กู้หยูม่านเดินออกมาหน้าบ้านเมื่อได้รับคำเตือนของไฉไฉ นางสงสัยว่าตนเองกับครอบครัวเพิ่งย้ายมาอยู่ที่หมู่บ้านจงเตี้ยนได้ไม่กี่วัน แต่ทำไมถึงมีผู้ไม่ประสงค์ดีมาซุ่มดูเสียแล้ว
ด้านหม่าชิงเหยาที่ได้ยินชาวบ้านพูดถึงความงามของกู้หยูม่าน อีกทั้งยังได้ยินชาวบ้านบางคนพูดกันว่าท่านย่ารองจงกับท่านอาหม่าซื่ออยากจะรับกู้หยูม่านไปเป็สะใภ้ เมื่อรู้ว่าจงจื่อเหวินมาทำงานที่บ้านของกู้หยูม่าน นางจึงใช้ข้ออ้างว่าจะเอาน้ำหวานมาส่ง หนึ่งคือนางอยากมาดูให้เห็นกับตาว่ากู้หยูม่านจะงดงามเพียงใด และอีกเหตุผลหนึ่งคือนางอยากมาแสดงตัวให้กู้หยูม่านเห็นว่านางคือคู่รักวัยเด็กของพี่จื่อเหวิน แม่นางกู้ไม่อาจมาแย่งพี่จื่อเหวินไปจากนางได้
เมื่อมาถึงหน้าบ้าน หม่าชิงเหยาก็เห็นกู้หยูม่านเดินออกมาพอดี และนางต้องยอมรับว่ากู้หยูม่านงดงามเหมือนอย่างที่ชาวบ้านร่ำลือกันจริงๆ หม่าชิงเหยาอิจฉากู้หยูม่านขึ้นมาทันที นางกำลังจะเดินเข้าไปหากู้หยูม่านแต่จงจื่อเหวินกลับเดินออกมาเสียก่อน
“ชิงเหยา! เ้ามาทำอะไรที่นี่” จงจื่อเหวินถามอย่างรำคาญ
หม่าชิงเหยาเปลี่ยนสีหน้าแล้วก้มหน้าทำท่าทางเขินอาย “ข้า...ข้าอยากมาดูว่าท่านกับท่านลุงมาทำอะไรที่บ้านหลังนี้เ้าค่ะ”
“ข้ากับท่านพ่อมาทำงานให้แม่นางกู้ ถ้ารู้แล้วก็กลับบ้านไปเถอะ อย่ามาทำตัวเกะกะอยู่แถวนี้” จงจื่อเหวินพูดอย่างอารมณ์เสีย ไม่ใช่ว่าเขาไม่รู้ว่าหม่าชิงเหยาคิดอย่างไรกับเขา แต่นางกับเขานับเป็ลูกพี่ลูกน้องและเติบโตมาด้วยกัน เขาเห็นนางเป็เพียงน้องสาว อีกทั้งครอบครัวของนางก็ไม่ใช่คนดี หากไม่เพราะครอบครัวของนางกับท่านแม่เป็ญาติกัน เขาไม่อยากจะสนทนากับนางด้วยซ้ำ
“ข้าไม่ได้มาเกะกะนะเ้าคะ ข้าเอาน้ำหวานมาให้ท่านกับท่านลุงดื่มด้วยเ้าค่ะ” หม่าชิงเหยายื่นกระบอกไม้ไผ่ที่ใส่น้ำมาจนเต็ม “ข้าต้มน้ำหวานมาให้ท่านโดยเฉพาะ และยังใส่น้ำตาลไปไม่น้อยเลย รสชาติหวานชื่นใจมาก ท่านรับไปสิเ้าคะ”
ในยุคนี้เกลือกับน้ำตาลนับเป็สินค้าราคาแพง การที่หม่าชิงเหยาต้มน้ำใส่น้ำตาลทรายมาให้จงจื่อเหวินย่อมสื่อให้เห็นว่านางให้ความสำคัญกับจงจื่อเหวินมากเพียงใด
กู้หยูม่านยืนกอดอกมองแม่นางน้อยที่อยู่ตรงหน้าอย่างสนใจ ในเมื่อไฉไฉบอกว่านางไม่ใช่ผู้ประสงค์ดี ย่อมหมายความว่าอาการเหนียมอายที่นางกำลังแสดงอยู่นี้คงเป็แค่การเสแสร้งกระมัง
