บทที่ 4 คนต่ำช้ามีค่าควรแก่การกินอาหารหมูเท่านั้น
ชายคนนั้นสูงประมาณ 185 เิเ อายุประมาณยี่สิบหกยี่สิบเจ็ดปี
ผมสั้น ใบหน้าหล่อเหลา ดวงตากระจ่างใส จมูกคมเป็สันสูง ริมฝีปากบางมือข้างหนึ่งของเขาหยุดไม้ของเหวินเฟิงฉีได้อย่างสบาย ๆ
ดวงตาไร้ความหวั่นไหวนั้นมองไปที่เหวินเฟิงฉีและพูดด้วยเสียงที่ไม่ได้ดังนัก "การตีคนอื่นแบบนี้มันไม่ดี"
เหวินเฟิงฉีตกตะลึง
เพียงแค่แวบเดียวนั้นทําให้เ้าของฉายา ‘คนคลั่ง’ มีเหงื่อเย็นหลั่งออกเต็มแผ่นหลัง
ชายคนนี้ปรากฏตัวออกมาจากที่ไหนก็ไม่รู้ เขาไม่ได้สูงเท่าอีกฝ่าย แต่ก็ไม่เตี้ยมากนัก เขาทํางานในทุ่งนาตลอดทั้งปี มั่นใจว่าตัวเองก็แข็งแกร่งเช่นกัน
ทว่าชายหนุ่มที่อยู่ตรงหน้าเขาตอนนี้ กลับสามารถหยุดไม้ของเขาได้อย่างง่ายดาย
ผู้ชายคนนี้ไม่ควรเข้ามายุ่ง
แต่เขายังไม่ยอมแพ้ "ฉันจะสั่งสอนลูกสาว อย่างมายุ่ง!"
"ต่อให้เป็ลูกสาวก็ทำแบบนี้ไม่ได้” ชายคนนั้นดึงไม้ออกจากมือของเหวินเฟิงฉีและพูดอย่างเ็าว่า "นั่นอาจทำให้เธอตายได้"
ทันทีที่เขามองลงไป เขาเห็นหญิงสาวที่ถูกทุบตีเอาแขนบังศีรษะของเธอเอาไว้และมองมาที่เขาด้วยสายตาว่างเปล่า
ชายคนนั้นขมวดคิ้ว
ชายคนนี้โง่หรือเปล่า?
ตึกตัก ตึกตัก ตึกตัก!
เหวินหน่วนดูเหมือนจะได้ยินหัวใจของตัวเองเต้นอย่างรุนแรง เธอเกือบจะหายใจไม่ออก
เขาคือลู่จินฉวน!
เธอไม่คิดเลยว่าเธอจะได้พบกับลู่จินฉวนเร็วขนาดนี้หลังจากเกิดใหม่
ยิ่งไปกว่านั้น เขากำลังช่วยเหลือเธออีกครั้ง
ลมหนาวพัดมาบนใบหน้า ดวงตาของเธอพร่ามัวเล็กน้อย
ในชีวิตก่อนหน้านี้ ลู่กัวจื่อและลู่จินฉวนไม่เคยเข้ากันได้เลย แต่น่าเสียดายที่ไม่ว่าลู่กัวจื่อจะต่อสู้มากแค่ไหน เขาก็ไม่สามารถชนะลู่จินฉวนผู้ที่มีวิธีการและกลยุทธ์ได้
เธอไม่ค่อยได้ติดต่อกับลู่จินฉวน
เธอไม่คาดคิดว่าคนสุดท้ายที่เธอเห็นก่อนตายคือเขา เขาไม่เพียงแต่ช่วยชีวิตเธอเท่านั้น แต่ยังสัญญาว่าจะช่วยเหลือเธอต่อไปในอนาคตด้วย
ใคร ๆ ก็อบกว่าลู่จินฉวนเป็คนเืเย็นและโเี้ แต่เหวินหน่วนรู้ว่าเขาไม่ใช่คนแบบนั้น
"คุณ" ชายที่ยืนค้ำหัวเธออยู่ก้มลงมาเล็กน้อยเพื่อมองเธอ "คุณรู้สึกไม่ดีตรงไหนหรือเปล่า? คุณ้าให้พาไปโรงพยาบาลไหม"
เขากังวลว่าหญิงสาวอาจถูกกระทบกระเทือนทางสมอง ชายคนนั้นจงใจก้มลงมาใกล้และพูดให้ช้าลง
ตอนที่เธอถูกทุบตีอย่างหนัก เธอไม่ได้รู้สึกอยากร้องไห้ แต่เมื่อเธอได้ยินคําพูดของเขาจมูกของเธอก็แสบและน้ำตาก็ไหลออกมาอย่างไม่ทราบสาเหตุ
"คนโง่?"
