ตึกแถว 4 ชั้น 2 คูหา เวลาประมาณสามทุ่ม..
กลิ่นหอมจากเนื้อหมูที่สุก ผสมผสานกับกลิ่นหอมของน้ำซุป เครื่องเทศ และสมุนไพรที่อยู่ภายในหม้อจิ้มจุ่มดินเผา ขึ้นไอฟุ้งไปทั่วทั้งบริเวณของตึกแถวชั้นล่าง ที่ด้านหน้าเป็พื้นที่ไว้สำหรับค้าขาย ซึ่งจะมีร้านน้ำเต้าหู้และร้านบะหมี่เกี๊ยว เปิดขายั้แ่หกโมงเช้ายันสองทุ่ม ส่วนด้านหลังจะเป็ห้องครัวและพื้นที่กินข้าว ที่มีโต๊ะกินข้าวแบบนั่งพื้นขนาดใหญ่ตั้งตระหง่านอยู่ตรงกลาง ซึ่งได้มีกลุ่มวัยรุ่นทั้งหมดหกคนกำลังนั่งล้อมวงกันมองหม้อจิ้มจุ่มดินเผากันอยู่
ทุกคนนั่งมองหม้อจิ้มจุ่มดินเผาสลับกับมองหน้าของ ‘เต้าหู้’ ไปมาด้วยความสงสัย เมื่อลูกชายคนเล็กของบ้านหลังนี้ได้ยกหม้อจิ้มจุ่มหอมหวนชวนให้นึกหิวอีกรอบออกมา หลังจากที่ทุกคนนั้นได้กินข้าวกันจนอิ่มแปล้พุงกางกันไปเป็ที่เรียบร้อยแล้ว
แปะ แปะ แปะ
“แถ่นแถ้นแท๊นนน และนี่คือออ หม้อจิ้มจุ่มดินเผาเติมเต็มความฝันคร้าบบ~ ทุกคนกินของในหม้อนี้ไม่ได้นะฮ่ะ เทพีบอกว่าเดี๋ยวเจ็บท้อง เดี๋ยวหู้จะแจกใบโหระพาสายพันธุ์พิเศษให้คนละใบ ก่อนจะอธิบายกติกาการเล่นให้ฟังกันอีกทีนะฮ่ะ”
เต้าหู้เฉลยขึ้นด้วยน้ำเสียงสดใจก่อนที่จะมีใครสักคนตรงนี้ได้เอ่ยถามขึ้น ร่างบางหยิบใบโหระพาสีม่วงขนาดใหญ่เท่าฝ่ามือออกมาจากใบตอง ด้วยแววตาเป็ประกายสุดแสนจะตื่นเต้น
ปาโก๋ที่ได้ใบโหระพาหน้าตาประหลาดไปคนแรก ค่อยๆหยิบขึ้นไปส่องใส่แสงไฟบนเพดานพร้อมกับหรี่ตาดู ก่อนจะพูดติดตลกกับเต้าหู้ออกมา
“น้องไปเอาไอ้ใบโหระพาหน้าตาพิลึกกึกกือนี่มาจากไหนอ่ะเต้าหู้.. แล้วพูดถึงเทพีอะไรของน้องกัน.. ฮ่ะๆๆ~”
เต้าหู้ไม่ได้ตอบอะไรปาโก๋ แค่ยิ้มมุมปากก่อนจะหันไปยื่นใบโหระพาใส่มือวินเซนต์ต่อ พร้อมกับหลอกลูบคลำจับมือเขาไปด้วย วินเซนต์ขมวดคิ้วยุ่งก่อนจะรีบดึงมือตัวเองกลับมาจากเด็กแสบอย่างไวพร้อมกับพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงไม่สบอารมณ์
“มึงดูแลน้องชายตัวเองดีๆหน่อยไอ้โก๋! ยิ่งนับวันมันยิ่งเพี้ยนหนักไปกันใหญ่แล้วไอ้เหี้ย!”