“ไฉไฉ เ้าบอกว่าตรวจพบผู้ไม่ประสงค์ดี แล้วภาพตรงหน้านี้มันคืออะไร ไม่เห็นจะเกี่ยวกับข้าเลยสักนิด” กู้หยูม่านถามไฉไฉ
‘ค่าบริการตอบคำถามห้าตำลึง โฮสต์สนใจรับบริการหรือไม่เ้าคะ’
กู้หยูม่านกัดฟันอย่างเ็ปใจ แต่เื่กอสซิปแบบนี้ นางจะพลาดได้อย่างไร “ห้าตำลึงก็ห้าตำลึง”
‘แม่นางผู้นี้มีนามว่าหม่าชิงเหยา บิดาของนางเป็พี่ชายของท่านป้าหม่าซื่อเ้าค่ะ หม่าชิงเหยาผู้นี้แอบรักจงจื่อเหวินมานานแล้ว อีกทั้งปีนี้นางจะมีอายุครบสิบหกปีนับว่าถึงวัยเหมาะสมที่จะออกเรือน เมื่อนางได้ยินชาวบ้านพูดถึงท่านและยังบอกว่าท่านหน้าตางดงาม อีกทั้งท่านยายรองจงกับท่านป้าหม่าซื่อก็ชื่นชมและเคยมีความคิดที่จะเป็แม่สื่อให้ท่านกับจงจื่อเหวิน หม่าชิงเหยาจึงเกลียดท่านเพราะคิดว่าท่านจะมาแย่งจงจื่อเหวินไปจากนางเ้าค่ะ’
“อะไรกัน ข้าก็อยู่ของข้าดีๆ แล้วนางจะมาเกลียดข้าทำไม อีกอย่างท่านยายรองจงกับท่านป้าหม่าซื่อก็รู้แล้วว่าข้าอายุมากกว่าจงจื่อเหวิน อีกทั้งข้ายังมีลูกชายตั้งสามคน ยิ่งวันนี้จงจื่อเหวินกับท่านลุงจงก็รู้แล้วว่าสามีของข้าคือท่านพี่เฮ่อ เพราะฉะนั้นเื่ของข้ากับจงจื่อเหวินไม่มีทางเป็ไปได้แน่นอน”
‘นั่นคือความคิดของโฮสต์ แต่ไม่ได้หมายความว่าหม่าชิงเหยาจะคิดเหมือนโฮสต์นี่เ้าคะ แม่นางผู้นี้เป็คนรักแรงเกลียดแรงและเป็คนที่ไม่มีเหตุผล โฮสต์ระวังตัวไว้จะดีที่สุดเ้าค่ะ’
“เฮ้อ...เคยอ่านเจอแต่ในนิยาย ไม่คิดว่าจะต้องมาเจอกับคนคลั่งรักแบบไม่ลืมหูลืมตาเข้าจริงๆ” กู้หยูม่านถอนหายใจ “แต่ก็ช่างเถอะ อย่างน้อยยังมีเ้าที่คอยเตือนภัยให้ข้า หากนางคิดจะทำร้ายข้า เ้าก็อย่าเตือนข้าอีกครั้งล่ะ”
‘แน่นอนเ้าค่ะ ไฉไฉจะเตือนภัยให้โฮสต์ทุกครั้งที่เห็นความผิดปกติ และทุกการแจ้งเตือนจะมีค่าธรรมเนียมห้าตำลึงนะเ้าคะ’
“ไฉไฉ! เ้า...เ้ามันหน้าเื เป็มิติวิเศษที่ติดตัวข้ามาแต่ไม่เคยทำอะไรให้ข้าฟรีๆ แถมค่าธรรมเนียมก็แพงยิ่งกว่าอะไร คอยดูเถอะ สักวันข้าจะไม่สนใจและจะไม่เรียกใช้งานเ้าอีกเลย”
‘โฮสต์อย่าโมโหสิเ้าคะ ไฉไฉก็แค่ทำตามกฎเท่านั้น เอาเป็ว่าตอนนี้โฮสต์อารมณ์ไม่ดีแล้ว ไฉไฉขอตัวก่อนนะเ้าคะ หากโฮสต์้าความช่วยเหลือก็เรียกไฉไฉก็แล้วกัน อ้อ...โฮสต์อย่าลืมเตรียมเงินห้าตำลึงไว้ล่วงหน้าด้วยนะเ้าคะ’
