ในชาติก่อน เฉินเหยาเหยาไม่ได้เรียนจบจากโรงเรียนการแสดงโดยตรง ทว่าเธอเข้าสู่วงการบันเทิงผ่านการประกวดรายการค้นหาดาวเด่นใน่ที่เรียนมหาวิทยาลัย
ใน่แรกเริ่ม เธอยังไม่ค่อยมีชื่อเสียงโด่งดังนัก จนกระทั่งอายุราวยี่สิบเจ็ด ยี่สิบแปดปี โชคชะตาถึงเข้าข้าง ทำให้เธอกลายเป็ดาวค้างฟ้า จากบทนางเอกละครน้ำเน่า บทบาทของหญิงสาวผู้เพียบพร้อมและเป็ที่รักของทุกคนในเื่นั้น ส่งให้เธอโด่งดังเป็พลุแตก หลังจากนั้นเธอใช้เวลาสานต่อความสำเร็จเพียงสองปี ก็ก้าวขึ้นสู่แท่นนางเอกแถวหน้าของวงการบันเทิงได้สำเร็จ
ทว่าเื้ัความสำเร็จนั้น ในโลกออนไลน์เริ่มมีข่าวฉาวซุบซิบหลุดออกมาเป็ระลอก ว่าที่เฉินเหยาเหยาไต่เต้ามาถึงจุดนี้ได้ เป็เพราะเธอใช้เส้นสายใต้เตียงเข้าแลกสารพัด
ยิ่งก้าวเข้าสู่ศตวรรษที่ 21 วงการบันเทิงจีนแผ่นดินใหญ่ก็ยิ่งซับซ้อนซ่อนเงื่อน น้ำในบ่อนี้ขุ่นคลั่กจนมองไม่เห็นก้นบ่อ คนที่ไร้ซึ่งแบ็กอัพหนุนหลังและไม่ได้มีพร์โดดเด่นเป็พิเศษ หากฝันอยากจะโด่งดังโดยไม่ยอมใช้ทางลัดบ้าง ก็คงเป็ได้แค่ฝันลมๆ แล้งๆ
ในวงการนี้ จะมีดารากี่คนกันที่ไม่เคยมีข่าวฉาว โดยเฉพาะดาราหญิงที่สวยแต่รูป แต่ไร้ซึ่งเส้นสายใหญ่โตคอยคุ้มกะลาหัว
แน่นอนว่าย่อมมีคนที่ค่อยๆ สั่งสมประสบการณ์จากบทตัวประกอบเล็กๆ จนโด่งดังขึ้นมาได้ด้วยฝีมือล้วนๆ แต่คนแบบนั้นมีน้อยยิ่งกว่างมเข็มในมหาสมุทร และเฉินเหยาเหยา ไม่ใช่หนึ่งในนั้น เธอโด่งดังขึ้นมาได้ ก็เพราะใช้สารพัดวิธีบนเตียงนั่นแหละ
ในยามค่ำคืนของแต่ละวัน เธอเรียกผู้ชายแปลกหน้าไม่ซ้ำหน้าบนเตียงว่า “ป๋า” อย่างคล่องปาก โอกาสทองในวงการที่คว้ามาได้ ก็แลกมาด้วยการนอนแบบนี้นี่แหละ
พอชื่อเสียงเริ่มติดลมบน ยืนหยัดในวงการได้อย่างมั่นคง เธอก็เริ่มปฏิบัติการฟอกขาวตัวเอง สร้างภาพลักษณ์นางฟ้าผู้แสนดี โดยเฉพาะการใช้งานการกุศลมาบังหน้าเพื่อชุบตัวให้บริสุทธิ์ผุดผ่อง
ถ้าไม่ใช่เพราะการปรากฏตัวอย่างกะทันหันของทิงเสวี่ยในชาติก่อน เฉินเหยาเหยาก็คงจะเสวยสุขอยู่บนยอดพีระมิดต่อไปเรื่อยๆ
ทิงเสวี่ยพยายามสลัดความคิดเื่วุ่นวายในอดีตชาติออกจากหัว เธอสูดหายใจลึก พยายามทำใจให้สงบและเผชิญหน้ากับความจริงตรงหน้า
เมื่อเห็นน้องสาวตัวแสบกำลังพยายามเข้ามาประจบประแจง ทิงเสวี่ยก็แค่นเสียงเหอะในลำคอ แล้วสะบัดหน้าทำท่าจะเดินหนี ปฏิกิริยาเ็าของลูกสาวคนโต ทำให้หลิวกุ้ยหลานไม่พอใจอย่างแรง แต่เธอกลับไม่กล้าด่าทิงเสวี่ยตรงๆ จึงหันไปลงที่หลินกั๋วผิงแทน
“หลินกั๋วผิง! ดูคุณสอนลูกสาวคุณยังไงฮะ!? ไม่มีมารยาท ไม่มีการอบรมสั่งสอน! แม้แต่แม่แท้ๆ กับน้องสาวแท้ๆ ก็ยังทำเป็ไม่รู้จัก!”
