[สถานที่: ลานหินกลางป่าหมอก - หลังจบการต่อสู้]
ความเงียบสงัดเข้าปกคลุมพื้นที่ มีเพียงเสียงหอบหายใจและเสียงลมพัดใบไม้ไหว เย่หวงก้มลงมองร่างที่นอนสลบเหมือดของ เหลยเจิ้น และพรรคพวกเมืองป้อมอัสนี เขาแสยะยิ้มมุมปาก ก่อนจะเริ่มลงมือ "รูดทรัพย์" อย่างชำนาญราวกับโจรอาชีพ
[System: Auto-Loot Activated]
ได้รับ: ถุงเงิน (ภายในมี 350 ตำลึงทอง)
ได้รับ: ยาฟื้นฟูระดับกลาง x5 ขวด
ได้รับ: ขวานคู่อัสนี (อาวุธระดับวิญญาณ - ชำรุดเล็กน้อย)
"ขอบใจสำหรับค่าขนมนะ... ถือว่าเป็นค่าทำขวัญที่ทำให้เพื่อนข้าตกใจ"
เมื่อริบของมีค่าจนเกลี้ยงตัว เย่หวงก็ใช้เท้าเขี่ยร่างยักษ์ของเหลยเจิ้นให้กลิ้งหลุนๆ ลงไปกองรวมกับลูกน้องที่ตีนเนินเขาอย่างไม่ไยดี
"นอนตากน้ำค้างไปเถอะ พวกสวะ"
เย่หวงปัดมือไปมาไล่ฝุ่น แล้วปรับสีหน้าให้ดูอ่อนโยนลง ก่อนจะเดินกลับมาหากลุ่มตัวแทนเมืองชิงเหอ สภาพทีมตอนนี้ดูย่ำแย่กว่าที่คิด หวังเล่ย แขนหักห้อยรุ่งริ่ง หน้าซีดเผือดเพราะเสียเลือดมาก กัวเฉิน และ หลินเฟิง มีบาดแผลลึกจากการถูกฟันที่ขาและไหล่ ส่วนสามสาว หลิวหรูเยียน และ มู่ชิงเสวี่ย แม้ไม่บาดเจ็บภายนอกมากนัก แต่ก็สูญเสียพลังปราณไปจนเกือบหมดจากการต่อสู้ยืดเยื้อ
"เจ้า... เจ้าหายหัวไปไหนมาตั้งนาน!"
หลิวหรูเยียนกัดฟันพยุงตัวลุกขึ้น นางมองเย่หวงด้วยสายตาตัดพ้อระคนโล่งใจ
"ตอนที่พวกเราถูกล้อม... ข้ามองหาเจ้าไม่เจอ เจ้ารู้ไหมว่าพวกเราเกือบตายกันหมดแล้ว! ข้านึกว่าเจ้าทิ้งพวกเราไปแล้วเสียอีก!"
เย่หวงยิ้มบางๆ ไม่แก้ตัว แต่ล้วงมือเข้าไปในอกเสื้อ หยิบเอาสมุนไพรสีเขียวสดที่เปล่งออร่าจางๆ ออกมา 7 ต้น กลิ่นหอมสดชื่นของมันทำให้ทุกคนรู้สึกกระปรี้กระเปร่าขึ้นทันที
"ข้าไม่ได้หนีไปไหนหรอก... ข้าแค่แวะไป 'ร้านขายยา' มาน่ะ"
"นี่มัน..."
มู่ชิงเสวี่ยขยับแว่นตา นางเบิกตากว้างเมื่อเห็นสมุนไพรในมือเขา
"'หญ้าหยาดน้ำค้างวิญญาณ'! สมุนไพรหายากที่ช่วยสมานบาดแผลภายในและฟื้นฟูปราณได้เร็วกว่ายาเม็ดทั่วไปถึง 3 เท่า... เจ้าไปเจอมันที่ไหน? แถมยังสภาพสมบูรณ์ขนาดนี้!"
