“เ้าไม่รู้สึกตอนโดนข้าฟาดหูใส่เหรอ”ออซเอ่ยถามพลางนอนหลับตา
“รู้สึก?”ข้าทวนคำ เดินออกจากพุ่มไม้แล้วไปหยุดอยู่ข้างเ้าครึ่งสัตว์“รู้สึกอ่อนแรงผิดปกติ แล้วเ้าก็ตีแรงขึ้นเรื่อย ๆทั้งที่ระดับความเร็วในการฟาดหูเท่าเดิม การเกร็งของกล้ามเนื้อเท่าเดิม ยืนอยู่จุดเดิมส่วนข้าก็ไม่ได้กล้ามเนื้อบอบช้ำเท่าไร มันแรงขึ้นแบบที่ไม่ได้รู้สึกไปเอง อืม...”
“เฮ้! ทำตัวเป็กวางน้อยเพิ่งเกิดได้สี่วันหน่อยเถอะ คิดล้ำลึกอย่างกับนักวิเคราะห์”ออซตวาด มันยันท่อนบนขึ้นจ้องข้า “แต่ก็มาถูกทางนะ เ้าอ่อนแอลงแต่ไม่ได้มากมายพอจะทำให้รู้สึกเจ็บไปเองข้าฟาดแรงขึ้นจริง ๆ”
“อืม...อ้อ!!” ข้าตาเบิกโพลง “เ้าขโมยมานาข้าไปข้าถึงได้รู้สึกอ่อนแรงลง แต่มันไม่ใช่ของของเ้าเลยสลายไปในระยะเวลาไม่นาน”
ออซชะงักค้างชั่วขณะสีหน้าของมันไร้อารมณ์ความรู้สึกราวกับตายจากภายใน แวบหนึ่งที่ข้าเกิดใจหายขึ้นมาว่ามันจะหัวใจวายตายเหมือนพวกกระต่ายทั่วไปออซก็ถอนหายใจยันตัวขึ้นนั่งขัดสมาธิ มองทอดสายตาไปยังผืนน้ำ
“ทำไมข้าตอบผิดเหรอ แล้วทำไมต้องทำท่าแบบนั้นด้วย มันตัดความมั่นใจเด็กนักเรียนนะ”ข้าร้องงอแงใส่ นี่ไง ทำตัวเป็เด็กให้แล้วนะ
“เปล่าเ้าตอบถูกแล้วล่ะ ข้าผิดเองที่สาระแนอยากสอนเ้าบางทีเ้าอาจ้าครูที่เก่งกว่า รอบรู้กว่าตอบสนองความกระหายสงสัยของเ้าได้เกี่ยวกับเื่โลกใบนี้” กระต่ายตัดพ้อ
ข้าหัวเราะพรืด“วะฮ่าๆๆ ก็แน่นอน ข้าสั่งสมความรู้มานับ...” ข้ากำลังจะโม้ต่อ ทว่าเมื่อสบสายตากับออซก็พบว่าอีกฝ่ายไม่ได้ล้อเล่นเลยเป็แววตาของผู้ที่กำลังดำดิ่งสู่ความทรงจำอันเ็ป
ข้าเคยตามดูสิ่งมีชีวิตบางตัวในมิติจักรวาลั้แ่เกิดยันตายเห็นพวกเขามีความสุข หัวเราะ ร้องไห้ เ็ป ทุกข์ทรมานกับสิ่งเร้าต่าง ๆถึงอย่างนั้นพอดูจบก็ลืม ไม่อยากเชื่อเลยว่าคลื่นอารมณ์ที่ออซแผ่ออกมาจะทำให้ข้าอินราวกับเฝ้ามองมันทั้งชีวิต
“เฮ้...ออซ”ข้าเรียกเสียงแ่ “เ้าเคยไปข้างนอกมาใช่ไหม”
ออซหลุดจากภวังค์“หือ? ข้างนอกไหน”
“นอกกำแพงแก้ว...ข้าหมายถึงดินแดนของมนุษย์”
ออซหรี่ตา“ใครเล่าให้เ้าฟัง”
“ไม่มีข้ารู้ได้เอง เพราะในป่านี้พวกสัตว์คิดว่ามนุษย์เป็เพียงนิทานปรัมปราบางตัวก็คิดว่าพวกเขาสูญพันธุ์ไปหมดแล้วมีแค่เ้าที่พูดถึงมนุษย์เหมือนพวกเขายังอยู่ข้างนอกจริง ๆ” ข้าบอกการเก็บข้อมูลจากสัตว์ที่เข้ามาคุยเื่ไอโรทำให้ข้าสันนิษฐานเื่นี้ได้ “เ้าแอบใช้สกิลโพรงมิติออกไปสินะเ้าถึงได้รู้จักพาสซีฟ รู้ว่ามนุษย์อยู่ที่ไหน แล้วเ้าก็เพิ่งหลุดปากคำว่านักวิเคราะห์ออกมาในป่าไม่น่ามีอะไรแบบนั้นนะ”
กระต่ายแค่นหัวเราะ“ให้ตาย ห้ามปิดบังอะไรเ้าจริง ๆ นะลิมุน”
“จะว่าไปลิมุนนี่คือชื่อใครกันแน่ เมื่อวันที่ข้าเกิดผู้เฒ่าลิงดุเ้าเื่ตั้งชื่อซ้ำไม่ใช่เหรอ”มีเพียงสัตว์วิเศษเท่านั้นที่จะมีชื่อ ซึ่งตั้งโดยสัตว์วิเศษด้วยกันเพื่อให้ต่างจากสัตว์ทั่วไปและเอาไว้ทำการทูตกับมนุษย์ สัตว์วิเศษชื่อซ้ำกันไม่ได้แม้เ้าของชื่อตัวเก่าจะตายไปแล้วพวกมันมีสัญชาตญาณเอาไว้ตรวจเื่แบบนี้โดยเฉพาะ
“ข้าฝืนกฎการตั้งชื่อใช้นามของสัตว์วิเศษอีกตัวมาตั้งชื่อเ้า” ออซหันมาสบตา “เฮ้...นั่นอะไร”
“ฮะ?”ข้าหันไปมองด้านหลังตามที่ออซชี้ แต่ก็พบเพียงความว่างเปล่า “ไม่เห็นมีอะไรเลยอย่ามาหลอก...”
