ตอนที่ 15 โลกนอกบ่อ (2)
จูซื่อใหวาดกลัวคว้าตัวบุตรชายมากอดแน่น “เสียวหลงไม่ต้องกลัวแม่อยู่กับลูก...” นางพึมพำปลอบโยนพูดซ้ำพลางโยกตัวเบาๆ
แต่แล้วพริบตานั้นเวลาก็คล้ายจะแข็งค้างวูบหนึ่งจูซื่อหลับตาลงนอนหลับไปทั้งอย่างนั้น รถเทียมวัวยังคงวิ่งต่อไปประหนึ่งวิ่งผ่านประตูน้ำที่ทำให้กาลเวลาชะงักนิ่งไปครู่หนึ่ง
ซือเฟิงหลงรู้สึกได้นานแล้วว่ามีบางอย่างผิดปกติจึงะโถามออกไปนอกรถ “ท่านพ่อ!ท่านไม่ได้หลับไปใช่หรือไม่?”
“อืม ลูกดูแลท่านแม่ให้ดีออกไปจากตาพายุนี้ได้ก็ไม่เป็แล้ว”
ซือเฟิงหลงถอนหายใจโล่งอกแต่แล้วหัวใจของเขาก็หดเกร็ง จู่ๆ ก็มีกลิ่นโลหิตลอยในอากาศ มือเล็กคลำไปที่ข้อเท้ารองเท้าหุ้มข้อที่มารดาเย็บให้ซ่อนมีดสั้นเล่มหนึ่งไว้ตลอดเวลา
พริบตานั้นร่างเล็กๆสีเขียวก็หล่นตุบลงกลางห้องโดยสารภายในรถ เืสีแดงไหลนองออกมาคาดไม่ถึงเลยว่าคนตัวจิ๋วเดียวกลับมีเืมากมายถึงเพียงนี้
“ภูติ! ต้นหลิว!” ซือเฟิงหลงอุทานใเ้าตัวน้อยท่าทางเย่อหยิ่งที่ยังสุขสบายอยู่บนต้นหลิวเหตุใดจึงกลายเป็เป็เช่นนี้ได้
ใบหน้าเล็กๆ เงยขึ้นอย่างยากลำบากมันกระอักเลือกออกมาอีกคำก่อนพยายามเอื้อนเอ่ย “ช่วย...ด้วย!”
เด็กชายผงะ เอ่ยตะกุกตะกัก “เ้าพูดอะไร!ข้า...ข้าจะช่วยเ้าได้อย่างไร”
“ช่วยรับสิ่งนี้ไว้ท่านผู้นั้นบอกว่าขอแค่เ้ารับพวกเขาไว้สุดท้ายชะตาพวกเขาจะเป็อย่างไรก็ไม่อาจโทษฟ้าดินได้แล้ว”
ภูติต้นหลิ่วแบมือออกลูกบอลน้ำสีขาวใสก็ลอยไปตรงหน้าซือเฟิงหลงภายในบอลน้ำมีปลาสีทองลำตัวยาวกว่าปลาหลีที่เขาเห็นก่อนหน้านี้สามเท่าห้าเท่าอยู่สองตัวลำตัวมีเล็ดสีทองแวววาว หัวปลาเริ่มมีรอยปูดนูน ปรากฏหนวดงอกออกมาสองเส้นมันกำลังว่ายวนอยู่ภายในลูกบอลน้ำไม่หยุด คล้ายกำลังตื่นตระหนกใกับบางอย่าง
ซือเฟิงหลงมองลูกบอลน้ำตาโต “นี่คือ...”
