ณ เรือนพยาบาล บรรยากาศอึมครึมที่ปกคลุมมาตลอด 7 วันพลันสลายไป เมื่อเย่หวงประคองศีรษะของ หลันซิน ขึ้น แล้วค่อยๆ ป้อน 'ยาแก้พิษอสรพิษเจ็ดก้าว' เข้าปากนาง
เพียงครู่เดียว สีม่วงคล้ำที่ริมฝีปากและลำคอของนางก็ค่อยๆ จางหายไป เืฝาดเริ่มกลับคืนสู่ใบหน้าที่ซีดเซียว ลมหายใจที่เคยติดขัดกลับมาสม่ำเสมอ
"นางปลอดภัยแล้ว..."
เย่หวงถอนหายใจยาว วางร่างนางลงนอนห่มผ้าให้อย่างทะนุถนอม
"พักผ่อนเถอะศิษย์พี่หญิง... ตื่นมาพรุ่งนี้ ทุกอย่างจะดีขึ้นเอง"
เมื่อหันกลับมา เขาพบกับ เย่เทียน และ ผู้าุโจาง ที่ยืนรอลุ้นอยู่
"หวงเอ๋อร์..."
เย่เทียนน้ำตาซึม เข้ามากอดลูกชายแน่น
"พ่อขอบใจเ้ามาก... ขอบใจจริงๆ ที่ช่วยทุกคนไว้"
เย่หวงยิ้มบางๆ แล้วหันไปมองผู้าุโจาง ชายชราผู้เคยหยิ่งยโสบัดนี้กลับไม่กล้าสบตาเขาตรงๆ ไหล่ที่เคยตั้งตรงลู่ลงด้วยความละอายใจ
"นายน้อยสาม..."
ผู้าุโจางเอ่ยเสียงเบา
"เื่ที่ผ่านมา... ข้ากับลูกชายทำเกินไปมาก ข้า... ข้าต้องขออภัยในสิ่งต่างๆที่เกิดขึ้นก่อนหน้านี้…"
"ช่างมันเถอะท่านผู้าุโ"
เย่หวงตอบกลับอย่างไม่ถือสา
"ในยามวิกฤต ท่านเอาตัวเข้าแลกเพื่อปกป้องท่านพ่อและสำนัก แค่นั้นก็พิสูจน์แล้วว่าเืของท่านยังเป็สีเดียวกับพวกเรา... อดีตก็ให้มันผ่านไปเถอะ"
คำพูดที่เปี่ยมด้วยวุฒิภาวะของเย่หวง ทำให้ผู้าุโจางเงยหน้ามองด้วยความนับถือ แววตาดูถูกเหยียดหยามมลายหายไปสิ้น เหลือเพียงความเคารพในฐานะ "นายน้อย และ ผู้กอบกู้สำนัก"
"ข้าขอตัวไปพักผ่อนก่อน... คืนนี้ข้ามีเื่สำคัญต้องทำ"
เย่หวงกล่าวลาแล้วเดินกลับเรือนพัก
...
ตัดภาพไปยังสถานที่อันไกลโพ้น... ณ โถงถ้ำขนาดั์ที่ประดับด้วยรูปปั้นงูั์น่าเกรงขาม นี่คือสำนักงานใหญ่ของ "พรรคอสรพิษทมิฬ (สาขาหลัก)"
ปัง!
โต๊ะหินเบื้องหน้าประมุขพรรคถูกตบจนแตกละเอียด!
"เ้าว่าไงนะ!? สาขาเมืองชิงเหอถูกทำลาย!? งูโลหิตถูกจับ!?"
ชายวัยกลางคนที่มีรอยสักงูพันรอบตัวและมีกลิ่นอายระดับ 'ขอบเขตปฐี (Earth Realm)' ตวาดลั่นด้วยความโกรธเกรี้ยว
สายลับชุดดำที่คุกเข่าอยู่รายงานเสียงสั่น
"ขอรับท่านประมุข... กองกำลังเ้าเมืองเป็ผู้ลงมือกวาดล้าง แต่สายข่าวรายงานว่า 'ตัวการหลัก' ที่ทำให้แผนการของเราพังพินาศ คือ 'สำนักกระบี่เมฆา'... โดยเฉพาะนายน้อยสาม 'เย่หวง'"
"เย่หวง? ไอ้เด็กขยะนั่นน่ะรึ?"
