"เมี้ยวเมี้ยว... นี่คือท่านพ่อท่านแม่ของเ้าหรือ?" ซุ่ยซุ่ยวิ่งเตาะแตะออกมาด้วยเท้าเปล่า นางกลัวว่าจะทำให้ท่านพ่อท่านแม่ตื่น จึงพองลมที่แก้มแล้วกระซิบเสียงเบาหวิว
เ้าลูกแมวน้อยเดินมาตรงหน้านาง ใช้จมูกดุนเท้าเล็ก ๆ ของซุ่ยซุ่ยเบา ๆ เป็เชิงนำทางให้เดินไปข้างหน้า ซุ่ยซุ่ยเดินไปพลางนับไปพลาง "หนึ่ง สอง สาม สี่..." มีแมวขาวตัวใหญ่ถึงสี่ตัวเชียวนะ!
"มันาเ็นี่นา..." และแล้วนางก็สังเกตเห็นว่า หนึ่งในแมวสีขาวนวลที่มีขนสีเหลืองแซม และมีอักษรคำว่า 'าา' ที่หน้าผากซึ่งซุ่ยซุ่ยอ่านเป็เลขสาม กำลังาเ็อยู่
แมวตัวเขื่องจ้องมองซุ่ยซุ่ยด้วยสายตาที่เปี่ยมด้วยอำนาจ แต่นางกลับไม่รู้สึกกลัวแม้แต่น้อย เหยียนซุ่ยซุ่ยจะไปกลัวอะไรเล่า ปกติมีแต่คนอื่นที่ต้องกลัวนาง!
"เ้าอยากดื่มน้ำหวาน ๆ เพื่อรักษาแผลใช่หรือไม่?" ซุ่ยซุ่ยเห็นริมฝีปากพวกมันแห้งผากจนแตก นางจึงร่ายมนตร์ให้น้ำพุวิเศษไหลออกมาจนเต็มหลุมดินเล็ก ๆ
น้ำในมิติวาจาสิทธิ์ของนางคือยารักษาชั้นยอด! พลังของนางคือการอำนวยพร มิติแห่งนี้จึงเต็มไปด้วยไอพลังโชคชะตาที่รวมตัวกันเป็หยดน้ำ นี่คือสุดยอดของวิเศษบำรุงกาย
ทันทีที่น้ำพุวิเศษปรากฏขึ้น แมวทั้งสี่ตัวก็หมอบกายลงกับพื้นอย่างนอบน้อมแล้วเริ่มดื่มกินอย่างว่าง่าย ซุ่ยซุ่ยเห็น 'แมวใหญ่' ทำตัวน่ารักนางก็ฉีกยิ้มกว้างแล้วยื่นมือไปลูบขนพวกมัน "ว้าว... ขนนุ่มฟูจังเลย สบายกว่าผ้าห่มที่บ้านอีก"
เ้าตัวโตชะงักไปครู่หนึ่ง แต่ก็ไม่ได้ขัดขืนแม้แต่น้อย ยอมให้นางลูบไถจนหนำใจ และแล้ว... เด็กน้อยก็ปีนขึ้นไปบนหัวมัน! นางกอดคอเ้าแมวสีขาวตัวที่ใหญ่ที่สุดพลางหาวหวอด แล้วซบลงบนหลังนุ่ม ๆ แกว่งเท้าไปมาอย่างสำราญใจ ในขณะที่ไก่ป่าทั้งสามตัวในเล้าสั่นเทิ้มด้วยความหวาดกลัวจนแทบสิ้นสติ
เมื่อพวกมันดื่มเสร็จ ซุ่ยซุ่ยยังใจดีมอบของกินในมิติให้เป็ของกำนัลอีกด้วย เมื่อเห็นพวกมันเดินกลับเข้าป่าไป ซุ่ยซุ่ยจึงอุ้มลูกแมวน้อยกลับเข้าห้อง
เ้าลูกแมวเหลียวมองลึกเข้าไปในป่าไกล ๆ แมวใหญ่ทั้งสี่หยุดฝีเท้าลง พวกมันเฝ้ามองจนแน่ใจว่าทั้งคู่เข้าบ้านเรียบร้อยแล้ว จึงหันหลังกลับหายเข้าสู่พงไพร
เช้าวันรุ่งขึ้น ซุ่ยซุ่ยถูกปลุกด้วยเสียงร้องอุทานอย่างตื่นตระหนก "์! นี่มันอะไรกันเนี่ย?" "ทำไมถึงมีเหยื่อมากมายขนาดนี้?"