คำด่ากราดของหลิวกุ้ยหลานทำให้หลินกั๋วผิงโกรธจนแทบะเิ “ทำไมเสียวเสวี่ยถึงไม่สนิทกับพวกคุณ พวกคุณก็น่าจะลองหาสาเหตุดูเอาเองนะ! เสียวเสวี่ยเป็เด็กมีมารยาทมาก แกแค่ไม่คุยกับคนแปลกหน้าเท่านั้นเอง”
หลิวกุ้ยหลาน “...”
ไอ้ขี้ขลาดนี่ปากคอเราะร้ายขึ้นทุกวัน! แม้หลิวกุ้ยหลานจะยังคงดูถูกดูแคลนหลินกั๋วผิงเหมือนเดิม แต่คำย้อนของเขาเมื่อครู่ ก็ทำเอาเธอจุกจนพูดไม่ออกไปชั่วขณะ
“พี่คะ หนูเหยาเหยาเอง พี่ลืมหนูแล้วจริงๆ เหรอคะ? ถ้ารู้ว่าจะเจอพี่ที่นี่ หนูจะเอาตุ๊กตาผ้าสวยๆ ของหนูติดมาให้พี่เล่นด้วยแล้ว” เฉินเหยาเหยาไม่ได้โวยวายที่ถูกทิงเสวี่ยเมินใส่ เธอยังคงสวมบทน้องสาวผู้แสนดี พยายามตีสนิทกับพี่สาวที่เธอเองก็ไม่ได้อยากนับญาติด้วยนัก มือเล็กๆ ยื่นเข้ามาหมายจะจับมือทิงเสวี่ย แต่กลับถูกทิงเสวี่ยสะบัดออกอย่างแรง เพียะ! “อย่ามาแตะตัวฉัน!”
“นี่มันท่าทางอะไรกัน!? น้องสาวฉันอุตส่าห์พูดดีๆ ด้วย ทำไมเธอถึงทำนิสัยแบบนี้!?” เฉินฮ่าวที่ยืนเงียบมาตลอด พอเห็นทิงเสวี่ยปัดมือเฉินเหยาเหยา ก็ของขึ้นทันที
เฉินฮ่าวรักและหวงแหนเฉินเหยาเหยา น้องสาวต่างแม่ของเขามาก คุณย่าพร่ำบอกเสมอว่าน้องสาวคนนี้มีอนาคตไกล เป็ดาวนำโชคของตระกูล แถมเฉินเหยาเหยาก็ทั้งฉลาดทั้งสวยั้แ่เด็ก เวลาเขาพาน้องสาวไปอวดเพื่อนๆ เขาก็รู้สึกหน้าบานเป็จานเชิง เขาจึงทนเห็นเฉินเหยาเหยาถูกรังแกไม่ได้แม้แต่ปลายเล็บ
หลินกั๋วผิงเห็นเฉินฮ่าวตะคอกใส่ลูกสาวสุดที่รัก ก็ถลึงตาใส่กลับไปเป็การเตือน
ลูกสาวของเขาน่าสงสารจริงๆ มีแม่แท้ๆ อยู่ทั้งคน แต่กลับไม่เคยได้รับความรักความอบอุ่นจากแม่เลย
ลองดูเด็กสองคนนั่นสิ ไม่ว่าจะเป็เฉินฮ่าวหรือเฉินเหยาเหยา ต่างก็แต่งตัวดีมีระดับ หน้าตาสดใสผิวพรรณเปล่งปลั่ง ดูปราดเดียวก็รู้ว่าถูกเลี้ยงดูมาอย่างสุขสบาย ทั้งที่เฉินเหยาเหยาอายุน้อยกว่าลูกสาวเขาตั้งเกือบสองปี แต่กลับตัวสูงกว่าทิงเสวี่ยเสียอีก คนไม่รู้ตื้นลึกหนาบาง คงนึกว่าเฉินเหยาเหยาเป็พี่ ส่วนทิงเสวี่ยเป็น้องสาวขี้โรคแน่ๆ
