ซูลั่วอิงมีพี่ชายถึงสามคนเธอเป็ลูกสาวคนเดียวของบ้านจึงได้รับการทะนุถนอมจากพ่อแม่และพี่ชายราวกับแก้วตาดวงใจ
พี่ชายคนโตของซูลั่วอิง ชื่อซูเทียนเหอรับราชการทหาร มียศถึงผู้กอง แถมยังได้แต่งงานกับลูกสาวของผู้บัญชาการทหารส่วนพี่ชายคนที่สองชื่อซูเทียนฉี่ เป็อาจารย์สอนอยู่ที่มหาวิทยาลัยในเมืองหลวงขณะที่พี่ชายคนที่สามชื่อซูเทียนเซิ่ง เพิ่งเรียนจบมหาวิทยาลัยและได้รับการบรรจุเข้าทำงานในหน่วยงานราชการแห่งหนึ่งอนาคตสดใสรออยู่เบื้องหน้า
ซินเยวี่ยจำได้ว่าในชาติก่อนพี่ชายคนที่สามของซูลั่วอิงค่อยๆ ไต่เต้าขึ้นไปจนถึงตำแหน่งรองนายกเทศมนตรี
ในชาติก่อนหลังจากซูลั่วอิงเรียนจบมหาวิทยาลัยเธอไม่ได้ทำงานทันทีแต่เลือกที่จะศึกษาต่อจนจบปริญญาเอกแล้วจึงเริ่มทำงานเป็อาจารย์มหาวิทยาลัย ตอนอายุสามสิบปี เธอถึงได้แต่งงานแต่หลังจากแต่งงานได้ไม่กี่ปี กลับไม่มีลูก สามีจึงไปมีเมียน้อยแถมเมียน้อยยังตั้งท้องอีกด้วย
เมียน้อยอุ้มท้องโตมาหาถึงบ้านบีบให้ซูลั่วอิงหย่า
ซูลั่วอิงตัดสินใจหย่ากับอดีตสามีอย่างเด็ดเดี่ยวแต่โชคชะตาเล่นตลก หลังจากหย่าได้เพียงเดือนเดียวเธอกลับพบว่าตัวเองตั้งท้องได้สามเดือนแล้ว
ซูลั่วอิงไม่ฟังคำทัดทานของคนในครอบครัวยืนกรานที่จะให้กำเนิดลูก แม้ในยุค 90 แม่เลี้ยงเดี่ยวจะเป็เื่ที่พบเห็นได้ยากซูลั่วอิงต้องแบกรับแรงกดดันมหาศาล
หวังว่าในชาตินี้ ซูลั่วอิงจะมีจุดจบที่ดี
ในชาติก่อนเพราะความขี้ขลาดและความโง่เขลาของซินเยวี่ย ทำให้ซูลั่วอิงค่อยๆ ห่างเหินจากเธอไปแต่เมื่อซินเยวี่ยเข้ามาหางานทำในเมือง ซูลั่วอิงก็ยังช่วยเหลือเธออยู่ไม่น้อย
ซูลั่วอิงชื่นชอบผู้หญิงที่เข้มแข็งและพึ่งพาตนเองได้
ซินเยวี่ยหวังว่าในชาตินี้เธอและซูลั่วอิงจะไม่มีความขัดแย้งใดๆ ต่อกันอีก
แม่ซูที่กำลังวุ่นวายกับการทำอาหารเย็นในครัวได้ยินเสียงจากด้านนอกก็รีบออกมา เมื่อเห็นซินเยวี่ยมา เธอก็ดีใจเป็อย่างมาก“ซินเยวี่ย ไม่ได้มาบ้านนานเลยนะ คราวนี้มาพักหลายๆ วันหน่อยนะมีเธออยู่ด้วย อิงอิงของเราจะได้ไม่เบื่อ”
ซูลั่วอิงรีบขัดขึ้นก่อนที่ซินเยวี่ยจะได้พูดอะไร“ซินเยวี่ย คราวนี้เธอต้องอยู่หลายวันนะ”
เมื่อเจอความกระตือรือร้นของสองแม่ลูกซินเยวี่ยจึงปฏิเสธไม่ได้ “ถ้าอย่างนั้นฉันขอรบกวนด้วยนะคะ”
หลังจากซินเยวี่ยนั่งลงซูลั่วอิงก็นำผลไม้มาให้ ทั้งลูกพีช แตงโม และแตงกวา
ลูกพีชซินเยวี่ยพอหากินได้ที่บ้านแต่แตงโมกับแตงกวาหายากมาก
เธอจำได้ว่าชาติก่อนเธอได้กินแตงโมครั้งแรกตอนที่หนีตามหลี่เจี้ยนจวินเข้าไปในเมืองน่าจะเป็อีกสองปีข้างหน้า
ในขณะที่ซินเยวี่ยกำลังกินแตงโมซูลั่วอิงก็เปิดทีวี
บ้านซูมีทีวีขนาดสิบสี่นิ้ว เป็ทีวีขาวดำแต่แค่นี้ก็ดีมากแล้ว หมู่บ้านของซินเยวี่ยยังไม่มีไฟฟ้าใช้เลย
ไม่นานอาหารเย็นก็เสร็จพ่อซูที่ออกไปทำงานข้างนอกก็กลับมา
เมื่อเห็นซินเยวี่ยมาพ่อซูก็ดูดีใจมากเช่นกัน
ระหว่างทานอาหาร แม่ซูก็พูดอย่างเสียดาย“ซินเยวี่ย น่าเสียดายจริงๆ ที่เธอไม่ได้เรียนมหาวิทยาลัยตอนนี้สอนหนังสือเป็ยังไงบ้าง”
