโทรให้คนขับรถที่บ้านมารับและจอดรถของเขาทิ้งไว้ที่ร้านแทน ฉันกับเจย์เราก็เลยได้ไวน์แดงมาคนละหนึ่งขวดจากการแนะนำของพนักงานว่าไวน์ยี่ห้อนี้ดีแต่ราคาก็เอาเื่ เจย์อาสาเป็คนจ่ายค่าไวน์ให้ฉัน ซึ่งฉันก็ไม่ติด ของฟรีมีหรือไอวี่ส์จะไม่เอา
“เอาชน” ฉันยกแก้วขึ้นชนกับเพื่อน ๆ เมื่อพนักงานนำอาหารและเครื่องดื่มมาเสิร์ฟ ภายในร้านเปิดไฟสลัวเหมาะแกการพาสาวมานั่งเดทนั่ง ดริ้งกันจริง ๆ
ฉันยกแก้วไวน์ขึ้นจิบก่อนจะมองยังบรรยากาศรอบตัวในร้านอาหาร
“ชอบร้านนี้หรือเปล่าคุณหนู” เจย์หันมาถาม
“อืม ร้านดี เพลงดี เหมาะแก่การมาเดทสุด ๆ ไปเลยล่ะ” ฉันตอบเจย์ออกไป
“แล้วเธอไม่คิดนัดหนุ่มที่ไหนมานั่งเดทบ้างหรือไง” เจย์ถาม
“อย่างยัยไอวี่ส์คงไม่มีอะเจย์ ยัยนี่จะแห้งตายอยู่แล้ว ถึงขนาดบ่นให้ฉันพาไปดูดวงพึ่งแม่หมออ่ะ”
เจย์ขมวดคิ้วสงสัย ดูดวง สวย ๆ อย่างไอวี่ส์ถึงกับต้องพึ่งการดูดวงด้วยเหรอ เจย์ครุ่นคิด เขาคิดว่าไอวี่ส์มีหนุ่ม ๆ เข้าหาเยอะแยะซะอีก
“มึงหมายถึง..” เจย์หันไปถามเพื่อนสนิทเพราะสงสัยในตัวไอวี่ส์กับสิ่งที่นินิวพูด
“แหม พวกเราก็อยู่ด้วยกันมานาน ไอวี่ส์มันไม่เคยเล่าให้มึงฟังเลยหรือไงว่ามันยังไม่เคยมีแฟนอ่ะ” นินิวพูดออกมาพร้อมกับยัดพิซซ่าชิ้นใหญ่เข้าปากไปด้วย
“นินิว พูดอะไรออกมา อายเจย์”
ฉันถลึงตาใส่ยัยนินิวไป เพราะเื่นี้ฉันไม่เคยพูดกับเจย์เลยสักครั้ง ถึงแม้เราจะออกมากินข้าวกันสองต่อสองแต่เราก็ไม่เคยเอ่ยถึงเื่ส่วนตัวของกันและกัน แม้จะสนิทกันแค่ไหนก็ตาม
เพราะยังไงเจย์ก็คือผู้ชาย การที่บอกออกไปว่าตัวเองยังไม่เคยโดนผู้ชายเอาหรือโดนตัวสักคน มันน่าอาย หรือเปล่าไม่รู้
แต่สำหรับฉันแล้ว มันน่าอายมากที่อายุปูนนี้ ฉันยังไม่เคยโดนเื่อย่างว่าเลย ฟังแต่คนอื่นเล่ามาไม่เคยโดนกับตัวและไม่รู้จะเก็บซิงนี้ไว้จนถึงเมื่อไหร่ ยกเว้นกับยัยนินิวที่ฉันมักจะพูดกันทุกเื่
“หืม นี่เธอ” เจย์หันมามองด้วยสายตาอึ้ง ๆ ไม่คิดว่าไอวี่ส์ที่สวยขนาดนี้จะยังเป็สาวพรหมจรรย์ ครั้งแรกของเจย์ที่รู้จนใ
“อายอะไรกัน คนกันเอง เนอะเจย์ นี่ ๆ ฉันยังแนะนำให้ยัยไอวี่ส์หาเสี่ยเลี้ยงอยู่เลยนะ มึงมีเพื่อนแนะนำยัยนี่บ้างป่ะ แนะนำผู้ชายมาเป็เสี่ยเลี้ยงมาเปย์เพื่อนฉันสักคนสิ เผื่อยัยนี่จะเลิกบ้างานแล้วมาบ้าผู้ชายเหมือนกับฉันแทน”
