เขาว่ากันว่าถ้าที่ทำงานดีใครๆก็อยากไปทำงานอย่างเช่นผมไม่ใช่แค่ที่ทำงานดีพี่เลี้ยงก็ดีเช่นกันและดีมากๆด้วยผมทอดสายตามองออกนอกหน้าต่างตอนนี้ผมอยู่ในรถของพี่คลื่นเราถูกมอบหมายให้ไปทำงานนอกสถานที่ใช้เวลาไม่นานขับมาถึงที่หมายผมชะเง้อมองจากในตัวรถสถานที่ที่เรามาเป็บริษัทั์ใหญ่พอสมควรและเหมือนจะมีชื่อเสียงทั้งในไทยและต่างประเทศด้วยพี่คลื่นจอดรถเสร็จสรรพเราลงมาโดยไม่ลืมของที่เตรียมมาด้วยผมเดินตามพี่คลื่นจนมาถึงประชาสัมพันธ์รอพี่คลื่นคุยธุระอยู่ครู่ก่อนพี่คลื่นจะเดินกลับมา
“เดี๋ยวรอคนลงมารับแปปนึง”
“ครับ”
กวาดสายตามองรอบๆเกือบจะสามร้อยหกสิบองศานี่ขนาดแค่โซนประชาสัมพันธ์ยังหรูและใหญ่ขนาดนี้ด้านในจะขนาดไหนเนี่ย
“ประหม่าหรอ”
ผมหันมองพี่คลื่นก่อนจะส่งยิ้มแหยกลับไปเอาจริงๆก็แอบประหม่าแหละเพราะนี่เป็ครั้งแรกที่มาทำงานนอกสถานที่เลยกลัวว่าจะทำไม่ดีน่ะสิ
“ไม่ต้องกลัว ที่นี่บริษัทของพ่อพี่เอง”
เมื่อได้ยินดังนั้นผมถึงกับหันขวับไม่อยากเชื่อในสิ่งที่พูดแต่มองจากสีหน้าของเขาที่นิ่งสนิทก็คงจะใช่แหละ
“แล้วทำไมพี่คลื่นไม่ทำงานที่นี่ล่ะครับ”
ผมเอ่ยถามด้วยความสงสัยเพราะถ้าเป็ธุรกิจของครอบครัวส่วนใหญ่ร้อยละ 90 % ก็จะสานต่อธุรกิจจากพ่อแม่กันทั้งนั้น
“มันวุ่นวายเกินไปน่ะ พี่ไม่อยากมานั่งบริหารจัดการอะไรที่มันวุ่นวายขนาดนั้น แล้วอีกอย่างเพราะเป็บริษัทของเขาด้วยพี่เลยไม่อยากได้”
แอบเห็นสายตาพี่คลื่นที่เปลี่ยนไปจากเดิมผมไม่รู้หรอกนะว่าพี่คลื่นต้องเจอกับปัญหาอะไรบ้างแต่ก็น่าจะเหนื่อยใจพอสมควรผมปฏิญาณตัวแล้วไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นผมจะอยู่ข้างพี่คลื่นจะทำให้พี่คลื่นมีความสุขและจะเลี้ยงดูพี่คลื่นเองแต่ก่อนหน้านั้นผมคงต้องหาเงินก่อนตอนนี้ผมไม่มีเลย
ไม่นานก็มีพี่ผู้ชายคนหนึ่งในชุดเสื้อเชิ้ตมีสูทเรียบร้อยดูมีภูมิฐานพอสมควรเราเอ่ยทักทายกันเล็กน้อยก่อนเขาจะพาเราขึ้นตึกไป
“อันนี้น้องฝึกงานที่แกบอกใช่มั้ย”
“ใช่ครับพี่”
“โหดไปมั้ยเนี่ยฝึกงานไม่ถึงเดือนให้ออกนอกสถานที่แล้ว”
