จื่อหยวนออกไปบอกลุงขับเกวียนกลับเข้ามาเห็นภรรยาสุดที่รักกำลังยืนแล่เนื้อหมูอยู่อย่างตั้งใจ เขาก็อดที่จะยิ้มไม่ได้ เธอแล่เนื้อหมูได้สวยมาก แล่สวยกว่าแม่ค้าขายหมูในอำเภอเสียอีก จื่อหยวนเดินไปแย่งมีดจากมือของต้าเหนิง เห็นว่าเธอแล่เนื้อพิถีพิถันเกินไป เกรงว่าวันนี้เอาหมูไปขายไม่ทันพอดี
“คุณไปล้างหน้าล้างตาเถอะครับ ที่เหลือผมทำเอง ส่วนไหนจะนำไปขายคุณห่อใบไม้ไว้นะครับ ส่วนไหนจะเอาไว้กินเองคุณก็เก็บไว้ในชามก่อน”
“อ้อค่ะ” ต้าเหนิงรีบเดินออกไปล้างเนื้อล้างตัว จากนั้นกลับเข้ามาจัดห่อเนื้อหมูไว้ ส่วนเขี้ยวหมูเธอก็ใช้ผ้าห่อไว้เป็อย่างดี
“ทำไมคุณต้องห่อเขี้ยวหมูดีขนาดนั้นด้วยล่ะครับ” เห็นภรรยาห่อเขี้ยวหมูป่าอย่างดี จื่อหยวนก็อดที่จะสงสัยไม่ได้
“คุณรู้ไหมคะว่าเขี้ยวหมูป่าขายได้เงินมากเลยนะคะ อย่างน้อยวันนี้คุณก็จะได้กินอาหารดีๆ สักมื้อไงคะ”
ต้าเหนิงหันไปส่งยิ้มให้กับจื่อหยวนด้วยรอยยิ้มที่เปี่ยมสุข สุดท้ายแล้วเขาก็ได้มีความสุขกับภรรยาเสียที แม้ว่าจะลำบากไปหน่อย แต่เขาเชื่อว่าสักวันหนึ่งจะต้องทำให้ภรรยากับลูกกินอยู่สุขสบายได้แน่...
หลังจากที่ห่อเนื้อหมูป่าเสร็จ พวกเขาทั้งสองก็เดินไปหาลุงขับเกวียนที่กำลังเตรียมเกวียนรอพวกเขาอยู่ก่อนแล้ว
“ลุงคะ นั่งเกวียนเข้าไปในอำเภอกี่หยวนคะ ? ”
“ไปรอบเดียว 3 หยวน ถ้าเหมาไปกลับ 5 หยวน” ลุงขับเกวียนเอ่ยบอกพลางมองไปที่กระบุงข้างหลังจื่อหยวน ราคานี้คนในหมู่บ้านย่อมไม่จ่ายอยู่แล้ว ปีหนึ่งพวกเขาหาเงินได้ไม่ถึงยี่สิบหยวน ถ้านำเงินนั้นมาจ่ายค่าเกวียนพวกเขาไม่มีเงินซื้ออาหารกันพอดี
“งั้นฉันขอเหมาเกวียนไปกลับนะคะ จะได้ไม่ต้องรอนาน” ต้าเหนิงหยิบเอาเงินออกมา 5 หยวนยื่นให้กับลุงขับเกวียนท่ามกลางสายตาอันตกตะลึงของจื่อหยวน
“คุณไม่ต้องห่วงหรอกค่ะ ฉันมีเงิน เรารีบไปกันเถอะ” จื่อ หยวนไม่อยากเซ้าซี้ภรรยาให้มาก พยักหน้าเดินขึ้นไปนั่งอยู่บนเกวียนกอดกระบุงไว้แน่น
แต่งงานกันมาสามปี ทำงานได้เงินมาเท่าไหร่เขาจะให้ภรรยาเป็คนเก็บหมด หากไม่จำเป็จริงๆ เขาก็จะไม่ขอเงินนั้นมาใช้ จื่อ หยวนรู้ว่าภรรยาของเขาลำบากมากแค่ไหน ลำพังทำงานบ้านทำอาหารไปหาผักกลับมาทำอาหารก็เหนื่อยมากแล้ว
“คุณคะ เราจะนำเนื้อหมูนี้ไปขายที่ไหนเหรอคะ ? ” ต้าเหนิงถามด้วยความสงสัย เธอจำได้ว่า ยุคนี้ทุกอย่างรัฐควบคุมหมด การค้ายังไม่เปิดค้าขายอย่างเสรี หากอยากจะขายอะไรสักอย่างต้องแอบขายเหมือนขายของที่ผิดกฎหมายน่ะ
“ในอำเภอมีตลาดมืดหลายแห่งให้เราวางขายได้อยู่ครับ แล้วก็มีคนในตลาดมืดรับซื้อด้วยนะครับ”
“อ้อ ดีเลย” ต้าเหนิงคลี่ยิ้มอย่างมีความสุข ก่อนจะพิงศีรษะไปที่ไหล่กว้าง
‘พ่อคะ แม่คะ หนูจากโลกแห่งความเป็จริงมาแล้ว ลูกขอให้พ่อกับแม่อยู่กับหลานไปนานๆ นะคะ ดูแลลูกสาวของหนูให้ดีด้วย หนูคงไม่มีโอกาสได้กลับไปหาครอบครัวอีกแล้ว’
ต้าเหนิงหันไปมองจื่อหยวน เธอจะต้องดำเนินใช้ชีวิตในยุคนี้ต่อกับผู้ชายที่กำลังอยู่ตรงหน้าเธอในตอนนี้ เขาคือจื่อหยวนสามีที่แสนดีของเธอ...
