ซือ...ซือ...
ดวงตากลมเล็กของเ้างูน้อยสีเหลืองอ่อนที่ยาวประมาณสิบเิเกำลังจ้องมองหลู่เส่าโหย่วพร้อมกับแลบลิ้นออกมาจากนั้นมันก็เลิกสนใจเขา แต่ยังคงพันอยู่รอบแขนของหลู่เส่าโหย่วเสมือนว่าหลับไปแล้ว
หลู่เส่าโหย่วสังเกตงูสีเหลืองอ่อนตัวนี้อย่างละเอียดเกล็ดบนตัวของมันส่องแสงแวววาว เหมือนว่าเ้างูตัวนี้จะแตกต่างจากงูตัวอื่น มันดูไม่เหมือนงูธรรมดาเลย
“อสูรเพื่อนยาก ที่เ้าช่วยข้าไว้คงเพราะอยากจะให้ข้าช่วยดูแลเ้างูตัวนี้แทนเ้าสินะข้าติดหนี้บุญคุณเ้า เพราะฉะนั้น งูน้อยตัวนี้ข้าจะดูแลมันแทนเ้าอย่างดี”หลู่เส่าโหย่วกล่าว ที่ใต้หน้าผาแห่งนั้น หากไม่ใช่เพราะอสูรค้างคาวให้แก่นอสูรสองลูกกับเขาไม่แน่ว่าเขาอาจจะแข็งตายอยู่ในแม่น้ำนั้นไปแล้ว
หลังจากที่นำเสื้อไปให้แม่แล้วหลู่เส่าโหย่วก็กลับไปที่ห้องของเขา ในฐานะนายน้อยของตระกูล ความแตกต่างระหว่างเขากับคนรับใช้ก็คือการที่เขากับแม่ได้พักอาศัยอยู่ในลานเล็กๆที่ทรุดโทรมแห่งนี้กับแม่ตามลำพัง ไม่ต้องไปอาศัยร่วมกับคนรับใช้คนอื่นในห้องห้องเดียว
คงเพราะเขาไม่ได้นอนมาหลายวัน เมื่อถึงเวลากลางคืนหลู่เส่าโหย่วจึงหลับสนิทในคืนนี้หลู่เส่าโหย่วนอนหลับฝันหวาน ในความฝันนั้นเขาได้พบกับสาวงามสองสามคน นั่นเกือบจะทำให้เขาเืกำเดาไหลออกมา
“นายน้อยโหย่ว! ตื่นได้แล้ว นายน้อยโหย่ว!”
หลู่เส่าโหย่วที่กำลังนอนหลับฝันดีได้ยินเสียงะโดังขึ้นข้างหู
“หลู่เสี่ยวไป๋ ข้ากำลังฝันหวานเลย” แค่ฟังเสียงหลู่เส่าโหย่วก็รู้ได้ทันทีว่าเป็เสียงคนรับใช้ของตระกูลที่ชื่อว่าหลู่เสี่ยวไป๋ในบรรดาคนรับใช้ในตระกูลนั้น ก็มีเพียงแค่หลู่เสี่ยวไป๋ที่มีความสัมพันธ์อันดีกับเขามากที่สุด
เมื่อลืมตาขึ้นมา หลู่เส่าโหย่วก็เห็นชายหนุ่มอายุราวๆสิบหกสิบเจ็ดปีปรากฏอยู่ข้างหน้าเขา ชายหนุ่มผู้นี้สวมชุดคนรับใช้ อันที่จริง ชุดที่ตัวเขาใส่ก็ไม่ค่อยแตกต่างกับชุดของชายหนุ่มคนนั้นเท่าไรนักชายหนุ่มผู้นี้มีหน้าตาค่อนไปทางเ้าเล่ห์ หากจะให้บรรยายอย่างชมเชย ก็คงกล่าวได้ว่าดูเฉลียวฉลาดมีไหวพริบ
