ณ วังหลวง แคว้นจ้าว
"ฝ่าา ทรงหนีไปเถอะพ่ะย่ะค่ะ!" ขันทีหนุ่มร้องบอกผู้เป็ประมุขของแคว้นเป็รอบที่สิบของวัน
"ไม่ เราจะไม่หนีไปไหนทั้งนั้น" ชายผู้เป็ประมุขตอบอย่างเดิมและหนักแน่น
"แต่ถ้าไม่มีฝ่าาแล้วประชาชนของเราล่ะพ่ะย่ะค่ะ!?" ขันทียังไม่ยอมแพ้ง่ายๆ
"ก็เพราะเราจะปกป้องประชาชนอย่างไงเล่า ข้าจะถ่วงเวลาเอาไว้ เ้ารีบนำคนไปแจ้งแก่หยวนสุย สหายของเราซะ!"
"แต่..."
"นี้เป็คำสั่ง! ไป!!" ชายผู้เป็ประมุขสั่งน้ำเสียงเด็ดขาด ทำให้ขันทีหนุ่มคนสนิทไม่สามารถต่อต้านได้ทำได้แต่ตอบรับและทำตาม
"พ่ะย่ะค่ะ!" ขันทีหันหลังเดินออกจากท้องพระโรงทันที
"ฝากดูแลคนของเราด้วยน่ะ...ฉุ่ยหรง.." ประมุขของแคว้นกระซิบแ่เบาตามหลังขันทีคนสนิทไป
.
.
.
ณ ชายแดนทุกทิศทางของแคว้นจ้าว ที่บัดนี้เต็มไปด้วยผู้คนมากมายที่้าหนีออกไปให้ไกลจากเมืองหลวงและป่าทมิฬ ทุกอย่างเกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว ทำให้ผู้คนที่อาศัยอยู่ใกล้กับป่าทมิฬล้วนตายตก โดยเริ่มแรกมีหมอกพิษขนาดหย่อมลอยออกมาจากป่าทำให้ผู้คนโดยรอบล้มตาย ต่อมาบริเวณที่มีคนตายเริ่มมีต้นไม้สีดำซึ่งเป็ต้นไม้แบบเดียวกับในป่าทมิฬเกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว ทำให้ผู้คนหวาดกลัวและเข้าใจว่าป่าทมิฬกำลังขยายอาณาเขต ทั้งไม่นานมานี้ได้มีเด็กผู้ชายคนหนึ่งโผล่ออกมาจากป่าทมิฬ กล่าวว่าเด็กคนนั้นมีเรือนสีแดงตาสีแดงเหมือนปีศาจ เด็กคนนี้ออกมาพร้อมหมอกดำที่กัดกินสิ่งมีชีวิตทั้วบริเวณ แต่ก่อนที่เื่ราวจะถูกแพร่งพรายไปมากกว่านี้ หมู่บ้านคนที่รู้เห็นก็ถูกกลืนหายไปกลับเมฆหมอกเสียก่อน จึงทำให้น้อยคนนักที่รู้เื่นี้ จนเวลาผ่านไปหลายปี
ป่าทมิฬเริ่มรุกรานและกลืนกินแคว้นจ้าวมากขึ้นเรื่อย ๆ ทางแคว้นรอบข้างเมื่อรู้ข่าวก็พากันช่วยอพยพประชาชนออกจากแคว้นจ้าวและกำลังจะช่วยส่งเหล่าทหารไปช่วยตรวจสอบเื่นี้ แต่ก็โดนฮ่องเต้จ้าวประมุขของแคว้นจ้าวสั่งให้ปิดชายแดนหลังจากอพยพชาวเมืองของตนออกไปจากแคว้นจ้าวเสร็จและสั่งให้ทุกคนถอยออกไปจากบริเวณตัวชายแดนโดยเร็ว ถึงทุกคนจากทุกแคว้นจะแปลกใจ แต่ก็ยอมทำตาม
และไม่นานป่าทมิฬก็ได้ยึดครองแคว้นจ้าวโดยสมบูรณ์ โดยที่แคว้นจ้าวสูญเสียประชากรไปไม่มากแต่ก็น่าใจหายไม่น้อย เพราะหนึ่งในนั้นคือ ประมุขของแคว้นจ้าว... ทั้งยังเป็คำเตือนใหญ่ที่สำคัญว่าป่าทมิฬกำลังฟื้นกลับมาอีกครั้งหลังจากผ่านเื่ราวในอดีต ประวัติศาสตร์กำลังจะซ้ำรอยเดิมหรือไม่..
