ขจรนำดาบสยบฟ้าออกมาแล้วกรีดเลือดลงไป ดาบสยบฟ้าส่องแสงสว่างวาบแล้วตวัดฟาดไปตามแนวระนาบ มี แมลงต่อแตน พุ่งเข้ามาก็ถูกแสงสลายหายไปจนหมด ส่วนฝูงวัวกระทิงเวทย์ ก็ถูกฟันจนขาด สองท่อน กลายเป็นเศษดิน กองรวมกัน
มาวินเห็นเช่นนั้นก็ตกใจยิ่งนัก ปล่อยโหงพรายออกจากกระบอกไม้ไผ่ 1 ตนพุ่งเข้าไปโจมตีใส่ขจร ขจรสะบัดมือปล่อยเพลิงกิเลนใส่ออกไป เผาผลาญร่างโหงพรายตัวนั้น จนมอดไหม้ ขจรมองเห็นเงาวิญญาณโหงพรายตัวนี้ถึงกับ นิ่งงัน
เพราะหน้าของมันเหมือนกับ หน้ามาวิน หรือว่า ชายคนนี้ถูก สลับวิญญาณ !
ขจรหันไปมองมาวินที่ตอนนี้ กำลังหนีโดยมี ผีเด็กรักยม หิ้วปีก ลอยไปในอากาศ
ขจรเหวี่ยงเพลิงกิเลนออกไป ลูกเพลิงลอยลิ่วพุ่งเข้าไปถูกหลังของ มาวิน จนเกิดไฟลุกท่วม ร่างของมันกระเด็นตกลงไปในสระ ทำให้รอดจากการถูกไฟไหม้
ขจรยังไม่ต้องการให้มันตายในตอนนี้ เพราะเขาอยากรู้ว่า พวกมันมีใครอีกบ้าง ลูกไฟที่ขว้างไป มีพลังวิญญาณของเขา คอยเฝ้าติดตามมันอยู่ ต่อให้มันหนีไปไหน เขาก็สามารถติดตามตัวมันได้
ขจรหันหลังไม่สนใจ เจ้ามาวินที่ ค่อยๆ ขึ้นน้ำอย่างทุลักทุเล เสื้อผ้าขาดวิ่น แผ่นหลังมีรอยไหม้ มีผีเด็กรักยม ช่วยประคองขึ้นมาจากสระน้ำอีกฝั่ง มองมาทางขจรอย่างอาฆาตแค้น
“ ฝากไว้ก่อนเถอะมึง”
ขจรนั่งเท็กซี่กลับบ้าน ไม่สนรถตำรวจ ที่วิ่งเข้าในมหาลัย อยู่หลายคัน มีนักข่าวมากันเต็มไปหมด ทุกคนต่างสงสัยว่าเกิดอะไรขึ้น รปภ. ที่เฝ้ารถก็ไม่อาจให้คำตอบได้ บอกเพียงไม่เห็นอะไรสักอย่าง ปล่อยให้เรื่องนี้กลายเป็นปริศนาที่ไม่อาจแก้ได้
ขจรกลับมาถึงตำหนัก เล่นกับ ถิงถิง อยู่สักครู่ ก็เข้าไปห้อง เพื่อฝึกท่องมนตร์ วิชาปิดฟ้าเปลี่ยนวิญญาณ ขจรใช้เวลาไม่นานก็ท่องจำจนขึ้นใจ แล้วก็มาฝึกเขียนอักขระยันต์จนชำนาญ
ณ โรงพยาบาลกรุงเทพชัยปราการ
“ มีคนช่วยมันไว้ มันยังไม่ตาย” ร่างของอาจารย์ธิเบศ แต่วิญญาณเป็นของพ่อปู่ใหญ่ เอ่ยกับผีโหงพรายลูกน้องของตน
“ มันซ่อนตัวอยู่ใกล้ๆ นี่แหละ มึงไปตามหามันให้เจอ แล้วมาบอกข่าวกับกู”
ทันใดนั้นเอง มาวินก็เปิดประตูเข้ามาในห้อง
“ เมื่อตอนบ่ายเกิดเรื่องวุ่นวาย ฝีมือเอ็งใช่ไหม”
“ ใช่ แต่ว่าฉันสู้มันไม่ได้ มันมีดาบสยบฟ้าด้วย ฉันอยากให้พี่ร่วมมือกับฉันกำจัดมันด้วย”
“ มันมีดาบสยบฟ้าด้วยหรือนี่ อืม... ตอนนี้ไอ้อาจารย์คนนี้มันก๋ยังไม่ตายเลย ฉันต้องหาทางจัดการกับมันก่อน เรื่องปัญหาของแก รอไปก่อน”
“ อะไรนะ แล้วมันรอดไปได้อย่างไร”
“ ไม่รู้ แต่ว่า ต้องมีคนช่วยมันไป ไอ้จอมก็กลับหายตัวไปเสียนี่”
“ หรือว่า มีคนรู้เรื่องของเรา?”
