ระบบอัญเชิญพิชิตโลก

    ยอมเป็นกองกำลังภายใต้สังกัด

    หนานหมิงเดินมายืนอยู่ด้านหลังของหนานเฟยหยุนพร้อมกับกวาดสายตามองดูคนของสำนักปฐมวิญญาณด้วยความสนใจ จนกระทั้งสายตาของเขามาหยุดอยู่ที่เซี่ยเล่ยซี 

    ความงามดังภาพวาดเทพธิดาทำให้หนานหมิงนิ่งอึ้งและชื่นชอบขึ้นมา เพราะนางตรงกับสเป็คที่เขาต้องการเลยทีเดียว 

    เซี่ยเล่ยจีเองก็มองไปที่หนานหมิงด้วยความสนใจเช่นเดียวกัน นางได้ยินที่เหล่าผู้อาวุโสเรียกขาน เขาน่าจะเป็นนายน้อยสาม แถมยังหน้าตาหล่อเหลาและท่าทีของเขาก็เต็มไปด้วยอำนาจ

    “ นี้คือแขกจากสำนักปฐมวิญญาณ พวกเขามาที่นี้เพราะต้องการขอความช่วยเหลือจากพวกเรา ” หนานเฟยหยุนกล่าวขึ้นด้วยน้ำเสียงสบายๆ

    เหล่าผู้อาวุโสทั้งหลายต่างก็มองหน้ากันเพราะพวกเขารู้สึกคุ้นกับชื่อของสำนักปฐมวิญญาณเป็นอย่างมาก

    ก่อนที่จะเป็นผู้อาวุโสใหญ่ถามขึ้นว่า “ สำนักปฐมวิญญาณใช่หนึ่งในสิบกองกำลังใหญ่ของทวีปหยุนเทียนใช่หรือไม่? ” 

    ทันใดนั้นผู้อาวุโสทั้งหมดก็จำได้ทันที ไม่แปลกใจเลยที่ว่าทำไมชื่อของสำนักปฐมวิญญาณถึงได้คุ้นเคยอย่างบอกไม่ถูก ที่แท้ก็เป็นหนึ่งในสิบกองกำลังยักษ์ใหญ่ของทวีปหยุนเทียน 

    จากนั้นพวกเขาก็สงสัยว่าทำไมสำนักปฐมวิญญาณซึ่งเป็นหนึ่งในยักษ์ใหญ่ทั้งสิบของทวีปหยุนเทียนถึงต้องดั้งด้นมาหาพวกเขาถึงทวีปฮุยต้วน คาดว่าสถานการณ์คงลำบากไม่น้อย 

    “ สำหรับเรื่องที่พวกเขาต้องการขอความช่วยเหลือ เช่นนั้นก็ให้พวกเขากล่าวขึ้นเองดีกว่า ” หนานเฟยหยุนกล่าวขึ้นพร้อมกับยิ้มจางๆให้กับคนของสำนักปฐมวิญญาณ

    เซี่ยเล่ยจีเดินออกมาด้านหน้าและกล่าวขึ้นว่า " ทุกท่านข้าคือบุตรสาวของเจ้าสำนักปฐมวิญญาณ นามว่าเซี่ยเล่ยจี ส่วนที่ข้ามาขอความช่วยเหลือจากพวกท่านก็เพราะเมื่อครึ่งปีก่อนสำนักปฐมวิญญาณได้สมบัติกึ่งเซียนมาชิ้นหนึ่งซึ่งทำให้พื้นที่ของสำนักปฐมวิญญาณเต็มไปด้วยพลังวิญญาณมหาศาลแถมยังมีค่ายกลป้องกันที่แม้กระทั้งมหาเทพยุทธ์ก็ไม่สามารถทำลายได้ เพียงแต่ไม่รู้ว่าใครเป็นผู้กระจายข่าวเรื่องนี้ทำให้กองกำลังยักษ์ใหญ่ที่อยู่โดยรอบให้ความสนใจและกดดันให้สำนักปฐมวิญญาณเปิดเผยสมบัติชิ้นนั้น 

    แต่สำนักปฐมวิญญาณปฏิเสธทำให้ที่จะเปิดเผยสมบัติชิ้นนั้น ด้วยเหตุนี้ทำให้กองกำลังทั้งหมดไม่พอใจเป็นอย่างมาก พวกเขาจึงต้องการให้สำนักปฐมวิญญาณเปิดเผยสมบัติชิ้นนั้นให้ได้ ส่วนที่ว่าสมบัติกึ่งเซียนที่ว่าคืออะไรพวกเราก็ไม่รู้เช่นกันเพราะพวกเราพบมันในถ้ำสมบัติแห่งหนึ่งเท่านั้น "