หลินซื่อยื่นอยู่ที่ประตูรั้วบ้าน มองดูสิ่งที่อยู่ตรงหน้าด้วยใบหน้าที่ซีดเผือด เหยียนฮั่นเซิงและลูกชายรีบวิ่งออกไปดู ซุ่ยซุ่ยเพิ่งจะลุกจากเตียง ปอยผมชี้โด่เด่ออกมาหนึ่งกระจุก นางก็เดินเตาะแตะตามออกไปเช่นกัน
ที่หน้าประตูบ้าน มีซากสัตว์ป่านอนเรียงรายอยู่ประปราย ทั้งเก้ง ไก่ป่า และกระต่ายป่าอีกหลายตัว ทุกตัวถูกกัดเข้าที่ลำคอจนขาดใจตายและถูกนำมาวางกองไว้หน้าบ้าน
"รีบลากเข้ามาเร็ว!" เหยียนชวนรีบลงมือทันที เขานึกขอบคุณที่เลือกบ้านหลังท้ายหมู่บ้านรอบ ๆ นี้ไม่มีชาวบ้านอาศัยอยู่ บ้านที่ใกล้ที่สุดก็ห่างไปตั้งสองสามร้อยเมตร
"มันเกิดอะไรขึ้น? มาจากไหนกัน? เมื่อคืนตอนก่อนนอนยังไม่มีเลยนะ" หลินซื่อมองซ้ายมองขวาอย่างระแวงแล้วรีบปิดประตูรั้วให้สนิท
เหยียนหลางหันไปมองน้องสาวตัวน้อยทันที เหยียนฮั่นเซิงคุกเข่าลงสำรวจซากสัตว์ "รอยกัดพวกนี้มาจากสัตว์ร้าย กัดครั้งเดียวตายคาที่"
"แล้วทำไมสัตว์ร้ายถึงเอาเหยื่อมาวางไว้หน้าบ้านเราล่ะ?" เหยียนชวนขมวดคิ้ว เด็กหนุ่มผู้มีเค้าความสุขุมฉายแววเฉลียวฉลาด
"คราวก่อนตอนซุ่ยซุ่ยฟื้นขึ้นมา ข้าแบกนางไปหาพวกท่านพ่อท่านแม่ นางบอกว่าอยากกินข้าวสาร อยากให้ต้นกล้าโตไว ๆ ... วันต่อมาต้นกล้าก็เขียวขจีขึ้นมาทันตา" เหยียนหลางลดเสียงต่ำพลางเอ่ยอย่างระมัดระวัง
เขาลอบมองน้องสาวที่กำลังนั่งยอง ๆ อยู่หน้าเล้าไก่ด้วยท่าทางรังเกียจ "ออกไข่แค่สองฟองเองเหรอ? ไร้น้ำยาจริง ๆ เลย! บ้านข้ามีหนึ่ง สอง สาม สี่ ห้า..." นางเริ่มกางนิ้วมือนับ แล้วชูออกมาเจ็ดนิ้ว "บ้านข้ามีตั้งหกคน ข้าต้องได้ไข่หกฟองสิ!"
"ถ้าพรุ่งนี้ไม่ออกไข่ ข้าจะกินเนื้อ! จะต้มซุปดื่ม! ข้าจะเอาไข่เยอะ ๆ !" เ้าตัวเล็กพ่นลมหายใจฮึดฮัด ดูเหมือนจะตกลงกับไก่ป่าไม่สำเร็จ
ไก่ป่าในเล้าดูท่าจะมีศักดิ์ศรี มันะโหนีขึ้นไปบนขื่ออย่างหงุดหงิด 'ไก่แค่สองตัวจะให้ออกไข่หกฟอง ต่อให้เ้าเป็วาจาสิทธิ์ข้าก็ออกให้ไม่ไหวหรอก!'
