หลิวห่าวอู๋ไม่สนใจผู้อื่นอีกต่อไป เขาจับมือสวีซื่อพร้อมกับเดินออกจากเรือนใหญ่ไปอย่างเ็า ตามหลังมาติดๆคือบุตรชายหญิงของเขาที่ต่างก็รีบสับเท้าเดินตามหลังบิดามารดาออกไปอย่างชอบใจ โดยเฉพาะหลิวเหมยลี่ที่ลอบยกนิ้วโป้งส่งให้ท่านพ่อของนางอย่างพอใจ
คนบ้านใหญ่และบ้านรองต่างก็พากันขบเขี้ยวเคี้ยวฟันด้วยความไม่พอใจ หากหลิวห่าวอู๋ไม่ยินยอมเช่นนี้ก็เท่ากับว่าพวกเขาได้ปล่อยให้เงินยี่สิบตำลึงเงินหลุดมือไปอย่างน่าเสียดายอย่างนั้นหรือ? ใบหน้าของแต่ละคนบิดเบี้ยวไม่น่าดูชมยิ่งนัก!
นางหวังซื่อมองตามหลังบุตรชายและครอบครัวไปอย่างเกลียดชัง ั้แ่เล็กจนโตบุตรชายคนนี้ของนางไม่เคยขัดคำสั่งของนางเช่นนี้มาก่อน ไม่ว่านางจะสั่งให้ทำอะไร หลิวห่าวอู๋ก็จะก้มหน้าทำตามคำสั่งไม่เคยทำกิริยาแข็งข้อกับนางเช่นนี้มากก่อนเลยสักครั้ง เมื่อเลื่อนสายตาไปเห็นสะใภ้ที่นางแสนจะชิงชังอย่างสวีซื่อแล้วก็พาให้นางหวังซื่อเกลียดชังนางมากยิ่งขึ้น!
ต้องเป็เพราะนางแพศยานั่นเป่าหูเ้าสามแน่ๆ ข้าไม่น่ายอมให้เ้าสามแต่นังหมาป่าตาขาวนี้เข้ามาเลยจริงๆ!!
"ท่านแม่ ท่านจะยอมให้เป็เช่นนี้จริงๆหรือเ้าคะ? เงินค่าสินสอดตั้งยี่สิบตำลึงเลยนะเ้าคะ" นางหวงซื่อเอ่ยปาดขึ้นมาด้วยความร้อนใจ สายตาก็พลันตวัดมองไปทางประตูเรือนที่ไร้เงาของคนบ้านสามอีกครั้งด้วยความไม่พอใจ
"นั่นสิเ้าคะท่านแม่ ถึงอย่างไรท่านแม่ก็เป็ผู้าุโที่สุดในบ้าน ท่านแม่มีอำนาจตัดสินใจทุกเื่จะยอมให้เ้าสามไม่เห็นศีรษะท่านเช่นนี้ได้อย่างไร? ท่านแม่…ท่านต้องจัดการเื่นี้ให้เด็ดขาดถึงจะถูกเ้าค่ะ" นางจินซื่อรีบหาเหตุผลมาพูดเพื่อยุแยงแม่สามี
"เ้าสามถึงขนาดกล้าพูดเื่แยกบ้านออกมาเช่นนี้ได้อย่างไรกัน? นี่เขากำลังอกตัญญูโดยแท้แล้ว ท่านแม่ ท่านต้องจัดการเื่นี้อย่างเด็ดขาดนะขอรับ หากว่าเ้าสามยืนยันจะแยกบ้านออกไปท่านก็ยอมให้เขาแยกเถิด ดูสิว่า…หากว่าเขาออกไปแต่ตัวแล้วจะมีชีวิตรอดได้อย่างไร?" หลิวอู๋ซวนที่ในใจปราถนาอยากจะแยกบ้านมาหลายปีแล้วก็รีบพูดยุยงมารดาอีกคน
ในใจของหลิวอู๋ซวนนั้นไม่้าจะอยู่แบบนี้ตั้งนานแล้ว ทุกครั้งที่เขาได้รับค่าแรงมาก็ต้องส่งให้ท่านแม่ทั้งหมด แต่ท่านแม่ที่ลำเอียงเป็ทุนเดิมอยู่แล้วก็มักจะเข้าข้างพี่ใหญ่ของเขาอยู่เสมอ แม้ผู้อื่นจะมองว่าท่านแม่รักพี่ใหญ่และเขายิ่งนัก แต่ความเป็จริงแล้วหลิวอู๋ซวนนั้นรู้ดีว่าท่านแม่มักจะคอยมอบเงินให้พี่ใหญ่ลับหลังเขาอยู่เสมอ
ไม่ว่าจะเื่อะไรบ้านใหญ่ก็จะได้รับแต่ของที่ดีที่สุด ส่วนบ้านรองแม้จะได้รับมาเหมือนกัน แต่ก็ได้รับของเหลือจากบ้านใหญ่ทั้งนั้น ที่ผ่านมาเห็นว่าเขาไม่่พูดใช่ว่าเขาจะไม่รู้เสียหน่อย!
