เมื่อที่รักของผมเป็นซีอีโอเจ้าเสน่ห์

    เล่มที่4 ตอนที่ 118 : ผมสูญเสียความอยากอาหาร

            เพราะช่วงเวลานี้เป็นช่วงเวลาเลิกงานจราจรจึงติดขัดถึงขีดสุด เมื่อหยางเฉินมาถึงบริเวณบ้านพักชานเมืองฝั่งตะวันตกท้องฟ้าก็เริ่มมืดเสียแล้ว

            รถBMW สีขาวมุ่งตรงเข้าไปตามทางที่ถังถังบอกไม่นานพวกเขาก็มาถึงบ้านหลังหนึ่งที่มีแสงไฟส่องสว่าง และมีเงาร่างบางคนอยู่

            "ขอบคุณค่ะลุงหนูต้องตั้งใจอ่านหนังสือแล้ว ลุงต้องคิดถึงหนูด้วยนะ"ถังถังกะพริบตาปริบๆ ขณะพูดกับหยางเฉิน

            หยางเฉินลูบผมนุ่มของเด็กสาวพูดติดตลกว่า

            "ทำไมฉันจะต้องคิดถึงเธอด้วย?ลงจากรถได้แล้วสาวน้อย เดี๋ยวคุณพี่เอ่อ…คุณแม่ของเธอจะรอนาน"

            "พี่ก็คือพี่เธอจะเป็นแม่ของหนูได้ยังไง!" ถังถังเถียงหัวชนฝาพร้อมส่งจูบให้หยางเฉิน ก่อนวิ่งเข้าประตูบ้านไป

            เมื่อเห็นถังถังเข้าไปในบ้านแล้วหยางเฉินก็ถอนหายใจด้วยความโล่งอก เขายังมีเรื่องที่จะต้องไปทำคืนนี้เมื่อมองนาฬิกาตอนนี้เป็นเวลาหกโมงครึ่ง ดังนั้นหยางเฉินจึงเหยียบคันเร่งและออกจากหมู่บ้านนี้ไปอย่างรวดเร็ว...

            ...

            ถังถังย่องเข้าไปในบ้านช้าๆเมื่อเห็นเงาร่างที่คุ้นเคยนอนอยู่บนโซฟาหนังชีวาส ผมหยักศกยาวพาดไปกับพื้นส่วนโค้งเว้าและบั้นท้ายที่โดดเด่นที่ก็เพียงพอหญิงสาวทุกคนรู้สึกอิจฉา

            หญิงสาวนอนพลิกหน้าหนังสือ 'โทกุกาวะ อิเอะยะสุ' ในมือ ทันใดนั้นเธอก็พูดขึ้นว่า

            "ถังถังที่กล้าหาญของเรากลายเป็นคนที่ย่องเข้าบ้านเงียบๆ ตั้งแต่เมื่อไหร่กัน?"

            "ไม่ได้ย่องแต่เป็นการเตรียมพร้อมสำหรับการโจมตีต่างหาก..."

            "มานี่สิบนพื้นไม่มีกับระเบิดซะหน่อย" หญิงสาวกล่าวด้วยรอยยิ้ม

            เมื่อเห็นว่าหญิงสาวผู้นั้นไม่ได้โกรธถังถังก็ลูบหน้าอกด้วยท่าทางผ่อนคลาย เธอสวมรอยยิ้มนิ่งสงบพร้อมเดินเข้าไปด้านหลังหญิงสาว และค่อยๆ ลูบผมของเธออย่างแผ่วเบา

            "พี่สาวยังสวยไม่เคยเปลี่ยนเลยนะคะอีกหน่อยคงต้องเรียกว่าน้องสาวซะแล้ว"

            "เด็กเหลือขอ!กลับมาบ้านสาย แล้วยังรู้จักประจบประแจงอีก"หญิงสาวยื่นนิ้วไปแตะจมูกถังถังอย่างอ่อนโยน

            "แม่บอกกี่ครั้งแล้วว่าอย่าเรียกพี่สาวให้เรียกแม่!"