“ยัยนิว พอได้แล้ว”
ดูยัยนิวสิ ก็พูดไปเรื่อยเลย ฉันเขินหน้าแดงหมดแล้วเนี่ย ฉันลุกไปเข้าห้องน้ำก่อนดีกว่า เมื่อกี้เขินจิบไวน์ไปแก้เก้อไปด้วยจนหมดแก้วใหญ่แล้วนี่
“พวกแกฉันขอตัวไปเข้าห้องน้ำก่อนนะ เจย์อย่าให้นินิวมันดื่มมากล่ะ เดี๋ยวมันขับรถไม่ได้”
“ไม่ต้องห่วงหรอกน่า ขับกลับไม่ได้เดี๋ยวฉันให้คนขับรถฉันไปส่ง” พอเห็นว่าเจย์บอกแบบนั้น ฉันก็เลยพยักหน้าส่งให้เขาและเดินหลบออกมาเข้าห้องน้ำ
“ฮ่า ฮ่า ๆ ยัยวี่ส์เขินแหละ” นินิวรู้ดีชี้มือตามหลังเพื่อนไว ๆ และหันมาชนแก้วกับเจย์ต่อ ตอนนี้เธอเล่นกินผสมมั่วตีกันไปหมด ทั้งค็อกเทลทั้งไวน์ จนหน้าของนินิวแดงก่ำเป็ลูกตำลึง
“นี่ไหวหรือเปล่า” เจย์สะกิดไหล่เพื่อนเบา ๆ “ถ้าไม่ไหวก็บอกนะ กูจะได้ให้คนไปส่ง หรือให้กูโทรบอกผู้มึงมารับ” เจย์หันมาตบไหล่สะกิดนินิวเบา ๆ
นินิวเงยหน้าขึ้นมาโบกมือ โน ๆ เธอต้องกลับเอง ป่านนี้ผู้ชายของเธอคงนอนหลับแล้ว เธอไม่อยากรบกวนพรุ่งนี้ผู้ชายของเธอต้องไปทำงานแต่เช้า ถ้าออกมารับกลับเดี๋ยวผู้ชายของเธอจะนอนไม่เต็มอิ่ม
เจย์ส่ายหัวให้กับความดื้อรั้นของเพื่อนสาวสอง แต่ก็ยอมให้เพื่อนดื่มต่อและชนแก้วเป็เพื่อน
ไอวี่ส์เดินเข้ามาในห้องน้ำ ฉันเปิดน้ำในอ่างล้างหน้าขึ้นก่อนวักน้ำขึ้นใส่หน้าเบา ๆ เพื่อดับความร้อนผ่าวบนใบหน้าจากเหตุการณ์เมื่อกี้
น่าขายหน้าชะมัด ยัยนินิวนะยัยนินิว ไปพูดต่อหน้าเจย์แบบนั้นได้ยังไง ฉันยังไม่เคยเอ่ยเื่นี้กับเขาเลยนะ แม้อีกฝ่ายจะเม้าท์เื่ผู้หญิงของเขาแต่ละคนให้ฟังก็เถอะ แต่เื่ของเธอนั้น เธอไม่เคยเอ่ยถึงมันเลย เพราะไม่มีไม่เคยเลยไม่เอ่ยถึงมันยังไงล่ะ หญิงสาวเงยหน้าขึ้นมองกระจก
หน้าของเธอแดงแจ๋เลย ฉันแทบไม่ต้องเติมบลัชออนเลยสักนิดและมันอาจจะแดงกว่าบลัชออนไปแล้วก็ได้
นี่เธอเมาหรือเธอเขินกันนะ
ฝ่ามือเล็กยกขึ้นมาแตะแก้มตัวเองเบา ๆ พลางเปิดกระเป๋าหยิบเอาลิปสติกแท่งเล็กสีแดงออกมาทาลงบนปากเมื่อเห็นว่าริมฝีปากของเธอซีดเกินไป
หลังจากทำใจในห้องน้ำอยู่นาน เห็นว่าตัวเองออกมานานแล้ว ควรกลับเข้าไป พอกลับเข้ามาในห้องอาหารก็เห็นยัยนินิวปีนขึ้นเก้าอี้ไป ะโโลดเต้นเป็เ้าเข้า ร้องเพลงบนเก้าอี้ไปแล้ว
ฉันหันขวับไปมองที่เจย์ทันที
“เจย์!!!”