เหมือนกับเวลาที่จะทำเื่สำคัญซักอย่าง แต่ดันลืมนำเอกสารมาด้วย ทุกอย่างในชีวิตเหมือนไถลลงไปสู่ความหายนะ
ผมผิดเองที่ลืมเื่สำคัญไปซะสนิทเลย เคยอ่านมาผ่านๆว่าแทบทุกการกระทำที่มีผลต่อการแทรกแทรงโลกเบื้องล่างจำเป็จะต้องได้รับการอบรม ทั้งการสร้างปรากฏ การบรรดาลภัยพิบัติ รวมไปถึงการสร้างนิมิตฝันนี้เองก็ด้วย
“แต่ผมจำเป็ต้องจะใช้บริการนิมิตฝันนะครับ ไม่มีวิธีเลยเหรอ” ผมอ้อนวอนแบบอับสิ้นหนทาง
“ไปคุยกับฝ่ายบัญญัติ์เอาเองแล้วกัน ไม่มีใบอนุญาตข้าก็ช่วยเ้าไม่ได้ ยกเว้นเ้าจะไปเข้าคอร์สอบรบหลักสูตรหนึ่งเดือนซึ่ง…” เทพในชุดนอนยักไหล่ “มันน่ารำคาญและรบกวนเวลาพักผ่อนสุดๆ”
“แต่…” ผมรู้สึกว่าตัวเองกำลังทำเื่งี่เง่า เพราะรู้ดีว่าตราบใดที่ไม่มีใบอนุญาตผลมันก็เป็แบบเดิม ที่แห่งนี้คือสรวงสรรค์ และพวกเราคือทวยเทพ มันก็ค่อนข้างสมเหตุสมผลที่เราไม่สามารถรบกวนกระแสความเป็ไปของโลกเบื้องล่างอย่างสุ่มสี่สุ่มห้าได้โดยที่ไม่ได้รบการฝึกอบรมใดๆ
ผมกัดฟันอย่างเจ็บใจ ถึงยังไงมันก็ยากจะยอมรับอยู่ดีที่ทุกๆอย่างจะศูนย์เปล่า ผมจะต้องเฝ้าดูคนเ่าั้ตายไปต่อหน้าต่อตา ถึงจะไม่ได้มีความผุกพันธ์ใดๆ แต่การที่คุณเห็นคนป่วยหนัก 13 ชีวิตกำลังจะตายลงตรงหน้า คุณจะไม่ะเืใจอย่างหนักแบบผมเหรอครับ
เสียงประตูเลื่อนดังขึ้น ใครบางคนเดินเข้ามาในร้านด้านหลังผม “นี่มันฝันของใครกัน ช่าง…สงบและเรียบง่าย”
ผมหันกลับไป ภาพที่เห็นคือเทพเ้าหนุ่มวัยกลางคนดูภูมิฐานน่าเชื่อถือในชุดสูทสีขาวสะอาด ผมยาวสลวย เคราดำขลับถูกตัดแต่งจนดูเนี๊ยบ คิ้วหนา หน้าตาคมเข้มแบบลูกครึ่งอเมริกันและเอเชีย เขาสูงราวๆ 190 เิเ และมีแววตาที่ดูอบอุ่นเป็มิตรจับจ้องมาที่ผม
ทันใดนั้น เทพในชุดนอนที่เหมือนอยากจะหย่อนตัวลงเตียงเต็มแก่แล้วก็ลุกพรวดขึ้นมา เขาก้มโค้งให้ผู้มาใหม่อย่างให้ความเคารพ ก่อนจะปิดปากหาว “พบกันอีกแล้วนะ ท่านแอคควิโอซอน”
“อีกแล้วงั้นหรือ ที่เราพบกันล่าสุดมันเมื่อแปดร้อยปีที่แล้วเลยนะ” เทพในชุดสูทสีขาวยิ้ม เสียงของเค้าทุ่มต่ำน่าฟังสุดๆ
“ทุกอย่างผ่านไปไวเสมอเมื่อเราหลับ”
“ข้าเห็นด้วย” เทพที่มีนามว่าแอคควิโอซอนเดินใกล้เข้ามาที่ผม “เธอติดธุระกับลูกค้าอยู่งั้นเหรอ เนออีริค” แอคควิโอซอนเรียกชายชุดนอนว่าเนออีริค ซึ่งชื่อของเขาเป็ส่วนหนึ่งของชื่อร้าน นั่นทำให้ผมเดาได้ไม่ยากว่าชายที่เหมือนจะหาเวลาอู้อยู่ตลอดเวลานี้คือเ้าของกิจการนิมิตฝันแห่งนี้