            "ก็ใครกันล่ะที่อยากให้หนูเรียกพี่สาวเรียกแม่ดูแก่จะตาย เรียกพี่สาวเนี่ยแหละ" ถังถังเบ้ปากกล่าว

            หญิงสาวลุกขึ้นยืนทันทีเธอวางหนังสือลง พร้อมกดไหล่ถังถังนั่งลงกับโซฟาด้วยสองมือ จากนั้นกล่าวว่า

            "ก็นั่นมันตอนลูกเด็กตอนนี้ลูกโตแล้ว และแม่ก็แก่แล้วด้วย เรียกว่าพี่มันจะไม่อายคนอื่นเขาหรอกหรือ?"

            "ไม่เห็นเป็นไรเลยหนูชอบเรียกพี่สาวมากกว่า ดูไม่มีช่องว่างระหว่างวัยดีด้วย!"ถังถังพูดขึ้นอย่างเจ้าเล่ห์

            "ถังถังเชื่อฟังแม่เรียกแม่เดี๋ยวนี้!"

            "หนูไม่ใช่ไม่เชื่อฟังซะหน่อยหนูแค่อยากเป็นน้องสาว..."

            "ถังถังไม่เชื่อฟังแม่อย่างนั้นหรือ?"

            ถังถังส่ายหัวกล่าวว่า "ไม่พี่ไม่ใช่แม่หนูซะหน่อย หนูจะเรียก พี่สาว พี่สาว พี่..."

            "ฉันจะไม่ใช่แม่ได้ยังไง?!"หญิงสาวตกใจจนร้องเสียงหลง "จะให้ฉันพูดยังไงดีนะ!เธอรู้หรือเปล่าเธออยู่ในท้องฉันนานแค่ไหน สิบเดือน!สิบเดือนที่เธอเลือดเนื้อของฉันต้องแบ่งไปให้เธอแล้วเธอจะไม่ใช่ลูกของฉันได้ยังไง!?"

            "ไม่เอา..."ถังถังปฏิเสธอย่างน่ารัก พร้อมกระโจนเข้าสู่อ้อมอกของหญิงสาว "หนูแค่ไม่อยากจะเรียกแม่ต่างหาก…แม้ว่าหนูจะมีแม่ แต่หนูก็ไม่มีพ่ออยู่ดี…เหมือนดั่งเกิดมาจากหิน...มีพี่สาวสักคนอย่างน้อยหนูก็ไม่โดดเดี่ยว..."

            "ขอโทษนะถังถังแม่เป็นคนพาลูกเข้ามาในโลกใบนี้ แต่กลับไม่สามารถหาพ่อให้ได้แม่ทำให้ลูกต้องเสียใจแล้ว..."

            น้ำเสียงนุ่มตะกุกตะกักคล้ายคลื่นที่บ้าคลั่งกระทบฝั่งนัยน์ตาของหญิงสาวเริ่มมีน้ำเอ่อคลอ เธอค่อยลูบหลังของลูกสาวด้วยมือข้างหนึ่งและบรรจงจูบผมของเธออย่างแผ่วเบา

            ภายใต้แสงของโคมไฟสองแม่ลูกต่างนั่งกอดกันอย่างแนบแน่นและเงียบงัน

            เมื่อหยางเฉินกลับมาถึงบ้านทันทีที่ก้าวเข้าประตูกลิ่นหอมของกับข้าวก็โชยเข้าจมูกทันทีหยางเฉินที่ไม่ได้กินอาหารในช่วงบ่ายเลย ก็ไม่สามารถอดทนรอได้อีกต่อไปเขารีบวิ่งปรี่เข้าไปที่โต๊ะอาหารทันที

            หลินรั่วซีซึ่งนั่งอยู่บนโซฟาสังเกตเห็นหยางเฉินพุ่งเข้ามาคิ้วที่ละเอียดอ่อนของเธอก็ขยับขึ้นอย่างแผ่วเบา แต่เธอก็ไม่ได้พูดอะไรเธอลุกขึ้นยืนเดินไปโต๊ะรับประทานอาหารและนั่งลงอย่างเงียบๆจากนั้นจึงเอ่ยปากเรียกป้าหวังที่อยู่ในครัวว่า "ป้าหวังหยุดทำงานแล้วมากินด้วยกัน"

            หยางเฉินรู้สึกอบอุ่นอยู่ภายใน

            "รอกินพร้อมผมงั้นเหรอ?"