“นายน้อยโหย่ว หลายวันมานี้ท่านไปอยู่ที่ใดมาท่านไม่เป็อะไรใช่ไหม?” หลู่เสี่ยวไป๋มองดูหลู่เส่าโหย่วพร้อมกับใช้สายตาสังเกตเขาอย่างละเอียด จากนั้นก็กล่าวเสียงเบาว่า“ข้าได้ยินมาว่าพวกคนรับใช้ทุบตีท่าน หลังจากนั้นท่านก็หายตัวไป หรือว่ามีอะไรเกิดขึ้นพวกมันไม่ได้ทำอะไรท่านใช่หรือไม่”
หลู่เส่าโหย่วรู้สึกได้ว่าหลู่เสี่ยวไป๋ผู้นี้ดีกับเขาไม่น้อย“ข้าไม่เป็อะไร เื่คราวนี้ ในภายภาคหน้าข้าค่อยไปเอาคืนพวกมัน”หลู่เส่าโหย่วกล่าว
หลู่เสี่ยวไป๋มองหน้าหลู่เส่าโหย่วพร้อมกับกล่าวว่า“นายน้อยโหย่วท่านไม่สบายตรงไหนหรือไม่ ท่านไม่เป็อะไรก็ดีแล้ว ยังจะอยากไปเอาคืนพวกมันอีกท่านอยากตายหรือ”
“นายน้อย...”ทันใดนั้นหลู่เส่าโหย่วก็นึกถึงชีวิตชาติก่อน ที่บางสถานที่ก็มีอาชีพที่เรียกว่านายน้อยเขาจึงกล่าวกับหลู่เสี่ยวไป๋ทันทีว่า “หยุดก่อน คราวหลังอย่าเรียกข้าว่านายน้อย”
“ไม่เรียกท่านว่านายน้อย เช่นนั้นจะให้ข้าเรียกท่านว่าอะไรคนในตระกูลก็มีเพียงแค่ข้ากับลุงหนานที่เรียกท่านว่านายน้อย ท่านยังจะมีหน้ามาพูดเช่นนี้อีกข้านำอาหารเช้ามาให้ท่านแล้ว รีบกินเถอะ” หลู่เสี่ยวไป๋กลอกตาใส่หลู่เส่าโหย่วพร้อมกับเอาแพนเค้กออกมาให้เขา
“ไม่ต้องเรียกข้าว่านายน้อย เ้าเรียกข้าว่าคุณชายเถอะ”หลู่เส่าโหย่วกล่าว เมื่อมองไปยังหลู่เสี่ยวไป๋ ในใจของเขาก็พลันรู้สึกซาบซึ้งดูท่าว่าอย่างน้อย หลู่เส่าโหย่วคนก่อนก็ยังมีเพื่อนเช่นนี้ ถือว่าไม่แย่นัก
“คุณชายก็คุณชายรีบกินให้เสร็จเถอะ พวกเราต้องไปขนของแล้ว ไม่อย่างนั้นพ่อบ้านจ้าวต้องมาหาเื่พวกเราแน่” หลู่เสี่ยวไป๋กล่าว
“ขนอะไร?” หลู่เส่าโหย่วถามขึ้นด้วยความสงสัย
หลู่เสี่ยวไป๋มองหลู่เส่าโหย่วแล้วกล่าวตอบ“ท่านคิดว่าท่านเป็นายน้อยจริงๆ อย่างนั้นหรือถึงได้ไม่ต้องทำงานวันนี้ที่ร้านมีสินค้าเข้ามาเยอะ พวกเราต้องขนไปเก็บที่โรงเก็บของ”
“ข้าก็ไม่ใช่นายน้อยมาั้แ่แรกอยู่แล้ว”หลู่เส่าโหย่วกล่าว ดูเหมือนว่าการที่เป็นายน้อยมาจนมาถึงตอนนี้ ชีวิตของเขานั้นช่างขมขื่นเสียจริง
“ใช่แล้ว คุณชาย เราไปกันเถอะ”หลู่เสี่ยวไป๋กล่าว
หลังออกมาจากลานบ้าน ทั้งสองก็เดินไปทางประตูหลังของตระกูลที่นั่นมีสินค้าของร้านวางเอาไว้อยู่