“ไม่หรอกครับ อีกอย่างไม่ได้ออกมาคนเดียวสักหน่อย”
ระหว่างพี่คลื่นกับชายคนนั้นพูดคุยกันเหมือนกับคนสนิทส่วนก็ได้แต่พยักหน้ายิ้มไม่ก็ตอบบ้างเล็กน้อยไม่นานก็ขึ้นมาถึงชั้น 9 เดินจนมาสุดทางเดินเจอกับห้องหนึ่งภายในเป็ตู้เซิร์ฟเวอร์วางเรียงกันประมาณสิบกว่าตู้ดูท่าทางบริษัทนี้น่าจะมีสาขากระจายเยอะน่าดู
“บิล เข้ามาสิ”
“ครับๆ”
ผมรีบเปิดประตูเข้าไปในห้องก่อนจะเดินตามพี่คลื่นไปจนมาหยุดที่ด้านในสุดของห้องที่มีตู้เน็ตเวิร์คตั้งอยู่
“งั้นพี่ไปล่ะ มีอะไรก็โทรเรียกพี่นะ”
“ครับพี่”
พี่คนนั้นจากไปเหลือแต่เพียงผมกับพี่คลื่นสองคนพี่คลื่นจัดการวางของทุกอย่างลงบนโต๊ะข้างๆตู้เน็ตเวิร์คก่อนจะนำสายแลนต่อเข้าโน๊ตบุ๊คตัวเองส่วนผมก็คอยยืนอยู่ข้างๆฟังพี่คลื่นสอนและคอยหยิบจับบางอย่างเท่าที่ช่วยได้ผ่านไปกว่าชั่วโมงครึ่งตอนนี้งานเสร็จไปกว่า 50% แล้วและตอนนี้ก็เหมือนจะปวดห้องน้ำด้วย
“พี่คลื่นครับ ผมขอไปเข้าห้องน้ำก่อนนะครับ”
“ครับ ไปถูกรึป่าว”
“ถูกครับ ไม่งั้นเดี๋ยวผมถามคนแถวนั้นก็ได้”
“โอเคครับ อย่าไปนานนะพี่คิดถึง”
“พี่คลื่นอ่ะ” ยกมือตีแขนอีกคนเบาๆแก้เขินให้ตายเหอะเวลาทำงานยังจะมาหยอดกันอีก เขินนะเนี่ย
ผมเดินออกจากห้องเซิร์ฟเวอร์ตรงออกมาจนถึงโถงด้านนอกกวาดสายตามองหาห้องน้ำถ้าจำไม่ผิดเหมือนห้องน้ำจะอยู่แถวนี้นะเดินตรงมาอีกหน่อยในที่สุดก็เจอห้องน้ำผมจัดการธุระตัวเองจนเสร็จสรรพก่อนจะออกมาล้างมือให้เรียบร้อย
“โห ไม่คิดว่าจะเจอคนน่ารักในที่แห่งนี้ด้วย”
ผมค่อยๆหันมองตามเสียงจนพบกับใครบางคนที่ยืนพิงอยู่ประตูทางเข้าห้องน้ำชายหนุ่มผมน้ำตาลอายุรุ่นราวคราวเดียวกันกับพี่คลื่นในชุดเสื้อยืดสีขาวทับเข้าในกางเกงสียีนส์อ่อนที่บ่ามีเสื้อคลุมพาดอยู่ผมหันซ้ายขวาเพื่อมองว่าเขาคุยกับใครแต่ในห้องน้ำมีแค่ผมกับเขาเท่านั้นงั้นก็หมายความว่าเขาก็คุยกับผมน่ะสิ
“เอ่อ คุยกับผมหรอครับ”
“คุยกับผีมั้งครับน้อง”
ถึงกับสะดุ้งเมื่อเขาพูดถึงผีผมหันมองซ้ายมองขวาด้วยความกลัวก่อนจะค่อยๆถอยห่างจากอ่างล้างมือที่นี่มีผีอย่างงั้นรึ!
