You are so Loved คุณ...ที่ถูกรัก

    บทที่ 4

            หนึ่งสัปดาห์ผ่านไปชายหนุ่มมาทำงานอย่างอารมณ์ดีเป็๲พิเศษ

            วันนี้เขาตั้งใจมาแต่เช้า

            ใส่เสื้อเชิ้ตตัวใหม่ที่เพิ่งได้รับทางพัสดุไปรษณีย์แล้วยังสะพายกระเป๋าสะพายข้างใบใหม่ซึ่งทางร้านเพิ่งส่งมาให้เมื่อสองวันก่อน สด ๆร้อน ๆ อีกด้วย

            “เชรด ไอ้อุ้ม กระเป๋าสวยว่ะ ให้ตาย นี่ไอ้อุ้มตัวจริงเปล่าเนี่ย”

            ศุภกิจทักเขาทันทีที่มาถึง ซึ่งแน่นอนว่าอานุภาพยิ้มอย่างผู้มีชัย

            “ผมนี่แหละครับพี่กบ ผมเอง”

            ชายหนุ่มตอบ

            “ไอ้อุ้มแก... วันนี้ดูไฮโซสาด ฮ่า ๆๆ”ศุภกิจดูจะชอบกระเป๋าสะพายของเขาเอามาก ๆ ถึงขนาดเข้ามาดูแล้วดูอีก “เห็นไหมล่ะฉันบอกแล้ว”

            “อุ้มวันนี้ดูดีนะเพื่อน เอ๊ะ แล้วนั่นเสื้อใหม่ใช่เปล่า สวย ๆครับเพื่อน”

            พิชิตเข้ามาเสริมอีกคน

            อานุภาพรู้สึกว่าตัวเขาเหมือนจะลอยละล่องเขาไม่เคยได้รับคำชมจากเพื่อนร่วมงานแบบนี้มาก่อนในเ๱ื่๵๹ลักษณะนี้ไม่น่าเชื่อว่ากะอีแค่ของแบรนด์เนมมันจะทำให้คน ๆหนึ่งเป็๲ที่ยอมรับนับหน้าถือตามากขนาดนี้

            หึ... ไม่น่าล่ะไม่น่า... ทำไมสาว ๆในฝ่ายถึงได้หลงใหลได้ปลื้มกับผู้จัดการฝ่ายคนนั้นนักหนาเขาเพิ่งเข้าใจแจ่มแจ้งก็วันนี้

            เดิมทีเขาไม่คิดสนใจอะไรแบบนี้อยู่แล้วถ้าหากว่าศุภกิจไม่เข้ามาพูดแนะนำล่ะก็ วันนี้แหละ คุณอิทธิพงษ์ก็อิทธิพงษ์เถอะ

            ‘ไอ้ผู้ชายขี้เต๊ะแบบนั้นมาเห็นกูในลุคใหม่แล้วจะว่าอย่างไร กูล่ะอยากเห็นหน้ามันจริงๆ !’

            เรียกว่าเป็๲โอกาสอันดีหรือเปล่าที่จะได้เหยียบหน้าอิทธิพงษ์ให้จมดินเมื่ออานุภาพมีความจำเป็๲ต้องเอาแฟ้มรายงานไปส่งที่โต๊ะของผู้จัดการฝ่าย

            บรรยากาศในการทำงานเป็๞ไปอย่างเรียบร้อยเงียบเชียบ

            แต่ละคนต่างตั้งใจทำงานในส่วนของตนอย่างดี มีบ้างที่ปรึกษาหารือแต่ก็อยู่ในความเงียบที่มิได้ทำให้ผู้ร่วมงานคนอื่นเสียสมาธิหรือละเมิดความเป็๲ส่วนตัว

            ชายหนุ่มลุกขึ้นยืนเต็มความสูงก้าวเดินอย่างมั่นใจไปยังโต๊ะของผู้จัดการฝ่ายซึ่งอยู่ติดริมหน้าต่าง

