“มันจะติด…อะไรขนาดนั้นวะแล้วทีนี้จะทำไงดีวะเนี่ย หวังว่าวันนี้คุณพงษ์ศักดิ์จะไม่มาก็แล้วกัน…”พนักงานหนุ่มรุ่นพี่บ่นพึมพำกับตัวเองในระหว่างที่เดินเข้าห้องพักพนักงานสายตาพลันเหลือบไปเห็นจอมอนิเตอร์จากห้อง018ที่ตอนนี้กลับมาใช้งานได้ปกติ
“อ้าว…กลับมาใช้ได้แล้วนี่หว่า หวังว่าวันนี้จะได้คลิปเด็ด ๆ บ้างก็แล้วกัน”พนักงานหนุ่มนั่งลงและเพ่งมองทุกอิริยาบถของแขกในห้องพัก018อย่างไม่คลาดสายตา“ผู้หญิงสวย ๆ ที่พามาด้วยอยู่ไหนวะ เห็นแต่แขกผู้ชายพูดอยู่คนเดียว”
เวลาล่วงเลยมาจนถึงบ่ายก็ยังแขกผู้ชายคนเดิมเดินไปมาวนรอบห้องเหมือนกำลังหาอะไรบางอย่าง กระทั่งมาหยุดตรงข้างเตียงและก้มลงทำให้ผู้ที่แอบเฝ้าดูผ่านจอมอนิเตอร์เริ่มนั่งไม่ติดเก้าอี้
“ฉิบหายแล้ว…ทำอะไรของมันวะเนี่ย” พนักงานหนุ่มรีบวิ่งออกจากห้องพักพนักงาน ตรงไปยังห้อง018โดยทันที
ทีปกรเดินวนไปมารอบห้องอีกครั้งหลังจากที่ปิดประตูใส่หน้าพนักงานหนุ่มเมื่อครู่ทั้งยังมองหาช่องหรือรูต่าง ๆแต่ก็ยังไม่เห็นวี่แววว่าตรงไหนจะมีการซ่อนร่างของศพเกิดขึ้นได้เจ้าตัวเริ่มเคาะกระจกที่เป็นเหมือนดั่งกำแพงเพื่อหวังว่าจะมีอะไรซ่อนอยู่ด้านหลังแต่ความหวังก็ยังดูริบหรี่ไกลเกินเอื้อม กระทั่งเวลาล่วงเลยมาหลายชั่วโมงจึงล้มตัวลงบนโซฟา
“ถ้าน้องอยากให้พี่หาให้เจอน้องก็ต้องช่วยพี่ด้วยนะ พี่มืดแปดด้านไปหมดแล้วเนี่ย”ในระหว่างที่ทีปกรพูดออกมาเพื่อหวังจะให้วิญญาณสาวได้ยินกลิ่นเหม็นเน่าชวนสะอิดสะเอียนเหมือนซากสัตว์ก็ลอยออกมาจากที่ใดที่หนึ่งปะทะเข้าจมูกอย่างจังโดยสัญชาตญาณแล้วสามารถรับรู้ได้ทันทีว่ากลิ่นนี้เป็นกลิ่นของวิญญาณสาวแน่นอน
ทีปกรทำจมูกย่นฟุดฟิดดมหาจุดต้นตอของกลิ่นนั้นแม้จะเหม็นสักเพียงใดก็พยายามอดทนเพื่อหวังที่จะให้วิญญาณสาวหลุดพ้นไปจากตรงนี้ให้ได้กระทั่งกลิ่นนั้นเริ่มเหม็นมากขึ้นเมื่อมาหยุดอยู่ตรงเตียงเจ้าตัวจึงก้มลงจนตัวติดพื้นเพื่อดมซอกเล็ก ๆ ด้านล่างระหว่างเตียงกับพื้นเพื่อความมั่นใจว่ากลิ่นมาจากใต้นั้นจริง ๆ