เสียวเสวี่ยของเขาน่าสงสารเหลือเกิน ตอนที่ยังเล็ก ไม่เคยได้รับอ้อมกอดที่อ่อนโยนจากแม่แท้ๆ ยามเจ็บไข้ได้ป่วยก็ได้แต่ละเมอร้องเรียกหาแม่ หลายครั้งต้องนอนหลับไปทั้งน้ำตา พวกเด็กเกเรในหมู่บ้านก็ชอบล้อเลียนว่าเธอเป็ลูกไม่มีแม่เป็เด็กที่ไม่มีใคร้า
ย้อนกลับไปตอนที่เขาดึงดันจะแต่งงานกับหลิวกุ้ยหลาน แม่ของเขาคัดค้านหัวชนฝา ท่านเตือนแล้วเตือนอีกว่าผู้หญิงคนนี้อยู่กับเขาได้ไม่ยืดหรอก แต่ตอนนั้นเขาเหมือนโดนของ มัวเมาในความรัก คิดแต่ว่าจะต้องเอาเธอมาเป็เมียให้ได้ นั่นเป็ครั้งแรกในรอบยี่สิบสองปีที่เขากล้าขัดใจแม่ และทำให้ท่านเสียใจ สุดท้ายแม่ก็ต้องจำใจยอมแพ้ แล้วผลล่ะ? ไม่ถึงสามปี ผู้หญิงคนนี้ก็ทิ้งลูกในไส้ไปเสวยสุขเป็แม่เลี้ยงให้ลูกคนอื่น!
หลังจากจ้องหน้าเฉินฮ่าวจนอีกฝ่ายหลบสายตา หลินกั๋วผิงก็หันไปพูดกับหลิวกุ้ยหลานด้วยสีหน้าเ็า “ถ้าไม่มีอะไรแล้ว ผมกับเสียวเสวี่ยขอตัวกลับก่อน คุณเลิกโทษว่าเสียวเสวี่ยไม่สนิทกับคุณเสียทีเถอะ เพราะในวันที่แก้าคุณที่สุด คุณไม่เคยอยู่ตรงนั้น และในตอนนี้ แกก็ไม่ได้้าคุณอีกต่อไปแล้ว”
ทิงเสวี่ยแอบยกนิ้วโป้งให้หลินกั๋วผิงในใจ สุดยอดไปเลยพ่อจ๋า! คำพูดเมื่อกี้เท่ะเิ!
“เดี๋ยวสิ! เสียวเสวี่ย แม่จะพาไปกินของอร่อยๆ นะ พอกินอิ่มแล้วจะให้พี่ชายกับน้องสาวพาไปดูลิงที่สวนสัตว์ ดีไหมลูก?” หลิวกุ้ยหลานยอมทิ้งทิฐิความเป็แม่จนหมดสิ้น เธอไม่สนแล้วว่าหลินกั๋วผิงจะแดกดันเธอยังไง ขอแค่หลอกล่อลูกสาวให้ตายใจได้ก่อนเป็พอ
พอหลิวกุ้ยหลานยื่นมือจะเข้ามาจับ ทิงเสวี่ยก็ยังคงเบี่ยงตัวหลบอย่างไม่ไว้หน้า “หนูไม่มีพี่ชาย! ไม่มีน้องสาว! พวกนั้นเป็ลูกของแม่ ไม่เกี่ยวกับหนู หนูมีแค่พ่อกับอาสามเท่านั้น!”
