บทที่ 23 ก่อให้เกิดความเกลียดชัง
ขณะที่เว่ยฉางอันขมวดคิ้วและกำลังจะะเิอารมณ์ออกมา เสียงหวานเย้ายวนก็ดังขึ้น
ทั้งสองหันไปมองพร้อมกันก็เห็นเว่ยเจียวอิงในชุดกระโปรงผ้าไหมสีชมพูอ่อน ดูบริสุทธิ์ผุดผ่องเดินเข้ามา
แผลจากแมลงกัดบนใบหน้าของนางยังไม่หายดี ถึงแม้จะแต่งตัวให้ดูน่ารักไร้เดียงสา แต่กลับขัดกับน้ำเสียงยั่วยวนของนาง
โดยไม่รู้ตัวว่าการแต่งกายที่นางคิดว่าสวยงามนั้น ในสายตาของเว่ยฉางอันและหรงฉีกลับดูน่ารังเกียจยิ่งนัก
"ในเมื่อน้องสาวมาแล้ว หม่อมฉันก็จะไม่รบกวนไท่จื่ออีกต่อไป หม่อมฉันขอตัวก่อนนะเพคะ"
เมื่อเว่ยฉางอันเห็นนางเดินเข้ามา หากต้องอยู่มองคนตรงหน้าทั้งสองที่ตนเกลียดชัง ก็ไม่มีอารมณ์จะรับมือแล้ว
นางจึงหาข้ออ้างเล็กน้อยแล้วหมุนตัวเดินจากไป
กลัวว่าตัวเองจะทนไม่ไหวและทะเลาะกับทั้งสองคน
"เดี๋ยวก่อน คุณหนูเว่ย โปรดรอสักครู่"
หรงฉีเห็นนางจะจากไป ในใจก็ร้อนรนขึ้นมาทันที ยื่นมือออกไปหวังจะหยุดนางไว้อีกครั้ง
แต่เว่ยฉางอันระวังตัวไว้ก่อนแล้ว จึงหลบได้อย่างคล่องแคล่ว โน้มตัวเล็กน้อยแล้วเดินจากไปโดยไม่หันหลังกลับ ใบหน้าเต็มไปด้วยความเกลียดชัง
กำปั้นที่ห้อยอยู่ข้างตัวนางกำแน่นจนมือสั่น กรามก็ขบแน่นเช่นกัน
เว่ยเจียวอิงเห็นพวกเขาทั้งสองไม่สนใจนางเลย ในใจก็มีความโกรธอยู่แล้ว ตอนนี้เว่ยฉางอันยังจงใจทำท่าจะเดินจากไปต่อหน้านางอีก
แค่ไท่จื่อใส่ใจนางมากขึ้นนิดหน่อย แล้วอย่างไรเล่า ท้ายที่สุดนางก็ยังเป็คนที่จะได้นั่งตำแหน่งไท่จื่อเฟยอยู่ดี
แต่สิ่งที่นางไม่ได้คาดคิดก็คือ หรงฉีกลับยังคงเดินตามหลังเว่ยฉางอันไปอีก เว่ยเจียวอิงคิดอะไรบางอย่างขึ้นมาได้ จึงรีบดึงชายเสื้อของหรงฉีไว้อย่างงอน แล้วกล่าวว่า
"ไท่จื่อ พี่สาวของหม่อมฉันคงมีธุระ จึงได้ทิ้งพระองค์เช่นนี้ แต่ไม่เป็ไรเพคะ หม่อมฉันจะอยู่เป็เพื่อนพระองค์เองเพคะ"
ดูเหมือนนางจะพูดแก้ต่างให้เว่ยฉางอัน แต่แท้จริงแล้วกลับเน้นย้ำคำว่า 'ทิ้ง' ให้หนักแน่นยิ่งขึ้น
ทว่าหรงฉีดูเหมือนจะไม่ได้ฟังที่นางพูดเลยสักนิด สายตาจับจ้องไปที่แผ่นหลังของเว่ยฉางอันที่เดินจากไปเท่านั้น เมื่อรู้สึกว่าชายเสื้อของตนถูกดึงไว้ จึงหันมาสนใจเว่ยเจียวอิง
"ข้ายังมีธุระ คงอยู่ต่อไม่ได้แล้ว ขอตัวก่อน"
เขาก้มหน้าลงมาก็เห็นใบหน้าที่เต็มไปด้วยจุดดำของเว่ยเจียวอิง ความรังเกียจพลันผุดขึ้นมาทันที บนใบหน้าฉายรอยยิ้มเ็า รีบดึงชายเสื้อที่นางจับไว้ออกอย่างไม่ลังเล แล้วเดินออกไปนอกจวนแม่ทัพทันที
"ไท่จื่อเพคะ ไท่จื่อ..."