“ข้าจะต้องเตรียมเงินไว้ทำไม” กู้หยูม่านไม่เข้าใจ
‘เดี๋ยวโฮสต์ก็จะต้องขึ้นไปเก็บสมุนไพรและเก็บของป่าบนเขาเพื่อแลกเงินมาซื้อยาคืนชีพให้คุณชายเฮ่อไม่ใช่หรือเ้าคะ ถึงตอนนั้นโฮสต์ก็ต้องเรียกใช้งานไฉไฉไม่ใช่หรือ’
กู้หยูม่านคิดจะบ่นไฉไฉอีกสักสองสามคำ แต่ไฉไฉกลับเงียบเสียงไปแล้ว “คงเข้าโหมดเก็บตัวอีกแล้วสินะ เ้ามันเป็ระบบที่ใจดำจริงๆ คิดจะให้ข้าทำงานหาเงินจนตายเลยหรือไง”
“พี่หญิงกู้มายืนทำอะไรอยู่ตรงนี้หรือขอรับ” จงจื่อเหวินถาม
“ข้าว่าจะเดินไปหาท่านยางรองจงกับท่านป้าหม่าซื่อเพื่อขอแบ่งเมล็ดพันธุ์ผักสักหน่อย แต่พอดีเห็นเ้ากับแม่นางน้อยคนหนึ่งยืนคุยกันอยู่ข้าก็เลยไม่ได้เดินออกไป กลัวว่าจะไปรบกวนพวกเ้า ว่าแต่นางเป็ใครหรือ?”
“นางเป็ลูกพี่ลูกน้องของข้าเองขอรับ” จงจื่อเหวินบอกกับกู้หยูม่านอย่างเกรงใจ “ข้าต้องขอโทษแทนนางด้วยนะขอรับ ครั้งหน้าข้าจะไม่ให้นางมารบกวนท่านได้อีก”
กู้หยูม่านยิ้ม “ก็ไม่ได้รบกวนอะไรนี่ นางแค่มาหาเ้าเฉยๆ ไม่ใช่หรือ อีกอย่างข้าก็ไม่ได้กลัวว่าใครจะมารบกวนหรือมาสร้างปัญหา เพราะข้าก็ไม่ใช่คนที่จะยอมใครง่ายๆ”
จงจื่อเหวินรู้ว่านี่คือคำเตือน “ข้าเข้าใจแล้วขอรับ เดี๋ยวข้าจะกลับไปเตือนนางอีกครั้ง”
“เ้ากลับไปทำงานต่อเถอะ ข้าจะไปหาท่านยายรองจงสักหน่อย”
หม่าชิงเหยาที่ยืนมองดูอยู่ไกลๆ ก็ได้แต่แอบกำหมัด นางไม่รู้ว่ากู้หยูม่านกับจงจื่อเหวินพูดอะไรกัน แต่ดูจากรอยยิ้มและท่าทางที่สนิทสนมของคนทั้งคู่ก็ทำให้นางไม่พอใจกู้หยูม่านเพิ่มขึ้นอีก “นังจิ้งจอก อย่าคิดว่าเ้าจะเอาใบหน้างดงามมาแย่งพี่จื่อเหวินไปจากข้าได้ งดงามแต่ทำงานไม่เป็จะมีประโยชน์อะไร”
“ม่านเอ๋อ ไม่ใช่ว่าที่บ้านของเ้ากำลังยุ่งอยู่หรือ แล้วทำไมเ้าถึงว่างมาหาข้าได้เล่า” ท่านยายรองจงถามเมื่อเห็นกู้หยูม่านเดินผ่านประตูรั้วเข้ามา
“มีน้องชายกับสามีคอยดูงานอยู่ ข้าอยู่ว่างๆ ก็เลยเดินมาเล่นกับท่านเ้าค่ะ” กู้หยูม่านตอบ
“เดี๋ยวนะ...เมื่อกี้เ้าพูดว่าสามีอย่างนั้นหรือ วันที่เ้าย้ายมา ข้าเห็นแต่น้องชายกับลูกชายของเ้า แล้วสามีของเ้ามาจากไหนกัน” ท่านยายรองจงถามอย่างสงสัย อีกทั้งในใจลึกๆ ยังรู้สึกเสียดาย นางอุตส่าห์นอนทำใจได้แล้วว่าหากหลานชายยอมตกลง ต่อให้กู้หยูม่านจะมีลูกติดถึงสามคน นางก็จะยอมเป็แม่สื่อแล้วจัดงานแต่งให้หลานชาย นางทำใจยอมรับได้แล้วแท้ๆ แต่แม่น้องน้อยผู้นี้กลับพูดถึงสามีขึ้นมาเสียได้
