หนึ่งสัปดาห์ผ่านไปชายหนุ่มมาทำงานอย่างอารมณ์ดีเป็พิเศษ
วันนี้เขาตั้งใจมาแต่เช้า
ใส่เสื้อเชิ้ตตัวใหม่ที่เพิ่งได้รับทางพัสดุไปรษณีย์แล้วยังสะพายกระเป๋าสะพายข้างใบใหม่ซึ่งทางร้านเพิ่งส่งมาให้เมื่อสองวันก่อน สด ๆร้อน ๆ อีกด้วย
“เชรด ไอ้อุ้ม กระเป๋าสวยว่ะ ให้ตาย นี่ไอ้อุ้มตัวจริงเปล่าเนี่ย”
ศุภกิจทักเขาทันทีที่มาถึง ซึ่งแน่นอนว่าอานุภาพยิ้มอย่างผู้มีชัย
“ผมนี่แหละครับพี่กบ ผมเอง”
ชายหนุ่มตอบ
“ไอ้อุ้มแก... วันนี้ดูไฮโซสาด ฮ่า ๆๆ”ศุภกิจดูจะชอบกระเป๋าสะพายของเขาเอามาก ๆ ถึงขนาดเข้ามาดูแล้วดูอีก “เห็นไหมล่ะฉันบอกแล้ว”
“อุ้มวันนี้ดูดีนะเพื่อน เอ๊ะ แล้วนั่นเสื้อใหม่ใช่เปล่า สวย ๆครับเพื่อน”
พิชิตเข้ามาเสริมอีกคน
อานุภาพรู้สึกว่าตัวเขาเหมือนจะลอยละล่องเขาไม่เคยได้รับคำชมจากเพื่อนร่วมงานแบบนี้มาก่อนในเื่ลักษณะนี้ไม่น่าเชื่อว่ากะอีแค่ของแบรนด์เนมมันจะทำให้คน ๆหนึ่งเป็ที่ยอมรับนับหน้าถือตามากขนาดนี้
หึ... ไม่น่าล่ะไม่น่า... ทำไมสาว ๆในฝ่ายถึงได้หลงใหลได้ปลื้มกับผู้จัดการฝ่ายคนนั้นนักหนาเขาเพิ่งเข้าใจแจ่มแจ้งก็วันนี้
เดิมทีเขาไม่คิดสนใจอะไรแบบนี้อยู่แล้วถ้าหากว่าศุภกิจไม่เข้ามาพูดแนะนำล่ะก็ วันนี้แหละ คุณอิทธิพงษ์ก็อิทธิพงษ์เถอะ
‘ไอ้ผู้ชายขี้เต๊ะแบบนั้นมาเห็นกูในลุคใหม่แล้วจะว่าอย่างไร กูล่ะอยากเห็นหน้ามันจริงๆ !’
เรียกว่าเป็โอกาสอันดีหรือเปล่าที่จะได้เหยียบหน้าอิทธิพงษ์ให้จมดินเมื่ออานุภาพมีความจำเป็ต้องเอาแฟ้มรายงานไปส่งที่โต๊ะของผู้จัดการฝ่าย
บรรยากาศในการทำงานเป็ไปอย่างเรียบร้อยเงียบเชียบ
แต่ละคนต่างตั้งใจทำงานในส่วนของตนอย่างดี มีบ้างที่ปรึกษาหารือแต่ก็อยู่ในความเงียบที่มิได้ทำให้ผู้ร่วมงานคนอื่นเสียสมาธิหรือละเมิดความเป็ส่วนตัว
ชายหนุ่มลุกขึ้นยืนเต็มความสูงก้าวเดินอย่างมั่นใจไปยังโต๊ะของผู้จัดการฝ่ายซึ่งอยู่ติดริมหน้าต่าง
ไม่น่าเชื่อว่าเพียงแค่ลองสวมเสื้อผ้าแบรนด์เนม ซึ่งถึงจะเป็ของปลอมก็ทำให้เขารู้สึกเหมือนตนเอง ‘เหนือขึ้น’ ได้ขนาดนี้ต้องขอบคุณศุภกิจจริง ๆ
ชายหนุ่มคิด
ร่างสูงเดินมาหยุดอยู่ที่หน้าโต๊ะทำงานของอิทธิพงษ์พร้อมกับแฟ้มเอกสารเล่มหนาในมือ
“ผู้จัดการฝ่ายครับ” เขาเรียก “นี่คืองานที่ผมทำเสร็จแล้วเชิญตรวจดูได้เลยครับ”
อิทธิพงษ์ละสายตาจากหน้าจอโน้ตบุ๊คแล้วเหลือบมามองทางเขา
อานุภาพเห็นดวงตาภายใต้กรอบแว่นสีดำนั้นหรี่ลงเล็กน้อย ดูเหมือนอีกฝ่ายจะกำลังมองเสื้อเชิ้ตตัวใหม่ซึ่งเขาใส่อยู่อ้อ... รวมทั้งมองผ่านไปยังกระเป๋าสะพายใบใหม่ซึ่งเขาเจตนาตั้งหราไว้บนโต๊ะทำงานนั่นด้วย
“น้องอุ้ม”
ผู้ฟังกลืนน้ำลายเอื๊อกเมื่อถูกเรียกชื่อด้วยโทนเสียงต่ำผู้พูดยังคงพูดต่อไป
“มีใครเคยบอกหรือเปล่าว่าอย่าใช้ของปลอม”
เพล้ง !
