เช้าวันนี้...ธัชดูเงียบผิดปกติ
เขาไม่ยิ้ม ไม่จ้อง ไม่แตะตัวเธอแม้ปลายนิ้ว
จากคนที่เคยกระแทกเธอจนเตียงโยกทุกคืน กลับกลายเป็นชายหนุ่มที่นั่งนิ่งกับแฟ้มคดีเหมือนคนไร้วิญญาณ
พิชชาเดินเข้าไปช้า ๆ ยื่นกาแฟที่เธอชงให้เอง
“วันนี้...ทนายธัชงดกาแฟเหรอคะ?”
เธอพูดแบบเดิมที่เคยแซวทุกเช้า
แต่เขาเพียงเงยหน้ามอง...แล้วตอบเรียบ ๆ
“ผมมีเรื่องในหัว…ไม่อยากพูดตอนนี้”
คำพูดนั้น...ไม่ใช่แค่บาดใจ
แต่มันเหมือนคมมีดบางเฉียบที่กรีดตรงกลางความสัมพันธ์พวกเขาทันที
พิชชายืนอึ้งในอารมณ์ที่อธิบายไม่ได้
เขาไม่ไล่เธอ…แต่กลับ “กันเธอ” ออกไปด้วยความเงียบ
เสียงโทรศัพท์ดังขึ้นในห้องทำงานส่วนตัว
ธัชรับสาย เสียงจากปลายสายคือ “แม่ของอดีตคู่หมั้นเขา”
> “ลูกธัช...เธอกลับมาไทยแล้วนะ แค่โทรไปทักทายก็ยังดี”
เขานิ่ง มือกำโทรศัพท์แน่น
> “ตอนเธอหนีไปอเมริกาเมื่อสามปีก่อน...เธอไม่ได้ให้เหตุผลอะไรเลย ตอนนี้กลับมา...จะให้ผมทำยังไงครับ?”
> “อย่างน้อย...เธอก็ยังรักลูกนะ”
เขาวางสายทันที
พิชชานั่งเงียบในห้อง เธอไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้น
แต่ใจเธอเต้นแรง...กลัวสิ่งที่ยังไม่รู้คำตอบ
ก๊อก ๆ
เสียงเคาะประตูห้องพักดังขึ้น
เมื่อเปิดประตู — ธัชยืนอยู่ในชุดสูทเต็มยศ แต่ใบหน้าเขา...เต็มไปด้วยความอัดอั้น
“ผมขอ...ขอไม่พูดอะไรคืนนี้ได้ไหม?”
เธอพยักหน้าเบา ๆ
เขาจูบเธอทันทีที่ประตูปิด เสียง “ฟึ่บ!” ของเสื้อสูทหลุดออกก่อนจะถึงโซฟา
ริมฝีปากเขาร้อนจัด รุนแรงกว่าทุกครั้ง ดุดันเหมือนคนที่ต้องการระบายบางอย่างจากใจลึก
เขากระชากเสื้อเธอออกแรง จนกระดุมกระเด็น
มือจับเอวแน่น ผลักเธอลงนอนกับโซฟาทันที
“คืนนี้ผมจะเอาคุณ...โดยไม่พูดอะไรเลย”
“แล้วฉันจะยอมให้คุณ...ทั้งตัว...แม้จะไม่รู้ว่าในใจคุณคิดถึงใครอยู่ก็ตาม”
เขาชะงักแวบนึง
แต่แล้ว…เขาก็ก้มลงไซ้ซอกคอ ดูดเนินอก เลียยอดถันแรงกว่าเดิม ราวกับอยากลบเสียงในหัวตัวเองให้หายไป
เขารูดกางเกงเธอออก ร่างกายเธอเผยเปลือยท่ามกลางแสงไฟสลัว
เขาไม่ลีลา — กดลำแข็งขึงเข้าหาเธอในพริบตาเดียว
“อ๊าาา…ธัช!”