“ก็แค่คนรบกวนเวลานอน ข้ากำลังจะไล่เขากลับอยู่ละ” เนออีริคพูดอย่างไม่ใยดี
ผมคอตก “ขอโทษที่เข้ามารบกวนครับ” ก่อนจะก้าวเท้าเดินจากไปอย่างสิ้นหวัง
“เดี๋ยวก่อนสิ” เสียงทุ่มต่ำนั่นรั้งผมเอาไว้ ผมหันกลับไปหาแอคควิโอซอน อะไรบางอย่างในประกายตาของเขาทำให้ผมรู้สึกเหมือนกับว่าเขาสามารถช่วยผมได้ในทุกๆเื่ “ไม่มีใบอนุญาตสร้างนิมิตฝันใช่ไหม”
“ใช่ครับ” ผมพยักหน้า
“ฮ๊าวววว…” ในบางมุมก็เหมือนว่าเนออีริคกำลังเยอะเย้ยผม
“ฉันช่วยเธอได้นะ” ออกฝ่ายล้วงเข้าไปในสูทแล้วหยิบเอาบัตรสีทองอร่ามขึ้นมา “เธอสามารถสร้างนิมิตฝันได้โดยไม่ต้องมีใบอนุญาต แต่จะต้องมีฉันร่วมอยู่ในฝันนั้นด้วย ฉันจะคอยสังเกตการณ์เธอเอง”
“ท่านทำแบบนั้นได้ด้วยเหรอครับ” ผมพูดเหมือนสงสัย แต่จริงๆแล้วคือดีใจสุดๆไปเลยล่ะ ผมไม่รู้ว่าทำไมเขาถึง
“แต่เื่ค่าธรรมเนียม เธอยังต้องเป็คนจ่ายเองอยู่ดีนะ” แอคควิโอซอนอมยิ้ม
“ครับ แค่นี้ก็ช่วยได้มากแล้วครับ” ผมก้มหัวขอบคุณด้วยความรู้สึกจากใจจริง เนออีริคถอนหายใจออกมา บางทีเขาอาจจะไม่อยากทำงานในยามบ่ายเช่นนี้
“เชิญด้านใน” มีประตูเรืองแสงเปิดออกจากความว่างเปล่าด้านหลังเคาท์เตอร์ที่ตั้งอยู่กลางทุ่งอย่างอันกว้างไกล เนออีริคเดินเข้าไปด้านใน แอคควิโอซอนเดินตาม และปิดท้ายด้วยตัวผม
เมื่อผ่านประตูเข้ามา ผมก็เข้ามาสู่มิติอันบิดเบี้ยวที่ผสมผสานไปด้วยเฉดสีนับล้านๆไหลรวมผสมกันมั่วและเต้นเร่าๆราวกับกับมันพยายามจะขัดขืนและมีตัวตนขึ้นมา แต่ภาพชวนปวดตาเ่าั้ไม่ได้ทำให้ผมคลื่นไส้ ในมิติแห่งนี้ผมรู้สึกเคลิ้มฝัน เหมือนสติของผมถูกสูบออกอย่างช้าๆ ร่างกายของผมเริ่มเบาๆลอยๆ ผมสะบัดหน้าเพื่อไล่ความง่วงๆเคลิ้มๆนี้ออกไปโดยเร็ว
เนออีริคโบกมือมาทางผม พริบตานั้นเองที่มีหนังสือเล่มใหญ่ตกลงมา ผมรับเอาไว้ได้ทัน มันเป็หนังสือปกเก่าๆที่เขียนเอาไว้ว่า ตัวเลือกในการนิมิตฝัน
ผมพอจะเดาได้ว่าสิ่งนี้คืออะไร ผมกางมันออกและพบกับเงื่อนไขต่างๆ การสร้างฝันแบบปกตินั้นรวมอยู้ในค่าธรรมเนียม 50 เครดิต์ตอนแรก แต่ทว่าหากจะเสริมออปชั่นพิเศษอย่างเช่นภาพอนาคตหรืออื่นๆอาจจะต้องเสียค่าธรรมเนียมเพิ่ม
ขั้นแรกผมจะต้องเลือกพิกัด แน่นอนว่าผมเลือกเป็ที่ค่ายพักแรมในกระท่อมต้นหญ้าที่ผมสร้างขึ้น
