Episode
|6|
สาวใช้ตามต้นฉบับ
วืบบบบบ!!!
เฮือกกกกกกก!!!!
วิ๊งงงงง..
ความรู้สึกนึกคิดที่เคยดับวูบลงในโลกอีกใบ กลับถูกปลุกให้ตื่นขึ้นบนโลกใบนี้ราวกับเื่น่าอัศจรรย์ หญิงสาวในสภาพทรุดโทรม ตามเนื้อตัวของเธอขาดเืไปหล่อเลี้ยง ร่างของเกรซในชุดเดรสยาวสวยนอนอยู่บนแท่นไม้กลางลานวัด
ดวงตาของเธอค่อยๆเปิดออกท่ามกลางเสียงร้องไห้ เธอได้กลิ่นน้ำอบกับกลิ่นมะลิอันหอมหวนลอยล่อง บนร่างของเธอถูกปกคลุมไปด้วยผ้าสีขาวสะอาด มือข้างหนึ่งกำลังถูกรดน้ำจนเปียกชุ่ม
ด..เดี๋ยวนะ!?
“ฮือออออ.. ยัยเกรซ ฮึกๆๆๆ ฉันจะคิดถึงแกอยู่เสมอทุกลมหายใจเลยนะ แกเป็เพื่อนที่ดีที่สุดของฉันเลย”
“ฮึก! ใช่เลย ยัยพรีมพูดถูกเลยนะ แกน่ะเป็เพื่อนที่ดีที่สุดของพวกเราเลย ฉันจะไม่มีทางลืมแกยัยเกรซ”
“ฮึกๆๆ พ..พวกแกอย่าร้องไห้สิ เดี๋ยวยัยเกรซก็ไปไม่สบายหรอก ถ้าน้ำตาเราไหลก็เท่ากับว่าเราไปปิดกั้นไม่ให้นางขึ้น์นะ”
อะไรวะเนี่ย.. ไปไม่สบาย.. ขึ้น์อะไร? แล้วทำไมมือฉันถึงได้ชุ่มฉ่ำไปด้วยน้ำขนาดนี้ ได้กลิ่นเหมือนธูปด้วยแฮะ
ทำไมบรรยากาศมันคุ้นๆ เหมือนกับงานพี่กวาง..
เกรซที่เบิกตาโพลงอยู่ใต้ผ้าขาวบางเริ่มขมวดคิ้วยุ่ง ตอนนี้เธอมองไม่เห็นอะไรเลยยกเว้นเพียงแต่แสงสว่างที่ลอดผ่านผ้าเข้ามา ก่อนที่มือเรียวจะเริ่มขยับเขยื้อนเล็กน้อย
กึก
เป็จังหวะเดียวกันกับที่สายตาของแฮนน่าได้เห็นว่าร่างกายของเพื่อนรักขยับเขยื้อน รวมถึงมือที่กำลังถูกเธอรดน้ำอยู่ด้วย
พรืบ..
เฮือกกกกกก!!!
“พ..พวกแกเห็นเหมือนที่ฉันเห็นใช่ไหม”
แฮนน่าที่เห็นว่าร่างกายคนตายขยับเขยื้อน เธอก็รีบหันไปมองเพื่อนสาวอีกสองคนที่เบิกตาค้างด้วยความช็อก ถัดไปไม่ไกลนักก็มีพวกคุณฟินิกซ์กับคุณเวกัสนั่งอยู่ พวกเขายังไม่มีใครได้สังเกตเห็นความผิดปกตินี้
และความจริงก็ได้ปรากฏขึ้น.. เพราะนี่คืองานรดน้ำศพของ เกรซ ก่อนที่จะเอาร่างเธอใส่โลงเย็นเพื่อเตรียมสวดอภิธรรมตามประเพณี
เพราะเธอหมดลมหายใจไปั้แ่วันนั้น วันที่เธอตัดสินใจกลับเข้าไปในโลกอีกใบ ตัวละครของเกรซในโลกใบนี้จึงไม่มีชีวิตนั่นเอง
พึ่บ!!!