วินเซนต์ตวัดสายตาคมกริบไม่พอใจไปมองใบหน้าหวานละมุนของเด็กน้อยข้างตัวเองอีกรอบ อาการหนักที่เขาเพิ่งว่าน้องไปนั้น… มันรวมไปถึงอาการหนักที่เต้าหู้ชอบโทรไปเต๊าะเขาก่อนนอนทุกคืนด้วย ทั้งๆที่เขาก็บอกชัดแล้วว่า เป็คนชอบผู้หญิง และจะนอนแค่กับผู้หญิงเท่านั้น!!!
เต้าหู้ยิ้มน่ารักส่งไปให้วินเซนต์ ก่อนจะทำตาหวานปริบๆเพื่ออ่อยเขาที่นั่งอยู่ใกล้ตัวเองต่อแบบไม่สะทกสะท้าน จนคนตัวสูงนั้นมันเขี้ยวน้องหนักมากเลยใช้นิ้วดีดหน้าผากเล็กๆนั่นไปเบาๆทีนึง
ปาโก๋หัวเราะเอ็นดูท่าทางของทั้งคู่ก่อนจะพูดขึ้น “เออๆ..มึงก็ยอมเล่นกับน้องมันหน่อยวินเซนต์ นานๆจะได้มากินข้าวและเล่นเกมส์ที่บ้านกูที.. ทนไปก่อน.. อีกหน่อยน้องกูก็โตละ ฮ่ะๆๆๆ~”
ทุกคนหัวเราะขึ้นพร้อมกัน ในขณะที่วินเซนต์ได้แค่ส่ายหัวโคลงอย่างเหนื่อยใจ ก่อนที่เต้าหู้จะทำแก้มอมลมใส่เขาแล้วหันไปแจกจ่ายใบโหระพาให้กับคนอื่นต่อ
พอทุกคนรับใบโหระพากันไปครบเป็ที่เรียบร้อยแล้ว เต้าหู้ก็ได้เริ่มพิธีการโดยใส่น้ำชุปเข้มข้นสูตรพิเศษตามลงไปอีกสามหยดพร้อมกับแจ้งรายละเอียดให้ทุกคนทราบไปพร้อมกันด้วย..
“หม้อดินเผาใบนี้.. จะนำพาให้เ้ากับเหล่าเพื่อนมนุษย์หน้าโง่ทั้งหลาย ได้เข้าไปผจญภัยในฝันของกันและกันจนครบหมดทุกคน ซึ่งข้าจะเป็คนเนรมิตความฝันเ่าั้ขึ้นมาให้เอง.. แต่การเล่นนี้ไม่ได้สร้างมาเพื่อบังคับใครเล่นทั้งนั้น.. เ้าจงถามความสมัครใจของคนอื่นก่อนที่จะพาพวกเขาเ่าั้เข้าเล่นด้วยหล่ะ ”
“ให้เ้าตั้งเตาหม้อดินเผานี้ พร้อมกับใส่น้าซุปที่มอร์โรซีเบิร์ดได้จัดชุดไว้ให้นั้นลงไป.. แต่จงเหลือน้ำซุปขวดเล็กสุดนั้นไว้ก่อน อย่าเพิ่งใส่ลงไป..”
“จงนำใบโหระพาไปแจกจ่ายให้บรรดาเพื่อนของเ้า แล้วให้ทุกคนนั้นใช้ปลายนิ้วเขียนลงไปบนใบโหระพานี้ได้เลย มันจะจดจำทุกอักขระอักษรที่พวกเ้านั้นได้เขียนลงไป.. เพียงแต่ตัวหนังสือเ่าั้จะแค่ไม่ปรากฏขึ้นมาให้เห็นแค่นั้นเอง..”
“เมื่อตั้งเตาจนน้ำเดือดได้ที่แล้ว เ้าจงหยดน้ำซุปสูตรพิเศษในขวดนี้ลงไปอีกเพียงสามหยด ก่อนจะนำใบโหระพาที่เขียนความฝันใส่แล้วทุกใบลงไปในหม้อพร้อมๆกัน จากนั้นระบบนำพาความฝันของข้า.. จะสุ่มลำดับความฝันให้แก่พวกเ้าทั้งหมดเองโดยอัตโนมัติ..”
