ตอนที่ ๑๖
สั่งสอนอย่างเืเย็น
“แน่จริงประลองกันซึ่งๆ หน้าสิ...ไอ้ลูกหมา!”
สบชัยะโก้องทั้งๆที่ยังถูกหิ้วคออยู่อย่างนั้น แววตายังอาฆาตไม่ลดละปราณหัวเราะร่าแล้วทิ้งร่างทั้งคู่ลงพื้น
“้าแบบนั้นหรือ?”
สบชัยยันกายขึ้นยืนสะบัดร่างกายให้คลายความเ็ปพร้อมกับค่อยๆ พยุงสหายขึ้นมาแล้วจึงชี้หน้าปราณ
“เล่นงานข้าทีเผลอสองหนแล้ว...ดีแต่ลอบกัดแหละ...ถ้าสู้กันตัวต่อตัวแบบนี้ข้าไม่พ่ายเ้าแน่ท่าทางเ้าจะเป็รุ่นน้องข้าอีกกระมังแต่อวดดีชะมัด...คิดว่าเป็ใคร?ใหญ่มาจากไหน? ดูข้าเสียก่อน สมุหเสนาหนึ่งดาวอายุเยาว์!”
ได้จังหวะก็คุยอวด ปราณยืนสงบนิ่งมือกอดอกภุชโคและวรรณวิ่งตามมาพอดี ภุชโคปราดเข้าไปยืนบังปราณชี้หน้าตำหนิสบชัย
“ไอ้เ้าบ้าสบชัย!...เ้ามันวาจาสกปรกนัก กล่าวลวนลามสตรีทั่วไปหมดแม้แต่ปราชญ์ยุทธ์วรรณแห่งสำนักหมัดอินทรีก็ยังไม่เว้น โดนเข้าไปแค่นี้ยังไม่สาสมหรอก!”
เมื่อผู้คนได้ยินหญิงงามเอ่ยวาจาตำหนิเช่นนั้นก็เริ่มไม่พอใจโดยเฉพาะเมื่อได้รู้ว่าสตรีร่างสูงอรชรในชุดเกราะสีแดงแซมทองเื้ัเด็กหนุ่มนั้นคือปราชญ์ยุทธ์วรรณแห่งสำนักหมัดอินทรีก็เบิกตาถลนชี้ให้ดูตัวเป็ๆ
วรรณเห็นเช่นนั้นก็พ่นลมหายใจแล้วยิ้มให้กับทุกๆคน พอสบชัยรู้เช่นนั้นแทนที่จะสำนึกผิดกลับยิ่งแสดงความกร่างเกินงามเบ้หน้ายียวน
“แล้วยังไงล่ะ?...ปราชญ์ยุทธ์วรรณมิใช่แม่ข้าเสียหน่อยข้าเป็คนตรงๆ คิดเช่นไรก็เอ่ยเช่นนั้น หรือทุกท่านว่านางไม่สวยล่ะ?ข้าเอ่ยชมอาจจะตรงมากไปจึงทำให้ไอ้เ้าหนุ่มนี่ไม่พอใจ”
สบชัยะโดังๆ พยายามหาตัวช่วยแต่ก็ไม่มีใครตอบรับคำพูด ได้แต่คิดตามแต่ความงดงามของปราชญ์ยุทธ์วรรณที่นานๆจะปรากฏกายให้ผู้คนได้เห็นนั้นช่างเป็เื่ยากนัก
เพราะั้แ่สำนักหมัดอินทรีไม่ร่วมมือกับราชสำนักนางก็อยู่แต่ในสำนักกับบริเวณชุมชนโดยรอบสำนักเท่านั้น
ปราณขยับกายมายืนหน้าภุชโคแล้วหันมองพยักหน้า
“ไม่เป็ไร...ลำบากเ้าเปล่าๆข้าจะจัดการเ้าสบชัยให้กลายเป็ศพจริงๆ ดีกว่า เสียมารยาทเช่นนี้ไม่รู้ว่าราชสำนักรับเข้ามาได้อย่างไร?”
ภุชโคกลัวหัวเราะแล้วขยับกายถอยปราณจึงหันมองสบชัยชี้หน้าแววตาดุดัน
“ว่าไง...จะพล่ามยื้อเวลาอีกนานไหม?ไหนว่าอยากปะทะข้าซึ่งๆ หน้า พร้อมเมื่อไหร่ก็เข้ามา!”
