หลงทิวา

    คำสัญญา

    -1-

    คำสัญญา

                    -ปี พ.ศ.2550-

                    ในบรรยากาศยามเย็นใกล้ค่ำของมหาลัยชื่อดังแห่งหนึ่ง มีเสียงการซ้อมวงดนตรีสากลดังออกมาจากอาคารใหญ่สีขาว เสียงดนตรีนั้นไม่ได้ดังมากแต่ก็พอจับใจความได้ว่า บทเพลงที่หมู่นักดนตรีวัย 20 ต้นๆ ที่กำลังบรรเลงนั้นคือเพลงอะไร

    “ถ้าหากเขาเป็๲คนในฝัน
    แล้วฉันเป็๲ตัวอะไร
    คนอย่างฉันก็มีหัวใจ
    อย่าทำร้ายกันดีกว่า
    ถ้าเธอพบคนที่เธอฝัน
    ถ้าเขานั้นดีนักหนา
    อย่ามัวเสียเวลา
    กับคนไร้ค่าอย่างฉันเลย”

    คนไร้ค่าที่มาก่อน - พั้นช์ วรกาญจน์ โรจนวัชร 

                    จู่ๆ ประตูห้องซ้อมของชมรมดนตรีสากลก็ถูกเปิดออก มีเด็กสาววัย 19 ปีคนหนึ่งยื่นหน้าเข้ามามองหาใครบางคน ทิวากร สาวร่างสูงใบหน้าหมวย นักศึกษาปี 3 ของคณะศิลปศาสตร์ เอกดนตรีสากล ผู้ที่รักการเล่นกีตาร์เป็๲ชีวิตจิตใจ และฝีมือการเล่นกีตาร์ของเธอถือว่าหาตัวจับได้ยากในประเทศนี้ เธอมักจะได้รางวัลเสมอเมื่อเธอลงแข่งขัน ไม่แปลกเลยที่ รินรดา นักศึกษาปี 1 คณะบริหารธุรกิจจะแอบชอบเธอ เดิมทีเธอก็สงสัยว่าความรู้สึกที่เธอมีให้ลูกสาวเพื่อนแม่อย่างทิวากรเป็๲แบบไหน เป็๲เพียงความปลาบปลื้มชื่นชมของเด็กสาวที่มีต่อรุ่นพี่ที่สนิท หรือเธอชอบเขาจริงๆ จนวันเวลาผ่านไปนับ 10 ปี หลังจากวันที่พ่อแม่ทั้งสองคนพาให้มารู้จักกัน วันนี้เธอแน่ใจแล้วว่าความรู้สึกที่มีให้แก่สาวรุ่นพี่คืออะไร

                    เมื่อทิวากรเงยหน้าจากเครื่องดนตรีตัวโปรดแล้วเห็นรินรดา เธอก็เลิกคิ้ว๻๷ใ๯เล็กน้อยแต่ก็ยิ้มให้คนอายุน้อยกว่า รินรดาชี้นิ้วโป้งไปทางข้างหลัง พร้อมทำปากขมุบขมิบประมาณว่า ‘รอข้างนอกนะคะ’ ทิวากรเห็นดังนั้นก็ยิ้มให้เล็กน้อยและพยักหน้าให้ ด้วยความในห้องชมรมค่อนข้างเล็ก ทำให้รินรดารู้สึกเสียดายที่ไม่สามารถนั่งมองทิวากรเล่นกีตาร์ได้จนจบการซ้อม

                    “ริน” ทิวากรเรียกรินรดาหลังจากเปิดประตูห้องชมรมเพื่อเดินออกมาหาสาวรุ่นน้อง เธอออกมาพร้อมสะพายกระเป๋า 2 ใบ ใบหนึ่งเป็๲กระเป๋าที่เอาใส่เอกสารในการเรียน อีกใบหนึ่งเป็๲กระเป๋ากีตาร์ตัวโปรดของเธอ “มีอะไรหรือเปล่า มาหาซะเย็นเลย พรุ่งนี้เรามีสอบไม่ใช่หรอ ไม่ไปอ่านหนังสือหรือไง หือ” ทิวากรเอ่ยถาม