ม่านหนาฝั่งด้านหน้าเปิดออก เงาร่างของภูติต้นหลิวก็อันตรธารหายไปเหลือไว้เพียงลูกบอลน้ำที่มีปลาหลีสีทองสองตัวลอยกลางอากาศ ซือเฟิงหลงชะงักงันไม่รู้ควรเอ่ยคำใดกับบิดา สิ่งที่เกิดขึ้นในเวลานี้มันแปลกพิศดาลเกินจะเล่าออกมา
“ไม่ต้องพูดอะไรลูกไม่อาจเก็บปลาหลีสองตัวนี้เอาไว้” ซือคงพูดด้วยน้ำเสียงหนักแน่น
ซือเฟิงหลงหันไปมองมารดาของตนเองแล้วจึงมองปลาหลีในลูกบอลน้ำ ใบหน้าเล็กๆ หม่นหมอง เด็กชายหลุบตาลงไม่พูดอะไรราวกับยอมรับการตัดสินใจของบิดา
เสียงของซือคงดังขึ้นมาอีกไม่ใช่คำถามแต่เป็การสรุป “ในใจเ้าอยากช่วยพวกมัน”
ซือคงเพ่งจิตสำรวจ ภายในห้วงจิตของซือเฟิงหลงกำลังมีบางสิ่งก่อร่างสร้างตัวขึ้นบอกไม่ได้ว่ามันคือสิ่งใด หากวันนี้เขาจัดการปัญหาตรงหน้าได้ไม่ดีพอสิ่งนี้อาจรบกวนการพำเพ็ญของบุตรชายในวันข้างหน้า
บุรุษถอนใจกล่าว “พ่อหมายความว่าเ้าไม่อาจพรากลูกของคนอื่น ปลาหลีสองตัวนี้มีโอกาสกลายเป็เจียวในอนาคตพวกมันไม่อาจเดินทางไปกับเรา นั่นจะทำให้ตัดโอกาศการบำเพ็ญของมัน พ่อจะไปดูที่ทะเลสาบให้เอง” ซือคงกวักมือเบาๆ ลูกบอลน้ำก็ลอยมาหยุดตรงหน้า พอรวบฝ่ามือลูกบอลน้ำก็หายวับไป
ซือเฟิงหลงเบิกตากว้างในใจรู้สึกทั้งตกตะลึงทั้งตื่นเต้น “ท่านพ่อ! ท่านมีวิชาเซียนจริงๆด้วย!”
ซือคงหัวเราะเบาๆ “พ่อก็แค่...เคยเป็ เ้าเอาพ่อไปเทียบไปเหล่าผู้วิเศษบนเขาไม่ได้หรอกนะทุกวันนี้พ่อทำเพียงหลอมอาวุธ หาโอสถมารักษาท่านแม่ของเ้า”
ดวงตาของซือเฟิงหลงเปล่งประกายพยักหน้ารัวๆ“ข้าเข้าใจขอรับหาไม่แล้วท่านคงพาข้ากับท่านแม่เหาะเหินเดินอากาศแทนการนั่งรถเทียมวัวแล้วท่านพ่อหากการกลับไปยังทะเลสาบมันอันตราย ท่านก็อย่าไปเลย ปลาหลีสองตัวนี้เรานำมันไปปล่อยในแม่น้ำใหญ่สักแห่งก็คงได้กระมังไม่อาจเรียกได้ว่าเราทำผิดต่อผู้ใด”
ซือคงยิ้มขรึม “รออยู่ที่นี่ห้ามไปไหน”ม่านหนาหนักถูกปล่อยลง ร่างสูงใหญ่ก็หายไปหลังม่านซือเฟิงหลงกะพริบตารอฟังเสียงเคลื่อนไหวจากด้านนอกกลับได้ยินเพียงเสียงฝนตกกระทบหลังคาเด็กชายรีบพุ่งมาเปิดม่านออก ด้านนอกมืดครึ้มไร้เงาร่างของบิดา เขาหันกลับมามองกองเืบนพื้นสิ่งเดียวที่ช่วยยืนยันว่าเหตุการณ์เมื่อครู่หาใช่ภาพลวงตาไม่
เด็กชายรีบเช็ดทำความสะอาดรอยเืบนพื้นห่มผ้าให้มารดาแล้วจึงยกกระถางไฟมาวางใกล้ๆ ทว่าภายในห้องโดยสารยังคงเย็นเฉียบอยู่ดุจเดิมม่านหนาเปียกชื้นทิ้งไอเย็นเยือกไว้รอบด้าน ไม่รู้ด้วยซ้ำว่าอีกนานแค่ไหนจะไปถึงเมืองถัดไปมารดาของเขาจะทนสภาพอากาศเช่นนี้ได้หรือ?
