--- และแล้วเวลาก็ล่วงผ่านไปอย่างรวดเร็ว เผลอแป๊บเดียวตัวมันซุนนานก็อายุได้ 7 ขวบแล้ว ---
ในวันนี้ชื่อเสียงของซุนนาน นับว่าสะท้านไปทั่วเมืองแห่งนี้มิใช่ในฐานะบุตรแห่งแม่ทัพใหญ่ซุนก่างหากแต่เป็ในฐานะเด็กอัจฉริยะด้านการแพทย์และโอสถ มันปรุงโอสถเม็ดพลังปราณสำเร็จั้แ่ 6 ขวบ นอกจากนั้นยังชำนาญการวินิจฉัยโรคประหลาดอย่างมากยิ่ง นอกจากนั้นบางครั้งคราวก็มีวิธีการรักษาโรคเฉพาะที่แปลกประหลาดนัก ่สองปีมานี้ในตระกูลโอสถซุนนานได้ออกตรวจรักษาโรคอยู่หลายครั้ง แถมยังรักษาหายอย่างรวดเร็ว
บางโรคไม่เคยมีในตำราคัมภีร์ของตระกูลหมอโอสถมันก็ยังสามารถวินิจฉัยโรคได้ พร้อมหาแห่งที่มาและเบาะแสของโรค อย่างเช่นโรคพิษจาแมลงตัวเล็กๆ ที่ถูกเรียกว่า [ยุง] ชนชาวบ้านชาวเมืองนี้ไม่รู้เลยว่ามันเป็พาหะของโรคป่วยไข้ได้
นอกจากนั้นอาการท้องเสียท้องร่วง คนเหล่านี้ก็ไม่รู้ ตัวของซุนนานผู้ข้ามมิติ มันจึงได้แต่แอบเกาหัว ไม่รู้ว่าคนเหล่านี้เอาตัวรอดมาได้ยังไงถึงทุกวันนี้ มันคาดว่าส่วนใหญ่คงนอนทนป่วยหากหายก็รอด หากไม่หายก็ตาย หลายเดือนมานี้มันจึงพยายามอย่างยิ่งที่จะถ่ายทอดองค์ความรู้ในการดูแลตัวเองด้านสุขอนามัยแก่ผู้คนทั้งหลาย
หากแต่สุดท้ายตัวมันก็พบว่า ณ ตอนนี้ตัวมันก็เป็เพียงหยดน้ำ ที่หยดลงไปบนทะเลทราย ทำอย่างไรก็ไม่มีวันสำเร็จ นั่นเพราะในยุคสมัยนี้วุ่นวายเกินไป ตัวมันก็มีอำนาจน้อยเกินไป เพียงแค่มันพูดปากเปล่าไม่สามารถเปลี่ยนอะไรได้ และหลายคนที่มันรักษาคาดว่าอ่านเขียนกันไม่ได้เลย
ความรู้เื่อักษรของชาวบ้านพื้นเมืองและผู้คนในดินแดนนี้นับว่าต่ำทรามมากกันจริงๆ คงมีแต่ผู้มีฐานะและชนชั้นสูงเท่านั้นแหละที่รู้หนังสือและตัวอักษร ตัวมันเป็เด็กน้อยที่รู้อักษร ในสายตาของชาวพื้นเมือง ตัวมันจึงดูเปล่งประกายเป็พิเศษ หากเป็ในมิติเดิมของมันอารมณ์คงคล้ายเป็เด็กอายุน้อยที่พูดได้ 3 4 ภาษาั้แ่ยังเด็ก ไปที่ไหนใครๆ ก็กล่าวขานถึงประมาณนั้นเลย