เหยียนหลางเล่าต่อ "ตอนขึ้นเขา น้องสาวบ่นว่าอยากกินเนื้อไก่... ไก่ป่าก็บินออกมาทันที อยากกินหัวไชเท้า นางก็ไปขุดเอาโสมคนหัวเบ้อเริ่มมาให้" หลินซื่อกุมหน้าอก รู้สึกเหมือนหัวใจจะเต้นหลุดออกมาข้างนอก
เหยียนฮั่นเซิงสูดหายใจเข้าลึก ๆ ครั้งแล้วครั้งเล่า "ซุ่ยซุ่ยเพิ่งฟื้นมาได้แค่สองวัน บ้านเราก็กำลังจะได้สร้างบ้านใหม่ มีเสบียงกิน แถมยังมีสัตว์ร้ายคาบเหยื่อมาส่งถึงบ้านอีก"
"เมื่อวาน ซุ่ยซุ่ยบอกว่านาสองหมู่นั่นจะเหี่ยวเฉา ไม่รู้จะจริงหรือเปล่า แต่ที่นางบอกว่านาสามหมู่ของเราจะมีรวงข้าวแน่นอน..." เหยียนหลางกระซิบ
เหยียนชวนเม้มปากแน่น เขามองดูน้องสาวที่ดูเหมือน 'ยัยหนูซื่อบื้อ' อยู่ข้างหลังแล้วดวงตาก็พลันฉายแววลึกซึ้ง
"เื่นี้ห้ามแพร่งพรายออกไปเด็ดขาด ตอนนี้เรายังไม่มีกำลังพอจะปกป้องซุ่ยซุ่ยได้..." หากเื่นี้หลุดไป ซุ่ยซุ่ยจะต้องตกที่นั่งลำบากแน่ นางจะกลายเป็ 'ของล้ำค่า' ที่เหล่าผู้มีอำนาจต่างจ้องจะแย่งชิง
"งั้นไปดูที่นากันก่อนเถอะ" เหยียนฮั่นเซิงเช็ดหน้าเช็ดตา "ข้าวเช้าค่อยกลับมากิน" ตอนนี้ไม่มีกะจิตกะใจจะกินอะไรทั้งนั้น
ทว่ายังไม่ทันจะก้าวพ้นประตูบ้าน ก็มีเสียงเอะอะโวยวายดังมาจากข้างนอก "เหยียนต้า! เหยียนต้า! ข้าวบ้านเ้าออกรวงแล้ว ออกมาดูเร็วเข้า! ส่วนนาที่บ้านเก่าแย่งไปจากเ้าน่ะ เหี่ยวเฉาจนเหลืองโพลนไปหมดแล้ว แค่ชั่วข้ามคืนแท้ ๆ !
ไอ้พวกคนชั่วพวกนั้น เมื่อวานยังคุยโวว่ามีวิธีรับมือภัยแล้ง หลอกเอาไข่ไก่บ้านข้าไปตั้งยี่สิบฟอง! ไอ้พวกสารเลว ข้าจะไปทวงคืน!"
"หลอกเอาข้าวกล้องบ้านข้าไปตั้งยี่สิบชั่งเหมือนกัน!"
"ใจดำอำมหิต เสนียดจัญไรแท้ ๆ ในบ้านยังมีว่าที่ซิ่วไฉอยู่อีกคนนะนั่น ถุย!"
"เหยียนต้า นาที่แบ่งให้บ้านเ้าน่ะกลับมาเขียวขจี แถมยังออกรวงสวยเชียว บ้านเ้ามีเคล็ดลับการปลูกหรือเปล่า?"