“หึ ขนาดกลัวยังน่ารักเลย”
สะดุ้งอีกครั้งเมื่อเห็นว่าอีกคนมายืนข้างเขาตั้งแตเมื่อไหร่ก็ไม่รู้ไม่พออีกฝ่ายยังจับเอวอีก
“เอวเล็กแฮะ”
ผมเงยหน้ามองอีกคนเงยหน้ามองจนเห็นหน้าของอีกคนอย่างชัดเจนแววตาเ้าเล่ห์มองหลุบต่ำมายังผมจู่ ๆขนทั้งตัวก็ลุกซู่ ผมพยายามแกะมือออก
“เอ่อ ปล่อยผมด้วยครับ”
“อ๊ะ โทษที”
อีกคนปล่อยเอวทำให้ผมหลุดจากพันธนาการอีกฝ่ายเท้าแขนกับอ่างล้างหน้ายังพอเหลือที่ให้ผมเดินออกแต่ไม่รู้ทำไมพอสบตากับคนตรงหน้าผมกับไม่กล้าขยับตัวเลยแม้แต่น้อย
“เอ่อ ผมขอตัวก่อนนะครับ”
“รีบไปหาไอ้คลื่นหรอ”
เมื่อชื่อของพี่คลื่นออกจากปากของอีกคนทำเอาผมหันไปมองด้วยความสงสัยอย่าบอกนะว่าเขารู้จักกับพี่คลื่น
“คุณรู้จักกับพี่คลื่นหรอครับ”อีกคนยกยิ้มเล็กน้อยก่อนจะเปลี่ยนท่าเป็ยืนพิงกับอ่างล้างมือพลางยกมือขึ้นกอดอก
“ครับ พี่เป็เพื่อนรักกับไอ้คลื่นน่ะ”
“จริงหรอครับ”
“ครับ เราเป็เพื่อนรักที่โคตรจะรักกันเลยล่ะ :)”รอยยิ้มเ้าเล่ห์ยกยิ้มอีกครั้งเหมือจะไม่น่าเชื่อแต่ผมกับเชื่อเขาทันที
“แล้วเราล่ะ เป็แฟนมันหรอ”
“ป่าวครับ ผมรู้จักกับพี่คลื่นครับแล้วก็เป็เด็กฝึกงานแผนกเดียวกับพี่คลื่นด้วยครับ”
“อ่อ งั้นก็หมายความว่าเราโสดใช่มั้ย”
“ครับ เอ๊ะ?”
ผมเอ๊ะในคำถามเดี๋ยวนะเขารู้ได้ไงว่าผมโสด ผมมองอีกคนเขายกยิ้มเ้าเล่ห์ก่อนจะหัวเราะในลำคอ
“รู้ตัวรึเปล่าว่าหน้าเรามันอ่านง่ายมากเลยนะ”
ผมยกมือจับหน้าตัวเองนี่หน้าผมมันอ่านง่ายขนาดนั้นเลยหรอเนี่ย
“มันอ่านง่ายขนาดนั้นเลยหรอครับ”
“หึ ขยับมานี่สิพี่จะบอกให้ว่าหน้าเรามันอ่านง่ายยังไง”
ผมเขยิบเข้าไปใกล้อีกคนด้วยความอยากรู้พี่คนตรงหน้าเอื้อมมือจับแขนของผมดึงให้ผมเข้าไปใกล้ั์ตาของเขาจ้องมองผมด้วยสีหน้าที่นิ่งสนิทก่อนจะใช้นิ้วโป้งแตะเข้าที่ริมฝีปากเบาๆ
“อย่างแรก ริมฝีปากเรา เวลาล่กหรือกลัวเราจะชอบทำขมุบขมิบปากเวลาเขินหรือเกร็งเราจะชอบเม้มปาก”
คนตรงหน้าเอานิ้วออกจากริมฝีปากก่อนจะโน้มตัวลงมาจนใบหน้าเกือบชิดกันผมเม้มปากแน่นด้วยความเกร็งมือทั้งสองแอบกำกางเกงเอาไว้แน่น
“อย่างที่สอง ดวงตาเราน่ะ เวลาตื่นเต้นหรือใเราจะตาโตแล้วเวลาเขินตาเราจะชอบเบนสายตาไปทางอื่น พี่พูดถูกมั้ย”
“พี่รู้ได้ไงอ่ะ”