            "ป้าหวังต่างหากไม่ใช่ฉัน" กล่าวจบหลินรั่วซีก็ทานอาหารต่อโดยไม่สนใจหยางเฉินอีก

            ป้าหวังเดินออกมาจากห้องครัวพลางยิ้มกล่าวว่า

            "คุณชายไม่ต้องฟังที่คุณหนูพูดหรอกค่ะ อันที่จริงคุณหนูกำลังรอคุณอยู่"

            ได้ยินอย่างนี้แล้วทำให้หลินรั่วซีรู้สึกรำคาญขึ้นมาเล็กน้อย แต่เธอไม่ได้ปฏิเสธอะไรเพราะเธอรู้ว่าป้าหวังมีความตั้งใจที่ดี

            หยางเฉินใช้ความเงียบสยบความเคลื่อนไหวเขายิ้มพลางส่งชามข้าวให้ป้าหวัง และเริ่มต้นกินอาหารของตัวเองต่อไป

            บรรยากาศภายในโต๊ะอาหารค่อนข้างน่าอึดอัดหลินรั่วซีเงียบกริบราวกับไร้ตัวตน

            ป้าหวังพยายามอย่างยิ่งที่จะให้ทั้งสองพูดคุยกันให้มากขึ้นแต่เมื่อเห็นอารมณ์ที่น่ากลัวของหลินรั่วซีแล้ว เธอก็ไม่รู้ว่าจะต้องเริ่มยังไง

            หยางเฉินกินอาหารอย่างตะกละตะกลามอาหารฝีมือของป้าหวัง ทำให้หยางเฉินไม่มีอารมณ์สนใจความเย็นชาของหลินรั่วซีเพียงไม่ถึงนาที หยางเฉินก็ขอเติมข้าวเสียแล้ว

            "คุณชายถ้าคุณชายยังไม่อิ่ม เดี๋ยวฉันไปต้มมาม่าให้เอามั้ยคะ"ป้าหวังกล่าวอย่างมีความสุข

            หยางเฉินส่ายหัว"หมดชามนี้ก็อิ่มแล้วครับ"

            หลินรั่วซีแสดงอาการไม่พอใจทันทีพลางกล่าวว่า "ป้าหวังคะทำไมเอาใจหยางเฉินขนาดนี้ เขาแค่เอาแต่กิน ไม่ยอมทำงานทำงานกินไปก็เปลืองข้าวเปล่าๆ"

            ป้าหวังรีบท้วงขึ้นทันทีว่า "คุณหนูทำไมพูดอย่างนั้นละคะความอยากอาหารของคุณชายนั้นยอดเยี่ยมที่สุด"

            "ความอยากอาหารของเขายอดเยี่ยมแต่ฉันเสียเงินซื้อข้าวนะ!" หลินรั่วซีวางตะเกียบลงลุกขึ้นเดินไปทางบันไดทันที

            เธอได้อดกลั้นความโกรธทั้งหมดไว้ตั้งแต่ช่วงบ่ายแล้วคนผู้นี้ไม่ตั้งใจทำงาน เล่นเกมในเวลาทำงาน และยังถึงกับออกไปเล่นเกมข้างนอก!