ชาวบ้านแห่กันมาจนแน่นขนัด เหยียนฮั่นเซิงพยายามควบคุมตัวเองไม่ให้หันไปมองซุ่ยซุ่ย หลินซื่อรีบไปรินน้ำชามาต้อนรับ โชคดีที่เมื่อครู่ลากซากสัตว์เข้าไปเก็บข้างในแล้ว ไม่อย่างนั้นคงเป็เื่ใหญ่แน่ นางอาศัยใบชาที่เก็บจากบนเขามาตากแห้งทุกปี จึงพอมีไว้รับแขกได้บ้าง แต่ปลายนิ้วของนางกลับสั่นเทา... ทุกคนต่างพูดเป็เสียงเดียวกันว่าข้าวที่บ้านนางออกรวงแล้ว
"ได้ข่าวว่าบ้านเ้าจะสร้างบ้านใหม่หรือ? เฮ้อ ข้าจำได้ว่าบ้านเก่าไม่ได้แบ่งเงินให้พวกเ้านี่นา หรือว่าพวกเ้าแอบซุกซ่อนเงินไว้?" หญิงสาวปากคอเราะร้ายคนหนึ่งปรายตามองหลินซื่อด้วยท่าทางดูิ่
หลินซื่อเป็คนต่างถิ่น ได้ข่าวว่าตัดขาดกับทางบ้านเดิมไปแล้ว หลายปีมานี้ทุกคนเห็นนางทำงานงัวงานควายให้ตระกูลเหยียนมาตลอด เพิ่งจะโดนไล่ออกจากบ้านแบบตัวเปล่าไปไม่กี่วันก่อน แต่วันนี้กลับจะสร้างบ้านใหม่เสียแล้ว?
"จะไปมีเงินซุกซ่อนได้ยังไง แม่เฒ่าเฉินน่ะเข้มงวดเื่เงินจะตายไป อีกอย่างเขาจะมีเงินจากไหนมันก็เื่ของเขาเถอะน่า พวกผู้หญิงน่ะหลีกไปก่อน เื่ไหนจะสำคัญไปกว่าเื่ที่นากัน?" ชายคนหนึ่งเบียดหญิงคนนั้นออกไป
นางได้แต่กลอกตาสำรวจไปทั่ว พยายามจะมองเข้าไปในบ้าน จนเห็นเด็กน้อยที่ดูอวบอ้วนราวกับก้อนแป้งยืนอยู่ตรงประตู
"พี่ชายซุ่ยซุ่ยยังไม่ได้ใส่กางเกงเลย ท่านป้าอยากเข้าไปดูหรือไม่เ้าคะ?" เด็กน้อยเอียงคอถามด้วยสีหน้าใสซื่อ
"สะใภ้โจว! อย่าไปทำเด็กมันเสียขวัญเลย เ้าอายุตั้งเท่าไหร่แล้วยังจะไปเอาเปรียบเด็กผู้ชายอีกหรือ?" ทุกคนพากันหัวเราะร่วน จนสะใภ้โจวหน้าแดงก่ำด้วยความโมโห
"บ้านเ้ายังเลี้ยงไก่ป่าไว้ด้วยหรือเนี่ย เหยียนฮั่นเซิงนี่ล่าสัตว์เก่งจริง ๆ นะ... โอ๊ะ มีไก่หมักด้วยหรือนี่..." หญิงคนเดิมพึมพำกระปอดกระแปด
สมัยก่อนนางหมายปองเหยียนฮั่นเซิงเป็คนแรก ใครจะไปรู้ว่าเขาจะพาผู้หญิงที่ไหนไม่รู้ที่ดูบอบบางยกอะไรไม่ไหวกลับมา คาดว่าคงจะหนีตามกันมานั่นแหละ หลายปีมานี้นางจึงดูถูกหลินซื่อมาตลอด และแอบใส่ร้ายป้ายสีต่อหน้าแม่เฒ่าเฉินอยู่บ่อย ๆ
เมื่อไม่กี่วันก่อนเห็นหลินซื่อโดนไล่ออกจากบ้านแบบตัวเปล่า นางตั้งใจจะมาดูเื่ตลก แต่ตอนนี้กลับเห็นไก่หมักหมูรมควันแขวนอยู่ใต้ชายคา ดูท่าคงจะไม่ขาดแคลนเสบียงแน่ ๆ ความอิจฉาจึงแล่นขึ้นมาจนตาแดงก่ำ!