“อะไรกันวะเนี่ยยยยยย!!! ใครเอาผ้ามาคลุมฉันไว้แบบนี้!! มันหายใจไม่ออกนะ!! แล้วเอาน้ำมารดอะไรเนี่ย มือเปื่อยหมดแล้ว ดูซิ.. ฮืออออ ซีดเชียว”
ทันใดนั้นเองร่างของหญิงสาวที่หลับใหลไปหลายวันก็ลุกขึ้นมานั่งผงาด ก่อนเธอจะโวยวายเสียงดังอย่างรำคาญใจ สภาพของเกรซทำให้ทุกคนที่ยืนรอรดน้ำศพถึงกับชะงัก
เพราะภาพที่พวกเขาเห็นคาตาก็คือ.. คนตายกำลังฟื้นคืนชีพ
“ว๊ากกกกกกกกกกกก!!!!!!”
“กรี๊ดดดดดดดดดดดดดดด!!!”
“แม่จ๋าช่วยด้วยยยยยย!!!!”
“อ๊ากกกกกกกกก!! ผ.. ผีหลอกกกกก!!!!”
“ศะ ศพ.. ศพฟื้น!!!!!! กรี๊ดดดดดดดดด!!!!”
เสียงกรีดร้องของทุกคนที่เข้ามาร่วมงานดังขึ้นด้วยความใ รวมถึงแก๊งเพื่อนสาวของพวกเธอก็ะโหนีกันไปคนละทิศละทาง ไม่เว้นแม้แต่พระสงฆ์ที่พากันวิ่งหนีออกไปทั้งคณะ ไอ้โบ้หมาวัดที่เคยนอนกันอยู่สองสามตัวก็สับเกียร์สุนัขหนีเช่นเดียวกัน
เพราะตอนนี้เกรซได้ลุกขึ้นมานั่งอยู่บนแท่นรดน้ำศพด้วยสีหน้างุนงง สภาพของเธอในตอนนี้น่ากลัวยิ่งกว่าอะไรดี
หญิงสาวขมวดคิ้วพลางเอามือเกาหัวแกร๊กๆด้วยความงุนงง ก่อนแววตานั้นจะเหลือบมองไปทางโซฟาตัวใหญ่ด้านนอก
กึก
เกรซก็ต้องหยุดเคลื่อนไหวร่างกายเพราะเธอเห็นว่าฟินิกซ์กำลังจ้องมองเธออยู่ สีหน้าของเขาช็อกกับภาพที่ตัวเองเห็น ไม่เว้นแม้แต่เวกัสที่ยืนเบิกตาโพลงอยู่ข้างกายน้องชายด้วย
ส่วนโซเฟียที่อยู่ในชุดเดรสรัดรูปสีดำก็จ้องมองมาทางเธอ นางเอกของเื่คนนั้นมีท่าทีใไม่น้อย
“เฮ้อ.. นี่ฉันคงไม่หายใจไปหลายวันแน่ๆ คนในโลกนี้เลยคิดว่าฉันตายไปแล้ว แต่ถ้าฉันกลับมาช้ากว่านี้.. ร่างของตัวละครเกรซอาจจะถูกเผาไปก็ได้ เกือบไปแล้วไหมล่ะ”
เกรซบ่นพึมพำพลางก้มลงมองเนื้อตัวที่ขาวซีดเหมือนศพ ก่อนที่เธอจะเงยหน้าจ้องมองกลุ่มคนนับสิบ ซึ่งพวกเขาไปยืนเกาะกลุ่มกันอยู่ไกลโพ้นด้วยความหวาดกลัว
“ฉันไม่ได้ตายโอเคไหม! ก็อุตส่าห์ฟื้นแล้วนี่ไง! ไม่ต้องกลัวกันหรอก ฉัน-ไม่-ได้-ตาย จ้า.. เฮ้อ..จะพูดยังไงให้คนเชื่อดีล่ะเนี่ย”
อดีตศพที่เห็นว่าทุกคนยังคงหวาดกลัว เธอเลยพยายามะโโวยวาย และโบกไม้โบกมือเพื่อให้ทุกคนเชื่อใจ แต่ก็ดูเหมือนว่าพวกเขาจะรู้สึกกลัวยิ่งกว่าเดิม
เฮ้อ.. เห็นทีต้องอธิบายเื่นี้กับพวกเขายาวเลยล่ะ
ณ คฤหาสน์ใหญ่ ใจกลางเมือง กรุงเทพฯ
“ว..ว่าไงนะ!!”