..............................................................................................................................................................................................
“พวกพี่มีใครอยากจะถอนตัวในการเล่นครั้งนี้มั้ยฮ่ะ.. ท่านเทพีมอร์นาโรสบอกว่าไม่ให้หู้บังคับคนอื่นเล่น”
ทุกคนที่ยังคงไม่เชื่อว่าสิ่งที่เต้าหู้เล่าทั้งหมดนั้นคือความจริง ต่างมองหน้ากันไปมาแล้วส่ายหน้าพรึ่บๆให้เต้าหู้แบบไม่หยุดคิดสักวินาทีเดียวทันที
ไหนๆพวกเขาก็มาที่นี่เพื่อเล่นเกมส์กับน้องแล้ว… ก็เข้าร่วมกับเด็กหน้าหวานคนนี้สักหน่อยละกัน.. ถ้าไม่ยอมเล่นด้วยเต้าหู้คงจะน่าสงสารน่าดู..
ปาโก๋ลูบหัวทุยของเต้าหู้ด้วยความเอ็นดูก่อนจะพูดขึ้น “นี่มันก็คริสต์ศตวรรษที่ยี่สิบเอ็ดแล้ว มันจะมีเื่แบบนี้อยู่ได้ไงหล่ะน้องเต้าหู้ ฮ่ะๆๆๆ~ แค่เอาใบโหระพาหย่อนลงไปในหม้อดินเผาแล้วเราจะหายไปตะลุยในฝันทั้งหมดด้วยกันเนี่ยนะ.. โอ๊ยย เอ็นดู๊เอ็นดูน้องชายตัวน้อยของพี่~”
เบียร์วุ้นโยนถั่วลิสงขึ้นไปกลางอากาศ ก่อนจะอ้าปากรับอีกคำ แล้วหันมาพูดหยอกเต้าหู้ขึ้นบ้าง “เพี้ยนนะเราอ่ะ ไอ้เด็กจิ๋ว”
กุยช่ายรีบเอาศอกทุ้งสีข้างแฟนหนุ่มให้หุบปาก ก่อนจะหันมายิ้มแห้งๆส่งให้เต้าหู้ที่กำลังเริ่มมีสีหน้าซึมเศร้า
“พี่ช่ายไปกับหู้แบบเต็มใจอีกคนนะ.. ไหนๆชีวิตวัยรุ่นของพี่่นี้มันก็สงบสุขเกินไปและ.. เราไปหาอะไรสนุกๆทำกันดีกว่าไอ้น้องชาย ฮ่ะๆๆ~”
“พี่ฮันนี่ก็กำลังเหงาๆเซ็งๆพอดีเลยจ้ะน้องเต้าหู้.. ถ้าเราได้ไปผจญภัยพร้อมกันทั้งหมดนี่ก็คงสนุกดีเนอะ~”
ทุกคนช่วยพูดเอาใจพร้อมกับส่งใบโหระพาใส่มือให้เต้าหู้ไปด้วย เด็กหน้าหวานใบหน้ากลับมาเปื้อนรอยยิ้มอีกครั้ง ก่อนที่เต้าหู้นั้นจะหันไปแบมือขอในส่วนของวินเซนต์ที่เขายังคงกำมันไว้ในมือตัวเองแน่น
“หู้ขอของพี่วินไพร์หน่อยฮ่ะ..”
วินเซนต์ตวัดดวงตาดำขลับมองเต้าหู้แบบไม่สบอารมณ์ ก่อนเขาจะกระแทกเสียงหงุดหงิดพูดขึ้นมา
“กูไม่เล่น เชิญพวกมึงเล่นเกมส์ปัญญาอ่อนนี่กันไปเลย กูขอตัวกลับบ้านก่อน ฮันนี่..กลับบ้านกันครับ..”