            ไม่น่าเชื่อว่าเพียงแค่ลองสวมเสื้อผ้าแบรนด์เนม ซึ่งถึงจะเป็๲ของปลอมก็ทำให้เขารู้สึกเหมือนตนเอง ‘เหนือขึ้น’ ได้ขนาดนี้ต้องขอบคุณศุภกิจจริง ๆ

            ชายหนุ่มคิด

            ร่างสูงเดินมาหยุดอยู่ที่หน้าโต๊ะทำงานของอิทธิพงษ์พร้อมกับแฟ้มเอกสารเล่มหนาในมือ

            “ผู้จัดการฝ่ายครับ” เขาเรียก “นี่คืองานที่ผมทำเสร็จแล้วเชิญตรวจดูได้เลยครับ”

            อิทธิพงษ์ละสายตาจากหน้าจอโน้ตบุ๊คแล้วเหลือบมามองทางเขา

            อานุภาพเห็นดวงตาภายใต้กรอบแว่นสีดำนั้นหรี่ลงเล็กน้อย ดูเหมือนอีกฝ่ายจะกำลังมองเสื้อเชิ้ตตัวใหม่ซึ่งเขาใส่อยู่อ้อ... รวมทั้งมองผ่านไปยังกระเป๋าสะพายใบใหม่ซึ่งเขาเจตนาตั้งหราไว้บนโต๊ะทำงานนั่นด้วย

            “น้องอุ้ม”

            ผู้ฟังกลืนน้ำลายเอื๊อกเมื่อถูกเรียกชื่อด้วยโทนเสียงต่ำผู้พูดยังคงพูดต่อไป

            “มีใครเคยบอกหรือเปล่าว่าอย่าใช้ของปลอม”

            เพล้ง !

            อานุภาพรู้สึกเหมือนหน้าของตนแตกละเอียดกลายเป็๲ผุยผงเมื่อถูกพูดออกมาอย่างชัดเจนว่า ‘ใช้ของปลอม’

            อิทธิพงษ์พูดด้วยเสียงที่ไม่เบาเลยเพราะฉะนั้นคนในออฟฟิศซึ่งนั่งอยู่ตรงนี้ย่อมได้ยิน

            ขาทั้งสองแข็งค้างอยู่กับที่ในตอนนี้ชายหนุ่มไม่สามารถขยับเขยื้อนปลายเท้าไปไหนได้แม้แต่มิลลิเซนเดียวเขารู้สึกเหมือนถูกฉีกหน้ากระจายภาพที่อุตส่าห์วาดหวังไว้ดิบดีกลับถูกทำลายด้วยคำว่า ‘อย่าใช้ของปลอม’

            หากเป็๞คนกันเองคงไม่เท่าไหร่แต่สำหรับเขาที่มีปมเ๹ื่๪๫ความจนอยู่แล้ว การถูกพูดใส่หน้าแบบนี้ต่อหน้าธารกำนัลยิ่งสร้างความอับอายมากเข้าไปอีก

            กลายเป็๲เหมือนเขาเป็๲คางคกอยากขึ้นวอ ใช้ของไม่สมกับตัวไปแล้วเมื่ออิทธิพงษ์พูดประโยคต่อไป

            “ถ้าไม่มีเงินซื้อเสื้อผ้าแบรนด์เนมไฮเอนด์ ทำไมไม่ลองมองแบรนด์ล่าง ๆที่ไม่ใช่ของก๊อปมาใช้ ฉันคิดว่าใส่แบบนั้นยังน่าภูมิใจกว่าใส่ของปลอมแล้วเดินชูคอเหมือนตัวเองใส่ของจริงกว่าเยอะนะ”

            “!!!”

            “อย่างกระเป๋าก็เหมือนกัน ถ้าไฮเอนด์ของจริงมันราคาสามหมื่นทำไมเธอไม่ลองใช้แบรนด์ไฮสตรีทรองลงมาที่ราคาสักสามพันห้าพันดู”

            บอกตามตรงว่าเขาไม่เข้าใจทั้งไฮเอนด์ ไฮสตรีท มันคืออะไร ?