อานุภาพรู้สึกเหมือนหน้าของตนแตกละเอียดกลายเป็ผุยผงเมื่อถูกพูดออกมาอย่างชัดเจนว่า ‘ใช้ของปลอม’
อิทธิพงษ์พูดด้วยเสียงที่ไม่เบาเลยเพราะฉะนั้นคนในออฟฟิศซึ่งนั่งอยู่ตรงนี้ย่อมได้ยิน
ขาทั้งสองแข็งค้างอยู่กับที่ในตอนนี้ชายหนุ่มไม่สามารถขยับเขยื้อนปลายเท้าไปไหนได้แม้แต่มิลลิเซนเดียวเขารู้สึกเหมือนถูกฉีกหน้ากระจายภาพที่อุตส่าห์วาดหวังไว้ดิบดีกลับถูกทำลายด้วยคำว่า ‘อย่าใช้ของปลอม’
หากเป็คนกันเองคงไม่เท่าไหร่แต่สำหรับเขาที่มีปมเื่ความจนอยู่แล้ว การถูกพูดใส่หน้าแบบนี้ต่อหน้าธารกำนัลยิ่งสร้างความอับอายมากเข้าไปอีก
กลายเป็เหมือนเขาเป็คางคกอยากขึ้นวอ ใช้ของไม่สมกับตัวไปแล้วเมื่ออิทธิพงษ์พูดประโยคต่อไป
“ถ้าไม่มีเงินซื้อเสื้อผ้าแบรนด์เนมไฮเอนด์ ทำไมไม่ลองมองแบรนด์ล่าง ๆที่ไม่ใช่ของก๊อปมาใช้ ฉันคิดว่าใส่แบบนั้นยังน่าภูมิใจกว่าใส่ของปลอมแล้วเดินชูคอเหมือนตัวเองใส่ของจริงกว่าเยอะนะ”
“!!!”
“อย่างกระเป๋าก็เหมือนกัน ถ้าไฮเอนด์ของจริงมันราคาสามหมื่นทำไมเธอไม่ลองใช้แบรนด์ไฮสตรีทรองลงมาที่ราคาสักสามพันห้าพันดู”
บอกตามตรงว่าเขาไม่เข้าใจทั้งไฮเอนด์ ไฮสตรีท มันคืออะไร ?
คนตรงหน้ากำลังพูดเื่ที่มีแต่คนในแวดวงชั้นสูงไฮโซเท่านั้นถึงรู้ไอ้คนจน ๆ ธรรมดา ๆ อย่างเขาไม่รู้เื่พวกนี้หรอกโว้ย !
“แล้วเื่นี้กับเื่งาน มันเกี่ยวกันตรงไหนไม่ทราบครับ”
น้ำเสียงของเขาที่พูดอกไป แสดงความคุกรุ่นหน่อย ๆตามอารมณ์ที่เริ่มถูกชักใบให้เรือเสีย
“ก็ไม่เกี่ยวกันหรอก เพียงแต่ฉันสังเกตเธอหลายทีแล้วบางครั้งภาพลักษณ์มันก็เป็เื่สำคัญที่จะทำให้คน ๆนั้นมีความน่าเชื่อถือหรือไม่ด้วยนะ”
“แต่นี่มันเื่ส่วนตัวผม”
“เื่ส่วนตัวเหรอ ? เธอหัดหันไปดูคนอื่น ๆ บ้างว่าเขาเป็อย่างไรแล้วเธอเป็อย่างไร ! ที่จริงฉันก็ไม่อยากจะพูดหรอกนะเห็นว่าเพิ่งเข้ามาใหม่ก็เลยปล่อยผ่านไปตั้งหนึ่งปีแต่เธอก็ดูเหมือนจะไม่มีการพัฒนาใด ๆ เลย”
อานุภาพกัดฟันกรอด
“คุณจะมาเข้าใจอะไรกับความจน”
เขาพูดลอดไรฟัน จ้องมองใบหน้าอันสวยงามของผู้จัดการฝ่ายโดยไม่หลบสายตา
“ดูก็รู้ว่าคุณเป็คนที่มีฐานะทางบ้านดีอยู่แล้วเพราะฉะนั้นถึงมาทำงานเป็มนุษย์เงินเดือนก็ไม่ต้องคิดอะไร แต่ผมมันคนปากกัดตีนถีบมันไม่เหมือนกันหรอกนะ !”