"เ้ารอง! เ้าพูดเช่นนี้ออกมาได้อย่างไรกัน? ตอนนี้ท่านแม่ยังอยู่ตรงนี้จะแยกบ้านเช่นนี้ได้หรือ? อีกอย่างหากยอมให้เ้าสามแยกบ้านออกไป ต่อไปผู้ใดจะทำงานในแปลงนา ไหนจะงานในบ้านอีกเล่า?" หลิวซีห่าวรีบพูดขึ้นอย่างไม่ยินยอม
แน่นอนว่าคนที่อยู่อย่างสุขสบายไม่ต้องทำอะไรอย่างหลิวซีห่าวนั้นจะยอมแยกบ้านได้อย่างไร? เขาในฐานะพี่ใหญ๋ต่อไปก็ต้องเป็หัวหน้าครอบครัวอย่างชอบธรรม งานการไม่ต้องทำ ใช้ชีวิตสุขสบายโดยมีน้องชายทั้งสองคนคอยทำงานหาเงินเข้าบ้านเช่นนี้เขาจะเต็มใจให้มีการแยกบ้านหรือ?
ไม่มีทาง!!
แต่หลิวซีห่าวที่เกลียดคร้านและเห็นแก่ตัวอย่างเขานั้นไม่ได้ฉลาดสักเท่าไร ดังนั้นเมื่อหลิวอู๋ซวนได้ยินเขาพูดเช่นนั้นก็รีบเขยิบเข้าไปยืนใกล้ๆพี่ชายแล้วกระซิบเบาๆว่า "พี่ใหญ่ท่านคิดให้ดีๆก่อนสิ หากเราตัดเ้าสามออกไปได้ ส่วนแบ่งทรัพย์สินของเราก็จะได้มากขึ้นด้วยนะ ท่านคิดให้ดีๆสิขอรับ"
นางหวังซื่อที่นั่งฟังคนนั้นพูดที คนนี้พูดทีก็เริ่มหงุดหงิดมากขึ้นเรื่อยๆ ในขณะที่บุตรชายทั้งสองคนกำลังยืนปรึกษาและเริ่มวางแผนการในหัวไม่ได้สนใจหญิงชราผู้นี้เลยสักนิด
"เลิกพูดกันได้แล้ว พวกเ้าจะไปไหนก็ไปเสีย ข้าจะพักผ่อน" นางหวังซื่อพูดขึ้นอย่างโมโหก่อนจะเดินฟึดฟัดเข้าห้องของตนเองไป ส่วนคนอื่นๆจึงแยกย้ายกันไปอย่างทำอะไรไม่ได้เช่นกัน
"ท่านพ่อ วันนี้ท่านสุดยอดมากเ้าค่ะ" หลิวเหมยลี่พูดขึ้นด้วยความดีใจ
"ท่านย่าดูเหมือนจะไม่ยอมง่ายๆแน่ ท่านพ่อ ท่านแม่ ข้ายังไม่อยากแต่งงานเ้าค่ะ ข้ายังอยากอยู่กับพวกท่าน" หลิวลี่ปี้เอ่ยออกไปด้วยความกลัว นางกลัวว่าสุดท้ายแล้วนางจะถูกท่านย่าบังคับให้ออกเรือนกับพ่อหม้ายผู้นั้น โดยที่ท่านพ่อและทุกคนไม่อาจจะช่วยนางได้เหมือนวันนี้
"ลี่เออร์ไม่ต้องกลัว พ่อจะไม่ยอมให้ท่านย่าของเ้ามาบังคับเ้าแน่นอน หากท่านย่ายังยืนกรานจะบังคับเ้า เช่นนั้นพ่อจะยอมเป็ลูกอกตัญญูขอแยกบ้านออกจากที่นี่เอง เ้าไม่ต้องกลัวอะไรทั้งนั้น จงจำไว้ว่าเ้ายังมีพ่อ และพ่อก็รักเ้าและทุกคนมากที่สุด" หลิวห่าวอู๋ยกมือลูบผมบุตรสาวอย่างสงสารพร้อมทั้งเอ่ยขึ้นอย่างหนักแน่น
