ยอดหมอหญิงเทพโอสถ

    เล่มที่ 2 ตอนที่ 52 เทพบุตร ไม่ยอมสบประมาท

            เซี่ยเสี่ยวหม่านกับหมางจ้งพูดคุยกันเป็นเวลานาน ทั้งสองคนไม่ทราบว่าควรเข้าไปเพื่อยืนยันสถานการณ์หรือควรที่จะหลบหลีกออกไป

            กูเฟยเยี่ยนไม่ได้สังเกตเห็นว่าหมางจ้งกับเซี่ยเสี่ยวหม่านกลับมาแล้ว นางทนต่อแรงของจวินจิ่วเฉินที่เพิ่มมามากขึ้นเรื่อยๆ พร้อมกับให้ความสนใจอุณหภูมิในร่างกายของเขา

            ไอความเย็นของเขากำลังสลายหายไปเรื่อยๆ นางจึงลดระดับอัคคีเทพลงมาเป็นระดับสอง และกำลังเตรียมจะดับมันลง

            ต้องรู้ไว้ว่ายาสมุนไพรบ่อน้ำพุร้อนนี้มีความร้อนเป็นอย่างยิ่ง เมื่อไอความเย็นภายในร่างกายจิ้งหวางเตี้ยนเซี่ยสลายหายไปแล้ว จะไม่สามารถใช้อัคคีเทพหวางเป่าติงต่อไปได้อีก มิฉะนั้นแล้วหากไอความเย็นหายไป ต่อมาก็จะก่อให้เกิดไอความร้อนเผาไหม้ตนเอง มันจะร้ายแรงเป็นอย่างยิ่ง

            ด้วยความที่อัคคีเทพหายไปแล้ว หวางเป่าติงจึงมีขนาดเล็กลงมาทันที แล้วกลับลงไปอยู่ที่เอวของกูเฟยเยี่ยน มือทั้งสองข้างของจวินจิ่วเฉินคว้าเข้ากับอากาศ ภายใต้ความเลื่อนลอย จิตใต้สำนึกของเขากลับคลำไปที่เอวของกูเฟยเยี่ยนเพื่อตามหาหวางเป่าติง

            กูเฟยเยี่ยนบังเกิดความตกใจ จึงรีบยื่นมือไปให้เขาจับเพื่อป้องกันเขา…จับสะเปะสะปะ! วิธีการนี้สามารถลวงเขาได้ เขาสงบลงอย่างรวดเร็ว แล้วพิงไปที่ร่างของนาง กูเฟยเยี่ยนถอนหายใจด้วยความโล่งอก ความกังวลของกูเฟยเยี่ยนจึงสงบลงในที่สุด

            ชิงหลิวเตี้ยนขนาดมโหฬารตกอยู่ในความเงียบสงัด โลกทั้งใบนี้ก็ราวกับว่าได้เงียบสงบลงไปด้วย

            กูเฟยเยี่ยนทนต่อแรงกดดันบนแผ่นหลังอย่างเงียบๆ และค่อยๆ สัมผัสได้ถึงความอบอุ่นในร่างกายของจวินจิ่วเฉิน ไอความเย็นสลายหายไป ร่างกายของเขามีความอบอุ่นเป็นอย่างยิ่ง

            แม้ว่ากลิ่นยาจะเข้มข้นรุนแรง แต่ว่านางก็ยังคงรับรู้ได้ถึงกลิ่นความเป็นชาย ที่ไม่สามารถอธิบายได้แผ่ปกคลุมตนเองอยู่ นางไม่กล้าแม้แต่จะหันหน้ากลับไปเพราะกลัวว่าทันทีที่หันไป ใบหน้าของตนเองจะชนเข้ากับใบหน้าของเขา ทั้งสองคนแนบชิดใกล้กันมากจริงๆ ชิดกันจนทำให้เกิดความคิดเพ้อเจ้อ นางกำลังคิดเพ้อเจ้อ!

            คิดเพ้อเจ้อได้อย่างไร?