            ดีที่เขาไม่ได้อธิบายเรื่องของเขากับโม่เชี่ยนนีให้ฟังไม่แม้แต่จะบอกเหตุผล แต่แค่นี้ฉันก็ทนได้! แต่มันไม่ใช่แค่นี้เขาหนีไปเล่นเกมข้างนอกจนมืดค่ำ หนำซ้ำยังไม่โทรมาบอก ทำให้ฉันและป้าหวังต้องรอและเมื่อเขากลับถึงบ้าน เขาก็ยังไม่อธิบายอะไรและสนใจแต่จะกินข้าว!

            หลินรั่วซีหวังอย่างยิ่งว่าเธอจะสามารถยัดชามข้าวเข้าไปในปากคนผู้นี้ได้ แล้วดูว่าเขาจะยังหิวอยู่อีกหรือไม่!

            ทุกอย่างเกิดขึ้นเร็วมากจนหยางเฉินรู้ตัวอีกทีหลินรั่วซีก็กลับขึ้นห้องไปแล้ว

            "ป้าหวังผมทำอะไรผิดงั้นเหรอครับ?" หยางเฉินงุนงงเป็นอย่างมากหลินรั่วซีโกรธเพราะเขากินข้าวมากเกินไปอย่างนั้นหรือ?

            ป้าหวังส่ายหัวพร้อมรอยยิ้มขมขื่น

            "อาจเป็นเพราะคุณหนูเห็นคุณชายกลับบ้านดึกและคุณชายก็ไม่ได้ฝากข้อความไว้ด้วย คุณชายอย่าคิดมากเลยค่ะ ที่คุณหนูโกรธเพราะคุณหนูเป็นห่วงคุณชายนะคะ"

            "เป็นห่วงซะน่ากลัวเชียว"หยางเฉินยิ้มเจื่อน

            ป้าหวังลังเลอยู่ครู่หนึ่งก่อนตัดสินใจกล่าวว่า

            "คุณชายคะอันที่จริงคุณหนูไม่ได้โกรธโดยไม่มีเหตุผลหรอกนะคะ เมื่อก่อนเราอยู่กันแค่สองคนดังนั้นคุณหนูจึงไม่ต้องรอใคร เธอจะกินเมื่อไหร่ก็ได้ที่เธออยากกินแต่ตอนนี้กลับมีสมาชิกในบ้านเพิ่มขึ้นมาหนึ่งคน คุณหนูแคร์ความรู้สึกของคุณชายแต่คุณชายกลับละเลยความรู้สึกของคุณหนู ทั้งยังไม่ได้ส่งข้อความมาบอกดังนั้นคุณหนูเลยก็เลยโกรธ"

            หยางเฉินพูดไม่ออกดูเหมือนว่าจะเป็นอย่างที่ป้าหวังพูดจริงๆ เขาพยักหน้าเข้าใจพลางกล่าวว่า

            "งั้นอย่างนี้เป็นไงครับผมจะพยายามเปลี่ยนแปลงตัวเอง แต่ถ้าในอนาคตเมื่อถึงเวลาทานอาหาร แล้วผมยังไม่มาก็ไม่ต้องรอนะครับ ผมอาจจะยุ่งอยู่จนลืมโทรบอก"

            ป้าหวังได้ยินดังนั้นก็ยิ้มพลางเติมอาหารให้หยางเฉินด้วยความพึงพอใจ

            เมื่อหยางเฉินกินจนอิ่มหนำเขาเหลือบมองนาฬิกา มันยังไม่หนึ่งทุ่มดีและมีเวลาอีกเหลือเฟือพอที่จะไปที่บาร์โรส แน่นอนว่าเขาไม่กล้าลืมเรื่องนี้เด็ดขาดเพราะถ้าเกิดอะไรขึ้นกับเฉียงเวยขึ้นมา เขาคงไม่อาจนอนตายตาหลับได้

            หลังจากบอกป้าหวังไว้แล้วหยางเฉินก็ขับรถออกจากบ้านไปอย่างรวดเร็ว

            หลินรั่วซีที่อยู่ในห้องทำงานทันใดนั้นเองเธอก็ได้ยินเสียงรถ ดังนั้นเธอจึงมองออกไปนอกหน้าต่าง และเห็นรถ BMWสีขาวขับออกไป คิ้วของเธอก็ขมวดเข้าหากันทันที เธอวางปากกาลงเดินลงไปชั้นล่าง เมื่อแน่ใจว่าหยางเฉินไม่อยู่ เธอก็เอ่ยถามป้าหวังว่า