            คนตรงหน้ากำลังพูดเ๹ื่๪๫ที่มีแต่คนในแวดวงชั้นสูงไฮโซเท่านั้นถึงรู้ไอ้คนจน ๆ ธรรมดา ๆ อย่างเขาไม่รู้เ๹ื่๪๫พวกนี้หรอกโว้ย !

            “แล้วเ๱ื่๵๹นี้กับเ๱ื่๵๹งาน มันเกี่ยวกันตรงไหนไม่ทราบครับ”

            น้ำเสียงของเขาที่พูดอกไป แสดงความคุกรุ่นหน่อย ๆตามอารมณ์ที่เริ่มถูกชักใบให้เรือเสีย

            “ก็ไม่เกี่ยวกันหรอก เพียงแต่ฉันสังเกตเธอหลายทีแล้วบางครั้งภาพลักษณ์มันก็เป็๲เ๱ื่๵๹สำคัญที่จะทำให้คน ๆนั้นมีความน่าเชื่อถือหรือไม่ด้วยนะ”

            “แต่นี่มันเ๹ื่๪๫ส่วนตัวผม”

            “เ๱ื่๵๹ส่วนตัวเหรอ ? เธอหัดหันไปดูคนอื่น ๆ บ้างว่าเขาเป็๲อย่างไรแล้วเธอเป็๲อย่างไร ! ที่จริงฉันก็ไม่อยากจะพูดหรอกนะเห็นว่าเพิ่งเข้ามาใหม่ก็เลยปล่อยผ่านไปตั้งหนึ่งปีแต่เธอก็ดูเหมือนจะไม่มีการพัฒนาใด ๆ เลย”

            อานุภาพกัดฟันกรอด

            “คุณจะมาเข้าใจอะไรกับความจน”

            เขาพูดลอดไรฟัน จ้องมองใบหน้าอันสวยงามของผู้จัดการฝ่ายโดยไม่หลบสายตา

            “ดูก็รู้ว่าคุณเป็๲คนที่มีฐานะทางบ้านดีอยู่แล้วเพราะฉะนั้นถึงมาทำงานเป็๲มนุษย์เงินเดือนก็ไม่ต้องคิดอะไร แต่ผมมันคนปากกัดตีนถีบมันไม่เหมือนกันหรอกนะ !”

            เขารู้ตัวว่าเขาแสดงความก้าวร้าวต่อเ๯้านายซึ่งอายุมากกว่าหลายปีไปเสียแล้วหึ แต่มันก็กู้คืนกลับมาไม่ได้แล้วนี่หว่า ในเมื่อฝ่ายนั้นอยากพูดจาไม่ดีก่อน

            “คุณอานุภาพ !”

            ฝ่ายนั้นขึ้นเสียงบ้าง พลางลุกพรวดขึ้นจากที่นั่ง

            กลายเป็๲ตอนนี้พวกเขากำลังยืนประจันหน้ากันอย่างไม่ลดละศุภกิจเห็นท่าไม่ดีเลยเข้ามาแทรก

            “มีอะไรกันครับหัวหน้า ใจเย็น ๆ ก่อน ค่อย ๆ พูดค่อย ๆ จาก็ได้”

            “...ไม่ใช่เ๱ื่๵๹ของคุณ”

            อิทธิพงษ์ตอบ

            “อ้าว เสียอย่างนั้นน่ะ ถ้าลูกน้องผมทำอะไรไม่ถูกใจก็ขอโทษด้วยไอ้อุ้มมันก็เอ๋อ ๆ เป๋อ ๆ แบบนี้แหละ อย่าไปถือสา...”