เสียงร้องของเธอไม่ใช่แค่เจ็บ...แต่มันคือการ “ร้องเรียกให้เขามองเธอคนเดียว”
เขากระแทกใส่เธอไม่ยั้ง เน้น ลึก
เสียงเฉอะแฉะสอดประสานกับเสียงสะอื้นที่เธอกลั้นไว้ในลำคอ
เขาจับขาเธอพาดไหล่
ซอยใส่แรง เสียงเนื้อกระแทกดังก้องในห้องเล็ก
เขามองเธอ...น้ำตาไหลจากหางตาเธอขณะโดนกระแทก
เขาชะงัก...ค่อย ๆ ชะลอ
“พิชชา…”
เธอกระซิบเสียงสั่น
“อย่าเอาฉัน...เพื่อหนีใคร”
เขาก้มลงแนบหน้าผากกับเธอ…
“ผมขอโทษ…คืนนี้ผมไม่ได้ควบคุมหัวใจเลย…”
เขาก้มหน้าซบไหล่เธอ ลมหายใจสะท้อนกับผิวเปลือยที่ยังสั่นจากแรงรัก
เธอไม่ได้ผลักเขาออก ทั้งที่น้ำตายังเปื้อนแก้ม
ร่างกายเขายังแนบชิดอยู่ในตัวเธอ ลึกแน่น ร้อนผ่าวจนแยกไม่ออกว่าเป็นเหงื่อหรือหยาดอารมณ์
เขาขยับสะโพกเบา ๆ ช้า ๆ...ไม่ใช่เพราะอารมณ์
แต่เพื่อให้เธอรู้ว่าเขา "ยังอยู่"
อยู่ตรงนี้ อยู่กับเธอ — ไม่ใช่ภาพในอดีต ไม่ใช่ใครที่จากไป
“พิชชา…” เขากระซิบ
“คะ…”
“คนที่ผมเคยรัก...เขาทิ้งผมไปโดยไม่บอกเหตุผล ไม่มีคำลา ไม่มีคำอธิบายอะไรเลย”
เธอหลับตา ฟังเสียงเขาดังชิดข้างแก้ม
“ผมเกลียดการไม่รู้...แต่กับคุณ ผมกลัวจะรู้สึกมากไป…จนเสียคุณไปในวันหนึ่ง”
เธอยกมือขึ้นโอบรอบต้นคอเขาแน่น น้ำตาไหลอีกครั้ง
“งั้น…อย่าเก็บฉันไว้ในใจลึกขนาดนั้นเลยค่ะ ให้ฉันอยู่ตรงหน้า อยู่ในอ้อมแขน ไม่ใช่ในอดีตของคุณ…”
เขาเงยหน้าขึ้น ดวงตาสั่นไหว
แล้วเขาก็โน้มตัวลง จูบเธอ — จูบที่ลึกกว่าเดิม หวานจนเจ็บ แต่ปลอบโยนอย่างอ่อนโยนที่สุด
ร่างกายของเขายังสอดอยู่ในตัวเธอ
แล้วเขาก็เริ่มขยับอีกครั้ง — ช้า ลึก และซึ้ง
เสียงครางที่ออกจากลำคอเธอไม่เร่าร้อนเหมือนทุกครั้ง แต่มันเต็มไปด้วย “ความรัก” จนเธอเจ็บลึก
เขาประคองหน้าเธอไว้
จ้องเข้าไปในตาเธอทุกครั้งที่กระแทกเข้า…
แล้วพูดออกมาคำหนึ่ง ที่เธอไม่เคยคิดว่าจะได้ยินจากเขา
“ผมกลัวว่าตัวเองจะรักคุณ…จนเกินจุดกลับไปได้อีกแล้ว”
เธอกระซิบตอบ — ขณะร่างกระตุกใกล้ปลดปล่อยอีกครั้ง
“รักเลยก็ได้ค่ะ…หนูยินดีเป็นของคุณทั้งหมด…”
