ไม่นานนัก เซียวเฉิน และติงลี่ ต่างก็เดินกลับมาถึงห้องทำงานที่แผนกรักษาความปลอดภัย หลังจากที่เสร็จสิ้นภาระกิจอันน่าตื่นเต้น
“พี่เฉิน เมื่อกี้ คุณพูดจริงๆหรอ?”
“แน่นอนอยู่แล้ว ทีหลังก็ไม่ต้องไปกลัวพวกมันแล้วนะ ถ้าใครมารังแกอีก ก็มาบอกฉันได้เลย”
“อืม!” ติงลี่ พยักหน้า แล้วก็พูดอย่างตั้งใจ ว่า “พี่เฉิน ั้แ่นี้ไปคุณคือลูกพี่ของผม!”
“ฮ่าๆ ถ้างั้นนายจะบอกกับเ้าพ่อเซี่ยงไฮ้ว่ายังไงล่ะเนี่ย?” เซียวเฉินเล่นมุขอย่างขบขัน
ติ่งลี่ หัวเราะลั่น พลางส่ายหัว “เ้าพ่อเซี่ยงไฮ้ อะไรผมไม่รู้จักหรอก ต่อไปนี้ผมรู้จักแต่ พี่เฉิน!”
“ดี ตราบใดที่ฉันยังอยู่ที่หลงไห่ ฉันจะคุ้มครองนายเอง!” เซียวเฉินพูดพลางตบไปที่บ่าของ ติงลี่
“แต่ยังไงก็ตามนายก็ยังดูไม่เข้มแข็งเท่าไหร่ ถ้ามีเวลาเราต้องมาฝึกฝนกันบ้าง!”
ได้ฟังอย่างนั้นแล้วติงลี่ก็รู้สึกอับอาย “พ่อของผมบอกว่าผมขี้ขลาดั้แ่เด็กแล้ว…..เอ่อ พี่เฉิน สักวันหนึ่งผมจะกล้าหาญขึ้นได้ใช่ไหม?”
“ฮ่าๆ ปัญหาของนายฉันแก้ไม่ได้หรอก แต่ถ้าอยากจะกล้าหาญขึ้นละก็ มันยังมีวิธี………..” เซียวเฉิน พูดแบบขำๆ
“ถ้าอย่างนั้นต่อไปฝาก พี่เฉิน ชี้แนะด้วย ถ้าพี่บอกให้ผมทำอะไรผมก็จะทำทันที!”
“เอาล่ะๆ แต่ก่อนอื่น ห้องทำงานฉันอยู่ที่ไหน?”
เมื่อได้ฟังแล้ว ติงลี่ ก็มีท่าทีแปลกๆ พร้อมกับชี้ไปที่ประตูบานหนึ่ง“ที่นั่น…”
ด้าน เซียวเฉิน ไม่ได้สังเกตสีหน้าของ ติงลี่ ทันใดนั้นเขาก็รีบเปิดประตูเข้าไป ใบหน้าก็พลันเปลี่ยนสีทันที “นี่เนี่ยนะ ห้องทำงานฉัน?”
สายตากวาดมองไปทั่วห้อง มีโต๊ะทำงานที่วางอยู่อย่างไม่เป็ที่ทาง พร้อมกับชั้นวางของสีเทา……ส่วนบนพื้นนั้น สกปรกซกมก แถมยังมีขวดเหล้า และก็ฝาขวดเต็มไปหมด ยังไม่พอ ยังมีรองเท้าเน่าๆอีก สาม สี่ คู่วางไว้ตรงประตูทางเข้า แถมกลิ่นนั้นสุดจะบรรยาย…….
“เฮ้ยๆ เนี่ยเหรอห้องทำงานของฝ่ายรักษาความปลอดภัย หัวหน้าหลิว บอกให้ฉันทำงานที่นี่เหรอ……”
ติงลี่ ถอนหายใจ จนยิ่งทำให้ เซียวเฉิน ยิ่งมีน้ำโหใหญ่ “ทำไม เขายังพูดอะไรอีกหรอ?”