ผมใจนอ้าปากเหวอแต่พออีกคนยกยิ้มหัวเราะในลำคอรู้เลยว่าตัวเองคงเผลอแสดงสีหน้าออกมาอีกแล้ว
“สีหน้าบอกชัดขนาดนี้พี่คงไม่รู้มั้งครับ”
“ง่ะ”
“รู้เปล่าตัวเองโคตรจะซื่อเลย”ผมเงยหน้ามองอีกคนที่ตอนนี้เขากำลังมองผมด้วยสายตาที่เหมือนกำลังเจอเหยื่อที่โปรดปรานอยู่ตรงหน้า
“ผมไม่ซื่อนะ”
แน่นอนว่าผมว่าเถียงสุดใจแม้ว่าผมจะดูออกง่ายและดูน่าแกล้งแต่ผมก็ไม่ได้ซื่อขนาดนั้นนะ
“งั้นหรอ”
ยังไม่ทันที่ผมจะได้เถียงกลับอีกคนก็จับตัวผมพลิกให้อยู่ด้านในส่วนเขาก็ใช้แขนทั้งสองข้างเท้าที่อ่างล้างมือกลายเป็ว่าผมอยู่ในอ้อมกอดของอีกคน
“พี่ทำอะไรอ่ะ พี่ปล่อยผมนะ”
ใช้มือทั้งสองข้างดันตัวอีกคนในขณะที่เขายังโน้มตัวเข้ามาใกล้จู่ ๆมือทั้งสองข้างก็ถูกอีกฝ่ายจับกลายเป็ว่ามือของผมถูกเขาล็อคเอาไว้กับอ่างล้างมือ
“เหยื่อมาเสริฟตรงหน้าทำไมต้องปล่อยไปด้วยล่ะ”
ใบหน้าของนิ่งสนิทแต่สายตาของเขากลับเ้าเล่ห์เหมือนเสือที่พร้อมจะตระครุบเหยื่อตลอดเวลาผมหลบสายตาไม่อยากสบตาหัวใจเต้นรัวจนเกือบจะหลุดออกมาข้างนอก
ปัง!!
เสียงเปิดประตูห้องน้ำดังลั่นจนผมสะดุ้งเฮือกทำให้ทั้งผมและคนตรงหน้าต่างหันไปมองต้นเสียงพบพี่คลื่นที่ยืนอยู่หน้าห้องน้ำ
“คุยกันเสร็จรึยัง”
น้ำเสียงต่ำนิ่งและใบหน้าที่นิ่งสนิทราวกับเป็อีกคนคนตรงหน้าปล่อยมือผมออกให้เป็อิสระจนผมสามารถเดินออกมาได้
“โทษที พอดีคุยเพลินไปหน่อย”
ผมรีบตรงไปหาพี่คลื่นแต่ทันใดนั้นพี่คลื่นแทรกตัวเข้ามาก่อนจะดึงผมให้มายืนขนาบข้างตัวผมเงยหน้ามองพี่คลื่นตอนนี้สายตาของเขาเหมือนพร้อมจะฆ่าคนได้ทุกเมื่อเอื้อมมือดึงเสื้อของอีกคนเบาๆเพื่อบอกเป็นัยให้เขาใจเย็นลงแต่เหมือนจะไม่ได้ผล
“ไม่เจอกันนานเลยนะ ยังเหมือนเดิมไม่เปลี่ยน”
“มึงก็เหมือนกัน ยังเหี้ยไม่เคยเปลี่ยน”
“โห ชมกันขนาดนี้ช่างหน้าดีใจจริงๆ”
“กูไม่มีเวลามาเสวนากับคนอย่างมึงมากนัก ขอตัว”
“เชิญ”
พูดคุยกันจบพี่คลื่นก็ดึงผมให้เดินตามออกมาทันทีเขาสับขารัวจนผมแทบจะเดินไม่ทันแล้วจนผมต้องกระตุกมือเขาถึงความเร็วจะเบาลงรับเงินเสร็จสรรพพี่คลื่นก็พาผมขึ้นรถทันทีขับได้ออกมาระยะหนึ่งเราก็ยังคงเงียบตลอดทางผมแอบเงยหน้ามองคนข้างๆใบหน้าของพี่คลื่นยังคงนิ่งสนิทแววตาของเขาน่ากลัวจนเป็คนละคนผมกลัวจนพูดไม่ออกแต่ก็พยายามทำให้บรรยากาศไม่ให้มันเสียไปมากกว่านี้