จังหวะสุดท้าย เขากระแทกลึกสุดเข้า
ก่อนจะปล่อยความอุ่นร้อนเข้ากลางกายเธออีกระลอก
เธอก็ปลดปล่อยพร้อมกัน น้ำตาคลอในแววตาที่สบกันแนบแน่น
เขาซุกหน้าลงกับอกเธอ
ลมหายใจของเขาอุ่นแนบใจเธอที่เต้นแรงจนเจ็บ
คืนนี้…ไม่มีคำหยาบ ไม่มีแรงโทสะ
มีเพียงสองหัวใจที่ยอมเปิดเปลือยให้กันมากขึ้นอีกนิด...ทีละน้อย
ท่ามกลางแสงไฟนวลอ่อน และผ้าห่มที่ห่อคลุมร่างเปลือยทั้งสองแนบชิดไว้เป็นหนึ่งเดียว
[ เช้าวันถัดมา]
พิชชาลืมตาตื่นขึ้นมาพร้อมแขนของธัชที่โอบรอบเอวเธอแน่นแนบหลัง
ลมหายใจเขาสม่ำเสมอ อบอุ่น เหมือนเครื่องทำน้ำอุ่นที่เธอไม่อยากลุกออกมาเลย
เธอยิ้มบาง ๆ แล้วกระซิบกับตัวเอง
“ไม่คิดเลยว่าคนอย่างเขาจะพูดคำว่า ‘รัก’ ได้แบบนั้น…”
แต่ในจังหวะเดียวกัน — โทรศัพท์ของเขาที่วางอยู่บนโต๊ะหัวเตียง…ก็ดังขึ้น
[พิม – คู่หมั้นเก่า] โทรเข้า...
เธอชะงัก
แค่ชื่อเดียวก็พาให้หัวใจเธอเย็นลงทั้งอก
ธัชเงียบอีกครั้ง
แม้เขาจะยังแตะมือเธอ จับเอวเบา ๆ ระหว่างเดินในสำนักงาน
แต่แววตาเขา...กลับมีอะไรบางอย่างกั้นอยู่ระหว่างเธอกับเขา
และแล้ว…
“พิชชา...ผู้บริหารเรียกไปพบหน่อย”
พี่แอดมินสาวหน้าห้องทนายใหญ่เรียกเธอเสียงเข้ม
เธอเข้าไปเจอ “พิม” สวมเดรสหรูนั่งอยู่ พร้อมสายตาเย็นเฉียบ
> “คุณคือเด็กฝึกงานที่ธัชคบอยู่ใช่ไหม?”
พิชชาชะงัก
> “…เราไม่ได้คบกันค่ะ”
> “ดี เพราะถ้าคุณคบ ฉันจะถือว่าคุณกำลังก้าวล้ำในชีวิตที่ฉันเคยเป็นส่วนหนึ่งมาก่อน”
ธัชเดินเข้ามาพอดี สีหน้าเรียบเย็น
> “พิม…กลับไปเถอะ เรื่องของเรา จบไปนานแล้ว”
> “แต่ฉันยังไม่ได้จบ...และถ้าคุณรักเด็กคนนี้จริง คุณควรบอกคนทั้งสำนักงาน ไม่ใช่แอบคบเหมือนทำผิด!”
พิชชานิ่ง หัวใจร้อนระอุแต่ไม่พูดอะไร
เธอกลับหันหลังเดินออกจากห้องอย่างเงียบ ๆ
ท่ามกลางแววตาของธัชที่มองตามเธออย่างสับสน...และเจ็บ
เธอเก็บของที่ห้องโดยไม่พูด
แต่ประตูห้องกลับเปิดออกแรงก่อนที่เธอจะได้แตะประตู
ธัชยืนอยู่ตรงนั้น…สีหน้าดุดัน ผมยุ่ง
“คุณคิดจะไปโดยไม่บอกอะไรผมเลยเหรอ?”