เด็กชายวัยสิบสองหนาวนามว่าหลี่หวังฟาง กำลังเดินตรงไปห้องอักษรหรือห้องทำงานของบิดาของตน
ทุกวันหลี่หวังฟางจะฝึกฝนวิชาการเดินปราณ จนตอนนี้พลังของเด็กชายหยุดอยู่ที่ปราณนภาระดับต่ำซึ่งถือว่าสูงมาก ๆ ในบรรดาเด็กรุ่นเดียวกัน เขารู้สึกภาคภูมิใจเล็ก ๆ กับเื่นี้ อย่างไงก็ตามเขาจำเป็ต้องปกปิดพลังตัวเองไว้ก่อนเพื่อไม่ให้ใครก็ตามที่คิดไม่ซื่อหรือไม่หวังดีจะมาก่อความวุ่นวาย
แต่อย่างไงไม่นานก็คงจะรู้กันทั่วแล้วแหละ เพราะในเมื่อเด็กชายอายุครบสิบสองหนาวแล้ว เป็วัยที่ต้องเข้าสำนักเพื่อไปศึกษาและหาเส้นทางเดินในอนาคต แน่นอนว่าหลี่หวังฟางไม่อยากไป เพราะอนาคตเขาหวังแค่ว่าจะเกาะท่านพ่อท่านแม่อย่างไรเล่า!
ผ่านมาเจ็ดปีมีหลายสิ่งหลายอย่างเปลี่ยนแปลงไป ดั่งเช่นตอนที่หลี่หวังฟางอายุเก้าหนาว แคว้นจ้าวโดนป่าทมิฬกลืนกินไป ทำให้หลี่หวังเหว่ย อาหลง หรือกระทั่งฮ่องเต้หยวนสุย เองก็มีเื่ที่ต้องจัดการเช้ายันค่ำทุกวัน เรียกได้ว่าหัวหมุนกันเลยทีเดียว เพราะต้องช่วยจัดที่พักให้กับคนแคว้นจ้าวที่อพยพมา ไหนจะเื่ป่าทมิฬอีก
ช่างเื่เศร้า ๆ กันไปก่อน วันนี้หลี่หวังฟางจะขอไปเดินป่า! เพราะอีกแค่ห้าวันเด็กชายก็ต้องเดินทางไปทำการทดสอบเพื่อที่จะเข้าสำนักต่าง ๆ ดังนั้นเด็กชายจึงคิดจะไปฝึกฝีมือสักหน่อย
ไม่นานร่างเล็กก็ยืนอยู่หน้าประตูห้องทำงานของบิดา
"ท่านพ่อ ข้าเข้าไปนะขอรับ" หลี่หวังฟางไม่รอการตอบรับ เปิดประตูทันที ที่ทำเช่นนี้ก็เพราะรู้อยู่แล้วว่าข้างในไม่มีใครนอกจากบิดาของตน
"ฟางเอ๋อร์ มีอะไรหรือ?" อาหลงตอนแรกขมวดคิ้วมุ่นแต่เมื่อเห็นว่าบุตรชายสุดที่รักเดินเข้ามาก็คลายคิ้วออก ส่งยิ้มเล็ก ๆ ให้เด็กชาย
"ท่านพ่อขอรับ ข้าอยากออกไปเดินป่า" พูดตรง ๆ ไม่มีอ้อมค้อม ใบหน้าของคนอายุมากกว่ายังคงประดับด้วยรอยยิ้มเล็ก ๆ แต่ตอบกลับด้วยคำสั้น ๆ ได้ใจความว่า..