ซือเฟิงหลงกุมมือมารดาไว้เพื่อให้เกิดความอบอุ่นหัวใจหล่นวูบเมื่อััเย็นเฉียบ “เหตุใดมือท่านแม่เย็นเช่นนี้”
ภายในห้องโดยสารที่เคยอบอุ่นพลันเย็นลงอย่างฉับพลันเด็กชายนั่งนิ่งสีหน้าหนักอึ้ง ถ้าหากเขามีพลังมากกว่านี้...
ทันใดนั้นภาพจำในอดีตก็คล้ายกับสะเก็ดไฟแตกประทุยามที่เขาดึงหีบลมใส่เข้าไปในเตาไฟ
‘ท่านพ่อ ท่านวาดอะไรลงบนใบดาบหรือ?’
ยามนั้นซือคงยิ้มอธิบายอย่างตั้งใจ ‘นี่เรียกว่ายันต์ธาตุไฟ ดาบเพลิงจะไม่มีไฟได้อย่างไรกัน’
ซือเฟิงหลงได้ยินเื่การวาดยันต์เป็ครั้งแรกขณะนั้นเขาคิดว่ามันคือวิชาสำหรับช่างตีเหล็ก ไม่ได้เกี่ยวกับวิชาเซียนแต่อย่างใดจึงขอให้บิดาวาดยันต์ที่ทำให้เตาอุ่นกระจายความร้อนได้ดีขึ้นสำหรับมารดาผลกลับกลายเป็ว่ายามบิดาอยู่ด้วยเตาอุ่นนี้ก็ดีอยู่ตลอด แต่ยามบิดาไม่อยู่มันกลับไม่ต่างจากเตาต้มชาทั่วไป
ยามนี้เขาพอจะเข้าใจแล้วทำไมจึงเป็เช่นนั้น
เตายันต์้าพลังปราณเพื่อให้ยันต์ทำงานต่อไปได้เมื่อรู้สาเหตุซือเฟิงหลงจึงกลับมานั่งขัดสมาธิข้างเตาอุ่น แล้วเริ่มโคจรลมปราณลวดลายยันต์รอบเตาเหล็กทั้งสี่ด้านสว่างวาบ ความร้อนค่อยๆ แผ่ไปทั่วห้องโดยสาร
ซือเฟิงหลงมองลวดลายยันต์ที่เปล่งแสงขึ้นมาวูบหนึ่งนั้นแม้มันจะสว่างวาบขึ้นมาเพียงพริบตาเดียว แต่เด็กชายก็ยังคงมองเห็นแสงสีแดงที่พุ่งไปรวมตัวกันยังกึ่งกลางเตาพลังงานสีแดงทั้งสี่สายรวมกันก่อตัวเป็อักขระรูปร่างประหลาดคล้ายกลุ่มดาวที่เชื่อมโยงเข้าด้วยกันดวงตาของเขาเพ่งมองจับจ้องรูปร่างของอักขระที่ล่องลอยเหนือกองไฟทันใดนั้นเส้นเชื่อมอักขระหนึ่งก็ขาดออก อุณหภูมิภายในห้องโดยสารลดวูบลงซือเฟิงหลงพลันได้สติ ชักมือกลับดึงลมปราณมาที่จุดตันเถียน ดัชนีพลิกกลับและดันออกสู่เตาเหล็กด้านหน้าเริ่มโคจรพลังปราณอีกครั้ง
เขาละทิ้งการพิจรณาอักขระไฟตัวนั้นแล้วหลับตาลงทำสมาธิแทน