                    “พึ่งติวกับเพื่อนเสร็จค่ะ กำลังจะกลับบ้าน แต่ได้ยินเสียงพวกพี่ซ้อมดนตรีอยู่เลยเดินมาหา” คนตัวเล็กกว่าอ้าง เพราะจริงๆ เธอติวกับเพื่อนเสร็จไปตั้ง 5 โมงเย็นแล้ว เธอรอรุ่นพี่คนสวยของเธอตั้ง 2 ชั่วโมง กะเวลาที่ทิวากรซ้อมใกล้จะเสร็จถึงได้เข้าไปทักสาวรุ่นพี่ในห้องซ้อม

                    “อ้อ งั้นกลับด้วยกันไหม วันนี้พี่ยืมรถพ่อมาขับด้วย” ทิวากรเอ่ยชวน

                    “ได้ค่ะ” พอรินรดาตอบรับทั้งสองคนก็เดินไปที่รถเก๋งคันสีน้ำตาลอ่อนของทิวากรที่จอดอยู่ไม่ไกลอาคาร

                    ตลอดทางการขับรถ รินรดาก้มหน้าทำหน้าเหมือนครุ่นคิดบางอย่างตลอดทาง จนทิวากรรู้สึกผิดปกติ

                    “ริน เป็๞อะไรหรือเปล่า นั่งเงียบตลอดทางเลย” ทิวากรหันไปถามหลังจากจอดรถติดไฟแดง

                    “พี่ทิวา รินมีเ๱ื่๵๹อยากจะบอก พี่จะว่ารินแปลกไหม” รินรดาหันมาสบตาทิวากรด้วยสายตาที่มีแต่ความไม่แน่ใจ

                    “เ๹ื่๪๫อะไรละ” ทิวากรเอ่ยถาม

                    “พี่อย่าโกรธ อย่าเกลียดรินนะ”

                    “อืม ได้สิ”

                    “รินว่า...รินชอบพี่ทิวาค่ะ” หลังจากรินรดาเอ่ยความในใจออกมา ทิวากรทำหน้าอึ้งไปเล็กน้อย ก่อนจะรู้สึกถึงการเปลี่ยนสีของไฟจราจร ทิวากรจึงออกรถและไม่ได้พูดอะไรออกมา

                    “พี่ทิวา”

                    “พี่ขอมีสมาธิขับรถแป๊บนึงนะ” ทิวากรทำหน้านิ่งไร้ความรู้สึกใด เขารู้สึก๻๠ใ๽ที่น้องสาวที่เห็นมาแต่เล็กจนโตจะมีความรู้สึกพิเศษให้เขา

                    ถ้าถามว่าเขาโกรธไหม

                    ก็ไม่นะ

                    รังเกียจหรือเปล่า

                    ไม่เลยสักนิด

                    ดีใจ

                    อืม.. มันแค่รู้สึกแปลกใจ แต่ไม่ได้รู้สึกไม่ดีเลย และเขากำลังคิดว่าจะเอายังไงต่อกับความสัมพันธ์ของเราสองคน เขาไม่เคยมีความรัก ถึงจะอายุเข้าเลข 2 แล้วก็ตาม

                    แต่เขาบอกว่าถ้าชอบใครจะใจเต้นแรงนิ

                    ใช่ ใจเขาเต้นแรงไม่น้อยเลย

                    เขาชอบรินรดางั้นหรอ

                    ทิวากรเงียบตลอดการขับรถจนถึงหน้าบ้านของรินรดา ทำให้รินรดาน้ำตาเริ่มคลอเบ้า

    เธอถูกปฏิเสธสินะ...

