
“ขอบคุณนะคะพอดีลูกสาวเพิ่งมาเมืองไทยเลยไม่ค่อยชินค่ะ”ไพลินพูดแล้วก็เงยหน้ามองคนที่ลุกให้ปาร์ตี้นั่ง
“ครับไม่เป็ไรปกติผมก็ใช้บริการรถไฟฟ้าขับรถมาไม่ไหวจริงๆ” เขาตอบยิ้มๆมองหน้าหญิงสาวผมสีทองแล้วก็ยิ้มเพราะเขาเองก็ชินกับภาพนักร้องวงเกาหลีที่สีผมแบบนี้แล้วลูกสาวก็เป็แฟนคลับตัวยงเต้นตามตลอดแล้วก็ยังบังคับให้เขาดูเวลาเต้นจนเขาจำได้หมดว่านักร้องชื่ออะไร
“ค่ะ”ไพลินมองใบหน้าหล่อเหลาที่ดูสะอาดสะอ้านทรงผมดูดีทันสมัยแม้จะผ่านไปห้าปีแล้วใบหน้าเขาแทบไม่เปลี่ยนเขายังคงหล่อเหลาเหมือนเมื่อก่อนดวงตาคู่งามหลุบลงต่ำเพื่อข่มใจกับความรู้สึกของตัวเอง
“เอ่อ ผมคุ้นๆคุณจังนึกไม่ออกว่าเคยเจอที่ไหน คุณชื่ออะไรครับบอกได้ไหม”
“แพรรี่” คำตอบสั้นๆทำให้เขายิ่งสงสัยเพราะอาการหลบสายตาแบบนี้มันช่างเหมือนใครสักคนเหลือเกิน
“ลูกสาวเหมือนพ่อเหรอครับ”เขามองหน้าปาร์ตี้ที่ไม่มีเค้าโครงของผู้หญิงที่ชื่อแพรรี่แม้แต่น้อย
“ค่ะ” ไพลินตอบแล้วก็เงียบรอให้ถึงจุดหมายอย่างใจจดใจจ่อแต่ทุกอย่างก็ดูจงใจไปเสียหมดเพราะเขาดันลงสถานีสยามเช่นเดียวกับตน
“ผมมารับลูกสาวเรียนพิเศษน่าจะอายุพอกับลูกสาวคุณ”เขายิ้มแล้วก็มองหน้าปาร์ตี้
“ค่ะ ขอตัวนะคะ”ไพลินรีบคว้าข้อมือของปาร์ตี้เดินหายไปในฝูงชนที่มากมายจนแทบจะหากันไม่เจอ
“ใคร หน้าคุ้นมาก” เขายังคงสงสัยแล้วรีบเดินไปยังโรงเรียนสอนพิเศษที่อยู่ชั้นสองของห้างสรรพสินค้า
สองแม่ลูกเดินซื้อของจนเริ่มหิวปาร์ตี้อยากทานขนมไทยมากเพราะที่ร้านอาหารที่ไพลินทำงานมักมีขนมไทยจากที่ร้านฝากมาให้เด็กหญิงตัวน้อยบ่อยๆจนติดใจรสชาติเมื่อไพลินเห็นป้ายร้านขนมก็หันไปบอกเด็กน้อยไม่ทันไรปาร์ตี้ก็คว้ามือผู้เป็แม่แล้วเดินนำหน้าเข้าร้านขนมไทยชื่อดังที่มองเห็นป้ายบอกไว้ทั้งภาษาไทยและภาษาอังกฤษ
“มัมหนูอยากกิงลอดซ่อง”เด็กน้อยชี้บอกผู้เป็แม่จนพนักงานขายอดยิ้มกับการพูดไม่ชัดของเด็กน้อยไม่ได้
“ลอดช่องค่ะ”พนักงานขายพูดให้เด็กหญิงตัวน้อยฟังอีกครั้ง
“น้องพูดไม่ชัดค่ะของสองที่ค่ะ” แพรรี่เองก็ชอบพาปาร์ตี้ไปตามร้านขนมไทยทุกครั้งที่ว่างเพราะ้าให้ปาร์ตี้ชื่นชอบอาหารไทยทั้งคาวและหวานซึ่งก็ได้ผลเพราะเด็กหญิงตัวน้อยชอบขนมไทยมากโดยเฉพาะลอดช่อง