ปราณกวักนิ้วทั้งสี่ท้าทายในท่ายืนสบายๆเพราะประมวลกำลังของสบชัยเป็ที่เรียบร้อยแล้ว
“หน็อย...ท้าทายดีนัก!...ข้าจะจัดให้ตามปรารถนา หวังว่าได้เืแล้วคงไม่ต่อว่าข้านะ”
“เ้าจะมีคุณสมบัตินั้นหรือ?”
สิ้นเสียงท้าทายพร้อมแววตาหยามิ่สบชัยก็เร่งพลังออร่าะเิวงแหวนสีม่วงเข้มข้นพร้อมออร่าจงอางพิษห่อหุ้มกายปรากฏจงอางพิษผงาดด้านหลัง ยิ้มกริ่มอย่างถูกอกถูกใจสายตาเหลือกมองโดยรอรู้สึกถึงความภาคภูมิใจยิ่งนัก
ทุกสายตาจ้องมองสมุหเสนาด้วยความตกตะลึงอาจจะเป็ครั้งแรกที่ชาวบ้านร้านตลาดได้ยลนักฌานยุทธ์ปลดปล่อยวงแหวนออกมาในระยะประชิดเช่นนี้
“ข้าสบชัย มงคลแสน ศิษย์จงอางพิษ ลหุยุทธ์ขั้นที่ ๑๗ พลังฌานจงอางพิษ”
ท่าทางภูมิอกภูมิใจยิ้มกริ่มมีความสุขแต่หารู้ไม่ว่าภุชโคและวรรณกลับยืนส่ายศีรษะถอนหายใจแทบจะพร้อมๆกัน
“หาเื่ตายไม่รู้ตัวเพิ่งจะอยู่ขั้นที่ ๑๗ ได้ตำแหน่งใหญ่โตคงคิดว่าเก่งกาจในรุ่นเดียวกันแล้วสินะ!...”
วรรณเบ้ปากจ้องมองท่าทางของปราณที่ยืนนิ่งไม่ได้ตื่นตระหนกใดๆส่วนภุชโคกลั้วหัวเราะมือป้องปากขยับกายจับแขนวรรณ
“ข้าก็คิดเหมือนท่านน้าค่ะ!...เ้าสบชัยนี่บ้าอำนาจมาก เป็ประเภทยุให้รำตำให้รั่วชัดๆ โดนสั่งสอนเสียบ้างจะได้หลาบจำ”
ว่าแล้วก็ะโเชียร์ปราณทันที
“ปราณ!...สั่งสอนเ้าสบชัยให้กองแทบเท้าไปเลย...ข้าล่ะหมั่นไส้มานานแล้ว!”
พอสบชัยได้ยินหญิงงามที่ตนชื่นชอบเชียร์บุรุษผู้มาใหม่อย่างออกนอกหน้าเช่นนี้ก็เดือดเป็ฟืนเป็ไฟ
“หน็อย...แม้แต่ภุชโคก็ยังหลงใหลได้ปลื้มกับเ้าหน้าอ่อนนี่อย่างนั้นหรือ?...ยืนเซ่อทำไมอยู่เล่า?ปลดปล่อยพลังฌานยุทธ์ของเ้าออกมาเสียดีๆ!”
“หึ...ข้าย้ำอีกครั้ง!...เ้ายังไม่มีคุณสมบัติมากพอที่จะได้เห็นพลังฌานยุทธ์ของข้า!”
ปราณตะเบ็งเสียงหนักแน่นทำเอาสบชัยหน้าชาเดือดดาลดั่งถูกหยาม
“ชิ...ก็ลองดูสิว่าข้าจะมีคุณสมบัติมากพอใหม่ไอ้เ้าหน้าอ่อน!...จงอางแผ่พังพาน”
สบชัยกัดกรามขยับกายเคลื่อนตัวต่ำอย่างรวดเร็วราวกับการเลื้อยเมื่อเข้าใกล้ปราณในระยะประชิดสบชัยก็ยกมือทั้งสองข้างขึ้นเหนือศีรษะ พลันมือทั้งสองข้างก็ปรากฏออร่าพุ่งเข้าหาปราณราวห่าฝน
“ปุ้งๆๆๆๆๆๆๆๆๆ”
หมัดจงอางแผ่พังพานกระหน่ำซัดใส่ปราณรุนแรงแต่แล้วปราณก็ทำในสิ่งที่ทุกคนต้องตกตะลึงเขาขยับมือทั้งสองข้างสะบัดออร่าจงอางแผ่พังพานทุกลูกให้พุ่งทะยานขึ้นกลางหาวแล้วหายไปในพริบตาสบชัยที่เห็นก็ยิ่งกระหน่ำใส่ปราณด้วยความงุนงงมิใช่น้อย
‘ไอ้เ้าบ้าเอ๊ย!...แกสามารถปัดออร่าจงอางแผ่พังพานทิ้งได้อย่างไรกัน?...สายตาและการเคลื่อนไหวของมันไวขนาดนั้นเชียวหรือ?’
