Astral Beast Hunter (นักล่าอสูรดวงดาว)

    ตอนที่ 93 หมู่บ้านเก่าแก่

            ตอนที่93 หมู่บ้านเก่าแก่

             

            ครึ่งวันผ่านไป

            แอนดรูว์ได้เดินทางมาถึงหมู่บ้านเก่าแก่แห่งหนึ่งด้วยความรอบคอบ จึงเฝ้าสังเกตหมู่บ้านอยู่ในระยะปลอดภัยหลายวัน ไม่รีบร้อนเข้าไปภายในหมู่บ้านทำให้ได้เห็นวิถีชีวิตของมนุษย์ที่อยู่อาศัยร่วมกับครึ่งมนุษย์ครึ่งสัตว์ แม้แต่สิ่งมีชีวิตประหลาดที่ไม่มีเค้าโครงความเป็นมนุษย์อยู่เลยแต่พวกมันมีสติปัญญา ความนึกคิดและจิตสำนึก สามารถอยู่อาศัยร่วมกับสิ่งมีชีวิตอื่นได้อย่างกลมกลืน

            ทั้งหมดนี้แอนดรูว์ไม่ได้เห็นเพียงวิถีชีวิต ยังได้เห็นความแตกต่างด้านวัฒนธรรมการยอมรับความแตกต่าง ภายใต้กฎหรือแนวคิดพื้นฐานบางอย่างที่ส่งผลเป็นวงกว้างซึ่งช่วยยืนยันได้ว่าความแตกต่างนั้นไม่มีผลกระทบมากเท่าไหร่

            แม้มีกลุ่มย่อยบางกลุ่มที่ไม่ยอมรับการอยู่ร่วมกันของแต่ละเผ่าพันธุ์ภายในหมู่บ้านเก่าแก่แห่งนี้ กลับจัดสรรพื้นที่เฉพาะสำหรับแต่ละเผ่าพันธุ์ราวกับว่าการอยู่ร่วมกันมีมาก่อนก่อตั้งหมู่บ้านแห่งนี้

            ‘เฝ้าดูหมู่บ้านมาระยะหนึ่ง ไม่แปลกใจว่าในหมู่บ้านที่เคยอยู่นั้นสามารถยอมรับความแตกต่างได้เช่นเดียวกับเผ่าพันธุ์ในจักรวาล ดูแล้วหมู่บ้านนี้คงสร้างมานานมากกว่าหลายพันปี ขนาดของหมู่บ้านมีขนาดใหญ่พอจะเป็นเมืองเล็กๆ ได้…

            ...แต่ด้วยรูปแบบไม่มีความซับซ้อนเหมือนผังเมืองจัดการพื้นที่อยู่อาศัยเป็นกลุ่มก้อนของแต่ละเผ่าพันธุ์ในหมู่บ้านรูปแบบการก่อสร้างยังดูล้าหลัง วัสดุก่อสร้างเป็นก้อนดินขึ้นรูป ก้อนหินหรือไม้ไม่มีการพัฒนาด้านการก่อสร้างเท่าที่ควร ถึงจะมีความแตกต่างในวิถีความเป็นอยู่และรูปแบบของที่อยู่อาศัยตามวัฒนธรรม..’

            แอนดรูว์คิดในใจพลางมองเหล่ามนุษย์กำลังแลกเปลี่ยนสิ่งของกับพวกครึ่งคนครึ่งสัตว์ในหมู่บ้านการร่วมแรงกันก่อสร้างบ้านหลังหนึ่งของครึ่งคนครึ่งสัตว์กับสิ่งมีชีวิตประหลาดในพื้นที่ของมนุษย์