"ขอบคุณท่านพ่อเ้าค่ะ ลี่เออร์เชื่อท่าน" หลิวลี่ปี้พยักหน้าทั้งน้ำตา นางยิ้มขอบคุณท่านพ่อและทุกคนอย่างซาบซึ้ง
ครอบครัวนั่งพูดคุยปรึกษากันอยู่อีกพักใหญ่ก่อนจะพากันนอนพักผ่อน ส่วนหลิวเหมยลี่ที่ยังไม่ง่วงก็เรียกระบบขึ้นมาแล้วเริ่มเก็บเกี่ยวพืชผักไปขายในตระกร้าสินค้า จากนั้นก็ปลูกใหม่และก็เก็บเกี่ยวและนำไปขายวนซ้ำอยู่แบบนี้จนกระทั่งเผลอหลับไป
รุ่งเช้านางหวังซื่อและสะใภ้ทั้งสองคนก็มาะโด่ารอคนบ้านสามั้แ่เช้ามืด สร้างความงุนงงให้ทุกคนเป็อย่างมาก นางสวีซื่อและหลิวห่าวอู๋รีบออกมาจากบ้านก่อนจะเอ่ยถามขึ้น
"ท่านแม่ ท่านมาะโด่าพวกเราแต่เช้าเช่นนี้ด้วยเหตุใดกัน?" หลิวห่าวอู๋เอ่ยถามขึ้นด้วยน้ำเสียงราบเรียบ
"จะอะไรเล่า? ตอนนี้เช้าแล้วพวกเ้ายังไม่ลุกขึ้นมาทำงานกันอีกหรือ? วันนี้เ้าต้องทำงานในแปลงนาให้เสร็จ เพราะวันพรุ่งนี้เ้าต้องไปหางานทำในเมือง ตอนนี้เงินในบ้านของเรามีไม่พอใช้แล้ว ในเมื่อเ้าไม่้าให้นังตัวไร้ประโยชน์แต่งออกไปก็จงทำงานหาเงินเข้าบ้านมากๆเสีย!" นางหวังซื่อยืนเท้าสะเอวพูดขึ้นอย่างเห็นแก่ตัว
"ท่านเลิกล้มความคิดจะให้ลี่เออร์แต่งออกไปเสียเถอะ ต่อไปนี้งานในแปลงนาบ้านใหญ่กับบ้านรองก็ต้องไปทำช่วยบ้านสามด้วย หากท่านแม่ยังยืนยังจะใช้งานแค่บ้านสามของข้า เช่นนั้นข้ายอมเป็คนอกตัญญูพาลูกเมียนอนอยู่ที่เรือนเหมือนพวกเขาเช่นกัน" หลิวห่าวอู๋พูดขึ้นอย่างเด็ดขาดอย่างที่ไม่เคยทำมาก่อน
"ทำเช่นนั้นจะได้อย่างไร? น้องสามี…เ้าก็รู้ว่าพี่ใหญ่ของเ้าร่างกายอ่อนแอ เขาจะทนทำงานหนักในแปลงนาเช่นนั้นได้อย่างไร? ท่านแม่ เื่นี้ยอมไม่ได้นะเ้าคะ ไม่อย่างนั้นหากอาการป่วยของท่านพี่แย่ลงจะทำอย่างไร?" นางหวงซื่อรีบเล่นงิ้วอ้างเื่สุขภาพของสามีขึ้นมาทันที นางไม่ยินยอมจะไปทำงานหนักตากแดดร้อนๆเช่นนั้นแน่นอน
"พี่รองของเ้าก็ต้องออกไปหางานรับจ้างในเมืองแทบจะทุกวัน หากให้เขาไปทำงานในไร่แล้วบ้านเราจะมีรายได้มากจากไหนกัน เ้าสาม…เ้าพูดเช่นนี้ดูจะเห็นแก่ตัวไปหรือไม่?" นางจินซื่อก็รีบเอ่ยขึ้นไม่ต่างกัน ั้แ่แต่งให้หลิวอู๋ซวนมา นางก็ไม่เคยต้องลำบากทำงานเหมือนตอนอยู่บ้านเดิมอีกแล้ว ชีวิตที่สุขสบายหลายปีมานี้นางจะยินดีไปทำงานหนักแบบนั้นได้อย่างไร?
