หมอกหลอนย้อนอดีต
EP12: ความเชื่อมโยงของชื่อ
ผมกลับมาถึงบ้านในเวลาไม่นาน พร้อมกับถุงที่บรรจุ ลูกอมรสช็อกโกแลต ยี่ห้อที่ยังคงมีขายในยุคนี้ ผมรีบแอบนำไปวางไว้ใต้หมอนของเด็กชายเกล้าอย่างเงียบ ๆ ก่อนจะกลับขึ้นห้องพักพร้อมกับความรู้สึกตึงเครียดที่เพิ่มขึ้น
ผมต้องทำมากกว่าแค่แสดงบทบาท แต่ต้อง เป็ ลุงเชียรในความทรงจำของคนอื่น
เช้าวันต่อมา (18 พฤศจิกายน 2533) ผมตัดสินใจทำสิ่งที่ลุงเชียรมักจะทำในวันหยุด: ออกไปทำงานสำรวจที่สวน
“วันนี้ผมจะไปที่สวนหลังบ้านหน่อยนะแม่” ผมบอกป้าสมศรีอย่างเป็ธรรมชาติ “จะไปดูเื่ดินและต้นไม้ที่ผมเคยบันทึกไว้เมื่อเดือนก่อน”
การทำตัวเป็คนเดิมทำให้ผมสามารถออกจากบ้านได้อย่างไม่มีใครสงสัย แต่ผมไม่ได้มุ่งหน้าไปสวนหลังบ้านจริง ๆ ผมขี่มอเตอร์ไซค์ฮอนด้าวิงมุ่งหน้าไปยัง อู่ดอนมาบพังพอน ทันที
เมื่อไปถึง ผมตรงไปยังที่ลับของร้าน และพบว่าไอ้ดอนกำลังรออยู่แล้ว ใบหน้าของเขามีร่องรอยความเหนื่อยล้าจากการอดหลับอดนอน
“กูได้ข้อมูลมาแล้วเกล้า” ไอ้ดอนกระซิบอย่างเร่งรีบ “ไอ้สัญลักษณ์นั่น... เพื่อนกูที่ทำงานกับ ช่างรับเหมาของกรมทางหลวง บอกว่ามันไม่ใช่ตราของทหารหรือตำรวจ แต่มันเป็ตราของ ‘โครงการพิเศษ’ ที่เข้ามาในพื้นที่แถวนี้ั้แ่ปีก่อน”
“โครงการพิเศษ?” ผมถามอย่างไม่เข้าใจ
“ใช่! เป็โครงการที่ได้รับเงินสนับสนุนมหาศาล และมีคนใหญ่คนโตจากกรุงเทพฯ ดูแลโดยตรง” ไอ้ดอนพูดต่อ “แต่ที่น่ากลัวคือ... ไอ้ฉัตร มันก็มีส่วนเกี่ยวข้องกับโครงการนี้ด้วย! มันเป็คนทำเื่ จัดซื้อที่ดิน บางส่วนในบริเวณ มาบดงงู”
ข้อมูลนี้ยืนยันสิ่งที่ผมสงสัยมาตลอด: น้าฉัตร ไม่ใช่แค่สายสืบ แต่เป็ ผู้สมรู้ร่วมคิด ที่มีหน้าที่อำนวยความสะดวกให้ ‘พวกเขา’ และเขามีส่วนได้ส่วนเสียในการเข้ามาในพื้นที่นั้น
“คุณว่า... โครงการนี้เกี่ยวกับอะไรดอน?” ผมถามพลางหยิบภาพถ่ายเศษชิปอิเล็กทรอนิกส์ออกมา
“เพื่อนกูได้ยินมาแค่เื่ ‘การสำรวจแร่ธาตุหายาก’ ที่มีอยู่บนเขาพะยูง แต่เชียรมันไม่เชื่อ มันบอกว่ามันไม่ใช่เื่แร่ธาตุธรรมดา”
“ลุงเชียรคิดถูกแล้วดอน” ผมตอบอย่างหนักแน่น “นี่ไม่ใช่แร่ธาตุ แต่มันคือ เทคโนโลยี”
ผมวางภาพเศษชิ้นส่วนขนาดเล็กบนโต๊ะ “ในโลกของผม (ปี 2568) นี่คือชิ้นส่วนของ เซนเซอร์ หรือ อุปกรณ์ติดตาม ชนิดพิเศษที่ใช้ในการวิเคราะห์ การบิดเบือนของสนามแม่เหล็ก”
ผมเริ่มอธิบายทฤษฎีตามความรู้จากอนาคตของผมอย่างรวดเร็ว:
“ผมเชื่อว่า โครงการพิเศษ นี้ใช้การอ้างเื่แร่ธาตุเพื่อบังหน้า แท้จริงแล้วพวกเขาคือ หน่วยงานที่ค้นพบรอยแยกมิติ ที่ มาบดงงู และพยายามควบคุมมัน และเพื่อควบคุมรอยแยกมิติ... พวกเขาจึงต้องใช้ เทคโนโลยีจากอนาคต ในการเปิดและปิดประตูมิติ”
ไอ้ดอนจ้องมองผมด้วยความตกตะลึง “เทคโนโลยีจากอนาคต? แล้วพวกมันเอาเทคโนโลยีนั้นมาจากไหน?”