                    “ริน” ทิวากรเอ่ยขึ้นหลังจากจอดรถหน้าบ้านของสาวรุ่นน้อง

                    “พี่ขอบคุณนะที่รินรู้สึกพิเศษกับพี่ พี่ไม่เคยมีความรัก เลยไม่ค่อยเข้าใจมันเท่าไหร่ แต่พี่ไม่ได้รู้สึกไม่ดีนะ ที่เราชอบพี่” ทิวากรยิ้มให้รินรดาเล็กน้อย

                    “ถ้างั้น จะเป็๲ไปได้ไหมคะ ถ้าเราจะเป็๲แฟนกัน” รินรดารวบรวมความกล้าทั้งหมดถามออกไป

                    “ก็..เป็๞ไปได้นะ เพราะที่จริงเมื่อกี้พี่ก็รู้สึกใจเต้นอยู่เหมือนกัน” ได้ยินดังนั้นรินรดากลับร้องไห้โฮออกมา

                    “อ้าว ร้องไห้ทำไมเนี่ย” ทิวากรเอื้อมมือไปลูบหัวสาวน้อยของเขา

                    “เมื่อกี้รินคิดว่าพี่จะปฏิเสธรินแล้ว คิดว่าพี่โกรธ ไม่ชอบมันซะอีก” รินรดาพูดพร้อมหน้าแง่งอนแสนน่ารักให้ทิวา

                    “แต่ว่านะ เราลองคุยกันสักเดือนนึงก่อนดีไหม ลองศึกษา ลองคุยกันจริงจังก่อน ถ้าพี่รู้สึกว่ามันเป็๲ไปได้ วันสิ้นปีพี่จะเป็๲คนขอเราเป็๲แฟนเอง โอเคไหมคะ” ทิวากรเอ่ยถามด้วยรอยยิ้ม สำหรับรินรดาทิวากรเป็๲คนที่ยิ้มได้มีเสน่ห์ที่สุดแล้ว ลองคุยกันเดือนนึงหรอ แค่นี้ก็ดีสำหรับเธอมากแล้ว อย่างน้อยเธอก็ยังมีโอกาส

                    “ได้ค่ะ ขอแค่พี่ทิวาเปิดใจให้รินแค่นี้ก็ดีมากแล้ว”

                    “เข้าบ้านได้แล้ว เดี๋ยวพรุ่งนี้พี่มารับนะ”

                    “งั้นรินไปก่อนนะคะ ขอบคุณสำหรับวันนี้นะคะ”

                    “อืม เดินดีๆ ละ” รินรดาเปิดประตูลงจากรถของทิวากร ก่อนเข้าบ้านเธอก็หันมาโบกมือลาคนอายุมากกว่า แล้วทิวากรก็โบกมือกลับให้เธอเช่นกัน ทิวากรมองรินรดาเข้าตัวบ้านไป ปิดประตูเรียบร้อย เขาถึงจะขับรถออกไป

                    บนชั้นสองของบ้านรินรดามีผู้หญิงวัยกลางคนสวมเดรสชุดสีขาวมองรถของทิวากร๻ั้๫แ๻่เข้ามาจอดจนเธอขับรถออกไป เธอยืนมองอีสักพักก่อนที่ตัวเธอจะหายไป

                    ๻ั้๹แ๻่วันนั้นความสัมพันธ์ของทิวากรและรินรดาก็ดีขึ้นเรื่อยๆ ทิวากรคอยไปรับไปส่งรินรดาเสมอหากมีโอกาส ถ้าไม่ได้เจอกันทั้งคู่ก็จะคอยคุยกันผ่านทั้งทางโทรศัพท์ โปรแกรมแชต และ SMS จนถึงวันก่อนที่ 30 ธันวาคม ซึ่งวันพรุ่งนี้ก็จะครบกำหนดที่ทิวากรได้พูดไว้ ในขณะที่ทิวากรมาส่งรินรดาที่หน้าบ้าน

                    “พี่ทิวาคะ หนูขอถามพี่ก่อนได้ไหม”

                    “เ๱ื่๵๹อะไรหรอ”

                    “ความรู้สึกของพี่วันนี้ มันมากกว่าหรือเท่ากับวันนั้นคะ”

                    “ตื่นเต้นกับคำตอบพี่พรุ่งนี้หรอ”

                    “ก็ใช่ค่ะ ตอนนี้มันดีมาก จนหนูกลัวว่าถ้าคำตอบของพี่วันพรุ่งนี้มันไม่ใช่อย่างที่หวัง หนูจะทำยังไงดี”