"เ้าจะพูดมากให้ได้อะไรขึ้นมา? งานในแปลงนาเป็ความรับผิดชอบของพวกเ้ามาตลอด รีบไปทำงานซะ หากไม่ทำก็ไม่ต้องกินข้าว ข้าวบ้านข้าไม่ได้มีเอาไว้เลี้ยงคนไร้ประโยชน์" นางหวังซื่อพูดขึ้นอย่างเหนือกว่าโดยไม่รู้เลยว่าบ้านสามนั้นไม่ได้สนใจแผ่นแป้งและผัดผักที่ไร้รสชาติของนางอีกต่อไปแล้ว
"หากท่านแม่ยืนยันที่จะทำเช่นเดิมแบบนี้ เช่นนั้นพวกเราก็แยกบ้านกันเถิดขอรับ ต่อจากนี้ไปข้าและทุกคนในบ้านสามจะไม่ยอมให้บ้านใหญ่บ้านรองเอาเปรียบพวกเราอีกต่อไปแล้ว" หลิวห่าวอู๋ยังคงพูดขึ้นอย่างหนักแน่น แววตาของเขาบ่งบอกว่าเขา้าเช่นนั้นจริงๆ
นางหวังซื่อเห็นความแน่วแน่ของเขาแล้วก็เริ่มรู้สึกไม่แน่ใจขึ้นมา หลายปีมานี้บ้านสามเป็มือเป็เท้าให้นางมาตลอด มาวันนี้เ้าลูกโง่คนนี้กลับลุกขึ้นมาต่อต้านนางเช่นนี้ หากว่านางยังคงยืนยันคำเดิมคงจะทำให้บุตรชายคนนี้เอาใจออกห่างนางมากขึ้นอีกแน่
สายตาล่อกแล่กของนางหวังซื่อกลิ้งกลอกไปมาก่อนจะแสร้งยิ้มแบบไม่เต็มใจเท่าไรนักขึ้นมา "เ้าสาม ไม่ใช่ว่าแม่ไม่อยากจะให้พี่ชายทั้งสองคนของเ้าไปทำงานด้วย แต่สุขภาพของพวกเขาไม่สู้ดีจริงๆ ไม่สู้เ้ายอมเหนื่อยทำงานไปก่อน รอให้สุขภาพของเ้าใหญ่ดีขึ้นแล้วแม่จะให้เขาไปทำงานในแปลงนาช่วยเ้า ดีหรือไม่?"
"เช่นนั้นข้าก็จะรอไปทำงานพร้อมพี่ใหญ่ก็แล้วกันนะขอรับ!" หลิวห่าวอู๋พูดขึ้นอย่างไม่ทุกข์ร้อน
นางหวังซื่อกัดฟันกรอดด้วยความคับแค้นใจจนแทบจะกระอักเื วันนี้นางอุตส่าห์ตื่นมาั้แ่เช้ามืดเพื่อมาจัดการพวกเขา แต่นอกจากจะจัดการไม่ได้แล้วนางยังเสียท่าอย่างน่าโมโหนัก!!
นางหวังซื่อที่พ่ายแพ้อย่างที่ไม่เคยเป็มาก่อนสะบัดหน้าเดินกลับเข้าเรือนไปด้วยความโกรธแค้น ส่วนนางหวงซื่อและนางจินซื่อที่ทำอะไรไม่ได้ก็รีบวิ่งตามหลังแม่สามีไปอย่างไม่พอใจเช่นกัน!
สวีซื่อเห็นทั้งสามคนกลับเข้าเรือนไปแล้วก็ถอนหายใจออกมาอย่างโล่งอก นางยื่นมือออกไปกุมมือสามีเอาไว้เพื่อส่งกำลังใจให้กับเขาก่อนจะยิ้มอบอุ่นส่งไปให้ "ท่านพี่ ท่านไม่เป็ไรนะเ้าคะ ข้ากับลูกจะอยู่ข้างท่านเสมอ"
หลิวห่าวอู๋ยิ้มอ่อนให้ภรรยาก่อนจะพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงอบอุ่น "ขอบใจเ้ากับลูกมากที่ไม่เคยทิ้งข้า เข้าบ้านกันเถอะ"