“คืออย่างนี้เ้าค่ะ หกปีก่อนสามีของข้าเดินทางไปสอบที่เมืองหลวง...” กู้หยูม่านเล่าเื่สามีให้ท่านยายรองจงฟังอีกครั้ง
ท่านยายรองจงฟังจบก็จับมือกู้หยูม่านไว้อย่างให้กำลังใจ “์คงเห็นใจที่เ้าเลี้ยงดูลูกชายมาเพียงลำพังก็เลยคืนชีวิตสามีของเ้ากลับมากระมัง ตอนนี้อาการป่วยของเขาเป็อย่างไรบ้าง”
“อาการของท่านพี่ดีขึ้นมากแล้วเ้าค่ะ” กู้หยูม่านตอบ
“ดีขึ้นก็ดี ต่อไปพวกเ้าจะได้อยู่พร้อมหน้าพร้อมตากันเสียที” ท่านยายรองจงพูดยิ้ม “ว่าแต่เ้ามีธุระอะไรกับข้าหรือเปล่า”
“ข้าอยากมาขอแบ่งเมล็ดพันธุ์ผักจากท่านยายสักหน่อยเ้าค่ะ” กู้หยูม่านตอบ
“อากาศ่นี้เหมาะกับการปลูกผักจริงๆ นั่นล่ะ เดี๋ยวข้าจะแบ่งเมล็ดผักให้เ้าสักสองสามอย่าง แต่ถ้าเ้าได้เข้าไปในเมือง เ้าซื้อเมล็ดผักกาดขาวมาให้มากหน่อย ใกล้หน้าหนาวก็คงจะเก็บเกี่ยวได้พอดี ถึงตอนนั้นเ้าจะได้มีผักสดไว้กิน อีกส่วนหนึ่งก็เอามาทำเป็ผักดองเก็บไว้กินได้”
“ขอบคุณท่านยายเ้าค่ะ” กู้หยูม่านยิ้มรับ
“เป็เพื่อนบ้านกันมีอะไรก็ต้องช่วยเหลือกันเป็ธรรมดา อีกทั้งเมล็ดพันธุ์ผักพวกนี้ก็ไม่ได้แพงมากมาย แบ่งกันได้ก็แบ่งกันไป เ้าไม่ต้องขอบคุณข้าหรอก” ท่านยายรองจงไม่ยอมปล่อยมือกู้หยูม่าน นางเอ็นดูแม่นางน้อยผู้นี้เหลือเกิน
“ท่านย่า ข้าต้มน้ำหวานมาให้ท่านดื่มแก้กระหายเ้าค่ะ” หม่าชิงเหยาเดินยิ้มเข้ามา แต่เมื่อมองเห็นกู้หยูม่าน นางถามขึ้นอย่างไม่พอใจ “เ้ามาทำอะไรที่นี่!”
“พวกเ้ารู้จักกันหรือ” ท่านยายรองจงถาม
หม่าซื่อกลับขมวดคิ้วเมื่อได้ยินคำพูดของหลานสาว “ชิงเหยา ทำไมเ้าพูดกับแม่นางกู้ด้วยน้ำเสียงไม่น่าฟังเช่นนี้”
หม่าชิงเหยาเก็บสีหน้าแล้วเปลี่ยนเป็ยิ้ม “ข้าแค่เห็นว่ามีคนแปลกหน้าเข้ามาในบ้าน ก็เลยกลัวว่านางจะเป็คนไม่ดีมาหลอกท่านกับท่านย่าเ้าค่ะ อาหญิงจำไม่ได้แล้วหรือเ้าคะว่าเคยมีผู้หญิงหน้าตาดีเข้ามาตีสนิทกับหญิงสาวในหมู่บ้าน หลังจากนั้นไม่กี่วันหญิงสาวคนนั้นก็หายตัวไป”