"ขอรับ... ข่าวลือว่าเป็ขยะล้วนเป็เื่ลวงโลก! แท้จริงแล้วมันคืออัจฉริยะที่ซ่อนคมมาตลอด มันสังหารยอดฝีมือของเราไปมากมาย และเป็คนเปิดทางให้เ้าเมืองเข้าแทรกแซง"
ดวงตาของประมุขพรรคลุกวาวด้วยจิตสังหาร
"ไอ้เด็กนี่... อายุแค่นี้แต่มีพิษสงขนาดนี้ ถ้าปล่อยไว้ มันจะกลายเป็ภัยใหญ่หลวงต่อแผนการของเรา!"
"ถ่ายทอดคำสั่งลับ! ส่งคนไปว่าจ้าง 'มือล่าสังหาร' ไปที่เมืองชิงเหอเดี๋ยวนี้! ไปเอาหัวของไอ้เย่หวงมาให้ข้า! ใครขวางฆ่าให้หมด!"
...
กลับมาที่เรือนพักของเย่หวง ในยามดึกสงัด...
เย่หวงนั่งขัดสมาธิอยู่บนเตียง ตรงหน้าเขามี [โอสถรวมิญญาทิพย์ (Rank R)] และ [กระบี่ประกายวารี (Rank R)] วางอยู่
"ได้เวลาปลดล็อกลิมิตแล้ว..."
เขากลืนเม็ดยาสีฟ้าครามลงท้องทันที!
วูบ!
พลังงานมหาศาละเิออกในตันเถียน! ผสานกับแรงดูดของ [หลุมดำตันเถียน] ที่ทำงานเต็มกำลัง 500% และการคูณของ [หยกิญญา]
อากาศรอบตัวเย่หวงบิดเบี้ยว... พลังปราณธรรมชาติทั่วทั้งสำนักกระบี่เมฆาถูกกระชากมารวมกันที่จุดเดียว!
ครืนนนน...
ทันใดนั้น! ปรากฏการณ์ประหลาดก็เกิดขึ้น!
ลำแสงสี "ครามเจือทอง" (สีของปราณบริสุทธิ์ผสานพลังหลุมดำ) พุ่งทะลุหลังคาเรือนพักของเย่หวง พุ่งตรงขึ้นสู่ท้องฟ้ายามค่ำคืนราวกับัทะยาน! แสงสว่างจ้าบาดตาจนท้องฟ้าเหนือเมืองชิงเหอผสว่างวาบเหมือนกลางวัน!
แรงกดดันิญญาที่บริสุทธิ์และหนาแน่น แผ่กระจายออกไปเป็วงกว้าง ประกาศให้ทั่วหล้าได้รับรู้ถึงการกำเนิดของจอมยุทธ์ผู้ยิ่งใหญ่!
[ยินดีด้วย! ท่านทะลวงด่านสำเร็จ!]
[ระดับเลื่อนขึ้น: จอมยุทธ์ ขั้นต้น (Spirit Realm - Initial / Level 21)]
ระดับพลัง: จอมยุทธ์ (ขอบเขติญญา) (ขั้นต้นเหนือกว่าคนรุ่นเดียวกันในเมืองแบบขาดลอย)
STR (พละกำลัง): 45 -> 80 (เพิ่มขึ้นก้าวะโ)สามารถถืออาวุธหนักได้สบาย
AGI (ความเร็ว): 55 -> 100 (เร็วระดับเงา)จุดเด่นหลักที่ไร้เทียมทาน
CON (ความอึด): 40 -> 70 (ทนทานสูง)มีเกราะปราณคุ้มกัน (Spirit Armor) แล้ว
Q (ลมปราณ): 1200 -> 3000 บ่อพลังงานขยายใหญ่มาก (Spam Skill ได้ทั้งวัน)
[ได้รับฉายา: อัจฉริยะเหนือโลก (เพิ่มบารมี +50%)]
ณ ลานฝึกสำนักกระบี่เมฆา:
ศิษย์ทุกคนและเย่เทียนวิ่งออกมาดูแสงประหลาดนั้น เมื่อเห็นว่ามันพุ่งขึ้นมาจากเรือนพักของนายน้อยสาม ทุกคนต่างโห่ร้องด้วยความยินดี
"นายน้อยสาม... ทะลวงขอบเขติญญาแล้ว!"