“ขะๆๆ เขาพูดว่า ถึงคุณจะมาแล้ว แต่อยู่ไม่ถึง 10 นาทีก็เข้าโรงพยาบาลอยู่ดี ห้องทำงานไม่จำเป็……”เมื่อ ติงลี่ เอ่ยจบ ก็เห็นใบหน้าของ เซียวเฉิน ที่ยิ่งโมโหขึ้นไปอีก เลยรีบตัดบทว่า “พี่เฉินๆ ไม่ต้องห่วงนะ เดี๋ยวผมจะรีบจัดการทำความสะอาดให้เดี๋ยวนี้!”
“ไม่ต้องลำบากหรอก แล้วห้องทำงาน หลิวต้าขุย อยู่ที่ไหนหรอ?” ขณะนี้อารมณ์ของ เซียวเฉิน ลดลงบ้างแล้ว ไอ้หลิวต้าขุย! แกชอบกลั่นแกล้งคนอื่นนักใช่ไหม?
“ห้องนี้เหรอ!”
เมื่อเซียวเฉินมาถึง ก็หยุดที่หน้าห้อง แล้วเปิดประตูเข้าไปในห้องทำงานของ หลิวต้าขุย จากนั้นก็มองไปรอบๆ แล้วพูดอย่างจริงจังว่า “ต่อจากนี้ไป ห้องนี้เป็ห้องทำงานของฉัน!”
“เอ่อ?” ติงลี่ แข้งขาสั่นทันทีเมื่อได้ยินว่าเซียวเฉินจะยึดห้องทำงานของ หัวหน้าหลิว? ถ้าเขากลับมาล่ะก็ ต้องวุ่นวายเป็แน่ ขณะนี้ ติงลี่ กำเริบอาการปอดแหกอีกแล้ว
ทันใดนั้น หลิวต้าขุยก็กลับมาพร้อมกับลูกน้องของเขา
“หัวหน้าหลิว….. กลับ.. กลับมาแล้ว!” ติงลี่ ใอย่างแรง
“หืม!” หลิวต้าขุย กลับมาพร้อมอุทานคำโต “เซียวเฉินอยู่ที่ไหน?”
“หัวหน้าหลิวหาผมเหรอครับ?” ทว่าไม่ต้องรอให้ ติงลี่ เอ่ยปาก เสียงของ เซียวเฉิน ดังออกมาจากด้านในห้องทำงาน
ด้านหลิวต้าขุย งุนงง เมื่อเดินเข้าไป ก็เห็นว่า เซียวเฉินนั่งอยู่บนเก้าอี้ตรงโต๊ะทำงานของเขา จึงทำตาถลนใส่ในฉับพลัน
“ทำไมนายมาอยู่ในห้องของฉัน?”
“หัวหน้าหลิว ห้องทำงานห้องนี้ผมขอยึดคืนแล้วกัน…….ตอนนี้ก็รีบหน่อยนะ เก็บของ ของคุณออกไปได้แล้ว”
“อะไรนะ? ขอยึดคืน?!” หลิวต้าขุย โมโหใหญ่ “นี่มันห้องทำงานของฉัน ห้องนายอยู่ที่……..”
“อยู่ข้างๆ ห้องเก็บของใช่ไหมล่ะ?” เซียวเฉิน พูดพลางยิ้มเย้ย “นั่นเป็ห้องที่ ซู่ฉิง จัดให้ หรือว่า ไท้หลาน จัดให้กันล่ะ ถ้าผมรายงานพวกเขาแล้วจะเป็ยังไงนะ?”
เมื่อ หลิวต้าขุย ได้ยินดังนั้น สีหน้าก็เปลี่ยนทันที “ถ้านายเอาห้องฉันไปใช้ แล้วฉันจะไปอยู่ห้องไหนล่ะ?”
“ห้องเก็บของนั่นไง คุณเข้าไปเก็บกวาดซะก็ใช้ได้แล้วนี่?” เซียวเฉิน พูดแบบลอยๆ
“แก……”
“ทำไมล่ะ…หรือว่า หัวหน้าหลิว มีความคิดเห็นยังไง? คุณจะไปฟ้อง ซู่ฉิง หรือว่าคุณจะลองคุยกับไอ้นี่?” หลังจากที่พูดจบ เซียวเฉินก็ชูกำปั้นขึ้นมาขู่ พอ หลิวต้าขุย เห็นกำปั้นของ เซียวเฉิน ภาพที่โดนอัดปางตายก็โผล่เข้ามา!