    หนานเฟยหยุนหรี่ตาลงเล็กน้อยพร้อมกับปลดปล่อยกลิ่นอายของเทพยุทธ์ขั้นสูงออกมา

    กลิ่นอายของหนานเฟยหยุนทำให้คนของสำนักปฐมวิญญาณทรุดตัวลงไปนั่งกับพื้นด้วยท่าทีหวาดกลัว

    “ เทพยุทธ์ขั้นสูง! ” บรรพชนหมิงฮวงอุทานออกมาด้วยความตกใจ แม้ว่าเขาจะคิดเอาไว้แล้วว่าผู้นำของตระกูลหนานจะแข็งแกร่ง แต่ไม่นึกเลยว่าจะแข็งแกร่งขนาดเป็นเทพยุทธ์ขั้นสูงแบบนี้ 

    ถ้าหากผู้นำตระกูลยังแข็งแกร่งขนาดนี้แล้วบรรพชนของตระกูลหนานจะแข็งแกร่งขนาดไหนกันแน่ หรือว่าพวกเขาจะมียอดฝีมือระดับมหาเทพยุทธ์หรือกึ่งเซียน?

    ‘ ข้าไม่รู้เหมือนกันว่าทำไมตระกูลหนานที่แข็งแกร่งขนาดนี้ถึงได้มาตั้งรกรากอยู่ที่ทวีปเล็กๆแห่งนี้กันแน่? ’ บรรพชนหมิงฮวงครุ่นคิดด้วยความสงสัย

    “ พวกเจ้าไม่คิดบ้างหรือว่าการที่พวกเจ้าบอกข้อมูลของสมบัติกึ่งเซียนนั้นอาจะทำให้ตระกูลหนานส่งคนไปแย่งชิงมา ” หนานเฟยหยุนถามขึ้นด้วยรอยยิ้มที่เย็นชา

    กลิ่นอายของหนานเฟยหยุนทำให้คนของสำนักปฐมวิญญาณตัวสั่นและไม่กล้าที่จะกล่าวอะไรออกมาแม้แต่คำเดียว

    จะมีก็แต่เซี่ยเล่ยจีที่กัดฟันแน่นพร้อมกับพยายามลุกขึ้นยืนให้ได้ แต่ถึงอย่างนั้นนางก็ทรุดตัวลงกับพื้นอีกครั้งเพราะนางไม่สามารถต้านทานพลังของหนานเฟยหยุนได้เลย

    แม้ว่าเซี่ยเล่ยจีจะทรุดตัวลงกับพื้น นางก็ไม่คิดที่จะยอมแพ้ นางกัดฟันแน่นและมองไปที่หนานเฟยหยุนและกล่าวขึ้นว่า “ ถ้าหากพวกท่านต้องการจริงๆ สำนักปฐมวิญญาณคงไม่สามารถต้านทานได้เลย เพียงแต่พวกท่านก็ต้องปะทะกับกองกำลังยักษ์ใหญ่ที่เหลือ แม้ว่าตระกูลหนานของพวกท่านจะสามารถเอาชนะได้ทั้งหมด แต่ก็ใช่ว่าจะชนะโดยไร้บาดแผล ” 

    “ แล้วข้าจะได้อะไรถ้าหากช่วยเหลือพวกเจ้าล่ะ? ถ้าหากมันมีประโยชน์ต่อตระกูลหนานไม่แน่ว่าข้าอาจจะช่วยเหลือพวกเจ้าก็ได้ ” หนานเฟยหยุนถามขึ้นอีกครั้ง

    เซี่ยเล่ยจีมองไปยังบรรพชนหมิงฮวงที่เขาได้พยักหนัารับกลับมาพร้อมกับชูเลขสามให้กับนาง

    ก่อนที่เซี่ยเล่ยจีจะมาถึงตระกูลหนานพวกนางได้คุยกันถึงเรื่องที่มีความเป็นไปได้สามอย่าง อย่างแรกตระกูลหนานอ่อนแอกว่าสำนักปฐมวิญญาณ ซึ่งเรื่องนี้ไม่จำเป็นต้องเจรจาใดๆ