“ลืมบอก หากที่ที่เ้าเลือกไม่มีมนุษย์ที่มีคุณสมบัติมากพอจะเป็คอนตัส ข้าก็ไม่สามารถสร้างนิมิตฝันได้ เว้นเสียแต่ว่าเ้าจะจ่ายเงินหนึ่งหมื่นห้าพันเครดิตเพื่อเลือกลงทะเบียนคอนตัสรายใหม่” เนออีริคย้ำเตือนเื่สำคัญที่ผมลืมไปซะสนิท แต่ไหนๆมันมาถึงขนาดนี้แล้ว ผมก็ไม่มีเวลามาหยุดชะงัก ผมพยักหน้า เนออีริคโบกมือวูบหนึ่ง แล้วภาพวิวทิวทัศน์ก็เปลี่ยนไป เป็ภาพของกระท่อมต้นหญ้าที่มีผู้ป่วยสิบสามชีวิตนอนเรียงรายกันภายใต้อากาศอันหนาวเหน็บและพื้นที่เปียกชื้น ทุกคนหลับสนิทเพราะพิษไข้ เมออีริคชี้ไปที่หนึ่งในมนุษย์ 13 คนเพื่อระบุตัวคอนตัส ผมขมวดคิ้ว
“เด็กคนนั้นเหรอครับ” ผมไม่อยากจะเชื่อ คอนตัสของผมคือเด็กผู้ชายที่อายุไม่น่าจะถึงสิบขวบด้วยซ้ำ “เป็เด็กน่าจะไม่เหมาะแน่ๆ”
ไม่ว่าจะคิดยังไง ผมก็มองไม่เห็นหนทางที่ผู้คนจะเชื่อในคำพยากรณ์ของเด็กผู้ชายในเื่ที่เกี่ยวกับความเป็ความตายนี้เลย
“เห็นได้ชัด” แอคควิโอซอนเสริม
“แต่ก็ไม่มีคนอื่นแล้วนะ” เนออีริคบอก ผมกำหมัด นี่เทพธิดาแห่งโชคชะตาจะเล่นตลกไปถึงไหนเนี่ย
“...ก็ได้ครับ” ผมจำใจยอมรับสภาพ แผนที่คิดไว้ในหัวอาจจะต้องได้รับการปรับปรุงอีกเล็กน้อย
“แล้วอยากได้อะไรเพิ่มเติมไหม” เนออีริคอ้าปากหาวหวอดๆ
“ผมอาจจะต้องเพิ่มภาพสถานที่อื่นเข้าไปในฝันครับ เอาเป็ลำธารตรงนั้น” ผมชี้ไปยังลำธารที่ปลูกสมุนไพรฮวองเยายวี่เอาไว้
“อาฮะ…อาฮะ” เนออีริคจิ้มตึกๆลงไปบนหน้าจอ “แค่นี้นะ”
“ครับ” ผมให้สัญญาณ แล้วร่างของเนออีริคก็เรืองแสงสีฟ้าตุ่นๆ ออร่าแห่งเทพของเขาแผ่ขยายปกคลุมไปทั่วทั้งมิติอันบิดเบี้ยวแห่งนี้ แปรเปลี่ยนทุกอย่างให้กลายเป็ดั่งที่ผมได้เลือกเอาไว้
พวกเราทั้งสามคนถูกส่งมายังป่าริมลำธาร ร่างของเนออีริคและแอคควิโอซอนโปร่งใสจนแทบจะมองไม่เห็น ในขณะที่ร่างกายของผมชัดเจน
“ท่าน…คือใครเหรอครับ” เสียงของเด็กชายดังขึ้น ผมหันไปและพบเข้ากับคอนตัสตัวน้อยของผมกำลังจ้องมองมาด้วยแววตาแห่งความประหลาดใจ
ผมคิดบทพูดในหัวอย่างเร็วจี๋ “ผม…ไม่สิ ข้าคือเทพแห่งวัชพืช และข้า…”
“อะไรคือวัชพืชเหรอ” เด็กน้อยแทรกขึ้นมาโดยที่ผมยังพูดไม่จบ ผมเม้มปาก
“ต้นหญ้า” ผมคิดว่านั่นน่าจะเป็วิธีอธิบายที่ดีที่สุดแล้ว
“อ๋าาาา” คอนตัสตัวน้อยของผมเข้าใจโดยง่าย
“เหลือเวลาอีกสองนาที” เนออีริคส่งสัญญาณทำให้ผมเสียสมาธิเล็กน้อย