“ ต้องมีคนรู้แน่ๆ รอให้เจ้าโหงพรายสืบหาที่พักของมันก่อน พอฆ่ามันตายแล้วเรื่องอื่นๆ ก็ไม่ใช่เป็นปัญหา”
ทันใดนั้น ก็มีเงาภูตพรายสีดำ ลอยเข้ามาในห้อง แล้วกระซิบบอกบางอย่าง
“ ฮ่า ฮ่า ฮ่า ที่แท้มันก็ยังอยู่ในโรงพยาบาลแห่งนี้ เอ็งเตรียมตัวคืนนี้เที่ยงคืนเราจะไปสังหารมันด้วยกัน”
“ ได้เลย พี่”
ขจรหลังจากฝึกท่องวิชาปิดฟ้า เปลี่ยนวิญญาณได้แล้ว แต่ว่า ตอนที่สัมผัสร่างของพ่อปู่ใหญ่ และได้ปะทะกับเจ้ามาวิน ก็รู้สึกว่า มีภาพนิมิตบางอย่างผุดขึ้นมาในหัวของเขา
เป็นภาพของ เทวรูปโบราณที่พวกพราหมณ์ชุดขาวกำลังทำการบูชายัณด้วยเลือดเด็กทารกบริสุทธิ์เก้าคน หนึ่งในนั้น คือพราหมณ์ราชิต ที่ปรึกษาของ กรมหมื่นเทพพิพิธ และพราหมณ์อีกเก้าคนนั้น ไม่รู้ว่าเป็นใครกันบ้าง ทั้งหมดกำลังขอพรจากเทวรูปปีศาจอนันตกาล แล้วภาพพราหมณ์วัยชรา สองคนก็เดินเข้าไปในถ้ำอีกแห่งในนั้นมี ชายหนุ่มสองคน นอนสลบอยู่บนเตียงหิน
ทั้งสองไปถึง ก็ใช้เลือดของมันหยดใส่ร่างของชายหนุ่ม แล้ว ใช้นิ้วมือกรีดอักขระเวทย์ปิดฟ้าเปลี่ยนวิญญาณ ลงบนลำตัว แล้วก็หน้าผาก แล้วก็ท่องเวทย์คาถาบางอย่างออกไป แล้วทันใดนั้นเอง วิญญาณของทั้งคู่ก็ถูกสลับเปลี่ยนกัน แล้วร่างของพราหมณ์ทั้งสองก็ค่อยๆ ทรุดตัวล้มนอนกับพื้น ชายหนุ่มที่นอนอยู่ก็ลุกขึ้นมาอย่างพร้อมเพรียงกัน
“ สำเร็จแล้ว พี่”
“ ขอบคุณ เทพอานันตกาล ที่ได้ให้เวทย์มนตร์นี้กับพวกเราสองคนพี่น้อง”
แล้วพอ พราหมณ์เฒ่าลืมตาตื่น ก็ถูกชายหนุ่มทั้งสองฟันคอจนขาด แล้ว ใช้กระบอกไม้ไผ่ ดูดวิญญาณทั้งสองมาขังเอาไว้
“ ไม่ต้องกลัว ข้าจะเลี้ยงพวกเจ้าเป็นข้ารับใช้ของพวกเรา ไม่ต้องไปผุดไปเกิดอีกต่อไป ฮ่า ฮ่า ฮ่า”
ภาพของคนชั่วสองคนใช้วิชาปิดฟ้า เปลี่ยนวิญญาณกับคนหลายคนมากมาย ผ่านไปสองร้อยกว่าปี ก็เห็นภาพนักศึกษาแพทย์มาวิน ถูกคนของ พ่อปู่ใหญ่อุ้มขึ้นรถตู้แล้วพาไปทำพิธีเปลี่ยนวิญญาณ ส่วนวิญญาณก็ถูกนำไปเป็นผีโหงพรายคอยรับใช้พวกมัน ขจรลืมตาขึ้นมา
“ ที่แท้พวกมันก็เป็นพรรคพวกของพราหมณ์ราชิต สาวกปีศาจอนันตกาล ที่ยังคงหลงเหลืออยู่นี่เอง สารเลวไม่เปลี่ยนจริงๆ”
ทันใดนั้น ผีหม่อมสังวาลย์ก็โผล่มา