ในหลายปีนี้นอกจากการรักษาผู้คนแล้วตัวมันยังได้เริ่มสนิทกับแม่หกซุนอิงน่าอีกด้วย มันพึงรู้ว่าแม่หกซุนอิงน่าและแม่แปดซุนเฟิ่งย่านั้นมีหน้าที่ดูแลการค้าของตระกูลซุน พวกนางทั้งสองจึงต้องเดินทางไปๆ มาๆ รอบตัวเมืองซุนเสมอ
พอมีเวลาแม่หกและแม่แปดมักแวะมาพักที่เรือนรับรองชานเมืองใกล้ตระกูลโอสถนี้อยู่บ่อยๆ มันจึงได้ัักับเสน่ห์ของแม่หอซุนอิงน่าอย่างใกล้ชิดมากขึ้นพร้อมกับได้รับรู้นิสัยใจคอที่พิเศษของนาง นางกับแม่สี่และแม่ห้าสนิทสนมกันมาก เพราะพวกนางต่างชมชอบซึ่งดนตรีเหมือนๆ กัน ต่างกันที่แม่หกนั้นชอบเป็นางบรรเลงเล่นเครื่องดนตรีเป็ที่สุด นางจึงแวะเวียนมาที่เรือนรับรองนี้บ่อยครั้งเมื่อรู้ว่าแม่สี่และแม่ห้าอยู่ที่นี่
ซุนนานเด็กน้อยที่ปกติต้องนอนกับแม่สี่แม่ห้า หากแต่ยามที่ซุนอิงน่าหรือแม่หกของมันมามันก็จะถูกขอเอาไปกอดไปนอนด้วยอยู่ประจำ คาดหมายว่าตัวมันเป็สิ่งของหรือผลิตภัณฑ์ยอดนิยมของบ้านตระกูลซุนยังไงยังงั้น ชื่อเสียงความเป็อัจฉริยะและความน่ารักนิสัยดีของมันเป็ที่โจษจันอย่างแท้จริง
หากแต่อีกนัยหนึ่งตัวของมันซุนนานก็รู้ที่บรรดาแม่ๆ รักมันมากเป็พิเศษ ส่วนหนึ่งก็เพราะความอาภัพอับโชคของตัวมันเช่นกัน เมื่อใครๆ ก็รู้ว่ามันนั้นช่างอายุสั้นคงอยู่ได้อีกไม่นาน แถมความสามารถของมันเมื่อเทียบกับเด็กปกติหรือแม้เด็กน้อยวัยเดียวกันในตระกูลสูงศักดิ์ ตัวมันนับว่าเป็อสูรร้ายเป็สัตว์ประหลาดที่น่าตกตะลึงไปเลย
แม่หกซุนอิงน่าก็คงคิดเช่นเดียวกัน ดังนั้นทุกครั้งที่เจอมันไม่ว่าจะที่ไหนนางจึงรักใคร่และเอ็นดูมันมากยิ่งั์ตานางยามเหม่อมองมาที่มันแฝงไว้ซึ่งความเศร้าสงสารที่จริงใจอยู่มากนัก บางครั้งนางก็มาอยู่ที่นี่กับมันหลายวันจนถึงสัปดาห์แทนแม่สี่แม่ห้าที่ต้องกลับตำหนักเพื่อตรวจงานภายในบางอย่างซึ่งเป็หน้าที่รับผิดชอบของพวกนางเอง คาดว่าตระกูลใหญ่ความรับผิดชอบก็ต้องเยอะตาม