                    ทิวากรยิ้มเอ็นดูคนตัวเล็กกว่าแล้วเอื้อมมือไปลูบหัวคนน้อง

                    “เอาเป็๞ว่าวันพรุ่งนี้มันจะไม่มีอะไรที่เราต้องกังวล โอเคไหมคะ” รินรดาจับมือทิวากรที่ลูบหัวของเธอมาแนบที่แก้มของเธอ

                    “หนูรักพี่ทิวานะคะ” เมื่อทิวาได้ยินดังนั้นก็ยิ้มกว้างให้คนตรงหน้า

                    “รับรู้แล้วค่ะ ขอบคุณนะที่มีความรู้สึกดีๆ ให้พี่”

                    “มันจะดีใช่ไหมคะ”

                    “เข้าบ้านได้แล้ว พักผ่อนเยอะๆ พรุ่งนี้แต่งตัวสวยๆ พี่จะมารับเราตอนเย็นนะ”

                    “โอเคค่ะ หนูจะรอนะคะ หนูเข้าบ้านก่อนนะ”

                    “ค่ะ” แล้วรินรดาก็เปิดประตูรถแล้วหันมาโบกมือลาคนพี่อย่างเคย ก่อนจะเดินเข้าบ้านไป หลังจากที่ทิวามองเห็นรินรดาเข้าตัวบ้านไปเขาก็เตรียมจะออกรถ แต่เขาเหลือบเห็นสาววัยกลางคนใส่ชุดเดรสสีขาวจ้องเขามาจากชั้นสองของบ้านรินรดา หน้าตาผู้หญิงคนนั้นหน้าเหมือนคุณน้า ผู้เป็๞แม่ของรินรดามาก ทำให้เขาคิดว่าคงเป็๞น้องหรือญาติของรุ่นน้องคนสนิท เขายิ้มให้ผู้หญิงคนนั้นเล็กน้อยก่อนจะขับรถออกมาก

    ทิวากรขับรถออกมาได้ 10 นาที จู่ๆ รถของเขาก็เกิดปัญหา เครื่องยนต์กระตุกและจู่ๆ ก็ดับไป

                    “ฉิบหายแล้วไง” เขาสบถ เขาพยายามสตาร์ทรถ 2-3 ครั้งแต่ก็ไม่เป็๞ผล เขาถอนหายใจก่อนจะโทรหาพ่อ แต่เธอโทรเท่าไหร่ก็ไม่ติด ทิวากรเริ่มรู้สึกถึงความผิดปกติกับสิ่งที่เกิดขึ้น เขาตัดสินใจเอื้อมมือไปเปิดช่องเก็บของหน้ารุเพื่อหยิบไฟฉาย แล้วลงไปเปิดกระโปรงหน้ารถเพื่อตรวจสอบเครื่องยนต์ หลังจากที่เขาส่องไฟฉายตรวจสอบเครื่องยนต์สักพักก็ไม่พบสิ่งปกติ จู่ๆ เขาก็ได้กลิ่นดอกไม้ คล้ายดอกเฟื่องฟ้าแรงมาก แรงผิดปกติ เขามองหาต้นดอกเฟื่องฟ้าซึ่งก็เห็นต้นมันที่เป็๞พุ่มใหญ่อยู่ไม่ไกล เขาเริ่มใจคอไม่ดี กลิ่นดอกไม้นี้แรงมากจนเขาเวียนหัว เขาจึงตัดสินใจทำการปิดกระโปรงรถและล็อกรถให้เรียบร้อยก่อนจะรีบเดินกลับบ้าน เพราะตรงนี้ไปบ้านเขาเหลือระยะทางอีกไม่ถึง 300 เมตร แต่เขาเดินได้แค่ไม่กี่สิบก้าว แล้วจู่ๆ เขาก็เห็นแสงไฟจากหน้ารถคันหนึ่งสว่างจ้ามาก รถคันนั้นเขามาเหมือนจะชนเขา แล้วทิวากรก็เป็๞หมดสติล้มลงกลางถนน