“ แย่แล้ว พวกมันส่งผีโหงพรายมา ตอนนี้พวกมันรู้แล้วว่าท่านพี่อยู่ไหน ท่านองครักษ์รีบมาช่วยท่านพี่ด้วยนะ”
“ ฮึ รู้เร็วขนาดนั้นเชียว ไม่ธรรมดา ผมจะไปเดี๋ยวนี้เลย”
ขจรพุ่งตัวออกทางหน้าต่างไป กลายเป็นนกเหยี่ยว บินไปที่โรงพยาบาลทันที
ณ ห้องผู้ป่วยแผนกจิตเวช อาจารย์ธิเบศ ตอนนี้กำลังกลุ้มใจอยู่ โดยมีธิชา มาอยู่เป็นเพื่อน
“ หมอเทียนบอกว่า จะหาวิธีช่วย พี่ก็ใจเย็นๆ ก่อนเถอะ”
“ จะให้ใจเย็นๆ ได้ยังไง นี่มันร่างตาแก่ที่ไหนก็ไม่รู้ แล้วร่างของฉันเล่า ป่านนี้มันคงทำอะไรกับร่างของฉันไปบ้างก็ไม่รู้”
“ ไม่หรอก ตอนนี้ร่างของพี่ ยังพักอยู่ในโรงพยาบาล หมอธารินทร์ขอดูอาการพรุ่งนี้อีกวัน”
“ แล้วจะทันไหมเล่า หากมันออกไปแล้ว ฉันจะทำอย่างไร ต้องติดอยู่ในร่างคนแก่นี้ไปตลอดเลยหรือไง”
ธิชาน้องสาว ได้ฟังก็ถอนหายใจไม่รู้จะช่วยได้อย่างไร
มาวิน กับ ร่างอาจารย์ธิเบศ สองคนเดินเข้ามาในอาคารหอผู้ป่วยจิตเวช สองคนดูดบุหรี่มวนโต มีควันฟุ้งไปทั่ว เดินเข้ามาที่ทางเข้า รปภ. พยายามเข้าไปห้ามไม่ให้สูบบุหรี่ แต่กลับถูกเป่าด้วยควันบุหรี่ จนยืนแข็งทื่อ ปล่อยให้ทั้งสองขึ้นลิฟท์ไปอย่างง่ายๆ
ทั้งสองคนขึ้นมาชั้นที่ วิญญาณของอาจารย์ธิเบศอยู่ ระหว่างทางก็พ่นควันใส่พยาบาลที่เฝ้าวอร์ด จนแข็งทื่อไปตามๆกัน แล้วก็เดินเข้ามาในห้องของ ที่ร่างพ่อปู่ใหญ่กับ ธิชาอยู่
“ พี่ธิเบศ มาได้ไงเนี่ย”
“ เธอ คงเป็นน้องสาวของฉัน โอ้ เธอมาเฝ้า ตาแก่คนนี้ทำไมกัน”
“ คือ..ว่า แม่ให้มาเฝ้า”
“ หึ..อย่ามาแหล แกรู้ความจริงหมดแล้วล่ะซิ” มาวินเอ่ยอย่างไม่ไว้หน้า แล้วสั่งให้ รัก ยมไปเฝ้าหน้าห้อง แล้วเดินเข้ามาหา วิญญาณอาจารย์ธิเบศ แล้วเป่าควันบุหรี่สะกดวิญญาณเข้าไป ทำให้วิญญาณของอาจารย์ธิเบศไม่อาจเคลื่อนไหวหรือทำอะไรได้เลย
มาวินนำยาเม็ดบางอย่างออกมจากกระเป๋า กำลังจะยัดเข้าปาก ร่างของพ่อปู่ใหญ่
วิญญาณของหม่อมสังวาลย์ก็ปรากฏขึ้นมา บีบคอของ นายมาวินเอาไว้แน่น
“ แกห้ามทำอะไร ท่านพี่ของข้านะ”
“ นังผีชั้นต่ำ ปล่อยกูเดี๋ยวนี้”
นายมาวิน นำมีดหมอออกจากเอว แทงใส่ผีหม่อมสังวาลย์ จนมิดด้าม
อ๊ากกกกกกก !!