"ไม่" แต่มีหรือที่เด็กชายจะยอมง่าย ๆ ในเมื่อขอตรง ๆ ไม่ได้ งั้นก็ต้องใช้ท่าไม้ตาย!
"ท่านพ่อขอรับ ข้าไม่ได้ออกไปไหนนานแล้วนะขอรับ" หลี่หวังฟางเดินเข้าไปข้างหลังอาหลง ทำการนวดบ่าหนา ๆ ให้ พลางส่งสายตาอ้อนวอนไปให้ ที่บอกว่าไม่ได้ออกไปไหนนานน่ะเขาโกหก ที่จริงเด็กชายเพิ่งแอบออกไปเที่ยวเล่นเมื่อไม่นานมานี้เอง
"ไม่"
"โถ่ ท่านพ่ออีกไม่กี่วันลูกก็ต้องเดินทางไปสำนักเหินฟ้าแล้วนะ ถ้าทางสำนักรับลูกขึ้นมา ลูกก็อาจไม่ได้ออกไปใหนแล้ว เพราะลูกคงต้องตั้งใจเรียนอย่างหนักเพื่อที่จะได้กลับมาหาท่านพ่อและท่านแม่ไว ๆ ให้ข้าไปเดินป่าสักหน่อยเถอะขอรับ น่ะ นะ" สำนักเหินฟ้า คือสำนักที่เด็กชายจะไปร่ำเรียนอย่างไงล่ะ
"เห้ออ ก็ได้ แต่ข้าให้เ้าไปได้แค่สามวัน เพราะเ้าต้องรีบออกเดินทางไปสำนักเหินฟ้า เข้าใจใช่หรือไม่?"
"เย้~ ขอบคุณขอรับ ฟอด~" หอมเป็รางวัลให้หนึ่งที
"..."
"งั้นข้าขอตัวก่อนนะขอรับ" ว่าจบก็รีบเดินออกไปทันทีด้วยความดีใจ
ลับหลังร่างเล็กหลี่อาหลงลอบถอนหายใจให้กับความซนของเ้าลูกชายคนเล็ก เขารู้หมดแหละว่าเ้าลูกชายไปทำอะไรที่ไหน ตอนไหนบ้างแค่ไม่พูด เขารู้สึกอยากรอดูว่าเ้าตัวเล็กของเขาจะโตขึ้นตอนไหน เห้ออ คิดแล้วปวดหัวจริงๆ
"ดูแลให้ดี อย่าให้คาดสายตา" เสียงทรงพลังเปล่งออกมาแตกต่างจากตอนที่คุยกับบุตรชายคนเล็กลิบลับ
"ขอรับ" มีเสียงตอบรับลอยมาตามลมและหายไปตามเ้าของที่หายไปในเงามืด
ในที่สุด! เขาก็ได้เข้าป่าเสียที ตอนนี้เด็กชายและผู้ติดตามอยู่กลางเมืองอู๋เฉิงกำลังเดินทางไปหาที่พัก ไม่นานก็เจอโรงเตี๊ยมขนาดกลางทั้งยังมีเหล่าอาหารในตัว จึงเลือกพักที่นี่
"ไม่ทราบว่าคุณชายน้อย้ากี่ห้องขอรับ"เถ้าแก่ถามด้วยความนอบน้อม หลี่หวังฟางมองอย่างชื่นชม มารยาทดีจริง
"สองห้อง สองคืนขอรับ" เปิดเผื่อไว้ก่อน
"เชิญตามสบายขอรับ" นำกุญแจห้องมาให้หลังจากนั้นก็เดินออกไปรับลูกค้าคนใหม่
"นายน้อย จะทำอะไรก่อนดีขอรับ?" อี๋หยินถามขึ้น หลังจากที่พวกเขาไปสำรวจห้องพักเรียบร้อยก่อนจะลงมานั่งร่วมโต๊ะกันข้างล่างเพื่อสั่งอาหาร
"ตอนนี้ยามใดแล้ว?"
