บทที่ 11 โชว์เหนือจริงแต่ไร้สาระ (รีไรต์)
เมื่อเมิ่งฝานเห็นหยางสือ หยางสือก็เห็นเมิ่งฝานเช่นกัน
คู่แค้นมักวนเวียนมาพบกันเสมอ!
หยางสือมองเมิ่งฝานด้วยสายตาเ็า บนใบหน้าปรากฏรอยยิ้มเหี้ยมเกรียม
ก่อนหน้านี้ที่หอคอยกระบี่มีศิษย์พี่หลัวอยู่ เขาจึงไม่กล้าทำอะไรเมิ่งฝาน
ทว่ายามนี้มาถึงโถงฝึกวิชา ที่นี่ไม่ใช่หอคอยกระบี่ ถึงเวลาที่เขาจะสั่งสอนเมิ่งฝานได้เสียที
"เมิ่งฝาน คิดไม่ถึงว่าเ้าจะยังกล้าเดินออกจากหอคอยกระบี่มาอีก อยู่ที่หอคอยกระบี่ข้าทำอะไรเ้าไม่ได้ แต่พอมาถึงที่นี่ เื่มันไม่เหมือนเดิมแล้ว"
อีกฝ่ายเดินมาหยุดตรงหน้าเมิ่งฝานพร้อมจ้องมองด้วยท่าทางจองหอง
เมิ่งฝานยิ้มบาง ๆ ชำเลืองมองหยางสือแวบหนึ่งแล้วเอ่ยขึ้นอย่างไม่ใส่ใจว่า "เ้า้าอะไร?"
"ข้า้าอะไรน่ะหรือ? นั่นต้องดูที่การกระทำของเ้าแล้วล่ะ หากไม่คืนกระบี่เฮยเหยียนให้ข้า วันนี้เ้าก็อย่าหวังว่าจะเดินออกจากโถงฝึกวิชาไปได้อย่างปลอดภัย"
"ข้าไม่เชื่อว่าเ้าจะกล้าลงมือกับข้าในโถงฝึกวิชา!" เมิ่งฝานเอ่ยอย่างเรียบเฉย
โถงฝึกวิชาไม่ใช่สถานที่สำหรับก่อเื่
หยางสือแค่นยิ้ม "ข้าจะรอเ้าอยู่ข้างนอก นอกจากว่าเ้าจะหลบอยู่ในโถงฝึกวิชาตลอดกาลโดยไม่ยอมออกมา"
คิดจะดักหน้าประตูงั้นหรือ?
การกระทำเช่นนี้ไม่ต่างจากเด็กน้อยที่ข่มขู่ว่า 'เลิกเรียนวันนี้อย่าเพิ่งกลับ รอข้าอยู่ที่หน้าประตูโรงเรียน!'