            ‘ดูจากที่ตั้งหมู่บ้านอยู่กลางป่า อาจเป็นรอบนอกของสวรรค์แดนใต้อยากบรรลุเป้าหมายแรก คงต้องใช้เวลาสักระยะ เฝ้ามองหมู่บ้านนี้มีประโยชน์มาก ได้รู้ว่าการอยู่ร่วมกันเป็นเรื่องปกติแทบไม่ต่างจากในจักรวาลหรือหมู่บ้านที่เคยอาศัยอยู่บางทีในหมู่บ้านอาจมีบันทึกช่วยเพิ่มความเข้าใจเกี่ยวกับที่แห่งนี้’ แอนดรูว์คิดในใจ ก่อนเคลื่อนตัวไปตามต้นไม้และหลบเลี่ยงสายตาคนในหมู่บ้าน โดยที่ยังระมัดระวังอันตรายเช่นเดิมต่อให้แถวนี้ไม่มีสิ่งมีชีวิตอันตราย สัตว์อสูร หรือผู้ฝึกตนก็ตาม

            แอนดรูว์มาหยุดอยู่ที่ต้นไม้ต้นหนึ่งใกล้ทางเข้าหมู่บ้านเขามองไปตามเส้นทางที่เป็นดินแดง เห็นชายหนุ่มผิวเข้มสองคนในชุดผ้าป่านหามร่างหมูป่าสีดำตัวใหญ่เป็นๆ ขาถูกมัดเชือกไว้บนท่อนไม้ ด้านข้างมีครึ่งคนครึ่งสัตว์เพศหญิงลักษณะคล้ายหมาป่า กับสิ่งมีชีวิตประหลาดสีดำเดินสี่ขาทุกคนต่างมีอาวุธเป็นดาบสั้นเล่มหนึ่ง

            ‘เกือบลืมคิดถึงการสื่อสารให้ดี ได้เห็นการร่วมมือ ถือเป็นเรื่องที่ดีช่วยยืนยันได้ว่ามีภาษากลางและการสื่อสารรูปแบบอื่นที่ช่วยให้เข้าใจต่อให้เป็นสิ่งมีชีวิตต่างเผ่าพันธุ์ ส่วนสิ่งมีชีวิตในกลุ่มนี้เป็นพวกธรรมดาไม่ได้ฝึกฝนลมปราณ หมูป่าตัวนั้นยังเป็นแค่สัตว์ธรรมดา’ แอนดรูว์ละสายตาจากกลุ่มที่มองอยู่เขาเลือกเพ่งสายตาไปยังทิศทางของสวรรค์แดนใต้ ซึ่งเห็นเพียงความเลือนรางกับลมปราณหนาแน่นที่อยู่ห่างออกไปไกลลิบ

            ‘หมู่บ้านห่างจากจุดที่ข้ามมิติมาหลายวัน ตรงนั้นมันอันตราย มีลมปราณหนาแน่นแต่บริเวณที่มองเห็นอยู่ไกลออกไป กลับมีลมปราณหนาแน่นยิ่งกว่า หมู่บ้านแห่งนี้ดูธรรมดาเกินกว่าจะเชื่อว่าอยู่ใจกลางมหาจักรวาลจากที่ดูไม่มีผู้ฝึกตนหรือผู้แข็งแกร่งซ่อนตัวอยู่ในหมู่บ้านแน่นอน ทั้งที่มันคือใจกลางมหาจักรวาล’

            แอนดรูว์เกิดความสงสัยเดิมทีเขามองข้ามจุดนี้ เพราะมันอาจเหมือนพื้นที่ตามดวงดาว หรือพื้นที่ที่แตกต่างจากบริเวณอื่นโดยสิ้นเชิงแต่หลังจากได้เฝ้ามองหลายอย่าง ดูการไหลเวียนของพลังปราณตามธรรมชาติและความอันตรายของพื้นที่เขาจึงรู้สึกว่ามันผิดสังเกต

            ‘ภายในหมู่บ้านอาจไม่มีอะไรผิดปกติ แต่บางทีอาจมีบางสิ่งซ่อนอยู่ใต้ดินบริเวณใกล้เคียงหรืออาจเป็นใต้หมู่บ้าน’ แอนดรูว์เลื่อนสายตาไปมองรอบ ๆ มองออกไปไกลก่อนเคลื่อนตัวไปบนยอดไม้และเริ่มสร้างภาพในหัวอีกครั้ง

