ตอนที่ 6 จะทำอะไรข้าได้ (2)
ใบหน้างามของกู้ิจวินเข้มขึ้นเล็กน้อย “เ้าคิดว่าตัวเองเป็ใครกัน บังอาจมาสั่งสอนข้า!”
“บ่าวไม่ได้สั่งสอนคุณหนูสาม บ่าวเพียงเตือนคุณหนูสามด้วยความหวังดีเท่านั้นเองเ้าค่ะ” เจียงเย่ว์เหยาเอ่ยขึ้นอย่างนอบน้อม
กู้อวิ๋นหวงมองพวกนางสองคนถกเถียงกันอยู่เงียบๆ ทว่าในสมองยังคงครุ่นคิดถึงเื่ที่กู้ิจวินซึ่งคลุ้มคลั่งจนนำสุราพิษไปลอบทำร้ายท่านแม่ในชาติที่แล้ว ไม่ว่านางจะถูกผู้ใดยั่วยุปลุกปั่นหรือไม่ นางก็ได้ทำให้ท่านแม่ตาย นางย่อมต้องชดใช้ให้กับเื่นี้!
ชดใช้ด้วยอะไรดีเล่า
สายตาของนางกวาดมองไปมาระหว่างกู้ิจวินและเจียงเย่ว์เหยา มุมปากลอบยกขึ้นอย่างไม่ให้ใครสังเกตเห็นได้ ‘เช่นนั้นเริ่มจากสุนัขกัดกันก็แล้วกัน’
“เป็นางที่พูดว่าเ้ากับท่านพ่อหน้าตาคล้ายกันที่เรือนเล่อโซ่ว ตอนนั้นข้าแปลกใจจึงได้เอ่ยไปสามประโยคเท่านั้น” กู้ิจวินทั้งโกรธทั้งเสียหน้า นางยกมือชี้ไปทางกู้อวิ๋นหวง แล้วโพล่งขึ้นอย่างโมโหว่า “พี่หญิงจะตักเตือน ก็ต้องตักเตือนนางถึงจะถูก จะมาตักเตือนข้าเพื่ออะไรกัน!”
“น้องหญิงสาม!” เมื่อเห็นสีหน้าเคร่งขรึมลงของกู้อวิ๋นหวง กู้ิจูรีบชักมือกลับ
“ข้ารู้แล้ว พวกท่านเป็พวกเดียวกัน พวกท่านวางแผนกันมารังแกข้า!” กู้ิจวินถลึงตารื้อแดงใส่กู้ิจู แล้วรีบยกชายกระโปรงเดินจากไปอย่างโมโห
“หยุดก่อน” กู้อวิ๋นหวงกลืนขนมเม็ดบัวในปากลงไป แล้วหยิบกล่องอาหารไปวางบนโต๊ะข้างๆ ก่อนปัดเศษขนมบนนิ้วมือทิ้งไป แล้วเงยหน้ามองไปที่นาง “เ้าโง่เขลาเสียจนฟังลมเป็ฝนเองนะ ก่อเื่ไว้แล้วคิดจะไปก็ไปกระนั้นหรือ”
“ข้าอยากจะไปก็ไป!” กู้ิจวินยืนอยู่หน้าพุ่มดอกไม้ในลานเรือน แล้วหันกลับมามองนางด้วยสีหน้าไม่สบอารมณ์ “ท่านจะทำอะไรข้าได้”
กู้อวิ๋นหวงหัวเราะเบาๆ “แน่นอนข้าทำอะไรเ้าไม่ได้อยู่แล้ว เพียงแต่ว่าน้องหญิงสามเติบโตอยู่ที่เมืองหลวงมาั้แ่เล็ก แต่กลับไม่เข้าใจลำดับศักดิ์ที่ต่างกันของบุตรสาวสายตรงและบุตรสาวอนุ เย่ว์เหยา ท่านพ่อของเ้าเป็อาจารย์สอนหนังสือ เห็นทีว่ากฎเกณฑ์เหล่านี้เ้าคงจะเข้าใจดีเป็ที่สุด เช่นนั้นเ้าก็ช่วยสั่งสอนนางให้ดีแทนข้าสักหน่อย ในภายภาคหน้านางจะได้ไม่ไปก่อเื่ข้างนอก ให้คนเขาพูดกันได้ว่าจวนอัครเสนาบดีของเราไม่มีกฎมีเกณฑ์”