    ความเป็นไปได้อย่างที่หนึ่งคือตระกูลหนานและสำนักปฐมวิญญาณแข็งแกร่งเท่ากัน การพูดคุยคงทำได้เพียงแค่เจรจาทั่วไปเท่านั้น แม้ว่าสำนักปฐมวิญญาณจะมอบผลประโยชน์มากเท่าไหร่ ตระกูลหนานก็คงไม่ตกลงอย่างแน่นอน เพราะพวกเขาต้องรับมือกับกองกำลังที่แข็งแกร่งกว่าสำนักปฐมวิญญาณหรือมากกว่า 

    อย่างที่สองคือตระกูลหนานแข็งแกร่งกว่าสำนักปฐมวิญญาณมากแต่ก็ไม่สามารถเทียบได้เมื่อกองกำลังใหญ่ทั้งหมดร่วมมือกัน ซึ่งนี้อาจจะมีความเป็นไปได้มากที่สุด การเจรจาจะกลายเป็นสำนักปฐมวิญญาณต้องมอบผลประโยชน์ระดับสูงให้กับตระกูลหนานเพื่อให้พวกเขาช่วยเหลือ

    และอย่างที่สามคือตระกูลหนานแข็งแกร่งมาก และแข็งแกร่งจนสามารถสยบกองกำลังทั้งหมดของทวีปหยุนเทียนได้เลย ซึ่งนี้มีความเป็นไปได้น้อยมาก ซึ่งการเจรจาจะต้องมอบผลประโยชน์ขั้นสูงสุดให้กับตระกูลหนาน เพื่อให้พวกเขาช่วยเหลือสำนักปฐมวิญญาณให้จงได้ ไม่ว่าจะต้องแลกด้วยสิ่งใดก็ตาม 

    และนี้ก็คือเหตุผลที่บรรพชนหมิงฮวงชูนิ้วเลขสามให้กับเซี่ยเล่ยจี

    เมื่อเห็นเลขสามที่บรรพชนหมิงฮวงชูมา เซี่ยเล่ยจีก็ไม่ได้รู้สึกแปลกใจแต่อย่างใด นางจึงกล่าวขึ้นว่า “ สำนักปฐมวิญญาณจะเป็นกองกำลังภายใต้สังกัดของตระกูลหนาน ถ้าหากตระกูลหนานทำสิ่งใดสำนักปฐมวิญญาณก็จะทำตามด้วย ขอเพียงแค่ตระกูลหนานชี้นิ้วไปทางไหน สำนักปฐมวิญญาณก็จะไปทางนั้นอย่างไม่ลังเล ส่วนข้าในฐานะบุตรสาวของเจ้าสำนักปฐมวิญญาณ ข้าขอเป็นเชลยอยู่ที่ตระกูลหนานเอง ” 

    หนานหมิงที่ได้ยินก็ยิ้มเล็กน้อยก่อนที่จะเหลือบมองเซี่ยเล่ยซีด้วยแววชื่นชม 

    “ โอ้! เจ้าเป็นตัวแทนของสำนักทั้งสำนักได้งั้นหรือ? ” หนานเฟยหยุนถามขึ้น

    เซี่ยเล่ยซีพยักหน้ารับและกล่าวขึ้นว่า “ เรื่องนี้ข้าได้พูดคุยกับท่านพ่อแล้วและท่านพ่อก็ตกลงตามนั้น ถ้าหากท่านไม่เชื่อก็สามารถไปที่สำนักปฐมวิญญาณเพื่อพูดคุยกันได้ ” 

    หนานเฟยหยุนหัวเราะและกล่าวขึ้นว่า “ น่าสนใจดีนิ…ให้พวกเราไปที่สำนักปฐมวิญญาณก็เพื่อทำให้ดูเหมือนว่าตระกูลหนานของข้าช่วยเหลือพวกเจ้าสินะ เจ้าคิดที่จะใช้ตระกูลหนานของข้าเป็นดาบในการสังหารผู้อื่นงั้นหรือ? นับว่ามีความกล้าไม่เลวเลย ” 