คำถามของไอ้ดอนทำให้ผมต้องนิ่งคิด แต่แล้วความทรงจำบางอย่างจากยุคปัจจุบัน (2568) ก็แล่นเข้ามาในหัวของผม
ลุงวิเชียร... การหายตัวไปอย่างลึกลับของลุงวิเชียร...
ในยุคปัจจุบัน ลุงวิเชียร (ลุงเชียรในวัยชรา) ไม่ได้แค่หายตัวไป แต่เขาหายตัวไปพร้อมกับ ห้องทำงานลับ ที่เต็มไปด้วย เอกสารทางวิทยาศาสตร์ที่ทันสมัย และ อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์แปลก ๆ ที่ตำรวจไม่สามารถระบุได้
ผมรู้สึกเหมือนสายฟ้าฟาดผ่าลงกลางหัว
“ดอน... พวกเขา ไม่ได้สร้างเทคโนโลยีนี้ขึ้นมาเอง” ผมพูดเสียงแ่ “ผมเชื่อว่า พวกเขา กำลังใช้เทคโนโลยีที่ รั่วไหล หรือ ถูกค้นพบ โดยใครบางคนในอนาคต”
ผมมองไปยังภาพที่สามอีกครั้ง: ภาพรถกระบะสีดำที่มีตราสัญลักษณ์องค์กร
“ผมสงสัยว่า องค์กร ที่ตามล่าลุงเชียรในปี 2533 นี้ อาจเป็ จุดเริ่มต้น ของ ความรู้ทางเทคโนโลยี ที่ลุงเชียรในอนาคต (ลุงวิเชียร) ได้รับ หรือค้นพบเอง และการหายตัวไปของลุงวิเชียรในปัจจุบัน... อาจเป็เพราะ เขาพยายามแก้ไขสิ่งที่พวกเขาทำในอดีต”
“มึงกำลังบอกว่า... การหายตัวไปของเชียรในอนาคต... มีรากฐานมาจากสิ่งที่เกิดขึ้นกับมึงในตอนนี้เหรอ?” ไอ้ดอนถามอย่างไม่เชื่อ
“ใช่! มันคือ วัฏจักร ที่พยายามจะปิดตัวเองลง” ผมสรุป “ผมต้องหยุด พวกเขา ไม่ให้เปิดรอยแยกมิติที่มาบดงงูให้สมบูรณ์ ไม่อย่างนั้นโลกในอนาคตของผมอาจจะเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง!”
ผมรู้แล้วว่านี่ไม่ใช่แค่การกลับบ้าน แต่เป็การ แก้ไขอดีต เพื่อช่วย อนาคต และ ลุงเชียร
ผมหยิบแผนที่แบบร่างขึ้นมาอีกครั้ง
“ดอน! ผมต้องบุกเข้าไปใน มาบดงงู เพื่อหาทาง ทำลาย จุดบิดเบือนมิติที่พวกเขาพยายามจะสร้างขึ้นมาให้ได้!”
*โปรดติดตามตอนต่อไป*