ทิงเสวี่ยรีบมุดไปหลบหลังหลินกั๋วผิง เธอรู้ทันเล่ห์เหลี่ยมของหลิวกุ้ยหลานดี ขืนหลงเชื่อตามไปกินของอร่อย นั่นแหละถึงจะเรียกว่าโง่ของจริง! จะพาไปดูลิงเหรอ? เหอะ พวกคุณนั่นแหละที่เห็นฉันเป็ลิงให้หลอกปั่นหัวเล่น!
เมื่อเห็นลูกสาวยืนกรานต่อต้านหัวชนฝา หลินกั๋วผิงผู้ตามใจลูกสาวเป็ที่หนึ่ง ย่อมไม่ขัดศรัทธา เขาจูงมือลูกสาวเดินหันหลังกลับทันทีโดยไม่แม้แต่จะปรายตามองอดีตภรรยา
พอเห็นสองพ่อลูกเดินจากไปดื้อๆ แบบนั้น หลิวกุ้ยหลานก็โกรธจนหน้าดำหน้าแดง กระทืบเท้าเร่าๆ นังเด็กคนนี้มันเหมือนเม่นชัดๆ! ไม่ว่าจะเข้าหายังไงก็โดนหนามตำจนได้เื!
เห็นไหมล่ะ ถ้าไม่ได้เลี้ยงมากับมือก็เป็แบบนี้แหละ เลี้ยงไม่เชื่อง! สู้ลูกสาวคนเล็กก็ไม่ได้ ทั้งว่าง่าย ทั้งน่ารัก ขนาดเฉินฮ่าวที่เป็ลูกติดผัว ไม่ใช่เืเนื้อเชื้อไขแท้ๆ ยังกตัญญูรู้คุณมากกว่าเลย
แล้วอีลูกคนโตที่คลอดออกมาจากท้องตัวเองแท้ๆ ล่ะ? มันช่างเป็ลูกทรพีจริงๆ!
“แม่คะ พี่สาวไปแล้ว พี่เขาเกลียดหนูแน่ๆ เลย เขาต้องไม่ยอมให้เืหนูแน่ๆ” เฉินเหยาเหยากระตุกแขนเสื้อหลิวกุ้ยหลาน พลางบีบน้ำตาทำท่าทางน่าสงสารจับใจ
เห็นน้ำตาของลูกสาวสุดที่รักแบบนี้ หัวใจคนเป็แม่อย่างหลิวกุ้ยหลานจะเ็ปสักแค่ไหน!
หลิวกุ้ยหลานลูบหัวปลอบโยนลูกสาวคนเล็กด้วยน้ำเสียงอ่อนโยนผิดกับเมื่อครู่ “เหยาเหยาของแม่ อย่าคิดมากไปเลยลูก พี่สาวต้องยอมให้เืหนูแน่นอน ตอนนี้พี่เขาแค่ถูกไอ้พ่อจนๆ คนนั้นเสี้ยมสอนมาผิดๆ เดี๋ยวต่อไปแม่จะขยันไปหาเขาบ่อยๆ เอาของอร่อยๆ ของใช้ดีๆ ไปล่อ เดี๋ยวเขาก็ใจอ่อน ยอมสนิทกับแม่ แล้วก็ยอมให้เืเหยาเหยาเองจ้ะ”
เฉินเหยาเหยาเสนอไอเดีย “งั้นแม่เอาเสื้อผ้าใหม่กับตุ๊กตาที่คุณย่ากับคุณป้าซื้อให้หนู ไปให้พี่สาวเถอะค่ะ”
“โถ เหยาเหยาของแม่ช่างเป็เด็กดีมีน้ำใจจริงๆ แต่ของของลูกมีแต่ของดีๆ ทั้งนั้น เอาไปให้พี่สาวก็เสียของเปล่าๆ เดี๋ยวแม่ไปหาซื้อของที่เหมาะกับฐานะของเขาให้เอง”
หลิวกุ้ยหลานลูบหัวลูกสาวคนเล็กด้วยความเอ็นดูอีกครั้ง ก่อนจะจูงมือพาเฉินเหยาเหยาและเฉินฮ่าว เดินมุ่งหน้าไปดูงิ้วที่ลานแสดง