ย้อนคิดถึงอดีต หลิวต้าขุย ั้แ่ได้เข้ามารับงานหัวหน้า ก็ไม่เคยมีใครกล้า ขัดคำสั่งเลยซักคน แต่ว่าตอนนี้ กลับโดนดูถูก แถมยังโดนยึดห้องทำงานไปอีก จะมีอะไรที่น่าโกรธแค้นไปมากกว่านี้!
ทว่าตอนนี้มันเกิดขึ้นแล้ว และเขาก็ไม่มีปัญญาที่จะแก้ไขเื่นี้ได้ สู้ก็ไม่ชนะ แม้แต่ท่านประธาน และไท้หลานก็ยังเข้าข้าง เซียวเฉิน แบบนี้ยิ่งกว่าตายทั้งเป็แล้ว!
“ดี….ได้เลย….เซียวเฉิน นาย้าที่จะต่อต้านฉันใช่ไหม?” หลิวต้าขุย จ้องมอง เซียวเฉิน ด้วยความโกรธแค้น แล้วกัดฟันพูดออกมา
“ถ้าผมไม่ต่อต้านคุณ คุณก็ไม่ต่อต้านผมด้วยรึเปล่า?” เซียวเฉินถามคำถามกลับ
“………….”
“เอาล่ะผมให้คุณห้านาที คุณต้องเก็บของของคุณออกไปให้หมด…….ไม่งั้น ผมจะเอามันทิ้งถังขยะแทน!” เซียวเฉินพูดอย่างไม่เกรงใจ
ด้านหลิวต้าขุย อับอายขายหน้า ที่ไม่สามารถท้าทาย เซียวเฉิน ได้สำเร็จ “พวกแก มาช่วยฉันย้ายของออกไปที!”
“ครับผม”ต่อมาเหล่าลูกน้องทั้งหลาย ก็มาช่วยกันขนย้ายของ
หลิวต้าขุยมองดูของที่ค่อยๆทยอยย้ายออกไปทีละเล็กละน้อย สีหน้าของเขายิ่งดูแย่ลงเรื่อยๆ ทุกครั้งที่ขนของออกไป ใบหน้าของเขายิ่งยับยู้ยี่ หูอื้อ ด้านชา เขาไม่อาจซ่อนอาการทางสีหน้าได้เลย
ทางด้าน เซียวเฉิน เขาทุบๆต้นขา แล้วนั่งลงบนเก้าอี้ทำงานตัวเดิมของ หลิวต้าขุย พร้อมกับมองดูพวกเขาที่กำลังทำหน้าอย่างกับหมดอาลัยตายอยาก ในใจก็นึกสะใจเป็บ้า! ดูๆแล้วเกินบรรยายเลย เ้าพวกนี้ทำหน้าบูดบึ้งจนจมูกพับ ไม่เจ็บไปหมดแล้วหรือไง?
ไม่กี่นาทีต่อมา หลิวต้าขุย ก็เก็บกวาดของของตัวเองเสร็จเรียบร้อย
ยังไม่ทันให้พวกเขาได้หยุดพัก เซียวเฉินก็พูดขึ้นมา “ติงลี่ นายเห็นไหมว่า พอเอาของของหัวหน้าหลิวออกไปหมดแล้ว ทำให้อากาศในห้องนี้สดชื่นขึ้นทันที ห้องนี้ดูน่าอยู่ขึ้นอีกเป็กอง……!
ติงลี่ ไม่กล้าที่จะพูดอะไรออกไป เพียงแต่ทำปากมุมมิบอยู่อย่างนั้น
“แก…….” หลิวต้าขุย โมโหเป็อย่างมาก แบบนี้มันแกล้งกันมากเกินไปแล้ว
“หลิวต้าขุย อย่ามัวแต่ขวางประตู ชักช้าอยู่ได้ ไปได้แล้ว ฉันไม่ส่งนะ!”
“หนอย!…” หลิวต้าขุย ถอนหายใจแรงแล้วก็ออกจากประตูไป
ติงลี่ มองจนเงาของ หลิวต้าขุย หายไป แล้วพูดออกมาอย่างกังวล “พี่เฉิน คุณทำให้ หัวหน้าหลิวต้องอับอาย ระวังโดนเขาแก้แค้นนะ”
“แก้แค้น? อ่อ! ถ้าหากเขาไม่อยากหน้าแตกอีก ก็ให้มาแก้แค้นดูสิ!”เซียวเฉิน หัวเราะร่า หลิวต้าขุย ไม่ได้อยู่ในสายตาเขาั้แ่แรกด้วยซ้ำ แม้แต่ตอนนี้เขาก็เป็ได้แค่ตัวตลกเท่านั้น!