"แถวๆ ชายป่าน่ะ มีหมาเฝ้าอยู่หน่อยนึง แต่ข้าจัดการแล้ว"
เย่หวงตอบเรียบๆ ราวกับเป็นเรื่องเล็กน้อย
"ที่ข้ามาช้า เพราะข้าต้องเสียเวลาเก็บเจ้าพวกนี้มาให้พวกเจ้านี่แหละ... ข้ารู้อยู่แล้วว่าถ้าปะทะกับเมืองอื่น พวกเจ้าต้องเจ็บตัวแน่ เลยไปเตรียมเสบียงมาให้ก่อน"
คำตอบของเขาทำให้ทุกคนอึ้งไป
(ที่แท้เขาก็แยกตัวออกไปเพื่อหาสมุนไพรมารักษาพวกเรา... เขาอ่านเกมขาดตั้งแต่ต้นเลยงั้นหรือ?)
หลิวหรูเยียนมองเขาด้วยสายตาที่เปลี่ยนไป ความโกรธเคืองหายไปจนหมดสิ้น เหลือเพียงความซาบซึ้งใจ
"เอ้า กินซะ"
เขายัดสมุนไพรใส่มือทุกคน จนเดินมาหยุดตรงหน้า หวังเล่ย ที่นั่งพิงโขดหิน ก้มหน้าด้วยความละอายใจ
"กินซะ หวังเล่ย" เย่หวงยื่นหญ้าให้
หวังเล่ยตัวสั่นเทา ไม่กล้ายื่นมือมารับ น้ำตาลูกผู้ชายไหลซึมออกมาจากหางตา
"ข้า... ข้าไม่สมควรได้รับมัน... ข้ามันอ่อนแอ ข้าเคยดูถูกเจ้า ข้าเคยคิดร้ายกับเจ้า... ปล่อยข้าเจ็บอยู่ตรงนี้เถอะ สมุนไพรล้ำค่าแบบนี้เอาไปให้คนอื่นเถอะ"
"เลิกดราม่าได้แล้ว น่ารำคาญ"
เย่หวงยัดหญ้าใส่มืออีกฝ่ายด้วยแรงที่ค่อนข้างหนัก จนหวังเล่ยต้องเงยหน้าขึ้นมอง
"ฟังนะ... ตอนนี้เราไม่ใช่คู่แข่ง แต่เราคือพวกเดียวกัน ถ้าเจ้าเป็นอะไรไป พวกเราก็จะลำบาก ข้าขี้เกียจแบกเจ้ากลับบ้าน... รีบรักษาตัวให้หาย แล้วลุกขึ้นมาสู้ต่อซะ!"
คำพูดที่ดูห้วนๆ และไม่ใส่ใจ แต่กลับแฝงความเมตตาและภาวะผู้นำที่เด็ดขาด ทำให้หวังเล่ยน้ำตาไหลพราก เขากำสมุนไพรแน่น มองเย่หวงด้วยสายตาที่เปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง... จากความเกลียดชังและอิจฉา กลายเป็น ความเคารพจากก้นบึ้งหัวใจ
"ขอบคุณ... นายน้อยเย่... ขอบคุณจริงๆ ข้าสาบานว่าชีวิตนี้ข้าจะไม่ลืมบุญคุณนี้เลย"
ไม่ใช่แค่หวังเล่ย แต่ทุกคนในทีมตอนนี้ต่างมองเย่หวงเป็น "ผู้นำที่แท้จริง" ไปโดยปริยาย แม้แต่หลิวหรูเยียนเองก็ยอมถอยมาอยู่ข้างหลังเขาด้วยความเต็มใจ
"พวกเจ้านั่งโคจรพลังฟื้นฟูตรงนี้สักพัก อย่าเพิ่งขยับตัว"
เย่หวงสั่งการพลางชี้ไปที่จุดปลอดภัยใต้ต้นไม้ใหญ่
"ข้าจะเฝ้ายามให้เอง... วางใจเถอะ ตราบใดที่ข้ายืนอยู่ จะไม่มีอะไรมาแตะต้องพวกเจ้าได้"
ทุกคนพยักหน้าอย่างเชื่อฟัง แล้วหลับตาลงเข้าสู่สมาธิเพื่อฟื้นฟูพลังทันที โดยไร้ซึ่งความกังวล
...
[เวลาผ่านไป 1 ก้านธูป - บรรยากาศเริ่มตึงเครียด]
"เฮ้ย! ดูนั่นสิ... พวกเมืองชิงเหอนี่หว่า บาดเจ็บกันระนาวเลย"
กลุ่มคน 4-5 คน สวมชุดคลุมของ "สำนักดาบวายุ" (สำนักย่อยระดับล่าง) เดินออกมาจากเงามืด พวกมันมองกลุ่มคนที่นั่งสมาธิอยู่ด้วยสายตาโลภมาก
"หวานหมู! พวกเมืองป้อมอัสนีคงจัดการพวกมันจนน่วมแล้วเรามาชุบมือเปิบ... ไปปล้นแล้วฆ่าทิ้งซะ! ไม่มีใครรู้หรอก!"