“อื้อฮือจมูกแทบพัง”ทีปกรผงะออกจากเตียงทันทีเมื่อสูดกลิ่นที่คล้ายกับซากสัตว์เน่าเข้าไปเต็มปอดความเหม็นที่ได้รับชวนให้รู้สึกคลื่นไส้จนไม่อาจกลั้นไว้ได้เจ้าตัวรีบวิ่งเข้าห้องน้ำและตรงไปยังโถส้วมทันทีข้าวปลาอาหารที่ได้ลิ้มรสเมื่อช่วงเที่ยงเป็นอันต้องขย้อนออกมาจนหมดไส้หมดพุง
“พี่ขอล่ะไม่ต้องส่งกลิ่นมาแล้วได้ไหม พี่ทนไม่ไหวจริง ๆตอนนี้พี่พอจะเดาได้แล้วแหละว่าศพน้องอยู่ที่ไหน” หลังจากที่ทีปกรพูดออกมาลอย ๆก็ตัดสินใจเดินกลับไปอยู่ตรงเตียงนอนอีกครั้ง กลิ่นเน่าเหม็นชวนสะอิดสะเอียนเมื่อครู่จางหายไปเป็นปลิดทิ้งเหมือนไม่เคยมีกลิ่นนี้มาก่อน
“เฮ้อ…”ชายหนุ่มร่างบอบบางถอนหายใจอย่างคนโล่งอกเพราะถ้าต้องกลับไปสูดกลิ่นเดิมอีกครั้งภารกิจนี้คงจะไม่รอดแน่
ทีปกรพยายามใช้กำลังทั้งหมดของตนยกฟูกที่มีขนาดห้าฟุตให้ตั้งขึ้นเพื่ออยากจะรู้ว่ามีอะไรซ่อนอยู่ข้างใต้นั้นกันแน่แต่ความพยายามนั้นก็ยังไม่เป็นผลเพราะฟูกมีขนาดใหญ่และหนักเกินกว่าที่ชายร่างเล็กจะยกคนเดียวไหวเจ้าตัวทรุดลงกองกับพื้นพลางหายใจหอบเหนื่อยแม้อากาศภายในห้องจะเย็นสบายสักเพียงใดแต่การได้ใช้กำลังแบบนี้ก็ทำให้เหงื่อท่วมตัวได้เช่นกัน
“น้องก็เห็นว่าพี่ตัวคนเดียวทางที่ดีถ้าน้องจะช่วยยก มันจะดีมากเลยนะครับ” ทีปกรพูดลอย ๆ ออกมาก่อนที่ลุกขึ้นไปยกฟูกอีกครั้ง ซึ่งครั้งนี้ฟูกเริ่มมีน้ำหนักเบาขึ้นเพราะวิญญาณสาวช่วยยกอีกแรงโดยที่ทีปกรมองไม่เห็นเมื่อฟูกนอนตั้งขึ้นจึงทำให้เห็นพื้นด้านล่างอย่างชัดเจน
“นั่นไงเจอแล้ว”
‘ปั้งๆ ๆ’ เสียงทุบประตูรัวๆ ทำให้คนที่อยู่ในห้องตกใจหันกลับไปมองหน้าประตูห้อง
“อะไรอีกวะเนี่ย”ทีปกรเดินบ่นพึมพำและเปิดประตูเพียงแค่ให้ศีรษะของตนยื่นออกไปได้เท่านั้นแต่อีกฝ่ายกลับดันประตูเข้ามาทำให้ผู้ที่อยู่ด้านในล้มไม่เป็นท่า
“เฮ้ย…อย่า”ทีปกรร้องอุทานออกมาด้วยความตกใจ
ไม้หน้าสามที่พนักงานหนุ่มรุ่นพี่พกมาด้วยฟาดเข้าใบหน้าของทีปกรอย่างจังจึงทำให้สลบลงไปทันที เลือดสด ๆจากศีรษะได้ไหลซึมอาบใบหน้านวลนั้น
“แส่หาเรื่องจนได้นะครับคุณลูกค้า”