พริมพิลาค่อยๆ ลืมตาขึ้นมาอย่างเชื่องช้า เปลือกตาหนักอึ้งค่อยๆ เปิดขึ้นเผยให้เห็นเพดานสูงโปร่งสีขาวนวล ตกแต่งด้วยลวดลายด้วยปูนปั้นอ่อนช้อยราวกับหลุดออกมาจากความฝัน เธอพยายามขยับตัวลุกขึ้นนั่ง แต่ความเ็ปแปลบที่ศีรษะก็ทำให้เธอต้องหยุดชะงักลง มือของเธอยกขึ้นััเบาๆ บริเวณศีรษะที่ยังคงรู้สึกปวดตุบๆ
เมื่อสายตาปรับโฟกัสได้ เธอก็พบว่าตัวเองอยู่ในห้องนอนขนาดใหญ่โตโอ่อ่า ทุกอย่างดูหรูหราเกินกว่าจะเป็ห้องของเธอ ทั้งวอลล์เปเปอร์ลายดอกไม้สีหวาน เฟอร์นิเจอร์ไม้สักขัดเงา โคมไฟระย้าคริสตัล และภาพวาดสีน้ำมันขนาดใหญ่ที่แขวนอยู่บนผนัง
"นี่มันไม่ใช่ห้องของฉันนี่" เธอพึมพำกับตัวเอง ความรู้สึกสับสนเริ่มก่อตัวขึ้นในใจ
หญิงสาวพยายามลุกขึ้นนั่งอีกครั้ง คราวนี้เธอทำสำเร็จ แม้ความเ็ปที่ศีรษะจะยังคงอยู่ เธอค่อยๆ แกะผ้าห่มผืนหนาออกจากตัว แล้วมองสำรวจตัวเอง ชุดที่เธอสวมใส่อยู่ก็ไม่ใช่ของเธอเช่นกัน มันเป็ชุดนอนผ้าไหมสีชมพูอ่อน ตัดเย็บอย่างประณีต
"เกิดอะไรขึ้นกับฉันกันแน่" พริมพิลาถามตัวเองด้วยความกังวล ความทรงจำสุดท้ายของเธอก็คือรถตู้ที่เธอนั่งมาหลังจากออกมางานเลี้ยง ประสบอุบัติเหตุชนกับรถสิบล้อ ภาพความรุนแรงของการชนยังคงติดตา เธอจำได้ว่าตัวของเธอเองถูกเหวี่ยงไปกระแทกกับอะไรบางอย่างอย่างรุนแรง ก่อนที่สติของเธอจะดับวูบไป
"แล้วที่นี่...มันที่ไหนกัน ใครพาฉันมาที่นี่" พริมพิลาบ่นพึมพำกับตัวเอง น้ำเสียงของเธอแหบพร่าราวกับไม่ได้ใช้งานมานาน
นักแสดงสาวหันไปมองไปรอบๆ ห้องอย่างละเอียดอีกครั้ง หวังว่าจะพบเบาะแสอะไรบางอย่างที่พอจะบอกเธออยู่ที่ไหน เธอเห็นเพียงแจกันดอกไม้สดวางอยู่บนโต๊ะข้างเตียง และนาฬิกาแขวนผนังบอกเวลาบ่ายสามโมงตรง