            จิ้งหวางเตี้ยนเซี่ยทรงเปรียบดั่งเทพเจ้า เป็นบุคคลผู้ที่หักห้ามอารมณ์รักใคร่ ทรงมีความสามารถและรูปโฉมงดงาม ครอบครองอำนาจ เป็นเทพบุตรที่ผู้คนชื่นชอบเป็นพันเป็นหมื่นคน สิ่งที่สำคัญที่สุดคือ พระองค์เป็นดาวนำโชคพรหมลิขิตช่วยชีวิตนางถึงสองครั้งสองครา ภายในจิตใจของนางนับถือและเคารพรักเขาเป็นอย่างยิ่ง นางจะมาสบประมาทเขาตามใจได้อย่างไร? !

            ว่ากันว่าในสายตาของแพทย์แล้วไม่มีการแบ่งแยกบุรุษและสตรี มีเพียงแค่การแบ่งอาการของโรค นางที่เป็นแพทย์ก็เป็นเช่นนั้น! แม้ว่าอัตราการเต้นของหัวใจจะถี่รัวขึ้นเรื่อยๆ แต่กูเฟยเยี่ยนก็ยังควบคุมความคิดเพ้อฝันได้อย่างดีทีเดียว

            หลังจากที่รอคอยมาสักระยะหนึ่ง เมื่อแน่ใจแล้วว่าโรคความหนาวเหน็บของจิ้งหวางเตี้ยนเซี่ยไม่ได้กำเริบขึ้นมาอีก นางจึงสลัดมือของเขาออกไปอย่างไม่ลังเล ก่อนจะประคองชายหนุ่มขึ้นไปบนริมฝั่ง

            ในขณะเดียวกันเซี่ยเสี่ยวหม่านกับหมางจ้ง จึงได้พบว่านายเหนือหัวของพวกเขาสลบไสลไม่ได้สติไปแล้ว! ทั้งสองคนต่างก็ตกใจก้าวยาวพรวดพราดพุ่งไปด้านหน้าด้วยความรีบร้อน

            “กูเฟยเยี่ยน เจ้าทำอะไรเตี้ยนเซี่ย? ”

            “กูเฟยเยี่ยน เจ้าทำอะไรลงไป? เตี้ยนเซี่ยทรงเป็นอะไร? ”

            เซี่ยเสี่ยวหม่านกับหมางจ้งที่จู่ๆ ก็พุ่งตรงเข้ามา ทำให้กูเฟยเยี่ยนตื่นตระหนกตกใจ นางรีบร้อนแช่กายลงไปในน้ำ โผล่พ้นมาแค่ศีรษะ น้ำเสียงของนางดุกว่าพวกเขาเสียอีก “เอ่ยพล่ามอะไรกัน? ไม่เห็นหรือว่าเตี้ยนเซี่ยทรงฟื้นตัวดีขึ้นแล้ว? พระองค์เพียงแค่สลบไสลไม่ได้สติเท่านั้น ยังไม่รีบพาพระองค์กลับไปในห้องอีก? ยานั้นมีสามส่วนที่เป็นพิษ พวกเจ้าใช้ยามากมายขนาดนั้นมันคือการวางยาพิษชัดๆ! ”

            เมื่อเห็นว่าสีหน้าและริมฝีปากของนายเหนือหัวฟื้นตัวดีขึ้นแล้ว เซี่ยเสี่ยวหม่านกับหมางจ้งจึงตระหนักได้ว่าพวกเขาเข้าใจผิดไป ทั้งสองคนต่างก็ดีอกดีใจรีบเอ่ยถามขึ้นมา

            “แพทย์หญิงกู เตี้ยนเซี่ยทรงไม่เป็นอะไรแล้วจริงๆ ใช่หรือไม่? ”

            “แพทย์หญิงกู ใบสั่งยามีปัญหา? หรือว่าบ่อน้ำพุร้อนมีปัญหากัน? ”

            กูเฟยเยี่ยนไม่มีเวลาตอบอะไรมากนัก ทำได้แค่เพียงเร่งรัด “รีบพาเตี้ยนเซี่ยกลับไปที่ห้อง พระองค์เพิ่งจะฟื้นตัวดีขึ้น ร่างกายยังคงอ่อนแอมาก และต้องระวังไม่ให้เกิดการประชวร พวกเจ้าหนึ่งคนคอยเฝ้าดูแล ส่วนอีกคนหนึ่งให้รีบเข้าไปในพระราชวังตามหาไท่อี โรคของเตี้ยนเซี่ยเกรงว่าจะมีการเปลี่ยนแปลง ไม่สามารถปิดบังได้อีกต่อไปแล้ว อย่างไรก็ต้องเรียกไท่อีมาตรวจดู! ”