เหวินหน่วนส่ายหัว
"ถ้าคุณไม่อยากพูดก็ช่างเถอะ” ลู่จินฉวนถอยออกมา เขาหมดความอดทนแล้ว
เขาสามารถช่วยเธอได้ครั้งหนึ่ง แต่เขาไม่สามารถช่วยได้ตลอดไป
เธอต้องยืนหยัดขึ้นด้วยตัวเอง
ไม่ใช่
เหวินหน่วนส่ายหัวและพยายามลุกขึ้นยืน แต่เธอเวียนหัวอยู่พักหนึ่งจนเธออยากอาเจียนออกมา
ไม่ ฉันทําไม่ได้
ตอนที่หญิงสาวจะเป็ลม เธอคิดในใจว่าเธอต้องไม่อาเจียนรดตัวเขาเพราะลู่จินฉวนใส่เสื้อผ้าสะอาด
แต่ท้ายที่สุดเธอก็อาเจียนใส่ร่างของลู่จินฉวนจริง ๆ
ไม่รู้ว่าคน ๆ นี้จะเสียใจไหมที่ช่วยชีวิตเธอในวันนี้?
...
เธอตื่นขึ้นมาอีกครั้ง เธอก็นอนอยู่บนเตียงของตัวเองแล้ว ผนังห้องมีหนังสือพิมพ์เก่า ๆ แปะอยู่ ข้างเตียงของเธอมีตู้วางไว้
นี่เป็บ้านเก่าของเธอ
เหวินหน่วนนอนบนเตียงและตกตะลึงอยู่พักหนึ่ง จากนั้นก็จําได้ว่าเธอกลับมาเกิดใหม่แล้ว
"พี่สาว" เหวินเจวียนกำลังนั่งอยู่ด้านข้างเตียง เห็นดวงตาของเธอเปิดออกและรีบพูดว่า "ในที่สุดพี่ก็ตื่นขึ้นมาแล้ว!"
เหวินหน่วนมองไปที่อีกฝ่ายโดยไม่พูดอะไรสักคํา
"ตอนนี้พ่อโกรธมากเลย" เหวินเจวียนไม่สนใจท่าทีเหวินหน่วน เธอะโไปที่ขอบเตียงและพูดต่อว่า "หากออกจากห้องไปตอนนี้ ฉันเดาว่าพี่คงต้องไปขอโทษคนอื่นในภายหลัง"
เธอคงต้องออกหน้าแทนเหวินเฟิงฉีโดยการออกไปขอโทษ?
เหวินเจวียนอดไม่ได้ที่จะเหลือบมองเหวินหน่วนที่นอนอยู่บนเตียงอย่างเห็นอกเห็นใจ เมื่อไหร่ที่พ่อกลับมาพ่อต้องทุบตีเธออีกแน่นอน
เื่ที่เกิดขึ้นวันนี้มันน่าอับอายมาก
"พี่สาว วันนี้พี่เป็อะไร?” ทันใดนั้นเหวินเจวียนก็ถามขึ้น "ทําไมพี่ไม่ไปดูตัวอีกแล้ว พี่รู้ไหมว่าพ่ออยากให้พี่ไปดูตัววันนี้..."
"หุบปาก" เหวินหน่วนขัดจังหวะเธออย่างเ็า "ออกไป"
เหวินเจวียนตกตะลึง
"พี่สาว?” เธออุทานด้วยความไม่อยากเชื่อ
ไม่น่าแปลกใจเลยที่แม่บอกว่าวันนี้เหวินหน่วนดูแปลกไป ก่อนหน้านี้พี่สาวไม่เคยดุเธอเลย
เหวินเจวียนนึกถึงคําแนะนําของหวังเซียนฮัว เธออุทานอีกครั้งว่า "พี่สาว พี่ยังคิดถึงพี่ตงิอยู่หรือเปล่า"
"ออกไปเถอะ” เหวินหน่วนโบกมือให้เธอออกไปและมองน้องสาวด้วยสายตาเ็า
ในชีวิตก่อนหน้านี้ เธอรักน้องสาวคนนี้มาก เธอยอมไม่ไปโรงเรียนเพื่อทํางานอย่างเหน็ดเหนื่อยเพื่อที่เธอจะได้มีรายได้มากขึ้นเพื่อส่งน้องสาวคนนี้ไปโรงเรียน
แต่เหวินเจวียนตอบแทนเธออย่างไร?
รังเกียจที่เธอไร้การศึกษา ทําให้เธออับอายทุกครั้งที่พบกัน เป็การดูถูกและทำร้ายเธอทางจิตใจทุกประเภท หนำซ้ำยังเอาแต่ขอเงินเธอ
เหวินเจวียนอาจรู้ว่าลู่กัวจื่อและโจวย่าหนีมีความสัมพันธ์กันแล้วใช่ไหม?