    เซี่ยเล่ยซีกัดก้มหน้าลงด้วยความประหลาดใจและนางก็คิดเหมือนกับสิ่งที่หนานเฟยหยุนกล่าวมา เพราะถ้าหากตระกูลหนานไปที่สำนักปฐมวิญญาณจริงๆ พวกเราก็อาจจะไปประกาศให้กับกองกำลังอื่นทราบจริงๆ และยิ่งประโคมข่าวว่าตระกูลหนานแข็งแกร่งมากแค่ไหน เพื่อให้กองกำลังอื่นๆสนใจและพยายามค้นหาความจริง ซึ่งนั้นจะทำให้ตระกูลหนานไม่พอใจและอาจจะเกิดการปะทะกันขึ้น

    แต่หนานเฟยหยุนก็ไม่ได้ว่าอะไร เพราะนี้ก็หนทางนี้เป็นเพียงการรอดของสำนักปฐมวิญญาณ อีกอย่างก็ต้องยอมรับว่าเซี่ยเล่ยจีฉลาดจริงๆ

    “ จะว่าไปแล้วการทำแบบนั้นก็มีประโยชน์ต่อตระกูลหนานจริงๆ ” หนานเฟยหยุนยิ้มจากนั้นเขาก็เหลือบมองผู้อาวุโสทั้งหมดและถามขึ้นว่า “ แล้วพวกเจ้าคิดว่ายังไง? คิดว่ามันมีประโยชน์ต่อตระกูลหนานใช่หรือไม่? ”

    ผู้อาวุโสทั้งหมดครุ่นคิดและพยักหน้ารับก่อนที่จะเป็นผู้อาวุโสใหญ่ที่กล่าวขึ้นว่า “ ผู้นำข้าคิดว่านี้ก็เป็นโอกาสดีที่ทำให้ตระกูลหนานของพวกเราสร้างชื่อเสียงอีกครั้ง หลังจากนี้เกรงว่าภายในทวีปหยุนเทียนคงไม่มีใครไม่รู้จักตระกูลหนานอีกต่อไป ” 

    ผู้อาวุโสทั้งหมดก็เห็นด้วยกับสิ่งที่ผู้อาวุโสใหญ่กล่าวมา ชื่อเสียงของตระกูลหนานตอนนี้โด่งดังอย่างมากในทวีปฮุยต้วน ทวีปเฮ่อหลุน แต่สำหรับทวีปอื่นก็เป็นเพียงแค่ชื่อเสียงเล็กๆเท่านั้น ถ้าหากสามารถสร้างชื่อเสียงที่ทวีปหยุนเทียนได้ ชื่อเสียงของพวกเขาก็คงโด่งดังในทวีปหลัวเทียนได้แน่นอน

    “ ในเมื่อสำนักปฐมวิญญาณต้องการที่จะเป็นกองกำลังภายใต้ตระกูลหนาน ข้าเองก็ไม่ได้ว่าอะไรและยินดีด้วยซ้ำ งั้นเอาเป็นว่าข้าจะส่งคนไปช่วยเหลือพวกเจ้าที่สำนักปฐมวิญญาณแล้วกัน ”

    หนานหมิงเดินออกมาด้านหน้าและกล่าวขึ้นว่า “ ในเมื่อพวกเราต้องการช่วยเหลือสำนักปฐมวิญญาณ เช่นนั้นข้าก็จะเป็นผู้นำกลุ่มเอง ท่านพ่อคงไม่ว่าอะไรใช่ไหม? ”

    หนานเฟยหยุนยิ้มและมองไปที่หนานหมิงก่อนที่จะสลับกับเซี่ยเล่ยจีครู่หนึ่งก่อนที่จะใช้มือลูบคางเบาๆ และกล่าวว่า “ ในเมื่อเจ้าอยากไปข้าก็ยอมรับ หลังจากนี้เจ้าเป็นผู้นำในการเดินทางไปยังสำนักปฐมวิญญาณ ส่วนผู้อาวุโสคนไหนอยากเข้าร่วมก็ไปบอกกับหมิงเอ๋อร์ ” 

    ผู้อาวุโสครุ่นคิดและก็มีผู้อาวุโสบางคนตกลงที่จะติดตามหนานหมิงไปด้วย โดยผู้อาวุโสหลักมีทั้งหมดสี่คนได้แก่ ผู้อาวุโสใหญ่ ผู้อาวุโสสาม ผู้อาวุโสเก้า ผู้อาวุโสสิบ 

    ผู้อาวุโสสิบมีชื่อว่า หนานจิ้นกั่ว ยอดฝีมือระดับเทพยุทธ์ขั้นปลาย ส่วนผู้อาวุโสคนอื่นๆอีกนับสิบก็ตกลงที่จะติดตามไปด้วย ซึ่งส่วนมากอยู่ในระดับเทพยุทธ์ขั้นต้นและจ้าวยุทธ์ขั้นสมบูรณ์