คราวนี้ปราณแค่เบี่ยงตัวหลบไปมาก็สามารถทำได้ชัดเจนออร่าจงอางแผ่พังพานพุ่งทะยานเข้าใส่สิ่งปลูกสร้างรายรอบทันทีเสียงออร่าปะทะดังสนั่นพร้อมความเสียหายแตกร้าวของเศษสิ่งปลูกสร้าง
“ทำสิ่งปลูกสร้างเสียหายเช่นนี้...ใครจะรับผิดชอบกัน?”
ปราณไม่สนใจะโถามสบชัยทำเอาหน้าแดงกายสั่นสะท้าน ปล่อยออร่าไปจนนับไม่ถ้วนแต่กลับไม่โดนกายปราณเลยสักลูก
“บัดซบน่า...เ้าจะหลบพ้นทุกกระบวนท่าก็ให้มันรู้ไป!...คมเขี้ยวจงอางบิน!!!”
สบชัยสะบัดเล็บทั้งสิบของตนเกิดออร่ารูปคมเขี้ยวข้างละ๕ เขี้ยว พุ่งเข้าหาปราณตามจำนวนครั้งที่ตะปบ คราวนี้ปราณไม่ยืนนิ่งอีกต่อไปเขายิ้มจางๆมุมปากแล้วแว็บหายจากจุดเดิม
“เปรี้ยง!!!!”
หมัดขวาเสยเข้าท้องของสบชัยแค่เพียงเศษเสี้ยวของพลังจริงๆแค่นั้นก็ส่งแรงะเืถึงอวัยวะภายในจนร่างสั่นสะท้านสบชัยรู้สึกพะอืดพะอมราวกับจะขย้อนอาหารเก่าออกมา สีหน้าบิดเบี้ยวน้ำลายเหนียวหนืดยืดเป็สายดูน่าขนลุกขยะแขยงจนเกินต้าน
“แหวะ!!!...อ๊อกกกก!!!”
ปราณหมุนหมัดบิดเป็เกลียวเมื่อััเนื้อท้องแล้วปล่อยแรงจากภายในกายอัดร่างสบชัยพุ่งกระเด็นออกไปชนชุดโต๊ะสัมฤทธิ์จนกลิ้งระเนระนาดเสียงดังสนั่นไหวหวั่นผู้คนร้องโวยวายด้วยความตกตะลึงต่างแตกฮือขยับกายหลีกทางให้กับปราณก้าวเดินมาหาสบชัยอย่างช้างๆไม่รู้ร้อนรู้หนาวใดๆ สีหน้าของบุรุษรูปงามยังคงยิ้มจางๆ ไร้อารมณ์โกรธเกรี้ยว
สหายสบชัยเห็นเพื่อนลงไปนอนกองด้วยหมัดเปล่าไร้พลังฌานยุทธ์เพียงหมัดเดียวโดยที่เขามองไม่เห็นการปล่อยหมัดใดๆ มาเห็นอีกทีสบชัยก็ตาเหลือกตาค้างลิ้นจุกปากน้ำลายยืดเสียแล้วร่างกายทำงานหนีเอาตัวรอดไม่สนว่าสหายจะาเ็เพียงใด
ทว่าปราณชำเลืองมองด้วยหางตาแล้วเปลี่ยนเป้าหมายมาตามจ้องสหายจอมซ่าที่อยู่วิ่งห่างออกไปราว๕ เมตร ปราณจ้องมองเช่นนั้นแล้วส่ายศีรษะ มิได้เร่งร้อนใดๆ แล้วก็แว็บหายไปปรากฏเบื้องหน้าตามทิศทางของสหายจอมกวนในระยะเพียงหนึ่ง่แขนเท่านั้น!!! ปราณคว้าจับแขนได้ก็เหวี่ยงลอยละล่องไปกระแทกร่างสบชัยแม่นดังจับวางนอนกองรวมกันร้องโอดโอย
ทุกสายตาที่ได้เห็นเช่นนั้นก็เริ่มมีความหวังกับเด็กหนุ่มหน้าหล่อต่างกัดกรามกรอดๆ ราวกับว่าปราณเป็ตัวแทนหมู่บ้านในการระบายความโมโหที่อัดอั้นมายาวนานจากการอวดเก่งถือดีของสบชัยและสหาย
“ว่าไง?...ไหนล่ะที่ว่าจะจัดการข้าให้ตาย...”
