ภายในห้องจัดงานบอลล์บนชั้นสองของอาคาร ผู้คนคับคั่งท่ามกลางบรรยากาศงดงามตระการตา ประกายแสงแฟลชวูบวาบเมื่อช่างภาพรุมถ่ายคู่หนุ่มสาวที่ก้าวเข้างานล่าสุดแขกไม่ได้รับเชิญคนหนึ่งเมียงมองเข้าไปจากระเบียงด้านนอกเธอผ่านด่านชั้นล่างมาได้ด้วยการสบตาใสส่งภาษาใต้กับพนักงานตรวจบัตรว่าเป็คนงานบ้านลูกสาวท่านทูตที่ร่วมงานนำของที่ลืมมาส่งเ้านาย เขาพูดสำเนียงถิ่นแนะให้โทร.เรียกออกมารับ เธออ้างว่าติดต่อไม่ได้การต่อรองจบลงที่สาวใช้หน้าซื่อเข้าไปในตึกอันมโหฬารงามขลังด้วยมนต์แห่งอดีตได้
จุดส่งตัวสาวเดบูตองส์สู่ฟลอร์เต้นรำเป็แท่นยกพื้นม่านกำมะหยี่สีน้ำเงินแต่งขอบเวทีสองข้างสูงเกือบจรดเพดานสูง ประดับเส้นไหมดิ้นทองคล้ายในโรงละครบิดารอรับบุตรีอยู่เหนือบันไดฝั่งซ้าย โฆษกประกาศชื่อจนมาถึงลำดับสุดท้าย
“คุณเบญจญาภาพิริยณรงค์ บุตรีท่านเอกอัครราชทูตพงษ์พิบูลย์กับคุณดารากร พิริยณรงค์”
หญิงสาวชุดสีพีชปรากฏจากหลังม่านทางขวาก้าวไปหยุดใต้ซุ้มดอกไม้สวยสะพรั่งตรงกลาง
หนูจ้าได้เห็นใบหน้าคนที่พี่อ้วนเรียกว่า‘น้องแพม’ ก็ตอนนี้
ชายคู่เต้นรำยืนเขินเกร็งอยู่ตรงฐานบันไดโค้งคลี่ขั้นลงระดับพองามท่านทูตก้าวไปรับมือบุตรีนำมาตรงจุดเดิมก่อนส่งมือต่อให้ชายหนุ่มพาเข้าสู่ฟลอร์เต้นรำเมื่อเขาหันหน้าตรงมาทางหน้าต่างที่หลบอยู่ เธอจึงเพิ่งได้เห็นพี่อ้วนเต็มตานับจากมาที่นี่เขาดูไม่เหมือนครั้งสุดท้ายที่เจอ จากวัยรุ่นผอมสูงกลายเป็ชายเต็มสง่า สวมสูทดำเต็มยศกับรองเท้าหนังมันขลับ
ความว้าเหว่วาบในอกเขาดูสูงส่งห่างไกล...คล้ายไม่ใช่พี่ชายที่จะะโกอดคอเมื่อไหร่ก็ได้
วงดนตรีบรรเลงเพลงวอลท์ซหนุ่มสาวเดบูตองส์เก้าคู่ขยับพลิ้วตามท่วงทำนอง กลุ่มควันลอยร่ำไรขึ้นจากพื้นจับตัวเป็ปุยหมอกสถานที่และแสงสีถูกออกแบบตกแต่งให้ยามคู่เต้นรำหมุนตัวประดุจลอยละล่องบนฟองเมฆขาวชั้นฟ้าคนเยี่ยมหน้าส่องจากข้างหน้าต่างกระจก รู้สึกราวกับพี่ชายจะลอยหายไปเป็...คนอื่น
เธอทรุดลงนั่งพิงผนังอย่างอ่อนล้าเวลาล่วงไปเนิ่นนานเท่าใดไม่รู้ตอนได้ยินโฆษกประกาศ
“ขอส่งท้ายค่ำคืนอันสวยงามด้วยสีสันละลานตา”
เธอลุกชะโงกดูข้างในลูกโป่งหลากสีสดใสโปรยจากเพดานพร้อมกับที่พนักงานเปิดประตู จบ่เต้นรำแขกส่วนใหญ่ยังจับกลุ่มคุยเธอตัดสินใจฝ่าลูกโป่งดิ่งลงเป็สายเข้าไปมองหาพี่อ้วนกระทั่งก้าวลึกถึงกลางโถงห้องใหญ่โตโอฬาร แหวกกลุ่มลูกกลม ๆ ที่ฟูฟ่องล่องลอยบังตา
และแล้วก็เจอ...