ใบหน้าดวงเล็กของเต้าหู้เหงาหงอยขึ้นมาก เมื่อโดนวินเซนต์ปฏิเสธแบบไม่ใยดี แถมพี่เขายังหันกลับไปพูดจาอ่อนโยนให้กับฮันนี่ต่อหน้าต่อตาเด็กตัวเล็กไปอีก ‘จะไม่ให้เต้าหู้นั้นน้อยอกน้อยใจไปได้ยังไงกัน’
ฮันนี่ที่ติดรถมากับวินเซนต์ได้แต่มองเต้าหู้อย่างนึกสงสารน้อง “ฮันนี่ยังไม่อยากกลับเลยค่ะวินเซนต์.. เราเล่นกับน้องเต้าหู้ก่อนอีกนิดหน่อยนะคะ นะๆๆ~”
วินเซนต์ถอนหายใจเฮือกใหญ่อย่างช่วยไม่ได้ให้กับลูกอ้อนของฮันนี่ ก่อนจะยอมทิ้งตัวนั่งลงแล้วยอมเอานิ้วขีดๆเขียนๆลงในใบโหระพาสีม่วงอย่างรวดเร็วเพื่อให้มันจบๆไป ก่อนจะโยนใบโหระพาที่เขียนเสร็จแล้วไปวางตรงหน้าให้เต้าหู้ด้วยท่าทางฉุนเฉียวแบบไม่ปกปิด
ทุกสายตาต่างจับจ้องมาที่วินเซนต์เพราะรู้สึกว่าสิ่งที่เขาทำนั้นดูใจร้ายกับเต้าหู้มากเกินไป แต่เขาก็ไม่ได้สนใจ.. เพราะตลอดเวลาที่ผ่านมาก็พยายามแสดงออกชัดเจนอยู่แล้วว่าไม่ชอบน้องชายของเพื่อนคนนี้
ฮันนี่ยิ้มอบอุ่นให้เต้าหู้ที่นั่งเศร้าอยู่ ก่อนจะจับใบโหระพาของวินเซนต์ไปใส่ไว้ในมือของเต้าหู้รวมกับของคนอื่นให้แทน “น้องเต้าหู้หย่อนลงไปเลยสิจ้ะ.. พวกพี่พร้อมจอยกันแล้ว~”
เต้าหู้พยักหน้ารับ ก่อนจะนับถอยหลังอยู่ในใจคนเดียวไปด้วย…
ห้า…………..
สี่………..
สาม….
สอง…
หนึ่ง..
ตึกตัก~ ตึกตัก~
ใบโหระพาที่จารึกความฝันของคนทั้งหกถูกหย่อนลงไป.. ก่อนที่ทุกอย่างจะยังคงเงียบสนิท.. ทุกคนนิ่งจ้องมองหม้อดินเผา ก่อนจะสบตากันและกันและกำลังจะหัวเราะรั่วกันออกมา แต่เสียงน้ำเดือดในหม้อที่จู่ๆก็เริ่มดังขึ้นในไม่กี่อึดใจต่อมา ก็ทำให้ทุกคนนั้นต้องหยุดชะงักลง..
ซู่วววววววว~
ตัวหนังสือที่ปรากฏอยู่บนผิวน้ำในหม้อดินเผา ยิ่งทำให้ทุกคนต่างพากันหน้าเหวอชะงักค้างมากกว่าเดิมไปอีก..
‘It's a dream come true’ (มันคือความฝันที่เป็จริง)
ควันสีขาวที่ลอยฟุ้งออกมาจากหม้อเรื่อยๆจนคละคลุ้งไปทั่วชั้นล่างนั้น ให้ความรู้สึกเย็นะเืจนขนตัวลุกซู่ไปหมด แถมควันที่ออกมาจากในหม้อนั้นก็ยังไม่มีทีท่าว่าจะหมด ราวกับว่าได้มีใครสักคนได้เติมไนโตรเจนเหลวลงไปในหม้อยังไงยังงั้น
เบียร์วุ้นดีดตัวลุกขึ้นก่อนเป็คนแรกด้วยความใ พร้อมกับะโเสียงดังลั่นไปด้วย “ฉิบหายแล้ว!!! บ้านมึงจะไหม้ป่าวว่ะไอ้โก๋!!!”