วืด!
ออซใช้กำปั้นมนุษย์ชกเข้ากลางหน้าข้า ทว่าก็ไม่โดน...เป็ไปไม่ได้ออซพุ่งหมัดเข้าตรง ๆ มันควรจะซัดข้าปลิวหรือไม่ก็หยุดกลางอากาศถ้าออซแค่หยอกเล่นแต่สิ่งที่เป็คือหมัดนั้นหายจากสายตาข้าไปเฉย ๆ ราวกับถูกหลุมที่มองไม่เห็นดูดไปแต่ก็ยังไม่ใช่ แขนทั้งสองข้างของออซยังอยู่เหมือนเดิมไม่ได้เสียหายหรือาเ็ตรงไหน
“อีกครั้งแล้วสินะ”ออซก้มมองแขนตัวเอง ก่อนจะตวัดศอกเข้ากลางหัวข้า ซึ่งคราวนี้มันโดนเต็ม ๆ
“โอ๊ย!” ข้าร้องด้วยความเจ็บ “ทดสอบพาสซีฟข้าต่อหรือไง”
“ใช่ขออีกทีนะ” ออซลุกขึ้นพลางหยิบก้อนกรวดแถวนั้นมาปาใส่ข้าจากระยะใกล้ผลที่ออกมาคือกรวดสามเม็ดพลาดไปสองเม็ด “จริงด้วยแฮะ”
ข้าชำเลืองมองอย่างมีน้ำโห“อะไร บอกมาเดี๋ยวนี้ ถ้าทำข้าเจ็บตัวอีกข้าจะฟ้องสัตว์ทั้งป่าว่าเ้าทำร้ายข้า!”
“ทุกๆ ชั่วระยะเวลาหนึ่งเ้าจะไม่ถูกโจมตีอย่างไม่มีเงื่อนไข อืม...น่าจะประมาณ 7-8 วินาที” ออซลูบคาง “ไม่น่าผิดจากนี้นะ ลิมุนเ้าได้ของดีเข้าแล้วล่ะ”
ข้าแสร้งทำตาโต“อู้ว ดีใจจัง...แต่ใครสนล่ะ! ตกลงลิมุนเคยเป็ชื่อของใครมาก่อน แล้วทำไมเ้าถึงยอมฝืนกฎแห่งพงไพรเพื่อเอาชื่อใช้แล้วมารีไซเคิลให้ข้าด้วย”
“รีไบเบิ้ลอะไรนะ?พูดศัพท์ประหลาดอีกแล้ว กลัวคนอื่นไม่รู้ว่าเ้าฉลาดหรือไง” ออซเท้าเอวมอง ก่อนจะคืนร่างกลับเป็กระต่ายั์ดังเดิม“แล้วก็หัดสนใจเื่ที่มันต้องสนใจหน่อย เ้ารู้พาสซีฟตัวเองแล้วทำไมดีใจแค่นั้น”
“อย่าเปลี่ยนเื่นะตอบข้ามาเดี๋ยวนี้ ลิมุนคือใครแล้วก็เล่าเื่ตอนเ้าออกไปข้างนอกกำแพงแก้วมาด้วย...ไม่สิพาข้าออกไปข้างนอกเดี๋ยวนี้ไอ้กระต่ายจอมมุบมิบ!”
“โครกครากโอ้ว! ท้องข้าร้องแล้วล่ะลูกเบอรี่ที่ดองไว้ในโพรงน่าจะสุกหง่อมได้ที่ แยกย้ายไปกินมื้อกลางวันกันเ้าเองก็กลับไปหาแม่เถอะ ลูกสัตว์กินนมน้อยเสี่ยงโรคกระดูกพรุนนะ”
ข้าวิ่งไปขวางออซที่หันหลังเตรียมหนี“แฮร่! อย่ามาเล่นลิ้นนะ ตอบข้ามาดี ๆ”
“ตอบไปแล้วข้าได้อะไรล่ะมีแต่เสียกับเสีย” ออซเอียงคอพลางชี้หูไปยังต้นไม้ใกล้ ๆ โพรงมิติสีดำเปิดออก
“ข้าขอให้เ้าพาข้าไปหาพวกมนุษย์แลกกับอะไรก็ได้ที่เ้าอยากขอ เป็ไง ข้อเสนอดีมั้ย?”
“งั้นข้าขอให้เ้าเลิกขอเื่นี้เพราะข้าจะไม่พาใครออกอีกทั้งนั้น อดใจรออกไปทำภารกิจที่ท่านเทพผู้พิทักษ์มอบให้แล้วออกไปเองนะลิมุนน่าจะอีกปี สองปี หรือว่าสี่ปี...กวางอายุยืนตั้งยี่สิบปีไม่ต้องห่วงเื่จะแก่เกินไปหรอก”
“ข้าไม่รอโตหรอกพา-ข้า-ไป-ข้าง-นอก-เดี๋ยวนี้...อย่าวิ่งหนีสิออซ! ไอ้ขี้โกงหลอกข้า แอบเปิดมิติอีกที่บนยอดต้นไม้ ข้าปีนขึ้นไปไม่ได้นะ เฮ้!!”