เขารู้ตัวว่าเขาแสดงความก้าวร้าวต่อเ้านายซึ่งอายุมากกว่าหลายปีไปเสียแล้วหึ แต่มันก็กู้คืนกลับมาไม่ได้แล้วนี่หว่า ในเมื่อฝ่ายนั้นอยากพูดจาไม่ดีก่อน
“คุณอานุภาพ !”
ฝ่ายนั้นขึ้นเสียงบ้าง พลางลุกพรวดขึ้นจากที่นั่ง
กลายเป็ตอนนี้พวกเขากำลังยืนประจันหน้ากันอย่างไม่ลดละศุภกิจเห็นท่าไม่ดีเลยเข้ามาแทรก
“มีอะไรกันครับหัวหน้า ใจเย็น ๆ ก่อน ค่อย ๆ พูดค่อย ๆ จาก็ได้”
“...ไม่ใช่เื่ของคุณ”
อิทธิพงษ์ตอบ
“อ้าว เสียอย่างนั้นน่ะ ถ้าลูกน้องผมทำอะไรไม่ถูกใจก็ขอโทษด้วยไอ้อุ้มมันก็เอ๋อ ๆ เป๋อ ๆ แบบนี้แหละ อย่าไปถือสา...”
“ไม่ใช่เื่นั้น”
ชายหนุ่มผู้สวมแว่นตากรอบดำเอ่ยเสียงเรียบ
“คุณควรจะบอกลูกน้องคุณหน่อยนะ เื่เสื้อผ้าหน้าผมเนี่ยให้มันเหมาะสมกับคนทำงานอยู่บริษัทใหญ่อย่างเรา ๆ หน่อย นี่เป็บริษัทซอฟต์แวร์นะมันก็ควรจะดูมีภูมิมากกว่านี้สิ ไม่ใช่ว่าหยิบอะไรมาใส่ก็ได้”
ศุภกิจถอนหายใจ มองไปที่อานุภาพอย่างเห็นใจ
“ผมว่าหัวหน้าพูดเกินไปหน่อยนาไอ้อุ้มมันก็แต่งตัวเรียบร้อยเหมาะสมดีแล้ว เมื่อวันก่อนผมยังชมมันอยู่เลยเพียงแต่มันอาจไม่ใช่พวกแบรนด์เนมบ้าบออะไรพวกนั้นก็แค่นั้นเอง”
“ถึงอย่างนั้นก็เถอะ เสื้อเชิ้ตตัวละร้อย เข็มขัดเส้นละเจ็ดสิบไม่คิดว่ามันดูกระจอกไปสำหรับคนทำงานออฟฟิศอย่างเรา ๆ หรือไง ขนาดของที่ขายในโลตัสบิ๊กซี ยังดูดีกว่านี้เลย”
“...”
อานุภาพเงียบกริบ อารมณ์ของเขากำลังเดือดปุด ๆ แต่ก็ต้องอดกลั้นไว้รอให้ศุภกิจเป็ผู้พูดต่อไป
“ความรวยความจนมันก็แค่สิ่งนอกกายครับหัวหน้าคุณค่าของคนไม่ได้วัดกันที่วัตถุภายนอก ในฐานะที่ผมอายุเท่าคุณถึงแม้จะมีตำแหน่งต่ำกว่า แต่ผมก็อยากจะพูดไว้สักหน่อย อย่าหาว่าผมสอนเลยนะผมเคยเจอมานักต่อนักแล้วไอ้คนประเภทคุณเนี่ยผมไม่ได้กำลังปกป้องไอ้อุ้มเพราะมันเป็ลูกน้อง ถ้าพูดว่าเป็ลูกน้องมันก็เป็ลูกน้องของคุณเหมือนกัน แต่ผมกำลังปกป้องในฐานะมนุษย์คนหนึ่งถ้าคุณไม่พอใจเื่ที่มันใช้ของปลอม ผมนี่แหละครับที่เป็คนแนะมันมันไม่ได้อยากใช้หรอก... และแน่นอนว่าตัวผมเองก็ใช้... ของปลอม”ศุภกิจชี้มาที่เข็มขัดกับรองเท้า “แล้วมันเป็อย่างไรเล่า ?”
อานุภาพมองเห็นเส้นเืบนขมับของผู้จัดการฝ่ายกำลังปูดโปน
กลายเป็พนักงานชายของฝ่ายออกแบบผลิตภัณฑ์สามคนกำลังใช้เวลาโดยสูญเปล่าไปกับการถกเถียงเื่หยุมหยิมซึ่งไม่เกี่ยวกับการทำงานดูไปก็ไร้สาระ... ไร้สาระเอามาก ๆ
เขาตัดสินใจเดินกลับมายังโต๊ะทำงาน ในขณะที่ศุภกิจเองก็เหมือนกัน
วันนี้เป็วันที่อานุภาพรู้สึกแย่ที่สุดและอยากกลับบ้านไปเปลี่ยนไอ้เสื้อเชิ้ตกับกระเป๋าแบรนด์เนมปลอมนี่ออกจากตัวของเขาโดยเร็วที่สุด!