"ไม่ต้องตาม"มู่เฉวียนตวาดไล่
หานตงยังคงขยับตัวตามทีละนิด
"ข้ารู้ดีว่าตำหนักข้าอยู่ที่ไหนไม่จำเป็ต้องให้องครักษ์ต่ำชั้นมาส่งยังตำหนัก"
"ฝ่าากลัวว่าองค์หญิงจะไม่ยอมกลับไปที่ตำหนัก"อ้างม่อเฉวียน
"นั่นมันเื่ของข้า หานตงท่านไปเสียขอร้อง"
หานตงส่ายหน้าไปมา
"หานตงอยากจะบอกองค์หญิงว่า ขันทีเสี่ยวเฟยเขาเป็ชายแค่เพียงตัว แต่หัวใจนั่นเล่าเ้าไม่กลัวว่าจะโดนเขาล่อหลอกเอาหรือ องค์หญิงเคยได้ยินเื่เล่าของฝ่าาหรือไม่"
"อย่ามาปักปรำพี่ใหญ่ข้านะพี่ใหญ่ยังคงชอบหญิงงาม"
"ข้าน้อยเห็นกับตาว่า ฝ่าาอุ้มขันทีน้อยผู้นั้น แล้วยามที่ฝ่าามองขันทีน้อยผู้นั้นสายตาของฝ่าา.."
มู่เฉวียนเืขึ้นหน้าตรงเข้าผลักหานตงอย่างแรงแต่หานตงกับดึงเอาร่างเล็กของมู่เฉวียนล้มลงบนอกของหานตง มืออุ่นกลับรวบเอวบางไว้แน่น
"ปล่อยนะ องครักษ์ถ่อย"
ยกมือขึ้นทุบที่อกกว้างกับโดนรวบมือไว้
"ข้าจะสั่งโบยท่านท่านล่วงเกินข้า"
"องค์หญิงล่วงเกินหานตงเห็นๆ องค์หญิงทับหานตงอยู่"
ดิ้นขลุกขลักแต่หานตงกับกอดไว้แน่น
"ข้าจะฆ่าท่านเสีย"
"เอะอะก็ตบก็ตี แล้วยังคิดจะฆ่าได้อีก ใจคอทำด้วยอะไรแบบนี้ถ้าแต่งกันไป หานตงไม่ช้ำในตายหรือ"
มู่เฉวียนยังดิ้นรนในอ้อมแขนของหานตง
"ใครจะแต่งกันท่านปล่อยข้านะ"
กระทุ้งศอกเข้าที่หน้าท้องของหานตงก่อนะวิ่งแน่บหายไป หานตงอมยิ้มลุกจากพื้น หัวเราะในลำคอเบาๆ
ตำหนักใหญ่ฮ่องเต้
"แล้วเสี่ยวเฟยต้องทำอย่างไร"
"มู่เฉวียนเป็คนรักง่ายเกลียดง่ายต่อไป แค่ปฏิเสธนางเสีย นางก็จะรู้เองว่าเ้าไม่มีใจกับนาง"
เจียเฟยยืนนิ่งก้มหน้า ม่อเฉวียนเดินมาใกล้ๆ ก้มลงมองใบหน้างดงาม
"ได้หรือไม่ถือว่าข้าขอร้อง"
เจียเฟยเงยหน้าขึ้นช้าๆ ใจเต้นไม่เป็จังหวะ ม่อเฉวียนมองริมฝีปากสีชมพูน่าจูบฝืนใจปล่อยมือเบือนหน้าหนี กลืนก้อนแข็งๆ ลงคออย่างยากเย็น
"ตามหมอหลวง ตามหมอหลวงมาที่นี่ แล้วเ้าไปให้พ้นหน้าข้า"
"ไม่ได้พ่ะย่ะค่ะไปให้พ้นหน้าไม่ได้"
"ทำไมก็ในเมื่อข้าสั่ง"
"ก็ เสี่ยวเฟยเป็ขันทีข้างกายจะต้องอยู่ข้างกายจะไปให้พ้นหน้าแล้วเวลาฝ่าา้าสิ่งใดจะเรียกหาใครได้"
"อย่างนั้นก็ออกไปอยู่ข้างนอก ข้าเรียกจึงมา หากไม่เรียกก็อย่าเสนอหน้า"