"นี่ฉันฝันไปหรือเปล่านะ ทำไมฉันถึงมีชีวิตรอดอยู่อีก ชนรถสิบล้อไปขนาดนั้นรอดได้ก็ปาฏิหาริย์แล้ว?" พริมพิลาพยายามขยับตัวอย่างระมัดระวัง จนในที่สุดเธอก็สามารถนั่งพิงหัวเตียงได้สำเร็จ หญิงสาวรู้สึกวิงเวียนศีรษะเล็กน้อย แต่ก็ดีขึ้นกว่าตอนแรกมาก
"หรือว่า... ฉันตายไปแล้วจริง ๆ " พริมพิลากลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก ความคิดนี้ทำให้เธอรู้สึกหนาวสั่นไปทั้งตัว
"มีใครอยู่ไหม!" เธอะโถามออกไป แต่ไม่มีเสียงตอบรับกลับมา มีเพียงความเงียบสงัดที่ทำให้เธอรู้สึกโดดเดี่ยวและหวาดกลัว สายตาของเธอสอดส่ายไปรอบ ๆ ห้องที่ไม่คุ้นเคย หวังว่าจะเจออะไรที่ให้คำตอบกับเธอได้บ้าง
เมื่อพริมพิลาจ้องมองมาที่มือของตัวเองเธอถึงกับผงะ ทำไมมันดูอวบอั๋นผิดปกติ นี่ไม่ได้มือเรียวบางของเธอแน่ ๆ หัวใจเต้นของนักแสดงสาวเต้นระรัวด้วยความหวาดกลัว เธอรีบเดินโซซัดโซเซเดินไปที่บานกระจกใบใหญ่ที่อยู่ในห้องนอนหรู ภาพที่สะท้อนออกมาทำให้เธอแทบกรีดร้อง
"ยัยตุ้ยนุ้ยนี้คือใครกัน?"
หญิงสาวจ้องมองภาพสะท้อนในกระจกบานใหญ่ด้วยความรู้สึกสับสน เธอรู้สึกเหมือนิญญาหลุดออกจากร่าง ภาพสะท้อนในกระจกบานใหญ่ตรงหน้าทำให้นักแสดงสาวรู้สึกช๊อก ใบหน้าที่เคยคุ้นเคยถูกแทนที่ด้วยหญิงสาวแปลกหน้าที่มีเค้าโครงหน้าคล้าย ๆ กับเธอ แต่กลับอ้วนท้วน ผิวซีดเผือด ไร้ซึ่งชีวิตชีวา เรือนผมดำขลับที่เคยเป็ระเบียบตอนนี้กลับยุ่งเหยิงราวกับรังนก ร่างกายเต็มไปด้วยร่องรอยฟกช้ำ
"นี่มัน...ไม่ใช่ฉัน แล้วรูปร่างที่สุดแสนจะเพอร์เฟคของฉันหายไปไหน " เสียงของพริมพิลาแหบพร่า แทบจะกลายเป็เสียงกระซิบ เธอรู้สึกเหมือนโลกทั้งใบพลิกคว่ำ เหมือนมีใครสักคนมาฉกชิงตัวตนของเธอไปอย่างไร้ร่องรอย
"กรี๊ดดดดดดดดด!" พริมพิลาปล่อยเสียงกรีดร้องสุดเสียง ร่างกายสั่นเทาด้วยความหวาดกลัว เธอถอยหลังจากกระจกราวกับมันคือปีศาจร้ายที่กำลังจะเข้ามาทำร้ายเธอ
"นี่มันเกิดอะไรขึ้น?" เธอพึมพำกับตัวเอง น้ำตาไหลอาบแก้ม "ทำไมฉันถึงกลายเป็แบบนี้?"