“ก็คุณมีอดีตที่ยังไม่เคลียร์ไม่ใช่เหรอคะ?”
“ผมเคลียร์แล้ว! คนที่ผมอยากอยู่ด้วยคื—”
เธอไม่ฟัง เธอผลักอกเขา
“งั้นพิสูจน์สิ…อย่าพูด! ทำให้หนูรู้สึกได้สิว่าคุณต้องการแค่หนู!”
เขาคว้าตัวเธอเข้ากอดแน่น
จากนั้นก็จับผลักติดผนัง จูบหนักบดแน่น ร้อนและเต็มไปด้วยความโกรธ หึง และความรักที่ล้นจนระเบิด
“คุณมันบ้า! เอาแต่ใจ! ไม่พูดอะไรให้เคลียร์!”
“งั้นผมจะใช้ร่างกายอธิบายทุกอย่างให้คุณรู้…”
เขายกตัวเธอขึ้นในอ้อมแขน ถลกกระโปรงขึ้นทันที
ร่างของเธอแนบผนัง สะโพกเขาแนบชิดตรงปากทางอย่างไม่มีเบรก
“อ๊าาาา…ธัชชชช!”
เขากระแทกเข้าไปจนสุดในจังหวะเดียว
เธอครางกระเส่า จิกไหล่เขาไว้แน่น
เขาซอยใส่ในท่ายืน รุนแรง ทุกจังหวะกระแทกเต็มแรงเหมือนจะฝังคำว่า “หวง” ไว้ข้างในเธอ
เสียงกระแทกดัง ตับ! ตับ! ตับ!
เธอกรีดร้องทุกครั้งที่เขากระแทกเข้า — ทั้งเจ็บ ทั้งสุข ทั้งรัก ทั้งปนเปจนเธอกลั้นไม่ไหว
“อ๊ะ…อ๊าาาา…!”
เขากระแทกลึกครั้งสุดท้าย
ก่อนปล่อยร้อนวาบเข้าไปจนเธอกระตุกตาม
เขาซบหน้าลงกับไหล่เธอ...หอบ
เธอร้องไห้ในอ้อมแขนเขา...แต่เป็นน้ำตาที่แทรกด้วยความสุขมากกว่าความเจ็บ
[ เช้าวันถัดมา]
เสียงรองเท้าหนังของธัชก้าวเข้ามาในห้องประชุมกลางสายตาพนักงานทั้งแผนก
พิชชานั่งอยู่มุมหนึ่ง รู้สึกเหมือนถูกจับจ้องจากทั่วทุกทิศ
แววตาคนรอบข้างคือคำถามที่ยังไม่มีใครกล้าพูดตรง ๆ
แต่ธัชกลับหยุดเดินหน้าหลักฐาน…แล้วหันมองเธอเต็มสองตา
ก่อนจะพูดออกมาชัดถ้อยชัดคำ
“มีใครในที่นี่สงสัยเรื่องของผมกับพิชชาใช่ไหมครับ?”