พวกมันชักดาบออกมา เตรียมพุ่งเข้าใส่หลิวหรูเยียนและคนอื่นๆ ที่กำลังไร้การป้องกัน
"ก้าวเข้ามาอีกก้าวเดียว... หัวหลุดจากบ่าแน่"
เสียงเย็นยะเยือกดังขึ้นขัดจังหวะ เย่หวงยืนขวางอยู่หน้าร่างของเพื่อนๆ เขาไม่ได้ตั้งท่าต่อสู้ เพียงแค่ยืนนิ่งๆ แต่มือขวาจับที่ด้าม 'กระบี่อัสนีทมิฬ' หลวมๆ แรงกดดันวิญญาณที่แฝงด้วยจิตสังหารเข้มข้น แผ่ออกมาจากร่างของเขา ทำให้อากาศรอบบริเวณเย็นลงจนติดลบ
"ฮ่ะ! แกคนเดียวจะทำอะไรได้! พวกข้ามีกันตั้ง 5 ค..." หัวหน้ากลุ่มสำนักย่อยแสยะยิ้ม วิ่งถลันเข้ามาหมายจะฟันเย่หวงให้ตัวขาดครึ่ง
ชิ้ง! แสงสีดำวาบผ่านเพียงเสี้ยววินาที! เย่หวงชักกระบี่ออกจากฝักเพียง 1 นิ้ว แล้วกระแทกกลับเข้าไป ตึง! ร่างของหัวหน้ากลุ่มที่วิ่งเข้ามา หยุดชะงักกลางอากาศ... นัยน์ตาเบิกโพลงด้วยความงุนงง ก่อนที่เส้นเลือดสีแดงฉานจะปรากฏขึ้นรอบลำคอ ศีรษะค่อยๆ ไหลลงจากบ่า เลือดพุ่งกระฉูดราวกับน้ำพุ! ร่างไร้วิญญาณร่วงลงสู่พื้นโดยที่ยังไม่ทันรู้ตัวว่าตายแล้ว
"ข้าเตือนแล้วนะ" เย่หวงเอ่ยเสียงเรียบ
"ป...ปีศาจ! มันเป็นปีศาจ!"
พวกสมุนที่เหลืออีก 4 คนหน้าซีดเผือด ขาสั่นพับๆ เมื่อเห็นลูกพี่หัวหลุดในท่าเดียว ความกล้าหาญมลายหายไปสิ้น
"หนี! เร็วเข้า!"
พวกมันทิ้งอาวุธแล้วหันหลังกลับ ตะเกียกตะกายวิ่งหนีป่าราบไปคนละทิศละทาง หวังจะเอาชีวิตรอดไปบอกคนอื่น
เย่หวงมองแผ่นหลังของศัตรูที่กำลังวิ่งหนีด้วยแววตาไร้อารมณ์
(ปล่อยไปก็รังแต่จะกลับมาแว้งกัด... การปล่อยเสือเข้าป่า หรือปล่อยศัตรูให้ไปตามพวกมาล้างแค้น คือความผิดพลาดของพวกมือสมัครเล่น)
"โทษทีนะ... แต่ข้าไม่นิยมเหลือเสี้ยนหนามไว้ตำเท้าตัวเอง"
ฟุ่บ! ร่างของเย่หวงหายวับไปจากจุดเดิม ทิ้งไว้เพียงเงาจางๆ วิชาตัวเบา:ก้าวย่างเงาเมฆา (Cloud Shadow Step) ผสานกับความเร็วสูงสุด!
ฉัวะ! ร่างของศัตรูคนแรกที่วิ่งไปทางซ้าย ขาดครึ่งท่อนในพริบตา เย่หวงไม่หยุดเท้า เขาถีบตัวพุ่งไปยังศัตรูคนที่สองและสามที่วิ่งไปทางขวา เคร้ง! ฉึก! กระบี่อัสนีทมิฬตวัดวาดเป็นวงพระจันทร์สีดำ ตัดผ่านอาวุธที่ยกขึ้นมากันและผ่าร่างของพวกมันพร้อมกัน
"อย่... อย่าฆ่าข้า! อ๊ากกกก!"