เมิ่งฝานเหลือบมองหยางสือแวบหนึ่งโดยไม่ได้ใส่ใจนัก
แม้ว่าหยางสือผู้นี้จะเป็หนึ่งในห้าสิบอันดับแรกของศิษย์สายนอก แต่พูดตามตรงเมิ่งฝานไม่ได้เกรงกลัวคนประเภทนี้เลย
หยางสือผู้นี้น่าจะอยู่ในขั้นเลี่ยนชี่ระดับที่ห้า
ขั้นเลี่ยนชี่ระดับที่ห้า ตามหลักแล้วย่อมแข็งแกร่งกว่าขั้นเลี่ยนชี่ระดับที่หนึ่งมาก
แต่นั่นเป็ความแข็งแกร่งในด้านปราณแท้ ไม่สามารถบอกได้ว่าวิชากระบี่และความสามารถในการต่อสู้จริงของเขาจะเก่งกาจเพียงใด
หากจะกล่าวให้เข้าใจง่ายคือ ปราณแท้ที่แข็งแกร่งหมายถึงมีความทนทานสูงและมีพลังโจมตีรุนแรง
แต่เมิ่งฝานเชื่อว่าวิชากระบี่ของตนสามารถบดขยี้อีกฝ่ายได้ หากสามารถสยบคู่ต่อสู้ได้ในกระบี่เดียวความทนทานของคู่ต่อสู้ก็ไม่มีความหมายอะไร
ส่วนเื่พลังโจมตีที่รุนแรง หากหาจุดอ่อนของอีกฝ่ายพบ อีกฝ่ายก็ไม่มีทางโจมตีถูกตัวเขาได้เลย
แน่นอนว่านั่นต้องอยู่บนเงื่อนไขที่ว่าอีกฝ่ายไม่ได้แข็งแกร่งจนไร้ทางแก้
หากบรรลุถึงขั้นเลี่ยนชี่ระดับที่เจ็ดหรือแปด ในกรณีนั้นปราณแท้จะทรงพลังมหาศาล ต่อให้กระบวนท่ากระบี่จะห่วยแค่ไหนก็สามารถใช้ปราณแท้ที่บ้าคลั่งบดขยี้ข้าให้ตายได้
ถึงตอนนั้น ต่อให้ข้าจะโชว์เหนือเพียงใดก็ทำได้แค่ถูกซ้อมเท่านั้น
แต่หยางสือเห็นได้ชัดว่ายังไม่แข็งแกร่งถึงขั้นนั้น ดังนั้นเมิ่งฝานจึงมั่นใจว่าเขาสามารถสั่งสอนเ้าหมอนี่ให้รู้สำนึกได้!
หยางสือเดินออกจากโถงฝึกวิชาเพื่อรอเมิ่งฝานอยู่ด้านนอก
จากนั้นเมิ่งฝานก็เดินตามออกมาทันที เดิมทีเขาก็เตรียมจะจากไปอยู่แล้ว ดังนั้นการมีอยู่ของหยางสือจึงไม่ได้ทำให้แผนการของเขาเปลี่ยนไป
พอหยางสือออกมา ก็เห็นเมิ่งฝานเดินตามตนออกจากโถงฝึกวิชามาติด ๆ
สีหน้าของเขาฉายแววประหลาดใจเล็กน้อย
ในความคิดของเขา เมิ่งฝานจะต้องหลบอยู่ในโถงฝึกวิชาไม่กล้าออกมาแน่นอน
"เ้าหนู ความกล้าของเ้าใช้ได้เลยนี่!!" หยางสือมองเมิ่งฝานแล้วเอ่ยเสียงเย็น "ข้าจะให้โอกาสเ้าเป็ครั้งสุดท้าย ขอเพียงเ้าคืนกระบี่เฮยเหยียนให้ข้า ข้าจะถือว่าเื่ที่ผ่านมาไม่เคยเกิดขึ้นและจะไม่หาเื่เ้าอีก"
เมิ่งฝานส่ายหน้าแล้วกล่าวว่า "กระบี่เฮยเหยียนถูกหอคอยกระบี่เรียกคืนไปแล้ว หากเ้า้าเบิกกระบี่ใหม่ ก็จงเตรียมหินิญญามาสิบก้อน"
ด้านนอกโถงฝึกวิชาคือลานประลองอันกว้างขวาง