"ตอนนี้ยามอู๋ขอรับ"
"งั้นกินข้าวกันก่อน อย่างอื่นค่อยว่ากัน" หลี่หวังฟางไม่รอช้ารีบตักอาหารที่เพิ่งมาเสิร์ฟทันที พี่น้องแซ่อี๋มองหน้ากันเล็กน้อยก่อนลงมือทานพร้อมคนเป็นาย พวกเขานั่งร่วมโตกันเช่นปกติเมื่อยามออกมาข้างนอกเพราะผู้เป็นายขอไว้ คนตัวเล็กกล่าวว่าไม่อยากให้คนอื่นมองดูไม่ดีที่เขานั่งกินอยู่คนเดียวแล้ว พี่แฝดทั้งสองยืนมอง
หลังจากที่รับประทานอาหารกันเรียบร้อย จึงเดินเข้าป่าหลังเมืองทันที ที่จริงป่านี้ก็ไม่มีอะไรหรอก เป็ป่าธรรมดาที่มีพื้นที่แคู่เาหนึ่งลูก พวกสัตว์ป่าเองก็ไม่ได้ดุร้ายอะไร ส่วนใหญ่จะเป็พวกสัตว์ป่าธรรมดาที่ชาวบ้านสามารถจับกินได้ ไม่ใช่สัตว์อสูรที่ดุร้าย
พวกเขาเดินกันเข้ามาได้สองเค่อก็ยังไม่เจอสิ่งมีชีวิตใดเลย อ่า..นี้เขาเลือกถูกหรือเปล่าเนี่ยที่มาที่นี่ ไม่เจออะไรเลย มีแต่ธรรมชาติต้นไม้ใบหญ้า เด็กชายบ่นไปเรื่อย ๆ ก็เจอกับกระท่อมหลังเล็ก มันคงไม่มีอะไรแปลกถ้ากระท่อมหลังนี้ไม่ตั้งอยู่กลางป่าที่ห่างจากตัวเมืองหลายลี้แบบนี้
"ระวังนะขอรับ" อี๋หยาว่าพลางดันเด็กชายให้หลบอยู่ข้างหลัง ส่วนตัวเองก็เดินเข้าไปเพื่อเปิดประตู มืออีกข้างจับดาบเอาไว้เตรียมพร้อมสู้ทุกเมื่อ
แอ๊ด~
เสียงประตูไม้ที่ติดขัดแสดงให้เห็นถึงความเก่าของมัน ถูกเปิดออกช้า ๆ จนสุด แต่ก็พบว่าข้างในมีแต่ความว่างเปล่า พวกเขาเดินเข้าไปข้างใน สำรวจดูรอบข้างทุกอย่างเหมือนจะไม่มีใครได้มาใช้งานอยู่นานแล้วทำให้มีฝุ่นเกาะเต็มไปหมด เด็กชายมองไปก่อนที่สายตาจะหยุดอยู่ที่โต๊ะเล็กอันหนึ่งที่ตั้งอยู่ตรงมุมห้อง เมื่อเดินเข้าไปดูใกล้ ๆ ก็เจอกับหนังสือเล่มหนึ่งหน้าปกมันเป็สีแดง
หลี่หวังฟางหยิบมันขึ้นมาและหันไปมองพี่น้องอู๋ก็พบว่าทั้งสองไม่ได้หันมามองทางนี้ แต่กำลังสำรวจรอบ ๆ อยู่ เขาเลยไม่ได้เรียกและทำการเปิดอ่านหนังสือเล่มนั้นคนเดียว
ทันทีที่หนังสือถูกเปิดออกเหมือนโลกทั้งใบหยุดหมุนตัวเขานิ่งค้างอยู่กับที่หลายวิ อยู่ ๆ ความรู้ต่าง ๆ ไม่ว่าจะสมุนไพร วรยุทธ์ มากมายก็ต่างไหลเข้ามาในหัวของเขาไม่ขาดสาย รู้สึกตัวอีกทีก็ตอนที่อี๋หยามาเรียก แต่น่าแปลกที่หนังสือเล่นนั้น ไม่อยู่เสียแล้ว ราวกับไม่มีอยู่ั้แ่แรกอย่างไงอย่างงั้น...