แม่ของเขาไม่อยู่ในลานบ้าน หลู่เส่าโหย่วรู้ว่ามาว่าเวลานี้แม่ของเขาควรอยู่ที่ห้องซักผ้าที่สวนด้านหลัง ตามหลักแล้ว หลังจากที่แม่ให้กำเนิดเขาก็ควรจะได้เป็นายหญิงรองของตระกูล แต่ว่าแม่ของเขานั้นกลับไม่มีแม้แต่ตำแหน่งและยังคงต้องทำงานต่อไปทั้งที่มันควรจะเป็งานของสาวรับใช้ และเพราะถูกรังแก แม่ของเขาจึงต้องทำงานที่ยากขึ้นและมากขึ้นไปอีก
หลู่เส่าโหย่วรู้ว่าตัวเขาในตอนนี้ยังไม่สามารถเปลี่ยนแปลงสิ่งใดได้ทำได้เพียงแต่กัดฟันและแอบก่นด่าอยู่ในใจ เขาต้องรีบหาทางเปลี่ยนแปลงสิ่งที่เป็อยู่ตอนนี้และการจะเปลี่ยนแปลงสิ่งเหล่านี้ได้ ตัวเขาก็ต้องกลายเป็ผู้ฝึกยุทธ์หรือว่าผู้ฝึกิญญาให้ได้เสียก่อน
ตามหลักกฎเกณฑ์ของตระกูล แม้จะเป็เพียงคนรับใช้ แต่ขอเพียงสามารถเป็ผู้ฝึกยุทธ์และก้าวไปถึงระดับสาวกได้สถานะในตระกูลก็จะสูงขึ้นในทันที ส่วนผู้ฝึกิญญา...ก็ช่างมันแล้วกันผู้ฝึกิญญานั้นมีเพียงน้อยนิด จากทั้งหมดในตระกูล ตอนนี้มีมากสุดก็เพียงแค่สามคนเท่านั้นและทั้งสามคนนั้นก็นับว่าเป็สมบัติล้ำค่าของตระกูลเลยทีเดียว
“รีบไปเถอะ ข้างหน้านั้นคือพ่อบ้านจ้าว”หลังจากเดินผ่านทางเดินมากมาย ทันใดนั้นหลู่เสี่ยวไป๋ก็กล่าวกับหลู่เส่าโหย่ว ที่ด้านข้างของประตูหลังมีคนอยู่สามคนสองคนในนั้นใส่ชุดคนรับใช้ ส่วนคนที่อยู่ตรงกลางอีกคนหนึ่งใส่ชุดหัวหน้าคนรับใช้
หลู่เส่าโหย่วลอบมองคนทั้งสามจำได้ว่าเดิมทีก็คือพวกมันทั้งสามคนนั้นเองที่พลั้งมือทุบตีหลู่เส่าโหย่วคนเก่าจนตายไปแล้วแอบนำร่างไปทิ้งที่หน้าผา พูดก็พูดเถอะ ปกติแล้ว สามคนนั้นรังแกเขาแล้วก็ไป พวกมันไม่กล้าตีเขาให้ตายเพราะไม่ว่าอย่างไร เืที่ไหลเวียนในตัวเขาก็เป็สายเืของตระกูลหลู่
ในสามคนนี้ สองคนที่ใส่ชุดคนรับใช้นั้นถือเป็คนรับใช้ระดับสูงของตระกูลหลู่ปกติแล้วจะคอยรับใช้เพียงนายหญิงใหญ่คนเดียวเท่านั้น ส่วนอีกคนที่ใส่ชุดหัวหน้าคนรับใช้ดูแล้วอายุน่าจะประมาณสามสิบห้าสามสิบหก มีดวงตาที่ดูมืดมน คนรับใช้ทั้งสามเป็คนที่นายหญิงใหญ่พามาจากตระกูลของตัวเอง