เสียงซุบซิบหยุดทันที
เขาเดินเข้าไปใกล้เธอ แล้วยื่นมือมา
“ผมไม่ได้คบพิชชาในฐานะเด็กฝึกงาน...แต่ในฐานะคนที่ผมรู้สึกด้วยจริง ๆ”
เขาหันกลับไปมองคนทั้งห้อง
“และถ้าใครคิดว่าความสัมพันธ์นี้จะกระทบงาน…ผมพร้อมลงชื่อถอยตัวออกจากคดีใหญ่ที่สุดในแผนกทันที”
เสียงฮือฮาเริ่มดังขึ้น แต่ไม่มีใครกล้าคัดค้าน
พิชชานั่งอึ้ง น้ำตาคลอในดวงตา
เขาเอื้อมมือมาจับมือเธอแน่น
“คุณไม่ต้องหลบอีกต่อไปแล้วพิชชา…อยู่ข้างผมต่อจากนี้นะครับ”
[ค่ำนั้น – ห้องของธัช ]
“ฉันไม่รู้จะขอบคุณยังไง…” เธอกระซิบขณะเอนกายบนเตียงในเสื้อเชิ้ตของเขา
เขายิ้ม
“แค่คุณอยู่ตรงนี้...ก็พอ”
เขาคลานเข้ามาใกล้
ใช้ปลายนิ้วไล้ข้างแก้มเธอเบา ๆ แล้วกดริมฝีปากลงบนหน้าผาก
“คืนนี้ผมอยากรักคุณ...ไม่ใช่แค่เอาคุณ”
เขาก้มลงจูบเธอช้า ๆ ลึก ซึ้ง ริมฝีปากบดเบียดแนบแน่น ขณะที่มืออีกข้างปลดกระดุมเสื้อเชิ้ตที่เธอสวมทีละเม็ดช้า ๆ
จุ๊บ…จุ๊บ…
เขาจูบตามแนวกระดุมที่ปลด ไล่ลงจากคอถึงเนินอกอย่างอ่อนโยนแต่เร้าใจ
เมื่อผิวเนื้อของเธอเปลือยต่อหน้า
เขาก้มลงใช้ลิ้นแตะยอดอกข้างหนึ่ง ขณะที่มือบีบเบา ๆ อีกข้างราวกับถนอมของรักสุดหัวใจ
เธอแอ่นอกเบา ๆ เสียงครางแผ่วเบาหลุดจากลำคอ
“อื้มม…ธัช…”
“เรียกชื่อผมอีก…ผมอยากได้ยินเสียงคุณเวลารักกัน…”
เธอเลื่อนมือไปจับท่อนร้อนของเขาใต้กางเกงนอน — แข็งขึง ดุดัน เหมือนพร้อมรักเธอเต็มที่
เขาถอดกางเกงออก ปล่อยให้สิ่งนั้นชูเด่นตรงหน้าเธอ
ก่อนจะจับเรียวขาเธอกางออกช้า ๆ แล้วใช้ปลายนิ้วแตะลงตรงกลางอย่างแผ่วเบา
“ยังแฉะ…เหมือนเดิมเลยนะ”
“เพราะคุณ…ก็ยังเป็นของฉันเหมือนเดิมค่ะ…”
เขาโน้มตัวลง
กดปลายลำใหญ่เข้าตัวเธออย่างแนบแน่น ช้า ๆ
ทุกมิลลิเมตรที่แทรกเข้ามาคือความรัก ไม่ใช่แค่ความใคร่
เธอกระชับต้นขารอบเอวเขาไว้แน่น
เสียงครางอ่อนหวานกระซิบดังชิดหูเขา
เขาขยับสะโพกเข้าออกอย่างสม่ำเสมอ
ลึก…แต่ไม่รีบ…ราวกับอยากให้เวลาทุกวินาทีนี้หยุดลง
มือของเขากุมมือเธอแน่นไว้ตลอด
ดวงตาทั้งคู่สบกันแนบแน่น
เธอครางในลำคอ
“อ๊า…รักคุณ…รักมาก…”
“ผมก็รักคุณครับพิชชา…ทุกครั้งที่ขยับ ผมก็ย้ำคำนี้กับคุณ…”
เสียงกระแทกเริ่มดัง
ช้า…ลึก…แนบ…แน่น
จนในที่สุด — เธอกระตุกแรง ปลดปล่อยพร้อมน้ำตา
เขาจูบเธอทันทีที่เธอถึงจุดสุดยอด
ก่อนจะปลดปล่อยตามเข้าไป ลึกสุดใจ…
ร่างทั้งสองกอดแนบแน่นใต้ผ้าห่ม
ไม่มีคำพูดใดอีก…นอกจากใจที่เต้นไปพร้อมกัน
เพราะตอนนี้…คำให้การของหัวใจ
ได้จดบันทึกไว้ในเรือนร่างและวิญญาณของทั้งคู่แล้ว