คนสุดท้ายที่วิ่งไปไกลที่สุด ร้องโหยหวนเมื่อเห็นมัจจุราชสีขาวมายืนดักหน้า เย่หวงไม่พูดพร่ำทำเพลง แทงกระบี่ทะลุหัวใจอย่างแม่นยำและรวดเร็ว
... ตุ้บ... ร่างสุดท้ายร่วงลงสู่พื้น ป่ากลับมาเงียบสงบอีกครั้ง เย่หวงสะบัดเลือดออกจากกระบี่ เก็บเข้าฝักอย่างใจเย็น
"สะอาดเรียบร้อย..."
เขากวาดตามองศพทั้ง 5 ศพที่นอนกระจัดกระจายด้วยสายตาเย็นชา ก่อนจะแสยะยิ้มมุมปากเมื่อนึกขึ้นได้ว่า "งาน" ของเขายังไม่จบ
"ไหนดูซิ... พวกตัวประกอบจะมีอะไรดรอปบ้าง?"
เย่หวงเดินผ่านร่างไร้วิญญาณเหล่านั้นทีละศพ ระบบในหัวทำงานอัตโนมัติโดยที่เขาไม่ต้องก้มลงไปค้นตัวให้มือเปื้อนเลือด
ตติ๊ด! ตติ๊ด! ตติ๊ด!
[System: Auto-Loot Activated]
ได้รับ: เงินสด (รวม 120 ตำลึงเงิน) - จนชะมัด...
ได้รับ: ดาบเหล็กวายุ (ระดับ N) x5 เล่ม - เอาไปขายร้านของเก่าละกัน
ได้รับ: ยาสมานแผลระดับต่ำ x3 ขวด
"เหอะ... จนกรอบสมกับเป็นสำนักดาบวายุจริงๆ"
เย่หวงบ่นอุบอิบขณะมองดูของใน Inventory
"เนื้อยุงก็นับเป็นเนื้อ... เอาเถอะ ดีกว่าไม่ได้อะไรเลย"
เมื่อจัดการ "ธุระ" เสร็จสิ้น เย่หวงก็ปรับสีหน้าให้เรียบเฉย เดินกลับไปนั่งเฝ้ายามที่เดิม ราวกับเมื่อครู่เขาแค่ไปเดินเล่นและเก็บขยะมารีไซเคิลเท่านั้น
เย่หวงเหลือบมองเพื่อนๆ ที่เริ่มทยอยลืมตาขึ้นมาจากการฟื้นฟู ร่างกายของทุกคนดูดีขึ้นมาก บาดแผลเริ่มสมานตัว
"ฟื้นกันแล้วเหรอ?"
เย่หวงถามด้วยน้ำเสียงปกติ
"อื้ม... รู้สึกดีขึ้นมากเลย"
หลิวหรูเยียนตอบพลางมองไปรอบๆ นางเห็นกองศพของคนสำนักดาบวายุที่นอนเกลื่อนกลาดรอบทิศทาง กลิ่นคาวเลือดยังจางๆ อยู่ในอากาศ นางรู้ทันทีว่าเกิดอะไรขึ้นระหว่างที่พวกนางหลับตา... เขาไม่ได้แค่ไล่พวกมันไป แต่เขา "สังหารล้างบาง" เพื่อความปลอดภัยของทุกคน
นางสบตาเย่หวง แววตาฉายความรู้สึกลึกซึ้งที่ผสมปนเปกัน ทั้งความหวาดหวั่นในความโหดเหี้ยม และความอบอุ่นใจที่ได้รับการปกป้องอย่างดีที่สุด
"ขอบใจนะ... สำหรับทุกอย่าง"
เย่หวงยักไหล่ "ไปกันเถอะ... หนทางยังอีกยาวไกล เราต้องทำเวลา"
ทีมเมืองชิงเหอลุกขึ้นยืนอีกครั้ง คราวนี้แววตาของทุกคนเต็มไปด้วยความมุ่งมั่นและเชื่อมั่น ภายใต้การนำของ เย่หวง พวกเขาเชื่อว่าไม่มีอุปสรรคใดที่ผ่านไปไม่ได้