ปราณวูบวาบจากที่ไกลโผล่เบื้องหน้าทั้งสองแล้วคว้าคอขึ้นมาสู่มือของตนทั้งสองข้างพร้อมๆกัน สีหน้าหยิ่งผยองหมายชีวิตปราณกลับหดหายกลายเป็หวาดกลัวจับจิต ร่างสั่นเทิ้มไม่กล้าแสดงวาจาสามหาวอวดดี
ปราณเคลื่อนใบหน้ามองทั้งสองใกล้ๆยิ้มจางๆ น่าสะพรึงกลัวนัก แล้วกัดกรามแน่นกระแทกทั้งสองร่างเข้าหากันจนหัวโขกเสียงดังโป๊กจนเืกำเดาทะลักหน้าผากแตกด้วยกันทั้งคู่
“ดอกนี้...สำหรับความสามหาวอยากให้ข้าตาย!”
ปราณจับเล็งให้มุมโหนกแก้มกระแทกใส่หน้ากันจนห้อเืหน้าบวมจนตาปิดใบหน้ามีเืซึมเสียงโอดโอยด้วยความเจ็บแสบดังอู้อี้เพราะคอที่ถูกบีบไว้แน่นจนแทบหายใจไม่ออก
“ส่วนดอกที่สองนี้กับการกล่าววาจาลวนลามภุชโคสหายรักของข้า...ส่วนดอกที่สาม...”
เอ่ยจบปราณจับบีบคอหนักขึ้นด้วยความโมโหแต่สีหน้ายังนิ่งเฉยแล้วกระแทกหน้าผากของทั้งสองใส่กันอีกครั้งเสียงดังโพล๊ะลั่นกว่าครั้งไหนๆ...เืทะลักออกตา จมูก ปาก แล้วปล่อยร่างร่วงผล็อยกองพื้น ทั้งสองหายใจรวยริน ปราณก้มมองเหยียด ชี้หน้าแล้วกัดกรามเอ่ยชัดถ้อยชัดคำ
“...สำหรับการหยามเกียรติท่านแม่ของข้า...ใช้วาจาไม่รู้มารยาทใครเด็กใครผู้ใหญ่!”
ปราณเงยหน้ามองผู้คนที่ต่างจ้องมองเขาอย่างหวาดกลัวคิดไม่ถึงว่าเด็กหนุ่มจะสามารถยกร่างของชายที่สูงใหญ่ถึงสองคนด้วยมือคนละข้างแค่นั้นก็ตกตะลึงในพลังแฝงกายชายหนุ่มยิ่งได้เห็นการจับหัวโขกกันจนเสียงดังสนั่นราวกับเป็ก้อนหินก็เริ่มเกิดความหวาดกลัว
แม้แต่วรรณและภุชโคที่เพิ่งได้เห็นพลังกายที่แข็งแกร่งเช่นนี้ก็หัวใจเต้นระรัวรุนแรงด้วยความตื่นเต้นกลับมาคราวนี้ปราณดูเ็าเหมือนผู้ไร้ฌานยุทธ์ แต่หากมีการท้าทายสัประยุทธ์กันแล้วปราณกลับเืเย็นและใช้กรรมวิธีที่คิดไม่ถึง เดาทางไม่ออกเพราะปราณหาได้แสดงสีหน้าแบบใดไม่เขายังอมยิ้มอย่างสะทกสะท้าน บุรุษเช่นนี้น่าสะพรึงนัก
ภุชโคพ่นลมหายใจยาวคลายความกดดันตื่นเต้นลงแล้วรีบวิ่งเข้าไปเกาะแขนปราณทันทีจดจำเนื้อความดอกที่สองที่ปราณเอ่ยนามของนางก็ยิ่งทำให้หัวใจฟองฟู ปราณกุมมือเบาๆแล้วเอ่ยเสียงอบอุ่น
“ไม่เป็อะไรมากหรอก...แค่สั่งสอนเท่านั้นจากนี้ทั้งคู่ประสาทััการมองเห็นจะเลือนรางการได้ยินจะถดถอย เพราะที่ข้าจับโขกหัวใส่กันเมื่อครู่ตั้งใจจะให้กระทบกระเทือนถึงสมองจะได้หยุดปากเสียและโลมเลียสตรีด้วยสายตาลามก!...เ้าสบชัยกล่าววาจาหยามเกียรติท่านแม่นัก อีกทั้งยังกล่าวลวนลามเ้าด้วยข้าทนไม่ได้ที่เ้าสบชัยมีวาจาเช่นนี้!”