ห่างไปไม่กี่ก้าวเขากำลังแหงนหน้าตีลูกโป่งเล่นเธอรวบรวมกำลังใจตรงเข้าหา ขณะนั้นเองหญิงสาวชุดสีพีชเดินแซงขึ้นไปรองเท้าส้นสูงสะดุดลูกโป่งที่เกลื่อนพื้นพี่อ้วนถลันรับร่างบางไว้ในอ้อมแขนก่อนจะล้ม เธอรีบหมุนตัวกลับรู้สึกคล้ายไม่อยากขัดจังหวะและเหมือนตัวเองเป็บุคคลที่สามอย่างไรชอบกลแน่วไปหยุดตั้งหลักตรงผนังที่แขวนภาพสาวเดบูตองส์ทั้งเก้า ‘เบญจญาภา พิริยณรงค์’ แลงามผิดแผกจากโลกอันคุ้นเคยชุดราตรียาวลูกไม้อ่อนหวานชวนฝันที่ทุกคนสวมเป็แบบย้อนยุคแต่ไม่รู้จักว่าสมัยไหน
แเื่ทยอยออกจากห้องโถงคู่เต้นรำกำลังจะเดินผ่านหลังไป เธอรีบก้มหน้าตบปีกหมวกหลุบลงอีกนึกกลัวเขาจะเห็นขึ้นมาดื้อ ๆ กำมือเขกหัวตัวเองว่างานเลิกยังไม่กล้าอย่างที่คิดพอตั้งตัวได้ก็กวดตามถึงระเบียงทางเดิน ลดฝีเท้าพอเห็นพี่อ้วนในระยะไม่หายจากสายตาถึงบันไดโอ่อ่าปูพรมสีแดงกุหลาบเขาก้าวลงปะปนหมู่คนที่กระจายอยู่ทุกขั้นเธอซอกแซกผ่านไปหยุดสูดหายใจตรงชานพัก ใจเต้นตึ้กตั้กเรียกเขาซึ่งลงถึงเชิงบันได
“พี่อ้วน...”
“อ้วน...ลูก”เสียงดังจากข้างหลัง
เขาหันตามเสียงพร้อมคนข้างกายเธอหมุนหลบทันควันและเงยไปเห็นผู้เรียกตรงชั้นบน สะดุ้งคุกเข่าลงผูกเชือกรองเท้าเพิ่งรู้ว่าคุณน้าหญิงมางานด้วย ! เธอยังไม่ลืมดวงตาเ็าในคืนฝนตกยิ่งก้มหน้าขณะอีกฝ่ายลงมาผ่านร่างไป ค่อยยืดตัวเหยียบขึ้นบันไดเชื่องช้าคอยฟังคนข้างล่าง
“วันนี้หนูน่ารักมากจ้ะคนกล่าวขวัญกันทั้งงานว่าพี่อ้วนกับน้องแพมเป็คู่เต้นรำที่น่าประทับใจที่สุด”
ผู้เดินทางมาไกลเร่งสาวเท้าบอกตัวเองเบา ๆ
“กลับบ้านเราดีกว่า”
รถบ้านพิริยณรงค์เคลื่อนตัวจากลานจอดเพื่อนำท่านทูตกับภรรยาและคุณหญิงไปสังสรรค์ต่อที่สโมสรระหว่างรถแล่นเข้าใกล้ประตูรั้วคุณหญิงเห็นด้านหลังวัยรุ่นหญิงกำลังตรงสู่ทางออกเธอสะดุดเพราะคุ้นตาอย่างบอกไม่ถูก จ้องจับร่างจนรถเลียบข้างไม่ห่างนัก แต่ใต้แนวไม้แสงค่อนข้างสลัวและเด็กสาวใส่หมวกเดินก้มศีรษะเมื่อรถแล่นแซงเธอเอี้ยวไปขอดูหน้าชัด ๆ
... !!!