            "ป้าหวังหยางเฉินไปไหนคะ?" หลินรั่วซีลังเลเล็กน้อยก่อนเอ่ยถามป้าหวัง

            ป้าหวังที่กำลังเช็ดโต๊ะอาหารอยู่เมื่อเธอได้ยินเสียงนี้ ก็เผยให้เห็นรอยยิ้มปลื้มใจ

            "คุณหนูห่วงคุณชายเหรอคะอันที่จริงคนหนุ่มสาวสมควรคุยกันให้มากขึ้น"

            "..."หลินรั่วซีไม่ตอบ เธอไม่อยากพูดอะไรที่ทำให้ป้าหวังต้องกังวล

            "คุณชายบอกว่าจะไปงานเลี้ยงของเพื่อนน่ะค่ะ เขาบอกคืนนี้อาจจะไม่มานอนบ้านและบอกว่าไม่ต้องรอเขา"

            งานเลี้ยง!?

            หลินรั่วซีสูดหายใจลึกเพื่อทำให้ตัวเองรู้สึกดีขึ้นเธอพึมพำว่า "รออย่างงั้นหรือ?ไม่เคยมีอยู่ในความคิดของฉันเลยแม้แต่น้อย!"

            หลินรั่วซีพูดพลางเดินกลับเข้าห้องไปพร้อมเสียงประตูที่ดังปัง!

    คล้ายกับเรื่องเมื่อที่รักของผมเป็นซีอีโอเจ้าเสน่ห์ ที่คุณอ่าน

    ระบบอั่งเปาสะท้านภพ

    ระบบอั่งเปาสะท้านภพ

    นิยาย แฟนตาซี
    571K 2468
    คู่มือเศรษฐีนีชาวนาฉบับสาวน้อยทะลุมิติ [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    คู่มือเศรษฐีนีชาวนาฉบับสาวน้อยทะลุมิติ [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    นิยาย รัก
    775K 1120
    (จบ)The Era Online : ย้อนอดีตกลับมาเป็นเทพ นิยายเกมออนไลน์

    (จบ)The Era Online : ย้อนอดีตกลับมาเป็นเทพ นิยายเกมออนไลน์

    นิยาย เกมออนไลน์
    603K 912
    เจ้าของร้านพิศวง [จบ]

    เจ้าของร้านพิศวง [จบ]

    นิยาย แฟนตาซี
    71K 458
    บันทึกราชันย์เทพอสูร

    บันทึกราชันย์เทพอสูร

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    2.52M 508
    การเกิดใหม่ของบุตรีภรรยาเอกผู้งามล่มเมือง [แปลจบแล้ว]

    การเกิดใหม่ของบุตรีภรรยาเอกผู้งามล่มเมือง [แปลจบแล้ว]

    นิยาย รัก
    289K 908
    พิชิตฝันเหยี่ยวั่งออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    พิชิตฝันเหยี่ยวั่งออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย เกมออนไลน์
    479K 1734
    หลินเว่ยเว่ยสาวน้อยจอมพลัง (นิยายแปล)***จบแล้ว***

    หลินเว่ยเว่ยสาวน้อยจอมพลัง (นิยายแปล)***จบแล้ว***

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    355K 668
    สำนักเถื่อนเดือดปฐพี [แปลจบแล้ว]

    สำนักเถื่อนเดือดปฐพี [แปลจบแล้ว]

    นิยาย แฟนตาซี
    791K 1635
    ทะลุมิติไปเป็นแพทย์หญิงชนบทตัวน้อยๆ [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    ทะลุมิติไปเป็นแพทย์หญิงชนบทตัวน้อยๆ [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    นิยาย รัก
    862K 774