“ผมเคยได้ยินมาว่า หัวหน้าหลิว ซี้กับพวกนักเลงแถวนี้….”
“เอาน่า ไม่ต้องกังวลไปหรอก มาเถอะ ช่วยผมจัดของที”
“อ่าๆ ครับๆ”
ทางนี้ก็วุ่นอยู่กับการจัดห้องทำงาน ส่วนด้าน หลัวต้าขุย ก็ยุ่งกับการเก็บกวาดทำความสะอาดห้องเก็บของ ขนาดลูกน้องห้าถึงหกคน ก็ยังต้องใช้เวลาเก็บกวาดมากกว่าครึ่งชั่วโมงเลยทีเดียว ไหนจะทำความสะอาด ไหนจะจัดการตกแต่งอย่างง่ายๆ ซึ่งเมื่อเสร็จสิ้น หลิวต้าขุย ก็ย้ายเข้าไปได้ในที่สุด
“พี่หลิว เ้าหนุ่มนั้นชักจะเอาใหญ่แล้ว เราจะทนให้มันหยามเหรอ?”
“ทนหรอ?” หลิวต้าขุย เผยหน้าตาเ้าเล่ห์ “ไม่ช้าก็เร็วฉันต้องเอาคืนแน่!”
“พี่หลิว ผมได้ยิน น้องหลี่ พูดว่าเมื่อวานนี้ เหรินคุน มาที่บริษัท แถมยังมีเื่กับ เซียวเฉิน อีก….” ทันใดนั้นก็มีชายหนุ่มเข้ามาข้างๆ
“ห๊ะ? แล้วเป็ยังไงต่อ?” หลิวต้าขุย สายตาสอดรู้
จากนั้นชายหนุ่มก็เล่าเื่ที่เกิดขึ้นเมื่อวานให้ฟัง อย่างละเอียดยิบ เมื่อ หลิวต้าขุย ฟังจบเท่านั้น ก็หัวเราะทันที “ฮ่าๆ เซียวเฉินเอ๋ยเซียวเฉิน ถ้าแกล้งฉันคนเดียวก็แล้วไป แต่นี่กับ เหรินคุน ด้วยหรือ? ฉันจะรอดูว่าแกจะตายยังไง! นายไปบอกเด็กหนุ่มนั่น ถ้าหาก เหรินคุน มาที่นี้อีก ให้รีบมาบอกฉันด่วน!”
“ครับ!”
หลังจากที่ เซียวเฉิน กับ ติงลี่ จัดห้องเสร็จแล้ว ก็พากันออกไปจากแผนก
“พี่เฉิน คุณเป็บอดี้การ์ด ของ ซู่ฉิง แถมยังเป็คนของฝ่ายรักษาความปลอดภัยอีก งั้นคุณจะเข้ามาทำงานที่ออฟฟิศทำไมล่ะ?”
ั้แ่บัดนี้ ติงลี่ ก็ยกย่องให้เขาเป็ไอดอลของตัวเองไปแล้ว ความสามารถในการเป็บอดี้การ์ดให้ ซู่ฉิง จึงไม่ต้องสงสัย เพราะกระทั่ง หลิวต้าขุย ก็ยังศิโรราบ!
“อ๋อ! ไม่มีอะไรหรอก ก็แค่ทำเป็เดินไปเดินมาเท่านั้นแหละ!”เซียวเฉิน อารมณ์ดี แต่ก็ยังไม่ได้พูดว่าจริงๆแล้วเขามาที่นี่ทำไม
“อ๋อ!”
ในขณะที่เดินเล่นอยู่นั้น เขาก็คำนวณไปพร้อมๆกัน ว่าถ้ามีการโจมตีจะต้องป้องกันจากด้านไหนบ้าง นอกจากนี้ อาจจะต้องเสริมความปลอดภัยให้แ่าขึ้นในฝั่งของประตูด้านหลัง ถ้าไม่อย่างนั้นการป้องกันก็จะล่าช้าเกินไป ดูๆแล้วคงจะต้องไปเตือนให้ ซู่ฉิง รู้สักหน่อยเพื่อที่จะจัดการเื่นี้!