หลังจากที่นั่งเกวียนนานกว่าครึ่งชั่วโมง จื่อหยวนจับมือ ต้าเหนิงเดินตรงไปที่ตลาดมืด ที่แรกที่เธออยากจะไปคือร้านรับซื้อของเก่าหรือเขากวางงาช้างก่อน เดินไปได้ไม่นานก็เจอร้านหนึ่งที่อยู่ไม่ไกลพอดี
“พวกเ้านำอะไรมาขายหรือ ? ” ชายวัยกลางคนหนึ่งใส่แว่นแต่งตัวดูดีหน่อยเดินออกมาถาม
“พวกเรานำเขี้ยวหมูป่ากับเนื้อหมูป่ามาขายค่ะ” ต้าเหนิงหยิบเอาเขี้ยวหมูป่าออกมาให้ถ้าแก่ร้านดู
“จริงหรือ ? ไหนฉันขอดูหน่อย” เถ้าแก่หยิบเอาเขี้ยวหมูป่ามาดู พลิกไปพลิกมาอยู่หลายรอบ
“เขี้ยวหมูป่านี่พวกเ้าไปล่ามาเองหรือ ? ” เถ้าแก่เ้าของร้านขยับแว่นลงพลางมองช้ายแลขวาดูเหมือนกลัวว่าใครจะมาเห็นเข้า
“ใช่แล้วค่ะ ทำไมคะ ? ” เธอใถามออกไป สีหน้าเริ่มถอดสีกลัวว่าเถ้าแก่จะไม่รับซื้อ ถ้าเป็อย่างนั้นวันนี้เข้ามาในอำเภอเสียแรงเปล่าเสียแล้ว
“ฉันจะบอกอะไรให้นะ เขี้ยวหมูป่านี่สวยมาก หายากเลยแหละ ถ้ามีอีกรีบนำมาขายให้ฉันเลยนะ”
“จริงเหรอคะ ?!” พวกเขาดีใจมาก รีบหันไปมองหน้ากัน จื่อหยวนกำมือเล็กไว้แน่น
“แล้ว...เขี้ยวนี้เราขายได้เท่าไหร่ครับ”
“50 หยวน ถ้าเขี้ยวนี้ใหญ่กว่านี้จะได้ 100 หยวน” ทั้งสองถึงกับตาลุกวาว ในยุคนี้ขายได้ถึง 50 หยวนไม่ใช่เงินจำนวนน้อยๆ เยอะกว่าค่าแรงที่สามีเธอทำงานมาทั้งปีอีก
“มีเนื้อหมูป่าด้วยใช่ไหม ? เอามาชั่งน้ำหนักดู ฉันอยากจะได้เนื้อหมูป่าพอดี”
ใบหน้าสวยหวานประดับด้วยรอยยิ้มที่เปี่ยมสุข รีบถือกระบุงนำเนื้อหมูออกมาชั่ง จื่อหยวนให้ความร่วมมือเป็อย่างดี
“7 โล 12 หยวนนะ” เถ้าแก่บอกราคาพลางจดอะไรลงไปในสมุดด้วย จากนั้นเดินไปหยิบเอาเงินมานับยื่นให้กับจื่อหยวน
“ให้ภรรยาผมครับ” จื่อหยวนผายมือไปทางต้าเหนิงแทน เธอได้แต่ยืนงุนงง รับเงินมาอย่างเคอะเขิน
“สามีดีจริงๆ เลย ครองรักกันไปนานๆ นะ” เมื่อขายเนื้อหมูเสร็จแล้ว พวกเขาก็รีบเดินกลับไปที่เกวียน ก่อนจะถึงที่เกวียน ต้าเหนิงก็รั้งแขนของจื่อหยวนไว้ก่อน
“เราไปต่อแถวซื้อของกินกลับบ้านกันก่อนค่ะ คุณอยากจะได้อะไรเป็พิเศษไหมคะ”
“ไม่ครับ คุณอย่าเดินเยอะ ไปรอผมที่เกวียนเถอะครับ อยากได้อะไรบอกผมมา ผมจะไปซื้อมาให้ คุณจะได้ไม่ต้องเหนื่อย สุขภาพคุณยังไม่ดีด้วย”