เห็นกับตาว่าใครรีบสะบัดกลับดารากรทักว่าหน้าซีดเชียวไม่สบายหรือเปล่า
ครั้นรถเลี้ยวออกถนนร่างเด็กสาวคนนั้นลับจากหางตาคุณหญิงไปคนละทิศทาง
ครู่ต่อมารถบ้านสิรินเภตราออกจากสถานที่จัดงานเลี้ยวสู่ถนนใหญ่ไม่นานก็ไหลเลียบริมทางตามรถข้างหน้าช้า ๆภายใต้แสงโคมไฟริมถนนกลางคืนภารินธรเห็นหลังวัยรุ่นหญิงคนหนึ่งเดินคอตกไปเอื่อย ๆเหมือนหมดเรี่ยวแรง เ้าของภาพชวนเศร้าวังเวงนั้นคลับคล้ายคลับคลา...ถึงจังหวะรถจะแซงไปดูหน้าได้ ร่างนั้นพลันเลี้ยวซ้ายมุมถนนคนขับรถหมุนพวงมาลัยสู่ทางเดียวกันแต่เคลื่อนยืดยาดแทบชะลอรอจนรถเลื่อนได้คล่องขึ้นเขาเปิดกระจกชะโงกดูร่างที่จับตาอยู่ก็แวะเข้าตู้โทรศัพท์รีบมองย้อนกระจกหลังเห็นแต่ร่างที่หันหลังให้ เมื่อรถแล่นห่างไปเรื่อย ๆร่างวัยรุ่นหญิงค่อย ๆเล็กลงทีละน้อยจนดูราวตุ๊กตาในตู้โทรศัพท์ของเล่น...แต่คงไม่มีใครสร้างของเล่นเด็กที่แลดูเศร้าแบบนั้น
เขาปลอบใจตัวเองไม่ใช่หรอกน่า...จะใช่น้องได้ยังไง
ขณะที่เด็กสาวในตู้โทรศัพท์ริมถนนกำลังก้มหน้าพูดสาย
“เ้าจ้า! อยู่ไหน !” เสียงดุ ๆ ชินหูเรียกน้ำตาคลอหน่วยทันที
“แม่...แม่...”เธอเปล่งเสียงแ่กลั้นสะอื้นเต็มที่ “จ้ามา...จ้ามา...” ถึงตรงนี้น้ำตาร่วงต้องควบคุมน้ำเสียงไม่ให้สั่น “แม่ไม่ต้องห่วง พรุ่งนี้จ้าก็ถึงบ้าน”
“จะไปค้างที่อื่นแค่เขียนใส่เศษกระดาษบอกแม่เรอะ!”
“ก็แม่หลับอยู่”
“คืนนี้นอนที่ไหน!”