    สาเหตุที่จ้าวยุทธ์ขั้นสมบูรณ์เดินทางไปก็เพราะพวกเขาต้องการที่จะใช้โอกาสนี้ในการเปิดประตูสู่เทพยุทธ์ เพราะตอนนี้พวกเขามาถึงคอขวดแล้ว ต้องหาบางสิ่งที่ทำให้พวกเขาทะลวงขั้นให้ได้

    หนานหมิงมองดูเซี่ยเล่ยจีและคนอื่นๆก่อนที่เขาจะกล่าวขึ้นว่า “ ข้ารู้สึกสนใจสมบัติที่พวกเจ้าไม่รู้จัก ข้าต้องการให้เจ้าวาดรูปสมบัติชิ้นนั้นออกมาให้ข้าและคนอื่นๆดูสักหน่อย เผื่อว่าข้าและคนอื่นๆจะรู้ว่ามันคือสิ่งใด ” 

    เซี่ยเล่ยจีพยักหน้ารับก่อนที่จะหยิบเอากระดาษออกมาให้พร้อมกับเดินออกมาให้กับหนานหมิง

    หนานหมิงคลี่กระดาษดูและพบว่าสมบัติกึ่งเซียนชิ้นนั้นเป็นหยกสีทองบริสุทธิ์ มีตราสัญลักษณ์หยินหยางรวมไปถึงอักขระจำนวนมาก 

    หนาหนมิงมองดูส่ายหน้าและให้คนอื่นๆดู พวกผู้อาวุโสต่างก็ส่ายหน้ารับเป็นคำตอบว่าไม่รู้จัก

    “ ดูเหมือนว่าคงให้พวกตัวละครดูสักหน่อยคาดว่าพวกเขาน่าจะรู้จักได้ ” หนานหมิงพึมพำ

    “ รูปภาพนี้ข้าขอเอาไปให้คนที่รู้จักดูสักหน่อยได้หรือไม่? ” หนานหมิงถามขึ้น

    เซี่ยเล่ยซีส่ายหน้า เพราะสำหรับนางแล้วถ้าหากรู้ว่ามันคือสิ่งใดก็อาจจะมีประโยชน์มากกว่าสิ่งที่ไม่รู้จักก็ได้

    “ เช่นนั้นก็ต้องขอบคุณแล้ว ” หนานหมิงกล่าวด้วยรอยยิ้ม

    หนานเฟยหยุนพยักหน้าและกล่าวขึ้นว่า “ ในเมื่อเป็นเช่นนี้พวกเจ้าก็พักอยู่ที่นี้อีกหนึ่งวันแล้วกัน รอให้ตระกูลหนานจัดการเตรียมทุกอย่างให้เรียบร้อยแล้วค่อยมุ่งหน้าไปยังสำนักปฐมวิญญาณของพวกเจ้า ” 

    เซี่ยเล่ยจีทำได้เพียงแค่ตอบตกลงเท่านั้น เพราะทุกๆอย่างอยู่ที่การตัดสินใจของผู้นำตระกูลหนานและอีกอย่างตอนนี้พวกเขากำลังขอความช่วยเหลือตระกูลหนาน ถ้าหากตระกูลหนานต้องการทำอะไร พวกเขาก็ต้องทำตามที่พวกเขาต้องการ

    “ ในเมื่อท่านผู้นำต้องการแบบนั้นข้าเซี่ยเล่ยจีย่อมไม่ปฏิเสธ ” เซี่ยเล่ยจีตอบรับพร้อมกับถอนหายใจ เพราะอย่างน้อยการที่ตระกูลหนานให้ความช่วยเหลือก็ทำให้นางรู้สึกโล่งใจเป็นอย่างมาก และอย่างน้อยๆด้วยความแข็งแกร่งของตระกูลหนานทำให้สำนักปฐมวิญญาณของนางปลอดภัยได้

    “ ดี…ในเมื่อเป็นเช่นนี้พวกเราก็พักผ่อนสักหน่อยแล้วกัน ส่วนเจ้าหมิงเอ๋อร์เจ้าช่วยพาคนของสำนักปฐมวิญญาณเที่ยวที่เมืองเซียนสวรรค์หน่อยแล้วกัน ” หนานเฟยหยุนกล่าวขึ้นด้วยรอยยิ้ม