แม้ว่าแม่ซูจะไม่เคยสอนซินเยวี่ยแต่เธอรู้ว่าซินเยวี่ยเรียนเก่งมากโดยเฉพาะอย่างยิ่งในด้านการเขียนและการประวัติศาสตร์ความสามารถของเธอนั้นเหนือกว่าซูลั่วอิงมากแถมคะแนนสอบเข้ามหาวิทยาลัยก็สูงกว่าซูลั่วอิงถึงยี่สิบคะแนนน่าเสียดายที่พ่อแม่ของเธอกลับหัวรั้นไม่ยอมให้ลูกสาวที่มีความสามารถขนาดนี้ได้เรียนต่อ
ซินเยวี่ยรีบพูด“หนูปรับตัวเข้ากับการเป็ครูได้แล้วค่ะ แต่หนูยังอยากเรียนต่อหนูตั้งใจจะเรียนมหาวิทยาลัยภาคค่ำ แต่ไม่รู้ว่าจะยากไหม”
เมื่อได้ยินว่าซินเยวี่ยมีความตั้งใจที่จะเรียนมหาวิทยาลัยภาคค่ำทั้งซูลั่วอิงและสองสามีภรรยาบ้านซูก็แสดงการสนับสนุนอย่างเต็มที่
ซูลั่วอิงรีบวางตะเกียบลงแล้วพูดเสียงดัง“ซินเยวี่ย เธอควรจะเรียนมหาวิทยาลัยภาคค่ำนะ เธอเก่งขนาดนี้ถ้าต้องเป็ครูสอนในโรงเรียนประถมในชนบทที่ยากจน มันน่าเสียดายมากถ้าเธอเรียนมหาวิทยาลัยภาคค่ำ เธอจะต้องไปที่เมืองหลวงของมณฑลตอนนั้นพวกเราจะได้อยู่ด้วยกัน”
เมื่อเห็นว่าคนในบ้านซูสนับสนุนให้เธอเรียนมหาวิทยาลัยภาคค่ำซินเยวี่ยก็รู้สึกสบายใจ เธอยังคงพูดถึงความยากลำบากของตัวเองออกมาหวังว่าพวกเขาจะช่วยออกความคิดเห็น
“แต่การเรียนมหาวิทยาลัยภาคค่ำต้องใช้เงินจำนวนมากฉันต้องหาเงินค่าเรียนให้ได้ก่อน ถ้าฉันหางานในเมืองหลวงของมณฑลไม่ได้ฉันก็คงต้องไปเรียนที่เมืองหลวงขอมณฑลในวันเสาร์อาทิตย์การเดินทางไปกลับก็ต้องใช้เงิน ฉันต้องเก็บเงินให้มากพอก่อนตอนนี้ฉันยังเสียดายงานที่ทำอยู่ กลัวว่าต่อไปจะหางานดีๆ แบบนี้ไม่ได้อีกแล้ว”ไม่ว่าชาติก่อนหรือชาตินี้ ซินเยวี่ยก็รักอาชีพครูมาก
เมื่อได้ยินความกังวลของซินเยวี่ยซูลั่วอิงก็โยนตะเกียบในมือลงบนโต๊ะ “ในเมื่อเธอตัดสินใจที่จะเรียนมหาวิทยาลัยภาคค่ำแล้วก็อย่ากังวลเื่นั้นเื่นี้เลย เื่เงิน ฉันให้เธอยืมได้ตอนที่เธอไปเมืองหลวงของมณฑล ฉันช่วยเธอหางานได้ แม้จะไม่ใช่งานที่ดูดีแต่ฉันเชื่อว่าเธอทำได้ เช่นการเป็พนักงานขายในห้างสรรพสินค้า พนักงานเสิร์ฟในร้านอาหารหรือโรงแรมหรือเป็พี่เลี้ยงเด็กให้บ้านคนรวย ดูแลคนแก่หรือดูแลเด็ก เธอทำงานในตอนกลางวันแล้วไปเรียนในตอนกลางคืน ทุกอย่างก็จะไม่เสียเปล่า”
แม่ซูพยักหน้าเล็กน้อย แล้วพูดอย่างจริงจัง“ความคิดของลั่วอิงก็ดีนะ ซินเยวี่ยฉันว่าเธอต้องมองการณ์ไกลหน่อยนะ พอเรียนมหาวิทยาลัยภาคค่ำจบแล้วเธอจะต้องหางานที่ดีกว่างานที่ทำอยู่ในตอนนี้ได้อย่างแน่นอน ถ้าเธอไม่พัฒนาตัวเองชาตินี้ก็คงต้องอยู่ในหมู่บ้านเล็กๆ นี่แหละ เธอเหมาะที่จะเป็ครู แต่ด้วยวุฒิการศึกษาแค่นี้ของเธอมันยากที่จะโดดเด่นในวงการครู ไม่แน่ว่าอีกไม่กี่ปีเธออาจจะถูกคนที่มีวุฒิสูงกว่ามาแทนที่ก็ได้ถ้าเธอไปเรียนที่เมืองหลวงของมณฑลในวันเสาร์อาทิตย์ การเดินทางไปกลับแบบนี้นอกจากจะลำบากแล้ว ยังส่งผลกระทบต่อหลายๆ ด้านด้วย ถ้าเธอจะเรียนมหาวิทยาลัยภาคค่ำก็ไปที่เมืองหลวงของมณฑลเลย หางานทำไปด้วย เรียนไปด้วย”