จึงทำให้ซุนนานผู้ข้ามมิติได้รู้จักกับแม่หกผู้นี้มากขึ้น ท่านแม่หกซุนอิงน่าช่างเป็คนที่มีพร์ด้านรำกระบี่ ตัวมันไม่รู้ว่าแม่หกนั้นชำนาญวรยุทธ์ใดหรือไม่ เนื่องจากตัวมันไม่เคยเห็นพวกนางต่อสู้เลยแม้แต่น้อย ส่วนบิดามันเวลาว่างก็ช่างประหลาดคนเกิน มักให้คนนับสิบถือมีดถือตามมาฟันตัวเองต่อหน้าแม่ใหญ่แม่เล็กสตรีทั้งหลายและตัวมันอยู่เสมอ คล้ายๆ จะบอกกล่าวเป็นัยว่า เป็ไงสาวๆ สตรีของข้าและไอ้ลูกชายบิดาเ้าแกร่งกล้าใช่ไหม และเมื่อการแสดงนี้ของบิดามันจบลงทุกคนก็ต้องตบเมื่อและชื่นชมบิดามันยกใหญ่ราวกับเป็ธรรมเนียมปฏิบัติของที่นี่
ในวันนี้ อาจจะด้วยความที่ท่านแม่หกซุนอิงน่าได้ร่วมหลับนอนด้วยกันกับมันซุนนานตัวน้อยมาหลายคืนบางครั้งนางจึงมักเล่าเื่ราวในอดีตของตัวนางยามที่นางเป็คุณหนูตระกูลใหญ่ให้ซุนนานฟัง ซึ่งยามนางพูดแลดูมีความสุขไม่น้อยเลย หากแต่เมื่อเล่าถึง่ท้ายตอนจบทุกครั้งแม่หกซุนอิงน่าของซุนนานก็ช่างแลดูเป็สตรีที่น่าสงสารเสียเหลือเกินนางมีแต่น้ำตาเอ่อล้นอยู่มากมาย จนตัวมันซุนนานต้องออกโรงปลอมท่านแม่หกซุนอิงน่าผู้งดงามนี้อยู่หลายครั้งว่า "ท่านแม่อย่าร้องไห้ท่านยังมีข้าอยู่" ด้วยคำคำนี้ที่เมื่อแม่หกนางได้ยินจากซุนนาน และมือน้อยๆ ที่เช็ดปาดน้ำตาให้นาง แม่หกซุนอิงน่านางจึงแย้มยิ้มก่อนจะนอนกอดมันก่อนปาดเช็ดคราบน้ำตาที่ร้องไห้ออก
เื่เล่าของแม่หกซุนอิงน่านั้นก็ไม่ได้มีอะไรมากมาย นางเกิดในตระกูลใหญ่ ถูกสังหารทั้งตระกูล สตรีชายหญิงที่ไม่ถูกสังหารล้วนถูกจับไปเป็ทาส สตรีงดงามส่งเข้าตระกูลใหญ่ หรือขายให้หอนางโลมที่มีกำลังทรัพย์พอที่ซื้อสตรีงดงามมีตระกูลได้
หากแต่แม่หกโชคดีที่ได้บิดามันซุนก่างรับเอาไว้เป็ฮูหยิน ส่วนสาเหตุที่บิดามันรับตัวแม่หกเป็ฮูหยินคาดว่าเพราะเคยได้รับการช่วยเหลือจากบิดาของนางสมัยยังเยาว์วัยไม่น้อย เคยซื้อหาสินค้าและรู้จักกันดี บิดาแม่หกซุนอิงน่าตกตายตัวซุนก่างบิดาจึงช่วยเหลือรักษาฐานะนางด้วยการแต่งเป็ฮูหยิน ทั้งๆ ที่จะแต่งแม่หกซุนอิงน่าเป็นางบำเรอหรือแม้แต่ทาสสตรีบำเรอก็ได้ก็ตาม สิ่งนี่นับว่าบิดามันมีน้ำใจต่อนางแล้ว