"อายุเพียง 16 ปี แต่บรรลุถึงขอบเขติญญา! นี่มันอัจฉริยะชัดๆ!"
"สำนักเรารอดแล้ว! เรามีัซ่อนอยู่จริงๆ!"
ณ ระเบียงหอคอยจวนเ้าเมือง:
เ้าเมือง หลิวหยุน ยืนไพล่หลังมองลำแสงนั้นด้วยสายตาชื่นชม ข้างกายคือ หลิวหรูเยียน ที่มองด้วยรอยยิ้มภาคภูมิใจ
"ัเริ่มผงาดแล้วสินะ..." เ้าเมืองเอ่ย "สายตาของเ้าแหลมคมมาก หรูเยียน... เด็กคนนี้อนาคตไกลเกินกว่าเมืองเล็กๆ ของเราจะรั้งไว้ได้"
"ท่านพ่อพูดถูกเ้าค่ะ... และข้าดีใจที่เราเลือกเป็มิตรกับเขา" หลิวหรูเยียนตอบ
ณ ห้องรับรองชั้นบนสุด ตลาดประมูลัทอง:
ฉินฮวา กำลังนั่งจิบชาร่วมกับชายชราผู้มีกลิ่นอายลึกลับ (ปู่บุญธรรม) และหญิงสาวอีกคนหนึ่งที่สวมชุดบัณฑิตสีขาวสะอาดตา ใบหน้างดงามแต่ดูเฉลียวฉลาดและเคร่งขรึม... "มู่ชิงเสวี่ย"
เมื่อแสงสว่างพุ่งขึ้นสู่ฟ้า ฉินฮวาวางถ้วยชาลง ยิ้มกว้างอย่างรู้ทัน
"กลิ่นอายแบบนี้... เป็เขาจริงๆ สินะ"
ชายชราพยักหน้า "พลังปราณบริสุทธิ์ขนาดนี้ ข้าไม่เคยเห็นมาก่อน... ชายหน้ากากเหล็กคนนั้น คือนายน้อยสามแห่งสำนักกระบี่จริงๆ หรือ?"
"ไม่ผิดแน่เ้าค่ะ..."
ฉินฮวาหันไปหาเพื่อนสาวข้างกาย
"เสวี่ยเอ๋อร์... คนที่ข้าบอกว่าเขียนใบสั่งยาเทวดาให้ข้า ก็คือเ้าของแสงนี้นั่นแหละ"
มู่ชิงเสวี่ย จ้องมองลำแสงนั้นด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความกระหายใคร่รู้ทางวิชาการ
"คนที่รู้วิธีรักษาพิษเหมันต์... และมีพลังปราณประหลาดเช่นนี้..."
มู่ชิงเสวี่ยพึมพำ "น่าสนใจ... น่าสนใจมาก ข้าอยากจะสนทนากับเขาเดี๋ยวนี้เลย"
...
เย่หวงเดินออกมาจากเรือนพักที่หลังคาเป็รูโหว่... ร่างกายของเขาแผ่รัศมีสีครามจางๆ ออกมา ผมยาวสลวยปลิวไสว
เขาเงยหน้ามองท้องฟ้า สูดอากาศหายใจเข้าเต็มปอด
"จบกันทีกับการหลบซ่อน..."
เย่หวงยิ้มมุมปาก เป็รอยยิ้มของราชันย์ที่พร้อมจะก้าวขึ้นสู่บัลลังก์
"จากนี้ไป... ข้าคือ เย่หวง จอมยุทธ์แห่งสำนักกระบี่เมฆา... ใครหน้าไหนที่กล้ามาขวางทางข้า... เตรียมตัวเจอดีได้เลย!"