ในขณะที่ทุกคนลุกขึ้นยืนแล้วรีบถอยกรูดออกห่างจากหม้อ เต้าหู้นั้นก็ยังคงนั่งนิ่งจ้องทุกอย่างภายในหม้ออยู่ที่เดิมไม่ลุกหนีไปไหน พร้อมกับะโพูดกับพี่ๆด้วยน้ำเสียงที่ดูตื่นเต้นอัศจรรย์ใจไปด้วย
“ทุกคนเห็นตัวหนังสือในหม้อกันมั้ยฮ่ะ! กลิ่น! กลิ่นอะไรอ่ะหอมจังงงง พี่โก๋หู้ขอชิมน้ำในหม้อนี้ได้ไหมฮ่ะ!”
“เต้าหู้!!/เต้าหู้!!/เต้าหู้!!/เต้าหู้!!/เต้าหู้!!”
ทุกคนประสานเสียงร้องเรียกเต้าหู้ขึ้นพร้อมกันด้วยความใ ก่อนวินเซนต์จะเร็วสุดรีบวิ่งเข้าไปหิ้วเต้าหู้จนตัวลอยให้ออกห่างจากหม้อดินที่มันดังฟู่ๆไม่หยุดอยู่ออกมา พร้อมกับกัดฟันบ่นให้เด็กดื้อที่ตัวเองเอาพาดไว้บนบ่าไปด้วย
“เป็คนบอกพวกพี่เองไม่ใช่หรือไงฮ่ะ! ว่าไม่ให้กินเดี๋ยวเจ็บท้อง! แล้วทำไมตัวเองถึงจะไปกิน ไอ้เกี๊ยวดื้อคนนี้!!”
เขาโมโหน้องจนเผลอใช้มือตีก้นเด้งน้อยๆของเด็กดื้อไปหลายทีด้วย…
ควันที่ลอยฟุ้งออกมาจากหม้อจิ้มจุ่มนั้นเริ่มจางลง จางลง.. ก่อนจะหายไป.. ทุกคนที่กำลังยืนถืออุปกรณ์เตรียมพร้อมทำให้หม้อนั้นดับจึงได้แต่ยืนมองหน้ากันเลิ่กลักนิ่งๆ
และสิ่งที่ตามมาหลังจากที่ควันหายไปจนหมดแล้วนั่นคือ… ..กลิ่น…
กลิ่นลูกอมแตงโมผสมกับสมุนไพรและเครื่องเทศในหม้อ ที่ให้ความรู้สึกหอมแบบแปลกๆลอยไปเตะจมูกทุกคน..
และเพียงไม่กี่อึดใจต่อมา.. ทุกคนต่างก็พากันรู้สึกหัวใจหวิว หนักศีรษะโคลงเคลงราวกับอยู่ในเรือที่กำลังจะอับปางกลางทะเลจนทรงตัวกันไม่อยู่กัน.. มองเห็นภาพของเพื่อนที่อยู่ตรงหน้าเลือนลางและเป็จุดดำทับซ้อนกันเต็มไปหมด...
วี้ดดดดดดดดดด!!!!!!!!!!
เสียงวี้ดดังกึกก้องเข้าไปในโสตประสาทจนทุกคนต่างใช้มือปิดหูที่กำลังจะแตกทั้งสองข้างของตัวเองเอาไว้ ก่อนจะเบ้หน้าะโออกมาด้วยความเ็ปพร้อมกันไปด้วย..
และการรับรู้สุดท้าย ก่อนที่ทุกคนนั้นจะหมดสติฟุบลงไป ก็ได้ยินเสียงของสัตว์ปีกชนิดหนึ่ง.. ได้กระซิบผ่านสายลมที่เย็นเฉียบเข้ามาอย่างแ่เบา..
“ยินดีต้อนรับสู่โลกแห่งความฝันนะขอร้าบบบ~”
ฟุบบบบบ!!!
............................................................................................................................................................................................
โปรดติดตามตอนต่อไปด้วยนะค๊า~