ในภายหลังเมื่อมันสืบประวัติภรรยาของบิดามันดีๆ นอกจากแม่ใหญ่ซุนลี่หรู แม่สองซุนอีเหยียนและแม่สามซุนจางหงแล้ว แต่ละคนแต่งเข้าตระกูลซุนเพราะตระกูลตนเองเกิดปัญหาล้มตายกันทั้งนั้น สิ่งเหล่านี้สะท้อนถึงความวุ่นวายของยุคสมัยและดินแดนแห่งนี้ได้เป็อย่างดี ว่ามักมีเหตุการณ์ฆ่าฟันล้างตระกูลกันอยู่บ่อยๆ หากมีคนหนึ่งขึ้นเป็ใหญ่ก็ต้องมีอีกคนล้มลง แรงปรารถนาในการมีชีวิตและเป็ยอดยุทธ์นั้นช่างมากมายเหลือเกิน หากแต่ก็ไม่แปลกจะมีใครบ้างไม่อยากมีชีวิตยืนยาว เส้นทางผู้ฝึกยุทธ์ในระดับสูงในแดนดินนี้สามารถมีอายุได้ถือ 200 ปี ใครเล่าไม่ปรารถนาในสิ่งนี้ ได้ทั้งชีวิตและอำนาจ
ยามเวลาว่างจากการเรียน และตัวมันซุนนาน เมื่อมันได้อยู่กับแม่หกตามลำพัง มันไม่คิดเลยว่าตัวแม่หกนั้นจะใช้จ่ายเงินส่วนใหญ่ของตัวเองหมดไปกับการบริจาคช่วยเหลือเด็กๆ และเหล่าทาสที่น่าสงสาร นางเอาเงินของตนเองมาบริจาคเพื่อคนเหล่านี้เป็ประจำ
เปลี่ยนมันเป็อาหาร เป็ข้าวต้มมื้อใหญ่ แม้สิ่งเหล่านี้จะเป็การกระทำที่ไม่มีวันถมความ้าของผู้คนได้ทั้งหมดก็ตาม
แต่พอมันเห็นภาพเหล่านี้ ตัวของมันซุนนานพลันมองเห็นความงดงามที่เหนือล้ำสตรีผู้อื่นออกจากตัวแม่หก ยามที่นางตักข้าวต้มให้คนยากไร้ ให้ทาสสตรีและทาสบุรุษเพศสอย่างไม่รังเกียจ มันกลายเป็ภาพความงดงามของสตรีที่ไม่ต้องมีเครื่องประทินโฉมใดๆ ไม่้าซึ่งใบหน้าและเรือนกายที่งดงาม แต่เป็ความงดงามที่มาจากหัวใจอย่างแท้จริง เป็เสน่ห์เป็ความน่าหลุมหลงอันรึล้ำอีกแบบ
ซุนนานในร่างเด็กหกขวบ ด้วยความประทับใจนี้ในตัวแม่หกมันจึงเข้าไปช่วยนาง โดยตัวมันเองรู้สึกได้ว่าการตักข้าวต้มนี้แลดูจะเหน็ดเหนื่อยไม่น้อยเลย และอาจจะเหนื่อยมากเป็พิเศษด้วยซ้ำสำหรับตัวมันที่เป็คนพิการไร้แก่นกำเนิด หากแต่ในความเหน็ดเหนื่อยนี้ก็แฝงความสุขอันแปลกประหลาดเช่นกัน เป็ความสุขในการช่วยเหลือเพื่อนมนุษย์ด้วยกันโดยไม่หวังสิ่งตอบแทน
หากแต่ซุนนานบุรุษข้ามมิติ กลับมิรู้เลยว่าการกระทำของมันได้สร้างความประทับใจให้กับแม่หกของมันไม่น้อยๆ ภาพเด็กน้อยร่างชุ่มเหงือ ช่วยถือจานชาม ตักอาหารแก่คนยากไร้ สร้างความตราตรึงใจในสายตาของแม่หกซุนอิงน่าไม่น้อยเลย
...