            “ไม่ใช่เ๹ื่๪๫นั้น”

            ชายหนุ่มผู้สวมแว่นตากรอบดำเอ่ยเสียงเรียบ

            “คุณควรจะบอกลูกน้องคุณหน่อยนะ เ๹ื่๪๫เสื้อผ้าหน้าผมเนี่ยให้มันเหมาะสมกับคนทำงานอยู่บริษัทใหญ่อย่างเรา ๆ หน่อย นี่เป็๞บริษัทซอฟต์แวร์นะมันก็ควรจะดูมีภูมิมากกว่านี้สิ ไม่ใช่ว่าหยิบอะไรมาใส่ก็ได้”

            ศุภกิจถอนหายใจ มองไปที่อานุภาพอย่างเห็นใจ

            “ผมว่าหัวหน้าพูดเกินไปหน่อยนาไอ้อุ้มมันก็แต่งตัวเรียบร้อยเหมาะสมดีแล้ว เมื่อวันก่อนผมยังชมมันอยู่เลยเพียงแต่มันอาจไม่ใช่พวกแบรนด์เนมบ้าบออะไรพวกนั้นก็แค่นั้นเอง”

            “ถึงอย่างนั้นก็เถอะ เสื้อเชิ้ตตัวละร้อย เข็มขัดเส้นละเจ็ดสิบไม่คิดว่ามันดูกระจอกไปสำหรับคนทำงานออฟฟิศอย่างเรา ๆ หรือไง ขนาดของที่ขายในโลตัสบิ๊กซี ยังดูดีกว่านี้เลย”

            “...”

            อานุภาพเงียบกริบ อารมณ์ของเขากำลังเดือดปุด ๆ แต่ก็ต้องอดกลั้นไว้รอให้ศุภกิจเป็๲ผู้พูดต่อไป

            “ความรวยความจนมันก็แค่สิ่งนอกกายครับหัวหน้าคุณค่าของคนไม่ได้วัดกันที่วัตถุภายนอก ในฐานะที่ผมอายุเท่าคุณถึงแม้จะมีตำแหน่งต่ำกว่า แต่ผมก็อยากจะพูดไว้สักหน่อย อย่าหาว่าผมสอนเลยนะผมเคยเจอมานักต่อนักแล้วไอ้คนประเภทคุณเนี่ยผมไม่ได้กำลังปกป้องไอ้อุ้มเพราะมันเป็๞ลูกน้อง ถ้าพูดว่าเป็๞ลูกน้องมันก็เป็๞ลูกน้องของคุณเหมือนกัน แต่ผมกำลังปกป้องในฐานะมนุษย์คนหนึ่งถ้าคุณไม่พอใจเ๹ื่๪๫ที่มันใช้ของปลอม ผมนี่แหละครับที่เป็๞คนแนะมันมันไม่ได้อยากใช้หรอก... และแน่นอนว่าตัวผมเองก็ใช้... ของปลอม”ศุภกิจชี้มาที่เข็มขัดกับรองเท้า “แล้วมันเป็๞อย่างไรเล่า ?”

            อานุภาพมองเห็นเส้นเ๣ื๵๪บนขมับของผู้จัดการฝ่ายกำลังปูดโปน

            กลายเป็๞พนักงานชายของฝ่ายออกแบบผลิตภัณฑ์สามคนกำลังใช้เวลาโดยสูญเปล่าไปกับการถกเถียงเ๹ื่๪๫หยุมหยิมซึ่งไม่เกี่ยวกับการทำงานดูไปก็ไร้สาระ... ไร้สาระเอามาก ๆ

            เขาตัดสินใจเดินกลับมายังโต๊ะทำงาน ในขณะที่ศุภกิจเองก็เหมือนกัน

            วันนี้เป็๞วันที่อานุภาพรู้สึกแย่ที่สุดและอยากกลับบ้านไปเปลี่ยนไอ้เสื้อเชิ้ตกับกระเป๋าแบรนด์เนมปลอมนี่ออกจากตัวของเขาโดยเร็วที่สุด!