เวหาโอบพระพาย : ตอนที่ 7 เสื้อกันหนาวของผู้ชายแปลกหน้า
“นั่นไง พระพายมาพอดีเลย” นิทราพูดพร้อมชี้ไปทางที่พระพายกำลังเดินมาเพื่อบอกนพว่าเพื่อนที่พวกเขารอใกล้มาถึงแล้ว
“มาเร็วแก หนังจะเริ่มแล้ว ฉันกับนพยืนรอแกหน้าโรงหนังนานแล้วเนี่ย” นิทราพูดด้วยน้ำเสียงที่ไม่จริงจังนัก เพียงแค่้ากระตุ้นให้เพื่อนเดินเร็วขึ้นก็เท่านั้น
“โอเคจ้า เข้าไปเลยไหม” พระพายตอบรับเพื่อนของเธอโดยเร็ว
“ฉันขอนั่งตรงกลางนะ ไอ้นพแกนั่งฝั่งซ้ายส่วนพระพายแกนั่งฝั่งขวาของฉันนะ” นิทราพูดพลางเดินจับมือพระพายไปด้วย
“อ้าว แล้วทำไมไม่ให้พระพายนั่งตรงกลางเหมือนเดิมล่ะ ปกติก็เห็นแต่แกที่บอกให้พระพายนั่งตรงกลางเพราะแกหวงไม่อยากให้เพื่อนนั่งใกล้ใครที่ไหนไม่ใช่หรอ” นพพูดขึ้น เพราะเริ่มรู้สึกถึงความผิดปกติ
“ไม่มีอะไรหรอกน๊า ฉันก็แค่อยากเปลี่ยนบรรยากาศในการดูหนังบ้างอะ ไม่ได้หรือไง”
“แกมีอะไร บอกมาเลยไอ้นิ ร้อยวันพันปีไม่เห็นอยากเปลี่ยนบรรยากาศ”
“ก็บอกว่าไม่มีไง ก็นั่งแบบนี้มาร้อยวันพันปีอย่างที่แกว่าแหละฉันเลยเบื่อ โอเค๊”
“พอๆ ไม่ต้องเถียงกันแล้ว ถึงที่นั่งแล้วเนี่ย เรานั่งไหนก็ได้ รีบนั่งเถอะเรายืนบังคนอื่นอยู่” เมื่อพระพายพูดจบทุกคนก็นั่งลงดูหนังกันตามปกติ จนมาถึงกลางเื่ด้วยความที่ให้โรงหนังเย็นมากพระพายจึงรู้สึกหนาวและนั่งขดตัวมือกอดอก จนคนข้างๆ เริ่มสังเกตได้ จึงยื่นเสื้อแขนยาวของเขามาให้
“รับเสื้อกันหนาวตัวนี้ไปสิครับ น้องน่าจะหนาวนะ”
“ไม่เป็ไรค่ะ ขอบคุณนะคะ” พระพายปฏิเสธด้วยความเกรงใจ แต่ที่แปลกไปกว่านั้นคือทำไมน้ำเสียงของคนข้างเธอถึงได้คุ้นหูจัง แล้วยังมีกลิ่นน้ำหอมอ่อนๆ จากเสื้อกันหนาวตัวนี้อีก กลิ่นเดียวกันกับที่เวหาเคยใช้เธอจำได้ดี แต่ด้วยในโรงหนังค่อนข้างมืดเธอเลยมองเห็นเขาไม่ชัดเลยไม่อยากคิดไปไกล
“รับไปเถอะครับ ของผมมีอีกตัว พอหนังจบก่อนออกจากโรงหนังค่อยคืนให้ผมก็ได้ครับ”
“งั้นก็ได้ค่ะ ขอบคุณนะคะ” พระพายรับเสื้อกันหนาวมาห่มไว้ ถึงจะรู้สึกว่ามันแปลกๆ อยู่สักหน่อยกับสิ่งที่คนข้างๆ บอกเธอว่าพกเสื้อกันหนาวมาพร้อมกันถึงสองตัว แต่ถึงอยากนั้นเธอก็รับเสื้อกันหนาวจากคนแปลกหน้าที่นั่งอยู่ข้างๆ เธอมาแต่โดยดีเพื่อเป็การรักษาน้ำใจและตัวเธอก็หนาวมากจริง ๆ