หลู่เส่าโหย่วเหลือบมองคนทั้งสามความเ็าแผ่ซ่านเต็มหัวใจ เขาต้องกำจัดทั้งสามคนนี้ให้สิ้นซาก หากเก็บไว้คงเป็พิษภัยต่อเขาเป็แน่ทั้งสามคนนี้ ปกติแล้วก็รวมหัวกับสาวรับใช้คนอื่นรังแกเขากับแม่ไม่น้อย
แต่คนรับใช้ทั้งสามนั้นสองคนที่เป็คนรับใช้ระดับสูงก็เป็ผู้ฝึกยุทธ์ระดับสาวกด้วย ส่วนพ่อบ้านจ้าวนั้นยิ่งแล้วใหญ่ตัวมันเป็ถึงผู้ฝึกยุทธ์ระดับนักรบ ชายร่างใหญ่สิบคนก็ไม่สามารถรับมือกับมันไหวตัวเขาที่อยากจะกำจัดพวกมันทั้งสามคนนั้น เห็นทีคงยากแล้ว
หลู่เสี่ยวไป๋พาหลู่เส่าโหย่วออกไปทางด้านหลังอย่างเร่งรีบตรงพื้นที่ว่างที่ไม่ไกลจากประตูหลัง ในตอนนี้เต็มไปด้วยสินค้านับพันกระสอบแต่ละกระสอบดูแล้วไม่น่าจะเบานัก
ทางด้านหลัง เมื่อพ่อบ้านจ้าวกับคนรับใช้ทั้งสองเห็นหลู่เส่าโหย่วคนทั้งสามก็รู้สึกใไปชั่วขณะ จากนั้นต่างก็หันมามองหน้ากัน ใบหน้าขาวซีดขึ้นมาหลายส่วน
“พ่อบ้านจ้าว ทำไมไอเด็กนี่ถึง...ทั้งๆที่มันโดนพวกเรา...” ในบรรดาคนทั้งสาม คนรับใช้ทางซ้ายที่อายุสามสิบกล่าวกับพ่อบ้านจ้าวอย่างประหลาดใจ
“ไม่มีอะไรให้ตกอกใหรอก อาจเป็เพราะพวกเรารีบร้อนจนดูพลาดไปเองไอเด็กนี่ตายยากนัก โยนมันลงมาจากหน้าผาแล้วยังรอดอีก แต่ไม่ตายก็ดีแล้ว สองวันที่ผ่านมานี้ดูเหมือนนายใหญ่จะกำลังตรวจสอบอยู่ดังนั้น่นี้ก็ปล่อยมันไปก่อน ให้มันได้อยู่อย่างสบายสักสองสามวันเถอะ”พ่อบ้านจ้าวกล่าวกับคนทั้งสองเสียงเบา
“เอ๋ทำไม่วันนี้พ่อบ้านจ้าวมันไม่หาเื่พวกเราเล่า”หลู่เสี่ยวไป๋กล่าวกับหลู่เส่าโหย่วขณะแบกสินค้าอยู่ คงเพราะรู้สึกสงสัย เพราะปกติแล้วไอพ่อบ้านจ้าวมันจะหาโอกาสมาหาเื่พวกเขาตลอด
ในเวลานี้ ข้างๆ กันนั้นมีคนรับใช้หลายสิบคนกำลังช่วยกันแบกสินค้าเมื่อเหล่าคนรับใช้เห็นหลู่เส่าโหย่วก็ทำเพียงแค่ชำเลืองมองไม่ได้ใส่ใจหรือสนใจอะไรมากมาย เหมือนกับเขาเป็คนล่องหน ไม่มีใครอยากยุ่งกับเขา เพราะหากใครไปยุ่งกับหลู่เส่าโหย่ว คนๆ นั้นก็จะโดนพ่อบ้านจ้าวกีดกัน
“คงเป็เพราะพวกเราโชคดี”หลู่เส่าโหย่วกล่าวตอบ หากแต่เขาได้แต่แอบคิดอยู่ในใจว่า คงเพราะพวกมันทั้งสามคนคงใที่เห็นเขาตายแล้วฟื้นขึ้นมาอีกน่ะสิ