“รอสักครู่ค่ะ”ขนมไทยที่ปาร์ตี้ชอบมาเสริฟตรงหน้าแววตาที่เปี่ยมไปด้วยความสุขทำให้ไพลินหัวใจพองโต
‘แค่หนูมีความสุขไม่ว่าเื่อะไรแม่คนนี้จะทำให้ทุกอย่าง’
“คุณพ่อขาหนูอยากกินขนมไทยค่ะ”
“เอาสิลาเต้สั่งได้เลยพ่อเลี้ยงไม่อั้น”อัครวิชช์ยิ้มอย่างมีความสุขทุกครั้งที่เขากับลลนาใช้เวลาร่วมกันและเกือบทุกครั้งที่ลูซี่จะติดธุระด่วนหรือไม่ก็มีนัดด่วนแต่เขากลับไม่สนใจเพราะเขา้าแค่ลลนาก็เพียงพอสำหรับชีวิตเขาใน่นี้
“คุณพ่อใจดีจังค่า”
“น้องครับ เอาลอดช่อง ทับทิมกรอบอย่างละที่”
“ค่ะ”
“โต๊ะเต็มหมดเลย วันหยุดด้วย”เสียงทุ้มๆพูดกับเด็กน้อยทำให้โต๊ะของสองแม่ลูกหันมามองแล้วก็เรียกให้ไปนั่งด้วยกันเพราะที่นั่งเหลืออีกสองที่
“คุณคะ นั่งด้วยกันได้ค่ะ”ไพลินเรียกแล้วก็ขยับเก้าอี้เล็กน้อย
“ครับ”เขาเดินมานั่งลงแล้วหันมามองหน้าสองแม่ลูกพร้อมกับยิ้มอย่างเป็มิตร
“ว้าวคุณน้าสวยจังเลยค่า”ลลนามองด้วยความสนใจเพราะผมสีทองนั้นมันตราตรึงใจเด็กน้อยยิ่งนัก
“คุณนั่นเองสวยแล้วใจดีอีก”อัครวิชช์พูดแล้วก็จ้องแววตาที่ดูแสนเศร้าด้วยความสนใจ
“มองอะไร”
“เคยเจอที่ไหน คุณว่าเราเคยเจอกันไหม”
“มะไม่เคยค่ะ”
“คุณชื่ออะไรนะบอกผมอีกครั้งได้ไหม”
“แพรรี่” ไพลินตอบแล้วรีบลุก
“ผมว่าไม่ใช่ล่ะครับ เราต้องเคยเจอกันเพียงแต่ผมไม่เคยรู้จักใครที่มีผมสีนี้เลยนะสิมันเลยแปลก” เขายิ้มอีกครั้ง
“คุณน้าเป็นักร้องเกาหลีหรือเปล่าคะคุณพ่อ”
“ไม่ใช่หรอกลาเต้”
“มัมหนูจะเข้าทอยเล็ต”
“ไปสิลูก” ไพลินรีบลุกทันทีเพราะไม่้าให้เขาจ้องหน้าแบบนี้
“คุณน้ามีลูกสาวน่ารักจังค่ะ”ลาเต้มองหน้าปาร์ตี้แล้วยิ้มอย่างเป็มิตรส่วนปาร์ตี้ก็ยิ้มตอบ
“เหมือนลาเต้ของพ่อเลยน่ารักเหมือนกัน”เขาหอมแก้มลูกสาวอีกครั้ง
“คุณแม่น่าจะมาด้วยทำไมต้องมีนัดตอนหนูมาเรียนพิเศษด้วยคะ”
“กลับไปก็เจอกันแล้วลูก”