ความสับสนและหวาดกลัวถาโถมเข้าใส่เธอราวกับคลื่นั์ นักแสดงสาวพยายามตั้งสติ แต่สมองของเธอกลับว่างเปล่า เธอไม่มีความทรงจำของเ้าของร่างนี้เลย เธอไม่รู้ว่าจะทำอย่างไรต่อไป
ไม่นานนักเธอก็ได้ยินเสียงฝีเท้าดังขึ้นมาจากนอกห้องนักแสดงสาวเห็นสาวใช้เปิดประตูวิ่งเข้ามาด้วยความใ
"คุณหนูพริม! คุณหนูฟื้นแล้วเหรอคะ!" สาวใช้รีบวิ่งเข้ามาประคองพริมพิลาให้ลุกขึ้นไปนั่งบนเตียง "คุณท่านเป็ห่วงคุณหนูมากเลยค่ะ ถึงกับกินไม่ได้นอนไม่หลับเมื่อเห็นคุณหนูไม่ฟื้นขึ้นมาซะที"
พริมพิลาเงยหน้ามองสาวใช้ด้วยสายตาเลื่อนลอย ราวกับิญญาที่หลงทางอยู่ในโลกที่ไม่คุ้นเคย
"ที่นี่...ที่ไหนหรือ?" พริมพิลาเอ่ยถามเสียงสั่น
"ที่นี่คฤหาสน์รัตนวราวงศ์ค่ะคุณหนู"สาวใช้รีบตอบกลับมา
"รัตนวราวงศ์..." พริมพิลาทวนชื่อนั้นในใจ มันฟังดูคุ้นเคย แต่เธอไม่อาจระลึกถึงความทรงจำใดๆ ที่เกี่ยวข้องกับมันได้เลย เธอพยายามนึกถึงอดีตของเ้าของร่างนี้ แต่ภาพในหัวกลับพร่ามัวราวกับถูกปกคลุมด้วยหมอกหนา
"คุณหนูจำอะไรไม่ได้จริงๆ หรือคะ" สาวใช้เอ่ยถามด้วยน้ำเสียงร้อนรน
พริมพิลาพยักหน้า พลางคิดในใจ 'แผนการ 'แกล้งความจำเสื่อมเพื่อล้วงความลับ' เริ่มต้นแล้ว!' เธอแอบยิ้มมุมปากอย่างผู้มีชัย
"แล้วฉัน...เป็ใครเหรอคะ?" เธอถามต่อ น้ำเสียงใสซื่อบริสุทธิ์ราวกับผ้าขาวที่ไม่เคยผ่านการซัก
สาวใช้ถึงกับผงะไปครู่หนึ่ง ดวงตากลมโตเบิกกว้างอย่างไม่อยากจะเชื่อ "คุณ...คุณหนูพริมความจำเสื่อมเหรอคะ?" เสียงเธอสั่นเครือเหมือนกำลังจะร้องไห้
พริมพิลาไม่ได้ตอบสาวใช้เธอรู้สึกเจ็บแป๊บที่ศีรษะ นักแสดงสาวขมวดคิ้วมุ่น ค่อย ๆ ยกมือขึ้นแตะศีรษะของตัวเองอย่างแ่เบา
"โอ๊ย..." เสียงครางแ่เบาของเธอทำให้สาวใช้สาวถึงกับสะดุ้ง เธอรีบสาวเท้าเข้าไปใกล้ พลางสำรวจาแบนศีรษะของคุณหนูอย่างร้อนรน แต่เมื่อไม่พบร่องรอยของเื สาวใช้ก็ถอนหายใจด้วยความโล่งอก
"คุณหนูพริม เป็อะไรไปค่ะ?" เธอเอ่ยถามเสียงสั่น มือเรียวแตะหน้าผากเนียนของพริมพิลาอย่างแ่เบา
"หัวของฉัน...มันเจ็บแปลบไปหมดเลย เกิดอะไรขึ้นเหรอ?" พริมพิลาถามกลับ น้ำเสียงเต็มไปด้วยความสับสนและหวาดหวั่น เธอเงยหน้าสบตากับสาวใช้ ราวกับ้าคำตอบจากเธอ
"เมื่อวานนี้คุณหนูพลาดท่าตกจากบันไดค่ะ" สาวใช้ตอบคำถามคนเป็เ้านายความกังวลยังคงปรากฏบนใบหน้าของเธอ
พริมพิลายกมือขึ้นกุมศีรษะ เมื่อพยายามนึกถึงความทรงจำของเ้าของร่างนี้เธอรู้สึกหน้ามืดและโลกหมุนติ้ว ก่อนที่เธอจะทรุดตัวลงพื้น