            ผ่านไปครู่หนึ่งหลังคิดอะไรหลายอย่าง แอนดรูว์พลันหรี่ตาลง มองไปทางหมู่บ้านเก่าแก่

            ‘แปลกจริง! เดิมทีหมู่บ้านที่เคยอยู่ เต็มไปด้วยอันตรายรอบด้านหมู่บ้านอยู่รอดได้ ต้องพึ่งพาเครื่องรางป้องกัน แต่กลับหมู่บ้านนี้ ไม่มีสิ่งใดผิดสังเกตดูเหมือนหมู่บ้านธรรมดา ตั้งอยู่ในพื้นที่ที่ไม่มีอะไรโดดเด่น ทั้งที่ห่างออกไปไม่กี่กิโลเมตรมีอันตรายนับไม่ถ้วน...

            ...ตามภูมิศาสตร์พื้นที่คงเป็นแบบนี้มานานถึงได้มีสภาพเหมือนทุกวันนี้ ทีแรกคิดอยู่ว่าจุดที่ข้ามมิติมาเป็นพื้นที่ส่วนในของป่าตรงนี้เป็นบริเวณรอบนอกของป่า...

            ...พอมองดูรอบๆ พลังปราณตามธรรมชาติ ไหลเวียนน้อยกว่าจุดอื่นจนผิดสังเกต หลายจุดที่ห่างออกไปจากที่สัมผัสได้ยังไหลเวียนมากกว่าที่นี่หลายเท่า ส่วนจุดที่หนาแน่นที่สุดตรงนู้นคงเป็นใจกลางสวรรค์แดนใต้’ แอนดรูว์ปลดปล่อยสัมผัสรับรู้เข้าสู่หมู่บ้านเก่าแก่แล้วครุ่นคิดในใจอีกครั้ง

            ‘หมู่บ้านนี้มีอะไรไม่ชอบมาพากลจำได้ว่าหมู่บ้านที่เคยอยู่ในอดีตยังมีลมปราณตามธรรมชาติไหลเวียนเยอะกว่านี้ขนาดเป็นหมู่บ้านเล็ก ๆ...

            ...จำไม่ผิดซูเมิ่งเคยบอกว่า การเลือกจุดพื้นที่อยู่อาศัยควรอยู่บนจุดที่มีลมปราณตามธรรมชาติไหลเวียนหนาแน่นเพื่อเอื้อต่อการดำรงชีวิตและการฝึกฝน’ สายตาแอนดรูว์สั่นไหวเล็กน้อยไม่นานก็กลับมาเป็นปกติ

             

            ผ่านไปพักใหญ่

            หลังแอนดรูว์ได้ใช้สัมผัสรับรู้สำรวจหลายจุดพบว่าพื้นที่เกือบทั้งหมดไม่มีความผิดปกติ ยกเว้นใต้หมู่บ้านเก่าแก่ลึกลงไปหลายกิโลเมตรมีพื้นที่โล่งซ่อนอยู่ ถึงไม่รู้ว่าภายในนั้นมีอะไรแต่รู้ว่ามันไม่ได้เชื่อมต่อกับหมู่บ้านและไม่มีทางเข้าไป เหมือนเป็นพื้นที่ปิดตายไม่ก็ถูกทับถมหรือถูกสร้างด้วยวิธีการพิเศษ

            ‘น่าสนใจ แต่ก็น่าเสียดายไม่น้อย’ แอนดรูว์คิดในใจก่อนนิ่งเงียบมองดูทุกอย่างให้ดีอีกครั้ง พอเห็นว่าไม่มีอะไรผิดปกติเขาจึงใช้สัมผัสรับรู้สำรวจอีกสองสามรอบ เพื่อป้องกันความผิดพลาด

            ‘ทุกอย่างปกติดี มีแค่ตัวหมู่บ้านไร้การป้องกันกับใต้หมู่บ้านที่ค้นหาง่ายเกินไปเห็นทีคงมีใครเคยหามันพบบ้างแล้ว ถึงไม่มีร่องรอยเข้าไปสู่ใต้ดินแต่อาจมีวิธีพิเศษเข้าไปหรือมีใครกำลังพิทักษ์มันอยู่อีกอย่างในหมู่บ้านที่ทุกชีวิตเหมือนธรรมดา อาจมีผู้ฝึกตนแข็งแกร่งซ่อนตัวอยู่เงียบๆ จำนวนมาก’