สิ้นการอธิบายภุชโคก็ยิ่งประทับใจปราณมากขึ้นวรรณขยับมาจับบ่าบุตรชายยิ้มแทนคำขอบคุณแล้วจึงว่า
“เห็นทีเื่ในวันนี้ต้องโจษขานกันอีกนานทีเดียว...อีกไม่นานอุรคะต้องรู้ข่าวเป็แน่!”
“ท่านน้าอย่าเป็กังวลไปเลยค่ะ!...ถ้ามีปัญหาอะไรข้าออกหน้าเองท่านพี่ก็รู้ว่าพวกของรัตนาครชอบพูดจาเกี้ยวพาราสีข้าอยู่เสมอๆข้าอ้างแบบนี้ท่านพี่ก็ต้องยอมแหละ!”
“ขอบใจเ้ามากเลยนะภุชโค!”
“ขอบใจข้าทำไม?...ข้าต้องขอบใจเ้ามากกว่าที่ช่วยกำจัดเ้าคนปากเสียให้สิ้นฤทธิ์ลงได้”
ภุชโคเงยมองปราณความรู้สึกอบอุ่นปลอดภัยที่ได้อยู่ข้างกายปราณเพิ่มขึ้นจนทำเอาเธอหัวใจเต้นรุนแรงด้วยความรู้สึกวูบวาบในกายที่ถาโถมเพิ่มขึ้นจนเืลมในกายสูบฉีดรุนแรง
แล้วทั้งสามจึงเดินกลับเข้ายังร้านกาแฟท่ามกลางเสียงปรบมือและยกนิ้วหัวแม่มือแสดงว่ายอดเยี่ยมมากพร้อมทั้งยังเอ่ยชมด้วยภาษาอังกฤษ
ปราณประนมกรน้อมรับคำชมกล่าวคำขอบคุณภาษาไทยอย่างชัดเจนแล้วลงนั่งตามเดิม ถามภุชโคว่าที่บรรดาคงผมทองเ่าั้กล่าวชมเขามีความหมายว่าอย่างไร
“พวกนั้นพูดชมเชยว่าเ้าเก่งมากยอดเยี่ยม...เห็นทีว่าข้าคงต้องเร่งสอนภาษาอังกฤษให้เ้าแล้วกระมัง...จะได้สื่อสารและฟังภาษาชาวยูโรเปี้ยนออก”
ภุชโคได้จังหวะโอกาสที่นางจะอยู่ใกล้ชิดปราณมากขึ้นการได้สอนภาษาให้กับบุรุษที่ปลาบปลื้มถือเป็ความสุขที่ภุชโคปรารถนานักปราณมองหน้าภุชโคแล้วยิ้มกว้าง
“งั้นต้องรบกวนเ้าแล้วนะ”
นั่งคุยคลายความเขม็งเกลียวลงจนเกือบจะจางหายราว๕ นาที ก็มีเสียงโวยวายพร้อมคนกลุ่มมุงดูร่างที่สลบไสลไม่ได้สติของสองสมุเสนาหนึ่งดาวแล้วบุรุษคนหนึ่งก็วิ่งหน้าตาตื่นเข้ามาในร้าน หันมองทางปราณแล้วรีบกรูเข้ามาหาทันที
“แย่แล้วครับ...ท่าน...ท่านฟิราสลิอองบลูส์ (Firas Leonblues) กำลังสอบถามใหญ่ว่าชายสองคนที่สลบอยู่นั้นเป็ฝีมือของใคร?ไยกล้าทำร้ายคนของทางการจนเืกบปากขนาดนั้น!”
“ใครหรือ?...ท่านฟีราสลิอองบลูส์?”
ปราณย่นคิ้วถามแต่สีหน้าภุชโคมิสู้ดีนักนางอึกอักครู่หนึ่งจนปราณเดาว่าน่าจะเป็คนใหญ่คนโตชาวยูโรเปี้ยนเป็แน่...เพราะชื่อเสียงเรียงนามเช่นนี้แปลกประหลาดนัก!
“เดี๋ยวข้าจะออกไปดูเอง...ข้ากล้าทำก็กล้ารับ!”
แล้วผุดลุกขึ้นหมุนกายออกไปภุชโคและวรรณรีบก้าวยาวๆ ตามไปติดๆ