“และบัดนี้ ข้าก็กำลังให้การคุ้มครองหมู่บ้านของพวกเ้า หาก…”
“แล้วท่านบินได้ไหม” เด็กน้อยถามแทรกขึ้นมาอีกครั้ง
“เอ่อ…” ผมชะงัก คอนตัสคนนี้เริ่มน่ารักน้อยลงเรื่อยๆในสายตาของผม “แน่นอนอยู่แล้วสิ”
“ก็ต้องได้อยู่แล้วเนอะ เป็เทพนี่นา” คอนตัสน้อยเออออตาม
“จงระวังเื่การวางตัวด้วย” แอคควิโอซอนเตือน นี่ผมทำอะไรผิดเนี่ย ว่าแต่ทั้งสองคนเลิกรบกวนสมาธิซักแป๊ปได้ไหมครับ
“ยังไงก็เถอะ จงไปบอกพวกผู้ใหญ่ในหมู่บ้านซะว่าถ้าอยากหายจากอาการป่วย จงไปนำ…”
“เทพเ้านี่ใส่ชุดแปลกๆแบบนี้ทุกคนเลยป่าว” คอนตัสน้อยถามต่อ ผมอยากจะเสกหญ้าขึ้นมาพันปากให้เขาเงียบซักพักจริงๆ
“แล้วแต่ว่าจะเลือกใส่อะไร ว่าแต่ช่วยฟังที่ข้าจะพูดหน่อยได้ไหม นี่จริงจังนะ” ผมเริ่มดุและขึ้นเสียง
“...” หนูน้อยเบะปาก เหมือนจะร้องไห้
“ดุเด็กแบบนั้น เ้าเป็เทพประเภทไหนกัน” เนออีริคแซะก่อนจะทำให้ผมรู้สึกกดดันหนักเข้าไปอีก โดยการแจ้งว่า “อีกหกสิบวินาที ห้าสิบเก้า ห้าสิบแปด…”
“โอเคๆ พวกเ้ากำลังป่วยหนักกันอยู่ ถูกไหม ข้ากำลังจะช่วยพวกเ้าให้หายป่วย เ้าก็แค่ต้องไปบอกกับ…”
“แล้วสมมุติว่า…”
“นี่ไอ้หนู! ฟัง!!! ถ้าแกไม่บอกทุกคนว่ามียารักษาโรคอยู่ใต้น้ำนี่ ชั้นจะ…หักแขนหักขาแกซะ! จากนั้นก็เอามันโยนลงไปในน้ำ แล้วก็ทิ้งแกให้โดนผีหลอกที่กลางป่านี่แหละ!” ผมที่หมดความอดทนะโลั่นขึ้นมา ผมไม่รู้ว่ามันได้ผลไหม แต่เด็กนั่นเริ่มร้องไห้แล้วก็หายวับไปเลย
ผมอ้าปากค้าง
“เชื่อเลย เ้าทำให้เขารู้สึกฝันร้าย แล้วเขาก็สะดุ้งตื่น” เนออีริคยกนาฬิกาขึ้นมาดู “เหลือเวลาอีกตั้งสี่สิบวินาทีเลย เ้าทำเวลาได้ดีนะเนี่ยสำหรับครั้งแรกน่ะ
ในหลายๆมุมก็เหมือนกับทุกคนรวมหัวกันปั่นประสาทผม อะไรหลายๆอย่างที่ทำให้ผมเริ่มเชื่อในทฤษฏีนี้มากขึ้นเรื่อยๆ
“ขอโทษที่ขัดจังวะนะ” แอคควิโอซอนแทรกขึ้นมา “ว่าแต่นั่นคือใครงั้นเหรอ” เขาชี้ไปบนต้นไม้ต้นหนึ่ง ผมหันไปมอง
ภาพที่เห็นคือร่างเงาของหญิงสาวสีดำสนิทกำลังนั่งแกว่งขาอยู่ใต้ร่มไม้สูงใหญ่ ผมช็อก ร่างเงานั่นค่อยๆจางหายไปพร้อมกับเสียงครางต่ำๆเย็นๆในลำคอของเธอ ผมหันกลับมาหาเนออีริค เขายังไหล่เป็สัญญาณว่าเขาเองก็ไม่รู้เหมือนกันว่าเมื่อกี้นี้มันคืออะไร
ผมขนลุกซู่ไปทั้งตัว
นี่มันบ้าอะไรกันครับเนี่ย ผมถูกผีหลอกในฝันเหรอเนี่ย…แต่ผมเป็เทพเ้านะ!
โปรดติดตามตอนต่อไป