“หากเ้าหมายถึงผู้หญิงหน้าไม่อายที่อาศัยอยู่ท้ายหมู่บ้าน นางไม่ได้หายตัวไปไหนหรอก ก็แค่หนีตามผู้ชายไปเท่านั้นเอง ส่วนคนแปลกหน้าที่เ้าว่าก็เป็ภรรยาของผู้ชายคนนั้นที่มาตามจับชู้” หม่าซื่อบอกหลานสาวก่อนจะหันไปยิ้มกับกู้หยูม่าน “ม่านเอ๋อ เ้าอย่าได้ถือสาชิงเหยาเลยนะ นางเป็คนที่พูดไม่คิดแบบนี้ล่ะ”
“ข้าไม่ถือสานางหรอกเ้าค่ะ ท่านป้าอย่าได้กังวล” กู้หยูม่านตอบ
“เ้าก็ไม่มีสิทธิ์มาถือสาข้าอยู่แล้ว” หม่าชิงเหยาพูดขึ้น
“ชิงเหยา ถ้าพูดกับคนอื่นดีๆ ไม่ได้ก็ไม่ต้องพูด” หม่าซื่อพูดเสียงเข้ม “เ้ามาหาข้าด้วยธุระใด”
หม่าชิงเหยายิ้มประจบพร้อมกับยื่นกระบอกไม้ไผ่ให้หม่าซื่อ “ข้าเห็นว่าวันนี้อากาศร้อน ข้าก็เลยต้มน้ำหวานมาให้ท่านกับท่านย่าดื่มดับกระหายเ้าค่ะ”
“ขอบใจนะ แต่เ้าเอากลับไปให้คนที่บ้านเ้ากินเองเถอะ ข้าไม่อยากให้พวกเขามาโวยวายทีหลัง” หม่าซื่อปฏิเสธ นางรู้จักนิสัยพี่ชายกับพี่สะใภ้ของตนเองดี หากนางรับน้ำหวานกระบอกนี้มาดื่ม มีหวังครอบครัวนั้นต้องมารบกวนนางไม่เลิกแน่
“นั่นสิ เ้าเอากลับไปให้ท่านพ่อกับท่านแม่เ้าดื่มเถอะ” ท่านยายรองจงพูดสนับสนุน ‘เหอะ...คราวก่อนมาลืมหมั่นโถวแข็งๆ ไว้ลูกเดียว แต่พอมาทวงกลับมาทวงไข่ต้มบ้านข้าไปตั้งสามใบ คราวนี้อย่าคิดว่าข้าจะรู้ไม่ทัน’
หม่าชิงเหยาถูกปฏิเสธ ทั้งยังถูกปฏิเสธต่อหน้าศัตรูหัวใจ นางรู้สึกไม่พอใจมาก “กู้หยูม่าน มาบ้านคนยื่นยังกล้ามามือเปล่า เ้าช่างไม่มีมารยาทเอาเสียเลย”
กู้หยูม่านยิ้มให้หม่าชิงเหยา “โอ...ข้าไม่มีมารยาทจริงๆ นั่นล่ะ แต่จะให้ข้าเป็คนมีมารยาทเช่นเ้าก็คงไม่ได้ หากข้าจำไม่ผิด น้ำหวานกระบอกนี้คงเป็น้ำหวานที่เ้าเอาไปให้จงจื่อเหวินแต่ถูกเขาปฏิเสธ เ้าเสียดายก็เลยเอากลับมาให้ท่านยายกับท่านป้า หากไม่นับว่าน้ำหวานกระบอกนี้เป็ของเหลือ ก็แสดงว่าเ้าลำดับความาุโไม่ถูกน่ะสิ หลานชายไม่กินก็ค่อยเอามาให้ท่านยาย”
“เ้าอย่ามาใส่ร้ายข้า” หม่าชิงเหยาไม่คิดว่ากู้หยูม่านจะตอกหน้าตนกลับแบบนี้ นางรีบอธิบาย “ไม่ใช่นะเ้าคะ ท่านย่า อาหญิง น้ำหวานกระบอกนี้เป็คนละกระบอกกับที่ข้าเอาไปให้พี่จื่อเหวิน”
“ชิงเหยา เ้ากลับไปเถอะ ข้าจะคุยธุระกับม่านเอ๋อต่อ” หม่าซื่อบอกเพราะเห็นว่าหลานสาวกำลังจะก่อเื่แล้ว
แม้จะไม่พอใจแต่หม่าชิงเหยาก็ไม่กล้าขัดคำสั่งอาหญิง ก่อนที่นางจะเดินพ้นประตูรั้ว นางหันกลับมามองกู้หยูม่าน ‘คอยดูเถอะนังจิ้งจอก เ้าทำให้ข้าอับอาย ข้าไม่ปล่อยเ้าไปแน่’