“พระพาย มองหาอะไรหรอ แล้วนี่เอาเสื้อกันหนาวมาจากไหนอะ ตอนเข้ามาไม่ได้ใส่มานิ” นพทักท้วงขึ้นเมื่อเห็นพระพายกอดเสื้อกันหนาวที่เขาไม่คุ้นตาพร้อมกับชะเง้อมองหาใครหรืออะไรบางอย่างอยู่แบบนั้น
“เรามองหาผู้ชายคนที่นั่งข้างเราอะนพ พอดีว่าเขาให้เรายืมเสื้อกันหนาว แล้วเราว่าจะคืนเขาหลังจากที่หนังฉายจบจ้ะ แต่ตอนนี้ไม่รู้เขาหายไปไหนแล้ว เราก็ไม่ทันได้สังเกตตอนเขาลุกออกไป เขาต้องลืมเสื้อกันหนาวตัวนี้แน่ๆ เลย” พระพายพูดด้วยน้ำเสียงกังวล
“ว่าไงนะ พระพายหนาวทำไมไม่บอกเรา เอาเสื้อของใครที่ไหนมาใส่ก็ไม่รู้ ไม่ได้นะพระพาย เอาวางทิ้งไว้ตรงนี้แหละ เดี๋ยวเขาคิดได้เขาก็กลับมาหาเองนั่นแหละ” นพพูดด้วยน้ำเสียงเป็ห่วงปนสงสัย
“ไม่ได้หรอกนพเขามีน้ำใจให้เรายืมเสื้อ เราจะทำกับเขาแบบนั้นได้ยังไง เราว่าจะรอเขาอีกสักพักนะ เผื่อเขานึกขึ้นได้แล้วกลับมาเอา หรือว่าจะไปยืนรอเขาที่หน้าโรงหนังดีนะ” พระพายบ่นพึมพำอยู่คนเดียว
“พายฉันว่าแกไม่ต้องรอหรอก เขาคงกลับไปแล้วแหละ แกก็ถือกลับไปด้วยเลยเขาคงตั้งใจจะให้เสื้อตัวนี้กับแกนั่นแหละ นี่ก็เย็นแล้วรีบกลับกันเถอะเดี๋ยวเขาเป็ห่วง” นิทราพูดขึ้นพร้อมกับดึงมือพระพายให้เดินตามเธอไปขึ้นรถ
“แกพูดอะไรแปลกๆ อีกแล้วนะไอ้นิ ถ้าเป็แกคนเดิม แกต้องบอกให้พระพายทิ้งเสื้อตัวนี้ไปแล้ว แต่นี่แกกลับบอกให้พระพายเอากลับไปด้วยและไม่โวยวายอะไรเลย วันนี้แกแปลกๆ นะ” นพพูดและทำสีหน้าสงสัยนิทราเพื่อนตัวป่วนของเขาสุดฤทธิ์
“เปล่า ฉันก็ปกติดีนิ ก็แค่เหนื่อยไง อยากรีบกลับไปพักผ่อน” พระพายได้แต่นั่งคิดถึงเหตุการณ์ต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นไม่ใช่ว่าเธอไม่สงสัยที่เพื่อนรักมีพฤติกรรมที่เปลี่ยนไป เพียงแต่เธอไม่อยากซักไซ้อะไรนิทรามาก เพราะเธอรู้ดีว่าคนอย่างนิทราถ้าไม่อยากบอกต่อให้โดนบังคับนิทราก็ไม่บอก เมื่อถึงเวลาเธอจะเป็คนบอกทุกอย่างเองโดยที่เราไม่ต้องเอ่ยถามอะไรเธอเลย แต่สิ่งที่ยังติดอยู่ในใจเธอตอนนี้คือน้ำเสียง ของคนแปลกหน้าที่นั่งข้างเธอและกลิ่นน้ำหอมที่ติดมากับเสื้อกันหนาวของเขา มันช่างคล้ายกับของคนที่เธอรักเธอรักเหลือเกิน จะใช่เขาอย่างที่เธอคิดไหม ...เวหา...