“ค่ะ”ลลนาสนิทกับพ่อมากกว่าแม่เพราะทุกครั้งลูซี่จะมีนัดวันที่ลลนาเรียนพิเศษตลอด อัครวิชช์เองก็ไม่ได้ใส่ใจอะไรที่สำคัญทั้งคู่เป็สามีภรรยาแค่ในนามมาเกือบสามปีแล้วข้อตกลงเดียวที่ลูซี่ยังคงทำหน้าที่แม่คือเงินจำนวนยี่สิบล้านที่อัครวิชช์จะจ่ายให้แลกกับการที่ลูซี่ต้องทำหน้าที่แม่จนลลนาอายุครบสิบแปดปีและทุกเดือนเขาก็จ่ายเงินให้ใช้จ่ายเดือนละแสนทางด้านของลูซี่ยอมรับข้อเสนอทุกอย่างเพราะตอนนี้กำลังติดพันหนุ่มรุ่นน้องที่ปรนเปรอความสุขให้ตนได้มากกว่าอัครวิชช์ที่วันๆเอาแต่ทำงานและบางคืนก็ไม่กลับบ้านความน่าเบื่อทำให้ลูซี่ไม่้าเขาอีกต่อไปซึ่งเื่นี้นางแสงระวีกับนายอุทิศก็รับรู้มาโดยตลอด
“กลับกันเถอะปาร์ตี้”ไพลินมองหน้าลูกสาวที่เริ่มง่วงก่อนจะตัดสินใจเรียกรถแท็กซี่เพื่อกลับบ้านส่วนรถก็ให้พี่ชายหาคนมาขับกลับไป
“มัมปวดต๊อง”ปาร์ตี้กุมท้องไว้แล้วก็ทำสีหน้าบ่งบอกว่าปวดจนทนไม่ไหว
“ปั๊มอยู่ด้านหน้าเดี๋ยวจอดให้ครับ”
“ค่ะ”
รถยนต์คันหรูสีขาวแล่นมาแล้วก็เลี้ยวกะทันหันจะเข้าปั๊มทำให้เด็กน้อยที่ปวดท้องหนักที่เดินนำหน้าผู้เป็แม่ไม่ทันระวังโดนชนเข้าอย่างจัง
“ปาร์ตี้!” ไพลินร้องดังลั่นเมื่อเืไหลอาบหน้าของเด็กน้อยส่วนคนขับรีบลงมาดูด้วยสีหน้าใเพราะเขาจำได้แม่นว่าเด็กน้อยคนนั้นคือเด็กที่เขาสละที่นั่งให้บนรถไฟฟ้าเมื่อตอนกลางวันนั่นเอง
“หนู”
“ขับรถยังไงกันไอ้บ้า!”
“ผมไม่ทันเห็น ผมขอโทษครับคุณแพรรี่”เขาพูดด้วยความรู้สึกผิด
“คุณ”ไพลินมองหน้าเขาแล้วก็รีบประคองลูกสาวเพื่อจะอุ้มไว้ในอ้อมแขนแต่อัครวิชช์ก็รีบรับเด็กน้อยแล้วอุ้มไปที่รถพร้อมกับเรียกให้ไพลินตามมาที่รถเพราะต้องรีบพาไปหาหมอให้เร็วที่สุด
“มาเร็วสิเื่อื่นค่อยว่ากันต้องไปหาหมอก่อน”
“ก็ไปสิรออะไร!” ไพลินตวาดใส่เขาจนเสียงสั่น
“ครับ”
“เืเต็มเลยค่ะ”ลลนามองใบหน้าปาร์ตี้แล้วก็ทำท่าจะร้องไห้เพราะรู้สึกกลัว
“ดูเพื่อนไว้นะลูกบีบมือไว้แน่นๆ”
“ค่ะ”ลลนาบีบมือปาร์ตี้ไว้แน่นส่วนไพลินได้แต่มองทางข้างหน้าสลับกับมองหน้าลูกสาวเพราะหัวใจมันร้อนรุ่มไปหมด
“เด็กถูกรถชนช่วยด้วยครับ!” อัครวิชช์ร้องบอกเ้าหน้าที่เวรเปลเมื่อรถยนต์จอดหน้าประตูทางเข้าโรงพยาบาล
“ถ้าลูกฉันเป็อะไรไปคุณเตรียมตัวตกนรกได้เลย!”
โปรดติดตามต่อในฉบับเต็ม