และแล้วเมื่อใกล้ครบเจ็ดขวบ ซุนนานตัวมันก็ได้กลับบ้าน ตัวมันได้ป้ายอักษร [หมอโอสถ] มาหนึ่งป้าย เพื่อแสดงให้เห็นว่าตัวมันนั้นได้กลายเป็หมอโอสถแล้ว นับว่ามันเป็หมอโอสถที่อายุน้อยที่สุดแล้ว หากแต่สิ่งนี้แม้น่าจะดีใจ หากแต่เื่น่าเศร้าก็มีเช่นกัน
คือตัวมันซุนนานนั้น ไม่อาจจะยกระดับการเป็หมอโอสถได้มากกว่านี้ ตัวหมอโอสถก็ไม่ต่างกับนักอักษรมีการแบ่งระดับขั้นไว้อย่างชัดเจน แน่นอนว่าขั้นต้นย่อมเป็หมอโอสถ หากแต่ขั้นสูงกว่านั้นที่จะเป็ได้กับจำเป็ต้องสามารถใช้ลมปราณได้ แม้การหลอมโอสถพื้นฐานหรือปรุงหม้อยาพื้นบ้านนั้นไม่จำเป็ต้องใช้ลมปราณเลยแม้แต่น้อย
หากแต่ระดับความเก่งกาจของเหล่าหมอโอสถนั้น แท้จริงขึ้นอยู่กับการกลั่นหลอมโอสถ ซึ่งจำเป็ต้องใช้กระแสปราณในการควบคุมไฟและการกลั่นตัวของโอสถ โดยหากจะ้ายกระดับตัวเองจำเป็ต้องกลั่นโอสถพื้นฐาน 12 ประเภทให้สำเร็จมีลวดลายฟ้าดินปรากฏอย่างน้อยหนึ่งเส้นจึงจะเป็ที่ยอมรับ
หากแต่การปรากฏของลวดลายฟ้าดินจำเป็ต้องใช้กระแสปราณของตนเองชักนำและควบคุมไฟในหม้อและแก่นธาตุตัวยาจากสมุนไพรต่างๆ ในการหลอมยาให้ชำนาญ หนึ่งลายเส้นคือ [หมอโอสถชำนาญ] สองลายเส้นคือ [หมอโอสถเลื่องชื่อ] ส่วนระดับเหนือกว่านั้นแม้มีชื่อเรียกขานปรากฏอยู่ในตำรา หากแต่ในโลกใบนี้กลับไม่มีอยู่จริงและไม่เคยปรากฏ แต่ถึงอย่างนั้นก็ยังมีการพูดถึงโอสถขั้นสูงสุดที่เจ็ดลายเส้นอยู่ดี ว่ากันว่าผู้จะปรุงสำเร็จคือ [มหาเทพหมอเทวะ] เท่านั้น โอสถเจ็ดลายเส้นคือโอสถมีชีวิตมีพลังฟ้าดินมีจิติญญาในตัว ส่วนสรรพคุณของมันนั้นคงไม่ต้องกล่าว ย่อมต้องะเืฟ้าดินเป็แน่ แน่นอนมันคือตำนานที่ราวกับไม่มีอยู่จริงในดินแดนนี้ของเหล่าผู้ศึกษาวิชาแพทย์และโอสถ
ไม่ช้าเมื่อมันสำเร็จวิชาแพทย์แล้วมันก็ได้กลับสู่ตระกูลซุนอีกครั้ง
ในครั้งนี้แม้มันจะได้เรียนวิชาแพทย์สำเร็จ หากแต่เกรงว่าตัวมันก็ยังคงไม่สมปรารถนา นั่นเพราะก็เป็ดังที่บิดามันเคยเล่ากล่าวให้มารดาแม่ใหญ่และแม่เล็กทั้งหลายของมันได้ยินได้ฟัง การจะรักษาแก่นกำเนิดได้นั้น โอกาสและวิธีรักษานั้นช่างหาได้น้อยเต็มที่และส่วนใหญ่ก็ไม่เหมาะกับมัน หากลองเสี่ยงเลือกรักษาด้วยวิธีพวกนั้นโอกาสตายนั้นคงจะสิบเต็มในสิบส่วนเป็แน่