ยังมีอีกเื่……..
ทันใดนั้น เขาก็ตบหัวตัวเอง แล้วก็ส่ายหัวไปมา เพราะจดหมายขู่เนี่ยนะ? ต้องจริงจังขนาดนี้เชียว? ที่นี่ประเทศจีนเชียวนะ ไม่ใช่ต่างประเทศ การที่จะมีใครมาซุ่มยิง คงไม่น่าจะเป็ไปได้มั้ง!
พูดก็พูดเถอะ จดหมายขู่ที่ส่งมานั่นอาจจะไม่ใช่เื่จริงจัง คงแค่มีใครหยอกล้อหรือเล่นสนุกกับ ซู่ฉิง หรือเปล่า? แต่ถ้าหากว่าเป็จริงขึ้นมา มีคนคุ้มกันแ่าขนาดนี้ คงมีแค่ไม่กี่คนที่เข้ามาได้ละมั้ง?
คิดแบบนี้แล้ว เซียวเฉิน ก็สบายใจขึ้น และพา ติงลี่ เดินเล่นอีกรอบใหญ่
หลังจากนั้น ติงลี่ ก็เดินไปที่ประตูหน้าเพื่อทำหน้าที่ เซียวเฉิน เองก็ ทักทายกับ ซู่ฉิง แล้วขับรถออกไปจากบริษัท
ครึ่งชั่วโมงให้หลัง รถมาเซราติก็ขับไปจอดหน้าประตูร้านเหล้าร้านหนึ่งที่ชื่อว่า “จี้ม่อ” ซึ่งประตูเปิดแง้มไว้ครึ่งนึง เซียวเฉิน ยังไม่ทันได้ลงจากรถ ก็มีชายหนุ่มก็รีบวิ่งมาที่ประตูรถ
“พี่เฉิน มาแล้วหรอครับ?”
“อืม เราไปคุยกันข้างในเถอะ”
ชายหนุ่มร่างผอมพยักหน้า แล้วก็พา เซียวเฉิน เข้าไปที่ห้องรับรอง หลังจากทักทายกันอย่างเรียบง่าย เสียวเตา ก็เอาเอกสารฉบับหนึ่งออกมา
“พี่เฉิน นี่คือแผนการที่เสร็จแล้วในสามพื้นที่ เชิญดูได้” เซียวเฉินรับมาแต่ก็ยังไม่ได้เปิดดู “พี่ซู่ล่ะ?”
“อยู่ที่ห้องถัดไปน่ะครับ”
“พาฉันไปพบเขาที”
“ครับ…”
เมื่อทั้งสองคนมาถึงที่ห้องนั้น เซียวเฉินก็มองไปบนโต๊ะที่มีโหลกระดูก และรูปถ่ายวางไว้ มันเป็รูปของชายหนุ่มรูปหล่อ เซียวเฉิน ใช้มือลูบไปที่รูปถ่ายรูปนั้นทันที แน่นอนว่าเขาคือ ซู่หยุนฟง พี่ชายคนโตของ ซู่ฉิง และ ซู่เสี่ยวเิ! เสียวเตา สูดลมหายเข้า และถอยออกไปจากห้องอย่างช้าๆ
ผ่านไปสักพัก เซียวเฉิน ก็เดินกลับไปที่ห้อง “เสียวเตา สุสานที่ไหนแพงที่สุด?” จากนั้น เสียวเตา ก็ตรวจสอบจากเอกสาร “ที่นี่ครับ เป็ที่ๆล้อมรอบไปด้วยทัศนียภาพของ หลงไห่”
เซียวเฉินรับมาดู แล้วไตร่ตรอง
“เอานี่แหละ”
“แน่ใจนะครับ?”
“อืม!” เซียวเฉินเอามือเคาะไปที่แผนที่นี้ แล้วก็อมยิ้มออกมา
“ฉันคิดว่า พี่ซู่จะต้องชอบที่ตรงนี้แน่ๆ…..หันหน้าออกทะเล และอบอวนไปด้วยดอกไม้!”
……………