    หนานหมิงเหลือบมองหนานเฟยหยุนก่อนที่จะยิ้มจางๆ

    หนานหมิงจึงพาคนของสำนักปฐมวิญญาณเที่ยวชมเมืองเซียนสวรรค์

    เซี่ยเล่ยจีและคนอื่นๆเที่ยวชมเมืองเซียนสวรรค์ด้วยความสนใจ แม้ว่าเมืองแห่งนี้จะไม่ได้ใหญ่โตมากนักเมื่อเทียบกับเมืองปฐมวิญญาณของสำนักปฐมวิญญาณของนาง แต่ทว่าภายในเมืองดูสะอาดและเรียบร้อยเป็นอย่างมาก แถมยังมีพลังวิญญาณหนาแน่นมากเมื่อเทียบกับสำนักปฐมวิญญาณด้วยซ้ำ 

    “ ค่ายกลที่นี้ยอดเยี่ยมจริงๆ ” บรรพชนหมิงฮวงกล่าวขึ้นด้วยความประหลาดใจ เพราะในฐานะยอดฝีมือเทพยุทธ์เขาจึงสัมผัสได้ถึงค่ายกลจำนวนมากที่ปกคลุมเมืองแห่งนี้เอาไว้ แถมค่ายกลจำนวนมากก็อยู่ในระดับกึ่งเซียน ซึ่งนี้แสดงให้เห็นว่าเมืองเซียนสวรรค์ที่เป็นเมืองภายใต้การปกครองของตระกูลหนานมีนักวางค่ายกลระดับกึ่งเซียนอยู่

    ต้องยอมรับว่านักวางค่ายกลระดับกึ่งเซียนถือว่าหายากมากๆ แม้กระทั้งสำนักปฐมวิญญาณเองก็มีเพียงแค่สองคนเท่านั้น แถมนักวางค่ายกลสองคนนั้นก็ยังมีความแข็งแกร่งระดับเทพยุทธ์ขั้นต้นและจ้าวยุทธ์ขั้นสมบูรณ์อีกด้วย 

     

    คล้ายกับเรื่องระบบอัญเชิญพิชิตโลก ที่คุณอ่าน

    (จบ) Guardian and Demon ข้านี่แหละราชาปีศาจ

    (จบ) Guardian and Demon ข้านี่แหละราชาปีศาจ

    นิยาย แฟนตาซี
    146K 134
    เทพกระบี่มรณะ (chaotic sword god) 混沌剑神

    เทพกระบี่มรณะ (chaotic sword god) 混沌剑神

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    4.63M 2739
    ความโกรธแค้นของชูร่า

    ความโกรธแค้นของชูร่า

    นิยาย เกมออนไลน์
    2.39M 852
    หนิงเทียน จักรพรรดิเซียนพฤกษา (จบ)

    หนิงเทียน จักรพรรดิเซียนพฤกษา (จบ)

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    449K 1017
    ก็แค่ตาลุงธรรมดาๆ คนหนึ่งที่บังเอิญได้รับพรจากพระเจ้าแล้วถูกส่งไปยังต่างโลก

    ก็แค่ตาลุงธรรมดาๆ คนหนึ่งที่บังเอิญได้รับพรจากพระเจ้าแล้วถูกส่งไปยังต่างโลก

    นิยาย แฟนตาซี
    161K 179
    [อ่านฟรีทุกวัน]ทะลุมิติไปเป็นแพทย์หญิงชาวสวนผู้มั่งคั่ง

    [อ่านฟรีทุกวัน]ทะลุมิติไปเป็นแพทย์หญิงชาวสวนผู้มั่งคั่ง

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    231K 405
    คัมภีร์จักรพรรดิพิชิตฟ้า 【จบแล้ว】

    คัมภีร์จักรพรรดิพิชิตฟ้า 【จบแล้ว】

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    3.87M 2416
    [จบแล้ว] นครแห่งบาป - City of Sin

    [จบแล้ว] นครแห่งบาป - City of Sin

    นิยาย แฟนตาซี
    282K 1440
    เลเวลอัพ

    เลเวลอัพ

    นิยาย เกมออนไลน์
    738K 4984
    ประชา : 2090 (จบแล้ว)

    ประชา : 2090 (จบแล้ว)

    นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
    18K 258