เจียเฟยงงงันกับท่าทีเดี๋ยวดีเดี๋ยวร้ายของม่อเฉวียน
"เป็อะไรของเขา"
ม่อเฉวียนทิ้งตัวลงบนแท่นบรรทมนอนหงายหลังยกมือกุมขมับ
"ไทเฮาเสด็จจจจจ"
ม่อเฉวียนผุดลุกขึ้นจากแท่นบรรทม
"เฉวียนเอ่อร์ถวายพระพรเสด็จแม่"
"หืมมม ขันทีน้อยเล่า"
"เอ่อลูกให้เขาตามหมอหลวง"
"ฮ่องเต้ ป่วยหรือ แล้วทำไมไม่มีใครบอกแม่"น้ำเสียงห่วงใย
"ละละลูกไม่ได้ป่วยเพียงแค่มีบางอย่างจะขอคำปรึกษากับท่านหมอ"
"เื่ใดกัน"
"เอ่อ เอ่อเื่ที่ ช่างเถอะ เสด็จแม่แวะมาถึงนี่”
“แม่กำลังจะบอกฮ่องเต้ว่าแม่ สองวันมานี้ ส่งเทียบไปยังเหล่าขุนนางให้ส่งบุตรี ที่ถึงวัยคัดตัวนางในเข้ามาให้เ้าดูตัว”
“ดีเลย เสด็จแม่ลูกกำลังถึงทางตัน”
อยากจะบอกว่าหาทางออกไม่ได้ไม่รู้จะทำอย่างไรกับ ความรู้สึกที่เกินหักห้ามใจของตัวเองที่มีต่อขันทีน้อย ครั้นจะปลดออกจากตำแหน่งขันทีข้างกายเสียอีกใจกลับบอกว่า อยากจะอยู่ใกล้ขันที น้อยผู้นั้น
“ทางตันเื่ใดกัน”
“ก็เื่ที่เสด็จแม่ทรงเป็กังวลลูกเองก็กังวลไม่น้อย สองสามวันก่อนใต้เท้าเหอถวายฎีกาเื่ที่ลูกไม่ยอมให้มีการคัดตัวนางในแล้วยังไม่ยอมแต่งตั้งฮองเฮา “ไทเฮายิ้ม
“ฮ่องเต้พูดมาแบบนี้แม่ก็วางใจ ดีเลยเช่นนั้นแม่ให้แม่สื่อพาบุตรีขุนนางเข้ามาทีละคนเพื่อให้ฮ่องเต้ได้ดูตัว”
“รีบหน่อย ก็ดีเสด็จแม่ไม่อย่างนั้นลูกคง จะบ้าตายแน่ๆ ”
อยากจะบอกว่า ตอนนี้ ไม่มีเวลาไหนที่ไม่มีใบหน้าของขันทีน้อยลอยมากวนใจ
"หมอหลวงมาแล้วพ่ะย่ะค่ะ"
หมอหลวงก้าวขาเข้ามาแต่เจียเฟยหายไป แอบหลบไปไกลๆ อย่างที่ม่อเฉวียนสั่ง
"อืมม ท่านหมอพอจะมีเวลาคุยกับข้าไหม รอให้ข้าคุยกับเสด็จแม่เรียบร้อยก่อนท่านค่อยเข้ามา"
"ขันทีข้างกายฝ่าา บอกว่าฝ่าาอาการค่อนข้างหนักคุ้มดีคุ้มร้าย"
ม่อเฉวียนถอนหายใจส่ายหน้าไปมา
"แล้วเขาไปไหน"
ในที่สุดก็ไม่อาจห้ามใจที่จะถามถึงเสียไม่ได้
"นั่งอยู่ที่ตำหนักด้านนู่นพ่ะย่ะค่ะบอกว่าฝ่าาไล่ให้ไปไกลๆ ฝ่าาข้าน้อยพูดตามตรงหาก แม้กระทั่งขันทีข้างกายที่รู้ใจที่สุดยังถูกไล่ออกไปเช่นนี้แสดงว่าฝ่าาอาการไม่เบาจริงๆ "
ไทเฮายกมือขึ้นทาบอกสีหน้าเป็กังวล