ร่างวิญญาณของหม่อมสังวาลย์ร้องออกมาอย่างโหยหวยแล้วก็ค่อยๆทรุดตัวไปกองกับพื้น พยายามตะเกียกตะกายขวาง แต่ก็ถูกเตะกระเด็นไปติดข้างฝา นายมาวินกำลังจะยัดยาเข้าปากของพ่อปู่ใหญ่อีกครั้ง
“ หยุดนะ อย่าทำอะไรพี่ของฉัน” ธิชาตะโกนออกมาลั่น แต่ถูกร่างของอาจารย์ธิเบศใช้มือฟาดลงต้นคอ หลับไปในทันที
นายมาวินคิดว่าครั้งนี้คงไม่มีใครมาขวางอีกแล้ว ขณะกำลังยัดยาเข้าปากของพ่อปู่ใหญ่ ก็มีมีดบินพุ่งเข้ามปักเข้าที่มือของ นายมาวินเอาไว้
ฉึก !!
เม็ดยาร่วงหล่นลงพื้น ร่างของขจรปรากฏขึ้นทางหน้าต่างห้อง
“ พวกแกสองคนนี่ นรกส่งมาเกิดจริงๆ วันนี้ฉันจะส่งพวกแกไปลงนรกพร้อมๆ กันเสียเลย”
“ พี่มันนี่แหละ ไอ้ขจร”
“ หืม แกคิดว่าแกเก่งแล้วหรือ โหงพรายฆ่ามันซะ”
โหงพรายผุดขึ้นมาจากทั่วสารทิศ แต่ว่าพวกมันไม่อาจเข้าใกล้ขจรได้เลย ถูกดาบสยบฟ้า ฟันออกไปทีเดียว เหล่าฝูงโหงพราย ล้วนกลายเป็นเถ้าถ่านไปในทันที
พราหมณ์ผู้พี่ในร่างของอาจารย์ธิเบศ นำตะกรุดไม้ตะเคียนออกมา
“ จัดการมันให้ข้า แล้ว ข้าจะปล่อยเจ้าเป็นอิสระ”
วิญญาณนางตะเคียนโผล่ออกมาจาก ตระกรุด กลายเป็นผีสาวไม่ใส่เสื้อผ้าผมยาว ช่วงล่างมีแตกกิ่งไม้ ปล่อยกรงเล็บยาวๆ เข้ามารัดขจรเอาไว้ แต่พอเข้าใกล้ ก็ถูกยันต์เกราะเพชร เผาทำลายกิ่งไม้ไหม้จนหมด
“ เจ้านี่เลวยันเงา จับแม้กระทั่งผีสางนางไม้มาเป็นทาส” ขจรถอนหายใจ แล้วตวัดดาบออกไป พร้อมแผ่เมตตาไปด้วย ร่างของนางตะเคียนขาดเป็นสองท่อน พร้อมตระกรุดในมือของ อาจารย์ธิเบศก็ถูกเผาไหม้กลายเป็นขึ้เถ้า ร่างของอาจารย์ธิเบศ ถึงกับต้องถอยหลังไปหลายก้าว
“ เห็นไหมพี่มันร้ายกาจมาก”
ผีเด็กรักยมทั้งสอง ปรากฏร่างคอยคุ้มครอง เจ้ามาวินเอาไว้
“ หนูมาแล้ว อย่าทำอะไรพ่อหนูนะ”
“ พวกเจ้าช่วยผิดคนแล้ว” ขจรเอ่ยจบก็ใช้มือดาบสยบฟ้าปัดวิญญาณน้องทั้งสองกระเด็นไป เจ้ามาวินพุ่งตัวเข้ามาพร้อมกับแทงมีดหมอใส่ขจร แต่ว่าถูกขจรใช้ดาบสยบฟ้า ปัดมีดหมอหลุดไป แล้วกระแทกเข่าที่หน้าอกของมันจนร่วงไปนอนกับพื้น
พี่ชายของมัน นำมีดหมอของมัน กรีดเลือดของตนเอง แล้วเขียนยันต์กลางอากาศ ทำปากขมุบขมิบ
“ ข้าแต่เทพอนันตกาล โปรดลงมาช่วยข้า ผู้เป็นสาวกของท่านด้วยเทอญ” แล้วนำมีดปักเข้าที่กลางกระหม่อมของนายมาวิน
ทันใดนั้นเอง ร่างของมาวินที่หลับไปแล้ว ก็ลืมตาตื่นขึ้นมา พร้อมกับ เลือดไหลออกมาจากหัว ท่วมตัว มันมีเขางอกออกมา แขนขายาว เหมือนปีศาจโลหิต
“ ปีศาจโลหิตอีกแล้ว?”