"นายน้อยเป็อะไรหรือเปล่าขอรับ?" อี๋หยาถามด้วยความเป็ห่วงเมื่อเห็นว่านายน้อยของตนเงียบผิดปกติ
"มะ ไม่มีอะไร" ตอบกลับเบา ๆ ด้วยความมึนงงและสงสัยที่ยังตกค้างอยู่ภายในใจ
"ตอนนี้ใกล้ค่ำแล้วข้าว่าเราคงต้องพักกันในป่าเสียแล้ว"
"อืม แล้วพี่หยิน?" หันไปมองรอบ ๆ ก็ไม่เจออี๋หยิน
"ออกไปหาแหล่งน้ำนะขอรับ"
"อ้อ"
ไม่นานอี๋หยินก็กลับมา บอกว่าไม่ไกลจากที่นี้มีแหล่งน้ำอยู่ พวกเขาจึงย้ายตัวเองไปตั้งถิ่นฐานใกล้กับแหล่งน้ำ วันนี้ผ่านไปด้วยความเรียบง่ายดังเช่นวันอื่น ๆ
"นายน้อยพักผ่อนเถอะขอรับ เดียวพวกข้าจะเฝ้าให้"
"อืม ได้ แต่ถ้าไม่ไหวก็ปลุกข้า ข้าจะได้เฝ้าแทนให้" บอกพลางเปิดปากหาว
"ฮ่ะๆ ไม่เป็ไรขอรับ"
"งั้นแล้วแต่ ข้านอนล่ะ" ไม่รับน้ำใจจากเขาก็แล้วแต่ งั้นขอนอนก่อนละกัน ง่วง คิดได้ดังนั้นก็ล้มตัวลงนอนบนผ้าที่สองพี่น้องปูไว้ให้
ก่อนที่สติจะดับไปเขาได้ยินเสียง เสียงเรียกชื่อของเขาจากใครบางคน และกลิ่นหอมที่คุ้นเคย
ในคืนนั้น...เขาฝัน
สวัสดีค่ะ วันนี้ไรท์จะมาแจ้งเื่ติดเหรียญ
ตามปกติไรท์จะลงนิยายตอนประมาณ 20.30 ไรท์ก็จะลงให้ปกติเหมือนทุกๆวันค่ะ
แต่ในวันนี้ไรท์จะลงเพิ่มตอนให้มากกว่าเดิมใน่ 20.30 เป็สามตอนโดยหนึ่งตอนเป็ตอนอ่านฟรี
อีกสองตอนจะติดเหรียญให้อ่านล่วงหน้า ตอนละ 3 บาท หรืออาจจะ 2 บาทตามความเหมาะสมของจำนวนคำ
แต่พอผ่านเวลาผ่านไปจะเปิดอ่านฟรีปกติ เช่น เวลา20.30ของอีกวันตอนที่ติดเหรียญจะถูกปลดเหรียญออก
ใครสายอ่านฟรีสามารถรออ่านได้ตามเวลาเดิมเลยค่ะ
ขอบคุณที่ติดตามกันนะคะ ขออนุญาตแจ้งให้ทราบ