            ไม่ใช่ปัญหาจากใบสั่งยาหรือ? โรคเกิดการเปลี่ยนแปลง? แล้วกูเฟยเยี่ยนทำให้อาการของเตี้ยนเซี่ยดีขึ้นได้อย่างไร? เมื่อสักครู่นี้เหตุใดเตี้ยนเซี่ยจึงได้โอบกอดนาง?

            ถึงแม้ว่าจะเต็มไปด้วยความสงสัย แต่เซี่ยเสี่ยวหม่านกับหมางจ้งล้วนไม่กล้าล่าช้าแม้แต่ครู่เดียว พวกเขารีบหยิบเสื้อคลุมยาวขนาดใหญ่และมีความหนา ก่อนจะพาจิ้งหวางเตี้ยนเซี่ยออกไป

            หลังจากที่แน่ใจแล้วว่าพวกเขาออกไปแล้ว กูเฟยเยี่ยนจึงโผล่ลำคอขึ้นมาเหนือผิวน้ำ

            หากไม่ใช่เพราะว่าหมางจ้งกับเซี่ยเสี่ยวหม่านเข้ามา นางก็จะไม่ได้สังเกตเห็นเลยว่าตนเองนั้นเปียกโชกไปทั้งตัวแล้ว ในตอนที่นางมาก็รีบร้อนจนลืมเสื้อนวมปุยฝ้ายไว้ที่หมิงเย่วจวี ในขณะนี้บนร่างกายสวมใส่เพียงแค่อาภรณ์กระโปรงสีขาว ในทันทีที่ขึ้นมาจากน้ำ มันก็จะเปิดเผยสัดส่วนทั้งหมด!

            กูเฟยเยี่ยนมองไปบริเวณรอบๆ หนึ่งครั้ง ไม่ช้าก็ค้นพบเสื้อตัวบนกับเสื้อคลุมของจิ้งหวางเตี้ยนเซี่ย แขวนอยู่บนราวขนาดใหญ่ด้านข้าง โชคดีจริงๆ !

            กูเฟยเยี่ยนหันไปมองรอบด้านอีกครั้ง เมื่อแน่ใจแล้วว่าไม่มีคนอยู่ นางจึงรีบร้อนปีนขึ้นมาจากบ่อน้ำพุร้อน ก่อนจะคว้าไปที่เสื้อคลุมขนาดใหญ่ของจวินจิ่วเฉินเพื่อนำมาห่อตัวเองไว้แน่น จากนั้นจึงรีบเดินออกไป หญิงสาวไม่ได้สังเกตเห็นว่าบนราวแขวนมีลูกประคำเส้นหนึ่งห้อยไว้อยู่ ลูกประคำเส้นนี้มีทั้งหมดหนึ่งร้อยแปดเม็ด ทุกๆ เม็ดมีขนาดเล็กและประณีต มีสีน้ำตาลเข้ม ทำมาจากกลิ่นหอมจากไม้กฤษณา ทว่ากลิ่นหอมกรุ่นของยาสมุนไพรกระจายปกคลุมกลิ่นของลูกประคำไปทั้งหมด

            กูเฟยเยี่ยนรีบร้อนกลับไปที่หมิงเย่วจวี เมื่อเปลี่ยนชุดเรียบร้อยแล้ว ก็ขึ้นไปอยู่บนเตียงก่อนจะทนไม่ไหวที่จะจามออกมาสองครั้ง จนถึงบัดนี้หัวใจของนางก็ยังคงเต้นตึกตักตึกตักมั่วไปหมด ตนเองช่วยชีวิตผู้อื่นเอาไว้ ไหนจะถูกจิ้งหวางเตี้ยนเซี่ย “ไม่ได้ตั้งใจ” เอารัดเอาเปรียบอีก ทว่าเหตุใดนางจึงประหม่าราวกับว่าตนเองทำเรื่องอะไรไม่ดีเอาไว้และเอารัดเอาเปรียบผู้อื่น?