สถานีรถโดยสารสายใต้ค่ำนั้น รถทัวร์สายกรุงเทพฯ-ภูเก็ตเต็มหมดทุกที่นั่งจึงต้องรอเที่ยวแรกของพรุ่งนี้เช้า เด็กสาวอยู่ในอาคารผู้โดยสารผู้คนพลุกพล่านไหลผ่านสายตา กัดหมูปิ้งคำข้าวเหนียวคำไปโดยไม่รู้รสชาติ จู่ ๆ น้ำตาซึมขอบตาร้อนผ่าวซะอย่างงั้นรสขื่นขมแล่นจุกคอ
อุวะ !ฉิวขึ้นมาจึงขืนสู้ชูไม้หมูปิ้ง เราต้องกินให้อร่อย !นี่ไม่ใช่หมูไม้ละห้าข้าวเหนียวถุงละห้าแต่มันราคาเท่าค่ารถไปกลับกรุงเทพฯ-ภูเก็ตพันกว่าบาทมีค่าเท่ากับระยะทางหนึ่งพันเจ็ดร้อยกิโลเมตรเพื่อมานั่งกินข้าวเหนียวหมูปิ้งอยู่ที่นี่ถึงเื่อื่นจะเป็ยังไงแต่จะไม่ยอมเสียความสุขมื้อนี้ไป ยกอุ้งมือปาดน้ำตาตกลงกับตัวเองั้แ่ครั้งนั้น ตราบใดยังมีให้กิน ไม่ว่าเศร้าหรือสุขเราจะกินให้อร่อยเริ่มต้นมื้อนี้เลย
หมูปิ้งหมดสามไม้ข้าวเหนียวหนึ่งห่อเธอตอบตัวเองได้ว่าหมูปิ้งรถเข็นเ้านี้หวานนุ่มใช้ได้
ตกดึกคนเริ่มบางตาชายชราที่นั่งห่างโต๊ะหนึ่งคั่นชะโงกหน้ามาพูด “แม่หนู เนื้อคู่เป็คนที่รู้จักกันมาแต่เด็กนะ”แล้วก้มหน้าอ่านหนังสือพิมพ์ต่อไป ดึกขึ้นคนยิ่งร่อยหรอชายกลางคนมานั่งเมาซะเงาะซะแงะข้าง ๆ เธอขยับหนีกอดเป้แน่นดึกมากเข้าผู้คนโหรงเหรงจนเปลี่ยวก็นั่งกลัวตาแข็ง แต่พอััได้ว่าที่สาธารณะไฟสว่างมีคนตลอดคืนแห่งนี้ปลอดภัยเพียงพอเธอตกลงกับตัวเองเพิ่มเติมอีกข้อ...ไม่ว่าอย่างไรเราจะนอนให้หลับ เริ่มจากคืนนี้เลยแล้วทอดตัวตามยาวบนแถวเก้าอี้ หลับไม่รู้เื่ว่ายามรุ่นพ่อมาเมียงมองพลางส่ายหัว“ผู้สาวนี่ บ่ย่านไผบ่”
ในเวลาเดียวกันภายในห้องนอนแสนสบายของบ้านสิรินเภตรา ใครคนหนึ่งนอนไม่หลับด้วยมัวพะวงเื่เห็นลูกสาวบ้านโน้นโดยไม่คาดฝันประหลาดจริง ๆ เธอถามคนขับรถแล้ว หลังงานเลิกคุณอ้วนให้ไปส่งคุณแพมแล้วตรงกลับบ้านไม่ได้แวะที่ไหนหรือจะสวนกัน ลูกชายลงไปภูเก็ตไม่เจอ เพราะอีกฝ่ายขึ้นมาหาที่กรุงเทพฯแต่จะไปจะมาก็น่านัดหมายกันไว้ก่อน อย่างไรก็ตามเธอแน่ใจว่าทั้งคู่ไม่ได้พบกันแต่ก็ไม่เห็นเหตุที่จะคลาดกันได้ รื่นแนะให้เฉยไว้ไม่ต้องบอกคุณอ้วนในเมื่อโชคชะตาเข้าทางเราก็ปล่อยไปตามชะตา
โทรศัพท์ลั่นขึ้นยามวิกาลคุณหญิงผวามองเข็มนาฬิกาชี้เวลาตีสาม สิบนาทีต่อมาตัดสินใจเข้าไปเปิดโคมไฟหัวเตียงปลุกลูกชายเขาลืมตาสะลึมสะลือ
“เื่ด่วนเราต้องเดินทางแล้วลูก”