            แอนดรูว์วิเคราะห์ถึงสิ่งที่จะเป็นไปได้มากที่สุดจากข้อมูลที่เขารวบรวมมา ประกอบกับประสบการณ์และพื้นฐานหลายอย่างที่เป็นธรรมชาติอย่างพื้นที่ที่ปลอดภัย มันมีสิ่งอันตรายหรือสิ่งมีชีวิตทรงพลังซ่อนตัวอยู่ถึงได้ปลอดภัย

            “พิจารณาทั้งหมดดูคิดว่าข้าควรอยู่ในหมู่บ้านสักระยะ ดีกว่าหลีกเลี่ยงอันตรายและมุ่งไปสู่เป้าหมายแรก”แอนดรูว์พึมพำ สายตาจับจ้องไปยังทิศทางหนึ่งที่เป็นทางเข้าหมู่บ้าน

            “ข้าหยวนจะได้ฝึกฝนไปในตัว”แอนดรูว์พูดเสียงดังจากนั้นเขาเคลื่อนตัวไปตามต้นไม้อีกครั้งเพื่อไปยังทางเข้าหมู่บ้านแค่ครั้งนี้เขาไม่ได้ไปเงียบ ๆ แต่เขาส่งเสียงดังสั่นการเคลื่อนไหวเองยังทำให้ต้นไม้สั่นไหว บางครั้งกิ่งไม้ยังหักด้วยความตั้งใจ

            “ข้าหยวน, r[หมู่บ้านแล้ว!”

            “ข้าหยวน, จะได้พักเสียที”

            “เดินทางไกลช่างเหนื่อยยากนัก”

            “ฮ่าฮ่า ฮ่า...”

            เสียงของแอนดรูว์ดังก้องทุกถ้อยคำเขาจงใจใช้ภาษาพื้นถิ่นของคนในหมู่บ้านจากพิภพแดนเหนือที่เขาเคยอาศัยอยู่ในอดีต

            “ข้า!” “หยวน!” “มาถึงแล้ว!”

            แอนดรูว์ตะโกนเสียงดังลั่นหน้าหมู่บ้านเสียงของเขาเรียกความสนใจจากคนเฝ้าประตู สิ่งมีชีวิตประหลาดกลุ่มหนึ่งยังหยุดมองเขาอยู่ห่างๆ

            “เจ้าเป็นใคร? มาจากไหน?” ชายสวมชุดผ้าป่านทับด้วยไม้สานคล้ายเกราะป้องกัน หันคมเหล็กของหอกไม้มาทางแอนดรูว์พร้อมถามด้วยภาษาของพิภพแดนเหนือ

            “ข้าหยวนเผ่าไร้ชื่อ จากพิภพแดนเหนือ” แอนดรูว์พูดเสียงดัง ยืนกางแขนด้วยท่าทางไร้มารยาทแต่อยากเป็นมิตรกับคนตรงหน้า

            “พิภพแดนเหนือ? ไกลปานนั้น ไฉนถ่อมาถึงที่แห่งนี้” ชายสวมชุดผ้าป่านถามสามตาสำรวจแอนดรูว์ด้วยความระมัดระวัง ทันใดนั้นเองมนุษย์สัตว์ลักษณะคล้ายลิงกับมนุษย์สัตว์ ลักษณะ คล้ายเสือที่เป็นยามเฝ้าประตูเหมือนชายสวมผ้าป่าน รีบวิ่งออกมาจากด้านในหมู่บ้าน คล้ายเข้ามาสมทบ

            “อาต้าว”มนุษย์สัตว์ ลักษณะคล้ายลิง เรียกชื่อของชายสวมชุดผ้าป่าน ส่วนมนุษย์สัตว์ลักษณะคล้ายเสือมองแอนดรูว์ด้วยสายตาคมกริบ

            “มนุษย์สวมหนังหมาป่า”