หยางสือหยิบกระบี่ไม้เล่มหนึ่งจากชั้นวางอาวุธในลานประลองแล้วชี้ไปที่เมิ่งฝาน "ในเมื่อเป็เช่นนี้ ก็อย่าหาว่าข้ารังแกเ้า วันนี้เ้าต้องชดใช้"
เมิ่งฝานเองก็หยิบกระบี่ไม้เล่มหนึ่งจากชั้นวางอาวุธเช่นกัน
สิ่งเหล่านี้เป็เพียงกระบี่ไม้ธรรมดาที่สุด ถึงขั้นเป็กระบี่ทื่อที่ไม่ได้ลับคม ไม่มีพลังทำลายล้างใด ๆ
อาวุธกระบี่ของสำนักกระบี่สู่ซาน ส่วนใหญ่จะถูกเก็บไว้ในหอคอยกระบี่
แม้แต่อาวุธที่เพิ่งหลอมเสร็จใหม่ ๆ จากหอหลอมอาวุธ ก็จะถูกส่งไปยังหอคอยกระบี่
เหล่าศิษย์ที่้าอาวุธกระบี่ ทำได้เพียงไปเบิกที่หอคอยกระบี่เท่านั้น
หยางสือผู้นี้ก็น่าสงสารไม่น้อย หลังจากทำกระบี่เฮยเหยียนหาย เขาก็ไม่มีอาวุธติดตัวเลยแม้แต่ชิ้นเดียว
ดังนั้นในยามนี้หาก้าสั่งสอนเมิ่งฝาน จึงทำได้เพียงใช้กระบี่ไม้ที่มีอยู่ทั่วไปในลานประลอง
ความจริงหากเขายอมตัดใจจ่ายเขาก็หาหินิญญาสิบก้อนได้ไม่ยาก แต่การต้องส่งหินิญญาสิบก้อนไปเฉย ๆ แบบนั้น เขารู้สึกว่ามันขาดทุนเกินไป!
ยิ่งคิดเช่นนี้ เขาก็ยิ่งเกลียดชังเมิ่งฝานมากขึ้น
ลานประลองมักมีศิษย์มาประลองฝีมือกันอยู่เสมอ ดังนั้นการเผชิญหน้าระหว่างเมิ่งฝานและหยางสือจึงไม่ได้ดึงดูดความสนใจจากผู้อื่น
"เคร้ง"
หยางสือชักกระบี่ออกจากฝัก
แม้จะเป็กระบี่ไม้ แต่ในมือของเขากลับแผ่กลิ่นอายสังหารออกมาจาง ๆ
เมื่อมองกระบี่ไม้ในมือเขาก็ยิ่งโมโห เดิมทีเขาควรจะมีอาวุธกระบี่ดี ๆ ไว้ใช้งาน!
ทั้งหมดเป็เพราะเมิ่งฝาน!
เขาพุ่งตัวเข้าหาเมิ่งฝานอย่างรวดเร็ว สะบัดกระบี่ไม้ในมือวาดเป็วงสวยงาม
เมิ่งฝานแค่นยิ้ม
ไร้สาระ!
หยางสือไม่ได้เห็นเมิ่งฝานอยู่ในสายตาเลย ดังนั้นตอนออกกระบี่เขาจึงวาดวงกระบี่ที่ไม่มีประโยชน์ในการต่อสู้จริง ทำไปเพื่อความสวยงามโอ้อวดเท่านั้น!!
ดังนั้น ท่าเริ่มต้นของกระบี่นี้ในสายตาของเมิ่งฝาน จึงเต็มไปด้วยช่องโหว่ทันที
เมิ่งฝานชักกระบี่ แม้จะออกตัวทีหลังแต่กลับเข้าถึงตัวก่อน
หน้ากระบี่ของเขาฟาดเข้าที่ข้อมือของหยางสือ ส่งผลให้กระบี่ไม้ในมือของหยางสือกระเด็นหลุดมือไปทันที
จากนั้นเขาเบี่ยงตัวหลบพ้นร่างของหยางสือ
ยกเท้าขึ้น
แล้วถีบเข้าที่สีข้างของหยางสืออย่างแรง
"กร๊อบ!" เสียงหักดังสนั่น
ซี่โครงของหยางสือหักไปอย่างน้อยสามซี่
แหลกละเอียดง่ายดายเหลือเกิน!