“สอนข้าหรือ ข้าจะยืนอยู่ที่นี่ไม่ไปไหน เ้ากล้าแตะข้าแม้แต่นิ้วเดียวก็ลองดูสิ” กู้ิจวินเอ่ยขึ้นอย่างเหยียดหยาม
กู้อวิ๋นหวงมองไปทางเจียงเย่ว์เหยา นางก้มศีรษะ ยืนนิ่งราวกับท่อนไม้อยู่ที่ปากประตู กู้อวิ๋นหวงหัวเราะเบาๆ อีกครั้ง
เดิมทีกู้ิจูคิดจะเข้าไปเตือน แต่หลังจากได้ยินกู้อวิ๋นหวงพูดถึงลำดับศักดิ์ที่ต่างกันของบุตรสาวสายตรงและบุตรสาวอนุ จึงถอยออกไปสองสามก้าวอย่างเงียบๆ กู้อวิ๋นหวงกลับเมืองหลวงครึ่งปี นิสัยมุทะลุทั้งยังดื้อรั้น นอกจากท่านพ่อและท่านย่าที่ว่ากล่าวตักเตือนอยู่ซ้ำแล้วซ้ำเล่า แต่ไหนแต่ไรไม่เคยเห็นพวกนางอยู่ในสายตา จู่ๆ ตอนนี้กลับมาวางท่าว่าเป็บุตรสาวสายตรง...กู้ิจูมองไปทางเจียงเย่ว์เหยา ั์ตาพลันเปล่งประกายวาบวับราวกับมีความคิดบางอย่าง
“พี่หญิง ที่นี่ไม่ใช่เจียงหนาน แต่เป็จวนอัครเสนาบดี” กู้ิจวินมองเจียงเย่ว์เหยาแวบหนึ่ง ก่อนจะเอ่ยขึ้นอย่างได้ใจ “ที่นี่น่ะ ไม่สนเื่ลำดับศักดิ์ของบุตรสาวสายตรงกับบุตรสาวอนุอะไรนั่นหรอก สนแต่ว่าใครเป็ที่โปรดปรานกว่ากันมากกว่า ท่านดูสิบ่าวชั้นต่ำนี่เพิ่งจะเข้ามาที่จวนอัครเสนาบดีเมื่อวานก็เข้าใจสถานการณ์ทั้งหมดแล้ว อย่างไรเสียพี่หญิงก็กลับมากว่าครึ่งปี เหตุใดจึงยังไม่เข้าใจฐานะของตัวเองอีกเล่า จริงสิ หากว่าพี่หญิงมองออกละก็ พี่หญิงจะให้นางเข้ามาปรนนิบัติดูแลที่เรือนชิงจื่อได้อย่างไรกันเล่า”
บุตรสาวสายตรงแล้วอย่างไร ในอนาคตจวนอัครเสนาบดีนี่ก็ต้องให้น้องฮั่นเป็ผู้สืบทอด ถึงนางจะเป็บุตรสาวสายตรงก็ยังต้องอาศัยน้องฮั่นจึงจะสามารถดำรงเกียรติศักดิ์ศรีและความมั่งคั่งต่อไปได้!
“เป็เช่นนี้เองหรือ ดูแล้วคนที่โง่เขลาคงเป็ข้าเอง ไม่ใช่เ้า” ทันใดนั้นกู้อวิ๋นหวงก็พยักหน้าแล้วเดินลงจากบันไดเข้าไปในลานเรือน นางเด็ดดอกไม้ที่ผลิบานอย่างดีที่สุดในพุ่มไม้ด้านหน้าออกมาสองสามดอกขึ้นมาดม ก่อนจะโยนทิ้งลงบนพื้น แล้วใช้เท้าเหยียบย่ำลงไป จากนั้นค่อยๆ เอ่ยขึ้นว่า “บูชาคนสูงศักดิ์เหยียบย่ำคนต้อยต่ำ กระทั่งเ้านายยังไม่รู้จักปกป้อง เรือนชิงจื่อของข้า จวนอัครเสนาบดีของข้าไม่้าคนเช่นนี้ ชิงอวี้ ส่งนางไปให้หนิวหมอมอ หลังจากเื่ราวทั้งหมดชัดเจนแล้ว ก็ขายนางออกไปเสีย”