แม้ตัวมันจะทำใจไว้แล้วว่าโอกาสสำเร็จนั้นต่ำเตี้ย การรักษาแก่นกำเนิดนั้นยากเต็มทน และอายุขัยของมันก็ใกล้หมดเต็มที่แล้ว แม้วันเวลาหลายปีนี้ของมันนับว่าได้ใช้อย่างคุ้มค่ายิ่งแล้วก็ตาม แต่ตัวมันซุนนานก็เริ่มรู้สึกโลภ อย่างมี่เวลาดีๆ เช่นนี้เพิ่มขึ้นอีกนิด
การได้นั่งกินข้าวพร้อมบิดาและมารดาผู้งดงามทั้งหลายของมันช่างมีความสุขเหลือเกิน แม้ยุคสมัยนี้จะวุ่นวายและไม่ค่อยมีอะไรสะดวกสบายเลยเท่าไหร่นัก หากแต่สำหรับตัวมันที่เกิดในตระกูลซุนนี้ราวกับว่ามันเป็าา์ ทุกคนรักและเอาใจใส่มันดีเหลือเกิน
ในตอนนี้ซุนนานบุรุษผู้ข้ามมิติ มันทำใจได้แล้วว่าอีกไม่นานมันต้องจากลาโลกนี้ไป แม้คนอื่นอาจจะดูไม่รู้ หากแต่ตัวมันกลับรู้ตัวเองดี การสูญเสียแก่นกำเนิดนอกจากทำให้มันเติบโตช้ากว่าผู้อื่นในวัยเดียวกันแล้ว หากแต่ระบบภายในร่างกายต่างๆ ของมันก็ย่ำแย่ขึ้นเรื่อยๆ บางครั้งแค่ตัวมันเดินไม่กี่ก้าวมันก็เหนื่อยอ่อนจนแทบจะสิ้นลม หากแต่ตัวมันไม่แสดงออกให้บรรดาแม่ใหญ่แม่เล็กของมันต้องเป็ห่วงเพียงเท่านั้น บางครั้งยามที่มันอ่านหนังสือดึกดื่นโลหิตมันก็ถึงกับไหลออกจมูก ปากและตา
และด้วยตอนนี้มันก็นับเป็นายแพทย์หมอโอสถผู้หนึ่ง อาการธาตุปั่นป่วนเหล่านี้ตัวมันย่อมรู้ตัวเองดี ตอนนี้อย่างว่าแต่มันจะอายุ 30 ปีเลย ให้มันอยู่ได้แค่ถึงอายุ 10 ปี 12 ขวบปี ก็นับว่าตัวมันเก่งแล้ว
ซุนนานในค่ำคืนนี้มันนั่งเหม่อมองพระจันทร์อยู่นอกเรือนอยู่ตัวคนเดียวแม่สี่แม่ห้า ณ ตอนนี้ทั้งสองต่างนอนหลับสนิทไปแล้ว
ซุนนานตัวมันคิดฝัน หวังว่ามันจะทำให้บิดามารดา และแม่ใหญ่แม่เล็กทั้งหลายของมันมีความสุขตลอดไป
ณ ตอน่ซุนนานกลับตำหนักแม่ทัพตระกูลซุน มันอายุใกล้ 7 ขวบเต็มที บรรดาแม่ใหญ่แม่เล็กเมื่อเห็นมันกลับบ้าน ร่างเด็กน้อยของมันช่างดูน่ารักน่าชังเหมือนเคย แม้มันจะใกล้เจ็ดขวบแล้วก็ตาม หากแต่ส่วนสูงและหน้าตามันไม่ต่างจากเด็กสี่ขวบเลย