โอ้ ใช่ พวกเธอทั้งสองคนมีความสัมพันธ์ที่ดีกันนี่นา
"พี่สาว” เหวินเจวียนมองอย่างเหวินหน่วนด้วยความคับข้องใจ
"ฉันเป็ลมไปสินะ แล้วผู้ชายคนนั้นล่ะ?” ทันใดนั้นเหวินหน่วนก็จําลู่จินฉวนได้เธอจึงถามออกไป
"พี่อาเจียนและเป็ลม ชายคนนั้นไม่พอใจตและเดินจากไป” เหวินเจวียนตอบและมองดูเหวินหน่วนอย่างระมัดระวัง "พี่สาวรู้จักชายคนนั้นเหรอ"
ที่เธอไม่เต็มใจที่จะแต่งงานกับลู่กัวจื่อเพราะผู้ชายคนนั้น?
"ฉันไม่รู้จักเขา” เหวินหน่วนพูดเบา ๆ ว่า "เธอออกไปได้แล้ว"
เมื่อร่างกายของเธอฟื้นตัวและดีขึ้นแล้วเธอจะไปขอบคุณลู่จินฉวน
"อือ!” เหวินเจวียนฉุนเฉียวเล็กน้อยก่อนจะเดินจากไปในที่สุดก็เดินออกไป
เหวินหน่วนไม่สนใจอีกฝ่าย ในชีวิตนี้เธอจะไม่ยอมเหวินเจวียนไม่ว่าเื่อะไรอีกแล้ว
เหวินเฟิงฉีรีบออกไปจากบ้าน ท่ามกลางสายตาประณามของคนทั้งหมู่บ้าน ในหัวของเขาเต็มไปด้วยวิธีการอธิบายกับลู่กัวจื่อ เพื่อที่อีกฝ่ายจะได้ให้โอกาสเขาอีกครั้ง
เมื่อเขาเห็นลู่กัวจื่อผู้ยอดเยี่ยม เหวินเฟิงฉีสบถด่าเหวินหน่วนในใจของเขาอีกครั้ง
แล้วไงกัน ก็แค่การแต่งงานครั้งที่สอง?
ลู่กัวจื่อเป็ถึงผู้อํานวยการโรงงานปูนซีเมนต์ หากลูกสาวแต่งงานกับคนเช่นนี้เขาผู้เป็พ่อจะยังมีใครในหมู่บ้านที่กล้าดูถูก?
หนทางที่ดีที่สุดคือการที่เขาทําให้ลู่กัวจื่อสงบลง จนอีกฝ่ายสัญญาว่าจะมาที่บ้านเพื่อพบกันในอีกสองสามวันข้างหน้า
เมื่อเหวินเฟิงฉีนึกถึงคำที่เหวินหน่วนพูดเขาก็อดโกรธไม่ได้
เขาถามเธออีกครั้ง แม้ว่าเหวินหน่วนยังคงนอนอยู่บนเตียงเพื่อพักผ่อนอยู่ เขาพยายามระงับความโกรธในใจของเขา "วันมะรืนนี้ กัวจื่อจะมากินข้าวเย็นที่บ้านของเรา ดังนั้นอย่าก่อปัญหาอีก"
"ให้แม่ของแกหั่นเนื้อ ส่วนแกทําอาหารให้อร่อยแล้วฉันจะหุงข้าวให้หนึ่งโต๊ะ" เหวินเฟิงฉีเห็นว่าเธอไม่ได้พูดอะไรจึงคิดว่าเธอกำลังฟังคําพูดของเขา เขาพูดต่อว่า "ฉันเป็พ่อของแก ฉันจะไม่ทําร้ายแกอีก แม้ว่ากัวจื่อ จะแต่งงานเป็ครั้งที่สองและมีลูกติดมาด้วย แต่เขารูปร่างหน้าตาดีแถมมีความสามารถ แกต้องชอบเขาอย่างแน่นอน"
หลังจากเหวินเฟิงฉีพูดจบเขาก็เดินออกไป พร้อมเอามือไพล่หลัง
เขาไม่รู้ว่าเหวินหน่วนจะชอบลู่กัวจื่อหรือไม่ แต่เราเป็ผู้ชายด้วยกันทั้งคู่ ถ้าลู่กัวจื่อเห็นรูปร่างหน้าตาของเหวินหน่วน อีกฝ่ายจะต้องตกลงแต่งงานอย่างแน่นอน
เหวินหน่วนไม่ต้องคาดเดาก็รู้ความตั้งใจของเหวินเฟิงฉี เธอยิ้มเย้ยหยัน
เธอจะทำอาหารแบบเดียวกับที่ทำให้หมูในสวนหลังบ้านกิน ลู่กัวจื่อต้องไม่กินแน่
ในชีวิตก่อนหน้านี้ของเธอ ท้องไส้ของลู่กัวจื่อไม่ค่อยดี เธอเตรียมอาหารทุกมื้ออย่างระมัดระวังเพื่อไม่ให้ท้องของเขาปั่นป่วน ชายคนนี้จึงจุกจิกจู้จี้มากอยู่เสมอ
คนต่ำช้าสมควรที่จะกินอาหารหมูเท่านั้น
หลังจากเหวินเฟิงฉีออกไป เหวินหน่วนก็ลุกขึ้นจากเตียง
เธอยังมีอีกหลายอย่างที่ต้องทํา