เว่ยเจียวอิงเรียกเขาอยู่หลายครั้ง แต่หรงฉีก็ไม่หันกลับมาแม้แต่ครั้งเดียว ปล่อยให้นางะโเสียงดังราวกับหญิงสามัญชนคนหนึ่ง
"เหอะ"
เว่ยฉางอันที่ยังไม่ทันเดินจากไปไกล ได้ยินเสียงะโของนาง อดไม่ได้ที่จะหันกลับไปมองครู่หนึ่ง เห็นท่าทางร้อนรนของนางแล้ว ก็หัวเราะเยาะเ็าด้วยความสะใจ
ส่วนเว่ยเจียวอิง ราวกับรู้สึกถึงสายตานั้น จึงหันมามองทางนี้ สายตาของทั้งสองสบกัน
แต่เว่ยฉางอันกลับหันหน้าหนีอย่างรังเกียจ ก้าวเท้าเดินจากไป เลี้ยวออกประตูโค้ง หายลับไปจากสายตาของนาง
"เว่ยฉางอัน ทุกอย่างเป็ความผิดของเ้า เหตุใดเ้าถึงต้องขวางทางข้าอยู่ตลอด ในเมื่อเป็เช่นนี้ อย่าได้โทษข้าที่ใจดำมือเหี้ยมเลย"
เมื่อเห็นแผ่นหลังของนางหายลับไป แล้วนึกถึงท่าทีของหรงฉีเมื่อครู่ ความเกลียดชังในใจของเว่ยเจียวอิงก็เติบโตขึ้นอย่างบ้าคลั่งราวกับวัชพืช
นางยกมือปัดกระถางดอกไม้บนชั้นวางข้าง ๆ จนแตกกระจาย ดินร่วงกระจายเต็มพื้น ดอกไม้งดงามก็เหี่ยวเฉาลง ไร้ซึ่งชีวิตชีวา
แต่เหมือนเว่ยเจียวอิงจะยังไม่สาแก่ใจ นางจึงก้าวเท้าไปเหยียบย่ำอีกสองสามครั้ง ราวกับกำลังเหยียบย่ำเว่ยฉางอันอยู่ เพื่อระบายความแค้นในใจ
เมื่อกลับมาถึง เว่ยฉางอันก็ไม่ได้ใส่ใจเื่นี้อีกต่อไป ตอนนี้สิ่งสำคัญที่สุดสำหรับนางคือการรักษาหรงหลีเซิงให้หายเพื่อที่จะได้แก้แค้นคนพวกนั้นโดยเร็ว
เว่ยฉางอันเดินเข้าไปในลานบ้านของนาง พบว่าเว่ยชางได้เตรียมพื้นที่ว่างในลานบ้านไว้เป็แปลงปลูกสมุนไพรตามที่นางร้องขอ และบ่าวรับใช้ก็ได้ปลูกเมล็ดพันธุ์สมุนไพรตามที่นางเขียนไว้แล้ว
มองดูความมีชีวิตชีวาตรงหน้า เว่ยฉางอันผู้ที่ถูกชุบชีวิตใหม่มานานแล้ว เป็ครั้งแรกที่รู้สึกสงบใจชั่วขณะ
เว่ยชางมักจะใส่ใจเื่ของนางเป็อย่างมาก แม้แต่บิดาผู้ที่รักนางเช่นนี้ ก็ยังต้องตายอย่างน่าสังเวชในชาติก่อนพร้อมกับพี่ชายที่รักนางเช่นกัน
และทั้งหมดนี้ก็เป็เพราะหรงฉีและเว่ยเจียวอิง สองสามีภรรยานั่น พอคิดถึงเื่นี้ ดวงตาของเว่ยฉางอันก็แดงก่ำไปด้วยเส้นเื ร่างทั้งร่างถูกห่อหุ้มด้วยกลิ่นอายอำมหิตจาง ๆ
"คุณหนู"
ซู่ซินถือกระถางน้ำมาจากห้องด้านข้าง ตั้งใจจะช่วยเว่ยฉางอันล้างหน้าล้างตา พอเห็นสภาพของคุณหนูเช่นนี้ นางก็ใจนตัวสั่น
ั้แ่วันเกิดของเว่ยฉางอันเป็ต้นมา ซู่ซินก็สังเกตเห็นความเปลี่ยนแปลงของคุณหนูได้ คุณหนูฉลาดขึ้น ไม่ถูกคุณหนูรองหลอกล่อได้อีกต่อไป นับว่าเป็เื่ดี