หากจะมีอะไรที่ตัวมันซุนนานแตกต่างจาก่วัยสี่ขวบเก่าก่อนของตัวมัน นั่นก็คงเป็ส่วนสูงที่เพิ่มขึ้นเล็กน้อย นอกจากนั้นแก้มอวบๆ กลมๆ ของมันที่ค่อยๆ หายไป เป็เรียวรับกับใบหน้ามากขึ้นแทน หากแต่ถึงจะเป็เช่นนั้น ตัวมันก็ยังนับเป็บุรุษผู้ร้อนแรง ผู้น่ารักผู้เป็ที่นิยมของแม่ๆ และสตรีทั้งหลายในบ้านตระกูลซุนนี้อยู่ดี
วันนี้ได้กินข้าวพร้อมหน้า บิดามันก็กลับมากินข้าวร่วมกันเช่นกัน ในโต๊ะอาหารมีแต่เสียงหัวเราะสอบถามถึงตัวมันว่าการไปร่ำเรียนเป็หมอโอสถนั้นเป็อย่างไร มันยิ้มสดใสหยิบป้ายไม้ที่มีอักษริญญาเขียนว่า [หมอโอสถ] มาให้ทุกคนดู
แม้ป้ายไม้นี้จะดูธรรมดา หากแต่ป้ายไม้นี้แสดงให้เห็นว่าผู้ที่มันทั่วทุกดินแดนในโลกใบนี้ ไม่ว่ามันจะไปที่อาณาจักรใด มันสามารถทำการเปิดร้านหมอ ทำโอสถรักษาผู้คนได้ สิ่งนี่นับเป็สิ่งที่มีค่ายิ่งของหมอโอสถทั้งหลาย คาดว่าบางคนเรียนนับสิบปียี่สิบปีบางทีก็ยังมิอาจจะได้มันก็นับว่ามีไม่น้อย
หากแต่ซุนน้อย นายน้อยแห่งตระกูลซุนผู้นี้ไปเรียนเพียงไม่กี่ปีก็สำเร็จแล้ว บิดามารดาทั้งหลายต่างกล่าวชมว่ามันเป็อัจฉริยะตัวน้อยของตระกูลซุน
หากแต่ในความเป็จริง จะว่ามันเป็อัจฉริยะอย่างเดียวก็ไม่ถูก ก็เพราะในหลายปีมานี้ตัวมันทุ่มเทอย่างยิ่งจริงๆ วางเป็อ่านตำรา แม้จะมี่เวลาพักผ่อนและแอบไปหากำไรจากเหล่ามารดาผู้งดงามของตัวมันบ้าง หากแต่ก็นับว่าเป็เพียงส่วนน้อยจริงๆ
ตัวมันคล้ายนึกไปถึง่ก่อนสอบเข้ามหาลัย ที่ต้องเรียนหนักและทำงานไปด้วย ่เช้าเรียน ่เย็นทำงาน นอนเพียงวันละ 4 - 6 ชั่วโมง หลายปีมานี้แทบไม่ต่างกับ่เวลานั้นเลย ต่างกันก็เพียงตอนนั้นคือการสอบเข้ามหาลัย
ส่วนตอนนี้คือการหาทางรักษาชีวิตตัวเอง ที่ดูจะสั้นลง สั้นลง ไปเรื่อยๆ
.
.
.
ในค่ำคืนนี้มันนอนกับแม่ใหญ่ โดยมีบิดามันอยู่อีกด้าน ทั้งสองต่างนอนหลับสนิท มีแต่ตัวมันที่เอามือข้างหนึ่งยกขึ้น ใช้ท่อนแขนปิดบังดวงตาทั้งสองข้างของตัวเอง เพราะอยู่ดีๆ มันก็มีน้ำตาไหลออกมา มันไม่อยากร้องไห้ หากแต่ไม่รู้ทำไม ตัวมันก็มิอาจจะห้ามน้ำตาที่โศกเศร้าของตัวมันได้เช่นกัน
ซุนนานตัวมันไม่ได้กลัวตาย
แต่มันเ็ปเหลือเกินที่ต้องรู้ว่า
อีกไม่นานตัวมันต้องจากบิดา มารดาทั้งหลายที่มันรักในไม่ช้า
ร่างกายภายในมันย่ำแย่เหลือเกิน