“นี่แก.. แค่หลับไปเหรอยัยเกรซ”
“แค่หลับไป.. เอ่อ ห้าวันเนี่ยนะแก?”
ทั้งแจม พรีม แฮนน่า เพื่อนสาวใช้ที่ยืนอยู่ข้างกายต่างยื่นหน้าเข้ามาหาเ้าตัว หลังจากผ่านพ้นความกลัวได้ก็ล่อไปตั้งครึ่งวัน ใครจะไปคิดว่าจะมีคนตายแล้วฟื้นอยู่จริง
“อะอื้อใช่!! ค..คือว่า.. ฉันมีความสามารถพิเศษแบบหลับได้ยาวนานถึงห้าวันด้วยกันน่ะ โฮะๆๆ ฉันไม่ได้โกหกเลยนะ มันเป็ความสามารถพิเศษที่ฉันไม่ได้บอกใครมาก่อนเลย”
“ฮึ่ยยยยยยยย”
“จริงป๊ะเนี่ย..”
“คนเรามันหลับได้นานถึงขนาดนั้นเลยเหรอ ซุบซิบๆๆ”
ปึก!!!
เฮือกกกกก!!
แต่ยังไม่ทันที่กลุ่มสาวใช้ทั้งหลายจะใไปมากกว่านี้ คนบนโซฟาก็ได้วางน้ำหนักมือลงบนโต๊ะหินใหญ่ แววตาคมที่แฝงไปด้วยความโมโหของฟินิกซ์เหลือบมองมาทางเกรซเขม็ง
“ฉันชักจะหมดความอดทนกับเื่ไร้สาระนี้เต็มทีแล้วนะ!! เมื่อไหร่เธอจะพูดความจริง ห๊ะ!!”
“ไอ้ฟินิกซ์..”
เวกัสที่นั่งอยู่ฝั่งตรงข้ามเอ่ยปรามน้องชายด้วยน้ำเสียงเข้มขึ้น เขาเองก็ไม่อยากให้คนที่ตายแล้วฟื้นต้องตายอีกรอบเพราะไอ้น้องชายตัวแสบคนนี้
“อ..เอ่อ.. ก็ฉัน..ฉันพูดความจริงนี่คะคุณฟินิกซ์ คุณเวกัส คือว่าฉันไม่ได้ตาย แต่ฉันแค่เผลอหลับลึกเกินไปจริงๆนะคะ มันอาจจะเป็ภาวะเกือบใหลตายแบบที่คนอื่นเป็ก็ได้ ฉันถึงหยุดหายใจไปแบบนั้น.. แหะๆ”
เธอจำเป็ต้องสร้างเื่โกหกออกมาเพื่อความอยู่รอด แม้ว่ามันจะยากเกินกว่าใครเข้าใจ แต่เกรซก็ต้องลองดูสักตั้ง เพราะไอ้เื่ที่ตายแล้วฟื้นมันก็เกิดขึ้นจริงกับตัวเธอแล้ว เื่นี้คงไม่ยากที่ทุกคนจะยอมเชื่อหรอก
“ฉ..ฉันก็คิดว่าเกรซเธอน่าจะพูดความจริงนะคะ ดูจากสีหน้าของเธอก็รู้แล้วว่าเธอไม่ได้โกหก”
ทว่า.. น้ำเสียงหวานของนางเอกคนสวยของเื่ก็ได้เอ่ยขึ้นมา เธอยืนอยู่กับเพื่อนสาวใช้ที่ผมสั้นเท่าติ่งหู โซเฟียเข้าข้างเกรซด้วยความเห็นใจ ท่าทีของเธอเหมือนหลุดมาจากนางเอกละครหลังข่าวยังไงยังงั้น
เรียบร้อย ใจเย็น พูดน้อย อ่อนช้อย ซะไม่มี..