            “ข้าว่ามันมาจากเผ่าคนเถื่อนแดนเหนือ”มนุษย์สัตว์ ลักษณะคล้ายลิง บอกกับชายสวมชุดผ้าป่านชายคนนั้นพลันส่ายหน้าและมองแอนดรูว์ราวกับกำลังรอคอยคำตอบจากคำถามที่พึ่งถามไปเมื่อครู่

            “ข้าหยวน”แอนดรูว์เอามือขวาตบหน้าอกตนเอง แล้วพูดต่อด้วยท่าทางกึ่งเคร่งขรึมกึ่งภูมิใจ “ข้าหนีรอดจากคลื่นอสูรคลั่งครั้งใหญ่เมื่อหลายปีก่อนหลังรอดมาได้ข้าจึงมายังสวรรค์แดนใต้ตามคำบอกเล่าของผู้เฒ่าผู้แก่ในเผ่าเพราะพิภพแดนเหนือไม่ปลอดภัยอีกต่อไป”

            ชายสวมชุดผ้าป่านมีท่าทางคล้ายไม่เชื่อด้วยประสบการณ์ลักษณะท่าทางโดยรวมของแอนดรูว์เหมือนคนจากพิภพแดนเหนือเรื่องเล่ายังเป็นเรื่องจริง เพราะเป็นข่าวคราวระยะหนึ่งเมื่อหลายสิบปีก่อน

            ทว่า! สัญชาตญาณในตัวที่แสดงออกมาผ่านสายตา บ่งบอกว่าไม่เชื่อในประสบการณ์

            “เหตุใดเจ้าจึงมาเพียงลำพัง”ชายสวมชุดผ้าป่านถามอีกครั้ง มนุษย์สัตว์ทั้งสองพลันชี้อาวุธเข้าหาแอนดรูว์ ด้วยเหตุผลที่ว่าแอนดรูว์อาจเป็นตัวล่อและในป่าอาจซุ่มซ่อนกองกำลัง ที่มีเจตนาร้าย อย่างกองโจร

            แอนดรูว์เห็นการตอบสนองของทั้งสามเขาไม่ได้มีท่าทีร้อนรน เขากลับทำหน้าเศร้าเล็กน้อย ก่อนพูดประโยคหนึ่งด้วยความหดหู่ปนความซื่อตรงไม่รู้ว่าสิ่งที่พูดเป็นเรื่องจริงหรือเท็จ

            “หมู่บ้านข้าถูกคลื่นอสูรคลั่งทำลาย ทุกคนสิ้นชีพไปหมดแล้ว”

            “แล้วเจ้ารอดมาได้อย่างไรเจ้าเป็นผู้ฝึกปราณ?” มนุษย์สัตว์ ลักษณะคล้ายลิงถามมนุษย์สัตว์ ลักษณะคล้ายเสือแสดงความสงสัยเฉกเช่นเดียวกับชายสวมผ้าป่าน

            “ไม่! ข้าหยวนเป็นคนธรรมดา ข้าแข็งแกร่งตั้งแต่เกิดมีประสบการณ์จากผู้มีพระคุณสอนสั่ง เอาชีวิตรอดในพื้นที่อันตราย... พอได้อยู่บ้างหากไม่พบเจอสัตว์อสูรระดับกลาง” แอนดรูว์พูดจบ หนึ่งมนุษย์สองครึ่งมนุษย์ครึ่งสัตว์ ต่างมองตากันอย่างมีความหมาย

            ไม่นานนักทั้งสามต่างซักถามแอนดรูว์หลายเรื่อง ซึ่งแอนดรูว์ตอบไปตามจริงบ้าง โกหกบ้างหรือทั้งความจริงทั้งเท็จผสมกัน ทุกคำตอบของเขายังแสดงให้เห็นความน่าเชื่อถือบอกในสิ่งที่ไม่ได้ถาม เปิดเผยข้อมูลส่วนตัวบางส่วนของตน... อย่างเปิดเผยด้วยความจริงใจ

    คล้ายกับเรื่องAstral Beast Hunter (นักล่าอสูรดวงดาว) ที่คุณอ่าน