            นางใช้เวลาสักพักกว่าจิตใจจะสงบลง นางเพียงแค่รู้สึกว่าทุกอย่างเมื่อสักครู่นี้ราวกับเป็นความฝัน อ้อมกอดอันแสนอบอุ่นนั้นหมือนกับความฝันมากยิ่งกว่า

            สวรรค์ทราบดีว่าเซี่ยเสี่ยวหม่านกับหมางจ้งเข้ามาตั้งแต่เมื่อใดและมองเห็นอะไรบ้าง? เคราะห์ดีที่พวกเขาไม่เห็นถึงความจริงใต้น้ำ มิฉะนั้นแล้วนางคงจะไม่ทราบว่าควรที่จะอธิบายกับพวกเขาอย่างไรดี เมื่อจิ้งหวางเตี้ยนเซี่ยทรงตื่นขึ้นมาจะต้องถามอย่างแน่นอน? นางไม่อยากเปิดเผยหวางเป่าติงออกมาโดยง่ายดาย!

            กูเฟยเยี่ยนครุ่นคิดแล้วครุ่นคิดอีก ในไม่ช้าก็ผล็อยหลับไปโดยไม่รู้ตัว

            ช่วงเที่ยงของวันรุ่งขึ้น กูเฟยเยี่ยนยังคงตกอยู่ในห้วงนิทรา ทว่าหมางจ้งได้มาเคาะประตูเรียก “แพทย์หญิงกู จิ้งหวางเตี้ยนเซี่ยทรงมีคำเชิญ! ”

            กูเฟยเยี่ยนเก็บข้าวของของตนเองอย่างกระฉับกระเฉง ก่อนจะรีบไปเปิดประตู นางถามด้วยความจริงจัง “ทหารคุ้มกันหมาง ไท่อีมาหรือยัง? ”

            หมางจ้งส่ายหน้า กูเฟยเยี่ยนจึงอยากจะซักถามต่อ ทว่าหมางจ้งกล่าวว่า “แพทย์หญิงกู เชิญ เตี้ยนเซี่ยทรงไม่โปรดปรานการรอคอย”

            กูเฟยเยี่ยนเกิดความสงสัย โรคความหนาวเหน็บของเตี้ยนเซี่ยตกลงแล้วเป็นความลับยิ่งใหญ่ขนาดไหนกัน โรคเกิดการเปลี่ยนแปลงแล้ว แต่ก็ยังไม่เรียกไท่อี? การที่หมางจ้งมีลักษณะท่าทางที่เป็นเช่นนี้ เกรงว่าน่าจะถูกกำชับมา

            เรื่องที่เกี่ยวข้องกับชีวิตเช่นนี้ หมางจ้งและเซี่ยเสี่ยวหม่านกลับไม่ทราบว่ามีแร่ศิลาโอสถชื่อเยี่ยนอยู่? กูเฟยเยี่ยนรู้สึกได้ว่าเรื่องนี้ไม่ได้ง่ายดายอย่างที่นางคิดเอาไว้ นางพบเข้ากับความลับ จิ้งหวางเตี้ยนเซี่ยคงจะไม่พอใจเป็นอย่างมากใช่หรือไม่?

            นางไม่ได้ทำให้หมางจ้งลำบากใจอีก หญิงสาวก้าวเท้ายาวตามเขาไป

            ทันทีที่มาถึงหน้าประตูทางเข้าห้องบรรทม หมางจ้งไม่ได้ตามกูเฟยเยี่ยนเข้ามา เขาเพียงแค่บอกว่าจิ้งหวางเตี้ยนเซี่ยทรงประทับอยู่ด้านใน และให้กูเฟยเยี่ยนเข้าไปด้วยตนเอง

            หลังจากที่กูเฟยเยี่ยนเข้ามาประตูใหญ่ก็ปิดตัวลงทันที

            นางตกใจมาก ไม่ใช่เพราะอะไรแต่เป็นเพราะว่าสายตาตรงหน้าของนางพบเจอแต่ความมืดมิด ประตูและหน้าต่างไม่เปิดออก แม้แต่ไฟก็ไม่จุด

            แม้ว่าจิ้งหวางเตี้ยนเซี่ยจะดูเย็นชาเล็กน้อย ทว่าไม่ใช่ผู้ที่อึดอัดอึมครึมนี่นา เหตุใดห้องบรรทมจึงได้มืดมิดเช่นนี้?