แต่คุณหนูกลับขาดความร่าเริงสดใสไปกว่าแต่ก่อน อารมณ์หม่นหมองลงไปมาก และยังชอบจมอยู่ในห้วงความคิดคนเดียว สายตาเต็มไปด้วยความเกลียดชัง เหมือนอย่างตอนนี้
เสียงเรียกเบา ๆ ของซู่ซิน ทำให้นางได้สติกลับมาในทันที เส้นเืในดวงตาค่อย ๆ จางหายไป นางหยักมุมปากให้ซู่ซิน "มีอะไรหรือ เหตุใดสีหน้าเป็กังวลเช่นนั้น"
นางรู้ดีว่าซู่ซินกังวลใจเพราะการเปลี่ยนแปลงของนาง แต่มีเพียงการเข้มแข็งขึ้นเท่านั้น นางจึงจะมีพลังพอที่จะปกป้องคนที่นางอยากปกป้อง
"ไม่มีอะไรเ้าค่ะคุณหนู ให้ข้าช่วยคุณหนูล้างหน้าล้างตาเถอะนะเ้าคะ ออกไปทั้งวันแบบนี้ต้องเหนื่อยแน่ ๆ เดี๋ยวข้าจะนวดไหล่ให้คุณหนูด้วยเ้าค่ะ"
ซู่ซินส่ายหน้าเบา ๆ แล้วยิ้มให้นาง ขับไล่ความคิดในใจออกไป ไม่ว่าคุณหนูของนางจะเปลี่ยนไปเป็แบบไหน ก็ยังคงเป็คุณหนูของนางอยู่ดี
เป็คนที่นางจะต้องปกป้องจนกว่าชีวิตจะหาไม่!
ดังนั้น ขอเพียงนางมีความสุขก็พอแล้ว ไม่จำเป็ต้องคิดมากไปกว่านั้น
เว่ยฉางอันรีบเดินไปที่ห้องนอน หลังจากล้างหน้าแต่งตัวเสร็จแล้ว ซู่ซินก็ช่วยนวดไหล่ให้นางขณะที่มองนางเขียนหนังสือ
นางวางพู่กันลง เป่าลมใส่กระดาษที่หมึกยังไม่แห้ง แล้วส่งให้ซู่ซิน
"จริงสิ ซู่ซิน เ้าช่วยข้าไปที่ร้านขายยาหน่อย เอาใบสั่งยานี้ไปให้เถ้าแก่ร้านขายยา ให้ส่งยาตามใบสั่งนี้มาที่จวนทุกวัน"
"ได้เ้าค่ะคุณหนู ข้าจะไปเดี๋ยวนี้เลย"
ซู่ซินรับใบสั่งยามา มองดูแล้วรู้สึกสงสัยในใจ คุณหนูอยู่แต่ในจวนทุกวัน ไม่รู้ว่าเรียนวิชาแพทย์ั้แ่เมื่อไร แม้แต่สาวใช้ใกล้ชิดอย่างนางยังไม่รู้เลย
แต่เมื่อเห็นว่าเว่ยฉางอันไม่ได้ตั้งใจจะพูดอะไร นางจึงไม่ได้ถามมาก ถือใบสั่งยาแล้วก็ออกจากห้องไป
ติดต่อกันหลายวัน เว่ยฉางอันต้มยาในห้องตอนกลางคืนทุกวัน ตอนกลางวันก็ไปรักษาแผลให้หรงหลีเซิงที่วังชินอ๋อง
เมื่อยุ่งอยู่เช่นนี้ก็เลยลืมหรงฉีกับเว่ยเจียวอิงไปเสียสนิท
ทุกวันก็ยุ่งจนหมดแรง กลับมาถึงเตียงก็หลับ ไม่มีแรงจะไปสนใจพวกเขาแล้ว
แต่ถึงเ้าจะไม่ไปยุ่งกับพวกเขา ก็ไม่ได้หมายความว่าคนอื่นจะไม่มาหาเรา
วันนี้เว่ยฉางอันเพิ่งจะนำยาที่ทำเสร็จเมื่อคืนขึ้นรถม้าเพื่อมุ่งหน้าไปวังชินอ๋อง
สาวใช้คนหนึ่งก็แอบมองแล้ววิ่งไปที่จวนแม่ทัพ
"ที่เ้าพูดเป็ความจริงหรือ? คุณหนูใหญ่ไม่อยู่ในจวนหลายวันแล้ว ไปวังชินอ๋องหรือ?"