ฝนด้านนอกยังคงตกลงมามืดฟ้ามัวดินแต่ภายในรถเทียมวัวกลับอบอุ่นราวกับวสันต์ฤดู
ขณะที่ซือเฟิงหลงกำลังจมลงสู่สมาธิวัวลากรถก็ค่อยๆ เดินหน้าต่อไปช้าๆ ทิ้งระยะห่างจากทะเลสาบฟู่เซียนไกลขึ้นเรื่อยๆ
เหนือทะเลสาบฟู่เซียน
แพไม้ไผ่ลำหนึ่งยังคงลอยนิ่งเหนือผิวน้ำประหนึ่งศาลากลางน้ำไม่หวั่นคลื่นลม แม้น้ำรอบด้านจะกระเพื่อมสูงราวกับคลื่นซัดเข้าหาฝั่งแต่คนบนแพยังคงยืนนิ่งดุจขุนเขา สายน้ำกลายเป็สีแดงดั่งโลหิตร่างใหญ่โตร่างหนึ่งยังคงเคลื่อนไหวอยู่ใต้น้ำอย่างสะเปะสะปะ คล้ายพยายามหลบหนีแต่ดูเหมือนจะถูกขังด้วยข่ายอาคมบางอย่าง
บุรุษบนแพไม้ไผ่ทำมุทาปลายนิ้วพลิกพลิ้วรวดเร็วจนเห็นเพียงเงาเลือนรางตกค้างทันใดนั้นแขนสองข้างพลันกางออกพร้อมเสียงตวาดลั่น “ขึ้น!”
เสาเวททั้งสี่ค่อยๆ ลอยขึ้นจากน้ำ ตรวนสีทองมัดพันร่างกายใหญ่โตของเจียวน้ำตัวหนึ่งไว้ภายในหากเพ่งมองดีๆ จะเห็นได้ว่ามันก่อเกิดขึ้นมาจากอักขระ ‘จองจำ’
น้ำแตกกระเซ็นซ่าเมื่อร่างของมันโผล่ขึ้นมาเสียงคำรามดังกึกก้องสั่นะเืฟ้าดิน เืสีแดงอาบย้อมไปทั้งร่างเกล็ดอันเป็สัญลักษณ์หนึ่งของการวิวัฒนาการจากปลากลายเป็ัหลุดลอยไปตามกระแสน้ำราวกับปลาถูกขอดเกล็ดหนวดเจียวของมันถูกตัดออก บุรุษชุดดำโบกมือเก็บหนวดคู่นั้นมา
“ยากนักที่ปลาหลีสักตัวจะบำเพ็ญจนกลายเป็เจียวได้กลับจะต้องมาถูกคนผู้หนึ่งตัดหนทางเดินขึ้นสู่ฟ้าเสียแล้ว”
บุรุษชุดดำสวมหมวกสานไม่แม้แต่จะมองผู้พูดซึ่งจู่ๆ ก็มาปรากฏตัวริมทะเลสาบ เขาซัดฝ่ามือออกไปทันทีโดยไม่ไถ่ถาม ผู้หวังดีย่อมไม่มาผู้มาย่อมไม่หวังดี ตีให้ตายก่อนค่อยว่ากัน
เพียงแต่บุรุษผู้พิฆาตเจียวไม่คาดคิดว่าการโจมตีหวังชีวิตของตนจะถูกชายแปลกหน้าโบกมือส่งๆก็ผ่าพลังทำลายล้างนั้นได้อย่างง่ายดาย คลื่นพลังฝ่ามือถูกแบ่งออกเป็สองยังคงพุ่งต่อไปแล้วชนเข้ากับต้นไม้ใหญ่ และเนินเขาด้านหลังะเิเป็ผุยผง