            “เตี้ยนเซี่ย? จิ้งหวางเตี้ยนเซี่ย? ”

            “เตี้ยนเซี่ย พระองค์อาการดีขึ้นหรือไม่เพคะ? ”

            กูเฟยเยี่ยนหยั่งเชิงไปสองสามประโยค ก่อนจะคลำทางฝ่าความมืดเข้าไป อย่างไรก็ตาม ในไม่ช้านางก็เห็นถึงแสงสว่าง ยิ่งเดินตรงเข้าไปก็ยิ่งตกตะลึงกับทัศนียภาพอันงดงามที่อยู่เบื้องหน้า นางเห็นถึงดวงดาวและพระจันทร์เต็มไปทั่ว

            นางพบว่ามีเพียงบนเพดานเท่านั้นเลี่ยม ฝังไปด้วยก้อนผลึกหยกขาวที่มีลักษณะเป็นเม็ดกลมดั่งแผ่นหยกคล้ายกับพระจันทร์ที่สุกสกาว และผนังทั้งสี่ด้านของห้องบรรทมนั้นเลี่ยมฝังไปด้วยก้อนผลึกหยกสีขาวเล็กๆ ดั่งดวงดาวน้อยๆ “พระจันทร์ที่สุกสกาว” นั้นเปล่งประกายแสงที่ละมุนละไมดั่งแสงแห่งหยก ดวงดาวเหล่านั้นก็แวววาวแพรวพราวไปด้วยสีสันต่างๆ กูเฟยเยี่ยนก้าวเข้าไปด้านในทีละก้าว โดยให้ความรู้สึกราวกับว่าก้าวขึ้นบนท้องฟ้าและดวงดาวยามราตรี

            “สวยจังเลย! ”

            นางพึมพำกับตนเองและไม่คิดว่าที่นี่มืดมิดอีกต่อไป มืดสนิทแล้วถึงจะสามารถมองเห็นแสงจากดวงดาวนี่นา!

            กูเฟยเยี่ยนเดินตรงเข้าไปเรื่อยๆ ในไม่ช้าก็พบกับคนผู้หนึ่งยืนอยู่ด้านหน้าผนังกำแพง ไม่ใช่ใครที่ไหน แต่เป็นจิ้งหวางจวินจิ่วเฉิน…


    คล้ายกับเรื่องยอดหมอหญิงเทพโอสถ ที่คุณอ่าน

    เกิดใหม่ครั้งนี้ ขอเป็นภรรยาเศรษฐีนีแม่ลูกสามในยุค 80 [จบ]

    เกิดใหม่ครั้งนี้ ขอเป็นภรรยาเศรษฐีนีแม่ลูกสามในยุค 80 [จบ]

    นิยาย รัก
    623K 530
    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    931K 592
    ย้อนเวลามาเป็นคุณหนูไร้ค่ากับระบบยาพิศวง [จบ]

    ย้อนเวลามาเป็นคุณหนูไร้ค่ากับระบบยาพิศวง [จบ]

    นิยาย รัก
    635K 1371
    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    525K 663
    สาวแกลที่มาสารภาพรักกับคนมืดมนอย่างผมเพราะเกมลงโทษ ดูยังไงก็หลงผมหัวปักหัวปำเลยครับ

    สาวแกลที่มาสารภาพรักกับคนมืดมนอย่างผมเพราะเกมลงโทษ ดูยังไงก็หลงผมหัวปักหัวปำเลยครับ

    นิยาย รัก
    85K 245
    เกิดใหม่ครั้งนี้ต้องมีความสุข

    เกิดใหม่ครั้งนี้ต้องมีความสุข

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    85K 247
    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    579K 730
    เกิดใหม่มาเป็นองค์หญิงตัวน้อยของตระกูลซู

    เกิดใหม่มาเป็นองค์หญิงตัวน้อยของตระกูลซู

    นิยาย รัก
    310K 841
    อลวนรักหมอหญิงชิงลั่ว (จบ)

    อลวนรักหมอหญิงชิงลั่ว (จบ)

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    213K 1367
    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    386K 808