ขจจส่ายหัว ไม่รอมันแปลงกายเสร็จ กรีดเลือดลงบนดาบสยบฟ้า แล้วพอดาบส่องประกาย ก็ฟันร่างของมันขาดเป็นสองท่อน ร่างสลายกลายเป็นฝุ่นผงไปในทันที ขจรพุ่งเข้าไป ใช้ฝ่ามือตบเข้าไปที่กกหูของ อาจารย์ธิเบศ จนหน้าทิ่มไปที่พื้น แล้วกระชากร่างของมันขึ้นมาบนเตียง แล้ว นำศรีษะของมันไปชนกับ พ่อปู่ใหญ่ แล้วกรีดเลือดของร่างอาจารย์ธิเบศ ลงบนตัวของร่างพ่อปู่ใหญ่ แล้วลงมือเขียนยันต์ตามที่ได้ฝึกมา แล้วก็ทองคาถาปิดฟ้า เปลี่ยนวิญญาณไปด้วย ไม่นานร่างวิญญาณของทั้งคู่ก็สลับมาเป็นปกติอีกครั้ง
“ แกไม่มีวันทำสำเร็จหรอก ตราบใดที่ข้ายังมีชีวิตอยู่ ร่างของมันจะต้องถูกข้าบงการเอาไว้” พ่อปู่ใหญ่ฟื้นคืนมาแล้วตะโกนออกมาอย่างไม่กลัวเกรง
“ จริงด้วย แต่หากแกตายไป ก็ไม่มีทางแล้วซิใช่หรือไม่”
“ นี่ แก..รู้ได้ยังไง”
ขจรเอ่ยจบก็ใช้มือหักคอมันทันที แล้วจับโยนศพของมันไปเก็บเอาไว้ในมิติหนังสัตว์
“ พ่อจ๋า พ่อจ๋าหายไปไหนแล้ว” รัก ยม วิ่งเข้ามาตามหา มาวินที่ตอนนี้กลายเป็นขี้เถ้าไปแล้ว
“ ได้เวลาที่พวกเจ้าไปเกิดใหม่แล้ว อย่างฟุ้งซ่านไป”
“ ไม่ พวกเราจะหาพ่อจ๋า”
ขจรไม่พูด หยิบขวดที่เก็บกระดูกของทั้งสองออกมา แล้วเผาทิ้งไป ร่างของรักยมก็ค่อยๆ สลายหายไปในทันที
“ ท่านพี่… ท่านพี่เป็นยังไงบ้าง”
วิญญาณของหม่อมสังวาลย์ถูกมีดหมออาคม พลังวิญญาณก็อ่อนแรงลงไปเรื่อยๆ ใกล้จะแตกสลายลงทุกที
“ เขาไม่เป็นอะไรแล้ว บัดนี้ถึงเวลาที่หม่อมจะไปเกิดใหม่แล้วนะ ทำใจเสียเถิด”
“ ท่านพี่…. ไม่ว่าชาตินี้หรือชาติไหนๆ ข้าก็จะขอรอท่านพี่ตลอดไป…” หม่อมสังวาลย์เอ่ยน้ำเสียงสะอึกสะอึ้น ค่อยๆ บรรจงจูบปากของ อาจารย์ธิเบศ ที่ยังคงสลบไม่ไหวติง แล้วร่างวิญญาณหม่อมสังวาลย์ก็ค่อยๆ แตกสลายกลายเป็นสะเก็ดดาวลอยไปบนฟากฟ้า
ธิชาฟื้นขึ้นมาก็ถามขจรทันที
“ นี่เกิดอะไรขึ้น พี่ธิเบศหายไปไหนแล้ว?” ขจรมองอาจารย์ธิเบศที่นอนฟุบกับเตียงแล้วเอ่ยว่า
“ เขาไม่เป็นไรแล้ว ทุกอย่างมันจบแล้ว” ขจรเอ่ยแค่นี้ก็เดินออกไป ไม่สนใจเรื่องราวในห้องนี้อีก.