เมิ่งฝานไม่ได้ใช้ปราณแท้ในร่างกายเลยด้วยซ้ำ แม้ว่าปริมาณปราณแท้ของเขาจะน้อยมาก แต่หากนำมาใช้อย่างน้อยก็จะทำให้พลังโจมตีเพิ่มขึ้นหนึ่งเท่าหรืออาจถึงสองเท่า
แน่นอนว่าทำได้เพียงครั้งเดียว
หลังจากโจมตีหนึ่งครั้ง ปราณแท้ของเขาก็จะหมดสิ้น
หยางสือถูกถีบจนล้มกลิ้งลงกับพื้น เขามองเมิ่งฝานด้วยความตกตะลึง ไม่อยากจะเชื่อสายตา
ศิษย์สายงานจิปาถะผู้นี้ จะแข็งแกร่งขนาดนี้ได้อย่างไร?
ก่อนหน้านี้หยางเฟยเคยบอกเขาว่าเมิ่งฝานเก่งมาก แต่เขาไม่ได้ใส่ใจเลย
ศิษย์สายงานจิปาถะคนหนึ่ง จะมีค่าอะไร?
ผลปรากฏว่าความแข็งแกร่งของเมิ่งฝานนั้นเหนือกว่าที่เขาจินตนาการไว้มาก
การปะทะเมื่อครู่ อีกฝ่ายอ่านการเคลื่อนไหวของเขาได้อย่างทะลุปรุโปร่ง และควบคุมจังหวะการต่อสู้ได้อย่างสมบูรณ์
ความรู้แจ้งและประสบการณ์ระดับนี้ ทำให้เขารู้สึกสิ้นหวัง!
ศิษย์สายงานจิปาถะ?
นี่มันน่ากลัวยิ่งกว่าศิษย์สายในเสียอีก
เขาััได้ว่าระดับการบำเพ็ญของเมิ่งฝานด้อยกว่าตน และด้อยกว่ามากด้วย
ทว่าพลังต่อสู้นี้ กลับทิ้งห่างเขาไปไกลลิบ
เหลือเชื่อเกินไปแล้ว!
"ยอมหรือยัง?" เมิ่งฝานก้าวไปข้างหน้าหนึ่งก้าว แล้วเหยียบลงบนใบหน้าของหยางสือ
นี่คือการเหยียดหยามอย่างรุนแรง
หยางสือะเิโทสะทันที ปราณแท้ทั่วร่างปะทุออก กระแทกเท้าของเมิ่งฝานให้กระเด็นออกไป
ถึงขั้นทำให้เมิ่งฝานต้องถอยหลังไปสองก้าว!
"เ้าหาที่ตาย!" หยางสือคำรามลั่น กระบี่ไม้หลุดมือไปแล้ว ในยามที่โกรธจัดเช่นนี้ เขาจึงใช้มือเปล่าชกเข้าใส่เมิ่งฝานโดยตรง
เมิ่งฝานใช้ท่าร่างจิงหงที่ยังไม่ชำนาญนัก เบี่ยงตัวหลบหมัดของหยางสือ
"ฟึ่บ!"
มือซ้ายสะบัด กระบี่ไม้ถูกชักออกจากฝักอีกครั้ง
ปลายกระบี่จ่ออยู่ที่ลำคอของหยางสือ
แม้จะเป็กระบี่ไม้ทื่อที่ไม่ได้ลับคม แต่หากเมิ่งฝานออกแรงอีกนิด ก็สามารถทำลายลำคอของหยางสือได้
"ทั้งวิชากระบี่และจิตสำนึกของเ้านั้นล้วนต่ำต้อยเกินไป มีดีแค่ระดับการบำเพ็ญเท่านั้น"
ในสถานการณ์ปกติ หากเมิ่งฝานพูดเช่นนี้ หยางสือคงจะดูแคลนไม่ใส่ใจ
แต่ในเวลานี้ เมื่อถูกกระบี่จ่ออยู่ที่คอ เขาไม่มีทางเลือกอื่น!
ลำคอของเขาสั่นระริก จากนั้นก็กลืนน้ำลายอึกหนึ่ง แล้วเอ่ยอย่างระมัดระวังว่า "ข้ายอมแล้ว"
นี่คือความจริง
เขายอมจำนนแล้วจริง ๆ