“พี่คลื่นครับ เราต้องกลับไปที่ทำงานมั้ยครับ”
“ไม่ต้อง”
ผมไม่ถามอะไรเพิ่มคงเป็เพราะเสียงของพี่คลื่นตอนนี้มันเปลี่ยนไปดูทรงอีกคนน่าจะโมโหมากแน่ ๆ คงเพราะผมที่เอาแต่คุยกับพี่คนนั้นจนไปยอมไปทำงานต่อไม่นานรถยนต์ก็เข้าจอดที่ลานจอดรถของคอนโดผมเครื่องยนต์ยังไม่ได้บรรยากาศในรถเงียบสนิทจนได้ยินเสียงของเครื่องปรับอากาศอย่างชัดเจนผมเม้มปากแน่นพลางหันมองอีกคนก่อนจะตัดสินใจเอ่ยขอโทษเขาทั้งที่ใจก็ยังกลัว
“พี่คลื่นครับ ผมขอโทษ ที่ไม่ยอมไม่ช่วยพี่ทำงาน ผม ผม…”
น้ำตาไหลออกมาอัตโนมัติผมไม่สามารถห้ามมันได้ทันทีที่จะยกมือขึ้นเช็ดน้ำตาจู่ ๆก็มีแรงจากอีกฟากเข้าดึงแขนข้างขวาให้ผมหันก่อนที่ริมฝีปากหนาจะประกบลงมาอีกคนใช้มือสอดเข้าที่ท้ายทอยของผมเพื่อประคองใบหน้าให้รับกันก่อนจะค่อยๆขยับริมฝีปากชิมเพื่อรับให้ผมความหวานจากเขา
“อึก”
ไม่นานพี่คลื่นก็ผละออกไปเราสบตากันก่อนพี่คลื่นจะซบหน้าลงบ่าผมนี่เป็จูบแรกและจูบจริงๆที่ผมได้จากคนที่ผมชอบผมเม้มปากแน่นอุณหภูมิในร่างกายร้อนเห่อหัวใจเต้นแรงจนเกือบ 10 ริกเตอร์
“หวงว่ะ”
คำพูดของพี่คลื่นทำให้ผมหันไปมองไม่คิดว่าอีกคนจะพูดประโยคนี้ออกมาแม้ใจลึกๆจะไม่ได้หวังแต่ก็ไม่คิดว่าจะได้ยินกับหูของตัวเองจริงๆพี่คลื่นหน้าขึ้นสบตากับผมใบหน้าของเขาตอนนี้มันบ่งบอกว่าเขากำลังคิดแบบที่พูดจริงๆ
“พี่คลื่นไม่โกรธผมเื่ที่ไม่ช่วยงานหรอครับ”
“พี่หวงเรามากกว่า พอยิ่งรู้ว่าอยู่กับมันพี่แทบจะเป็บ้าอยู่แล้วรู้มั้ย”
เม้มปากแน่นก้มลงเพื่อหลบสายนั่นมันเขินจนพูดไม่ออกเลยฮืออออ ไม่ไหวอ่ะ ไม่ไหวจริงๆ
พี่คลื่นขยับแขนกอดผมแน่นก่อนจะจุมพิตลงที่กลุ่มผมผมเอื้อมมือกอดตอบเข้าใจความรู้สึกพี่คลื่นและกอดเพื่อขอบคุณความรู้สึกของเขา
“อย่าเข้าใกล้มัน อย่าคุยกับมันอีกรู้มั้ย ถือว่าพี่ขอ”
“ขอในฐานะอะไรหรอครับ”
พี่คลื่นเลิกคิ้วเอาจริงๆแค่พี่คลื่นขอแค่นี้ผมก็บแทบจะทำให้อยู่แล้วแต่แค่อยากแกล้งเขาเล่นแค่นั้นเอง
“ฐานะอะไรก็ได้ แค่อย่ายุ่งกับมันก็พอ”
พี่คลื่นพูดพร้อมกับจุมพิตลงหน้าผากมนอุณหภูมิในร่างกายพุ่งสูงขึ้นอีกครั้งก่อนจะพยักหน้าตอบรับอีกคนอย่างเต็มใจ
“แล้วก็อีกอย่างนึง อย่าน่ารักกับใครน่ารักกับพี่แค่คนเดียวพอ”