ด้วยเหตุนี้ภารินธรต้องลุกจากที่นอนคว้ากล่องของขวัญบนหัวเตียงไปส่งที่ไปรษณีย์ในสนามบินเช้ามืดวันนั้นพร้อมจดหมายใจความว่า
โจรสลัดบุกปล้นเรือสินค้าของบริษัทกลางทะเลนอกชายฝั่งที่เยเมน
จับลูกเรือเป็ตัวประกันเป็ไง...บู๊ไหม พี่ต้องตามคุณน้าหญิงของ
หนูจ้าไปดำเนินการไถ่เรือกับลูกเรือเสียดายพี่ตั้งใจจะให้ของขวัญ
สอบเข้ามหา’ลัยได้กับมือแต่ไม่อยากเก็บไว้จนกร่อยเลยส่งทาง
ไปรษณีย์แทนหนูจ้าได้รับแล้วขอให้รู้ว่าพี่ดีใจด้วยมาก ๆ
ลูกเต่าเก่งจริงๆ หนูจ้าถ่ายรูปตอนใส่ชุดนักศึกษาวันเปิดเทอม
ส่งมาให้พี่ดูด้วยนะพี่อยากเก็บไว้เป็ที่ระลึก
ฟ้าสางเสียงจอแจรอบตัวดังขึ้นเรื่อย ๆ เปลือกตาเด็กสาวลืมขึ้น ภายในอาคารสถานีรถโดยสารผู้คนเริ่มขวักไขว่อีกครั้งและหลายคนกำลังมองมาที่เธอจากนั้นบนรถทัวร์กรุงเทพฯ-ภูเก็ต เด็กสาวสวมหมวกแก๊ปนั่งกอดอกมองไปนอกหน้าต่างรถแล่นออกนอกเมืองสองข้างทางเริ่มเป็ทิวทัศน์ต่างจังหวัด ระหว่างเหม่อคิดน้ำตาก็เอ่อเอนศีรษะพิงพนักเพื่อกักน้ำตา เพียงครู่ต้องดึงปีกหมวกลงปิดหน้าปล่อยให้น้ำตาไหล
จวนสามทุ่มกลับถึงบ้านแม่พล่านรออยู่ดุลั่น “เ้าจ้า ! ไปรับน้องมหา’ลัยที่ไหน แม่โทร.ถามเพื่อนแกที่คณะไม่มีที่ต้องนอนค้างอ้างแรม” เ้าตัวไม่ตอบแต่ตรงสู่ห้องนอนแม่ดึงแขนกลับมาพูดจาให้รู้เื่แต่ต้องคลายมือเพราะใบหน้าอ่อนโรยปนเศร้าอย่างไม่เคยเห็นมาก่อนของลูกสาว
ตีห้าเธอตื่นมารับอากาศยามเช้ามืดใต้ชายคาคุยให้เ้าเด่นฟังว่านายเก่าของมันมีน้องใหม่คงลืมคนที่นี่หมดแล้วแสงไฟตามบ้านเรือนทยอยติดสว่างเป็จุดเล็ก ๆ ชีวิตวันใหม่เริ่มต้นเธอปั่นจักรยานไปตามทางเลียบชายหาดและหยุดตรงเนินถนนระหว่างมองท้องทะเลอาบแสงเงินแสงทองคล้ายได้ยินเสียงตัวเองก้องสะท้อนจากชานพักบันไดกว้างปูพรมสีแดงกุหลาบ
‘พี่อ้วน...’
นั่นเป็ครั้งสุดท้ายที่เรียกเขาได้แบบนั้น
ฝูงนกบินว่อนเครื่องบินลำหนึ่งพาดผ่านท้องฟ้า นับแต่นี้เวลามองขึ้นไปจะไม่นึกถึงคนที่จากไกลในเมื่อเธอไม่อยู่ในชีวิตเขาอีกต่อไป สมควรที่เขาจะไม่อยู่ในชีวิตเธอเช่นกัน
พระอาทิตย์ขึ้นวันนั้นกับตกดินวันนี้ละม้ายกันอรุณส่องแสงอ่อนทักทายคลับคล้ายอาทิตย์ยอแสงอำลาหญิงสาวจอดรถบนเนินถนนเลียบชายหาดแห่งเดิม เปิดประตูออกมายืนพิงข้างกระบะกอดอกมองผืนฟ้าไพศาลทอดต่อทะเลยามเย็น ชมตะวันรอนลับดวงหลังเส้นขอบฟ้าแผ่นน้ำคราม
เธอขับรถกลับบ้านเมื่อสิ้นแสงสุดท้ายของวัน