บทที่ 77 ถอยกลับ
“คะ คุณชาย ไปเขตเหนือหรือขอรับ” ฝูเซ่าทั้งรู้สึกผิด พร้อมกันนั้นก็ตกใจด้วยเช่นกัน
จากที่นี่ไปเมืองหลวง เดินทางเป็นเดือนๆด้วยรถม้าก็ยังไม่ถึง เช่นนั้นตอนนี้พวกเขากำลังจะไปเขตเหนืออย่างนั้นหรือ? แม้คนเหล่านี้จะแข็งแกร่งมาก แต่พวกเขาก็ไม่ควรจะสร้างความปลอดภัยไปตลอดเส้นทางได้ดีกว่าขบวนขององค์รัชทายาทหรือไม่? ฝูเซ่ายังคิดว่าถ้าไม่ใช่เพราะคุณชายของพวกเขาเลือกที่จะออกจากขบวน ตอนนี้ก็คงจะปลอดภัยอยู่ใต้การปกป้องขององค์รักษ์และทหารแล้ว
ความคิดของผู้คนก็เป็นเช่นนี้ ทหารย่อมควรจะเป็นผู้ปกป้องได้มากกว่าพรานป่าที่ไม่รู้ที่มา อีกอย่าง...การเดินทางด้วยคนไม่กี่คนนี้ก็เสี่ยงมากจริงๆ เขากลัวว่าคุณชายของเขาจะถูกหลอกให้ไปใช้ชีวิตที่ยากลำบากที่เขตเหนือ
ดูสิ คุณชายของเขาบอบบางถึงขนาดนี้ แค่ลมพัดเบาๆก็อาจจะไม่สบายได้ แล้วถ้าต้องเหนื่อยล้าเพื่อเดินทางขึ้นเหนือ เขาเกรงว่าคุณชายจะป่วยไข้เอาน่ะสิ
ชิงหมินไม่ได้รู้ความคิดของฝูเซ่า ต่อให้รู้...เขาก็คงจะบอกว่าฝูเซ่าดูแคลนเขามากเกินไปแล้ว จริงอยู่ที่เขาไม่ได้แข็งแกร่งมากนัก แต่พื้นฐานร่างกายของหลี่ชิงหมินก็ไม่ได้แย่เช่นกัน เขาก็บุรุษผู้มีสุขภาพร่างกายที่แข็งแรงผู้หนึ่ง แค่การเดินทางยากลำบากไม่นับเป็นอะไรได้
ทั้งสองคนกำลังคิดเกี่ยวกับการเดินทางที่ยากลำบากนี้ แต่ก่อนที่จะรู้ตัว...ร่างของชิงหมินก็ลอยหวือขึ้นไปอยู่ในท่าเจ้าหญิง โดยมีแขนแกร่งของซีเฉิงเป็นคนอุ้มแล้ว
“เจ้าทำอันใดอีก!” ชิงหมินอ้าปากค้าง เจ้าพระเอกผู้นี้จะแนบเนื้อแนบกายกับเขาบ่อยเกินไปแล้ว ทันทีที่เห็นหน้ากัน...เขาก็แทบจะถูกจับไปทุกส่วน นี่มันหมายความเช่นไรกันแน่!
ต่อให้บอกว่าเจ้าซีเฉิงคิดว่าเขาเป็นสหาย การกระทำเช่นนี้ก็ออกจะมากเกินไปจริงๆ!
“เจ้าคิดจะเดินทางเท้าไปเขตเหนือด้วยตนเองงั้นหรือ? เช่นนั้นพวกเราอาจจะต้องเดินทางไปถึงปีหน้ากระมัง” ซีเฉิงพูดด้วยสีหน้านิ่งเรียบ ทว่าในใจของเขากำลังเต้นแรง
ฉวยโอกาสนี้ทำให้ชิงหมินรู้สึกเคยชินกับการสัมผัสของเขา ระหว่างที่เจ้าตัวน้อยตามไปเขตเหนือด้วยกัน เขาจะทำให้ชิงหมินรู้สึกว่าการเข้าสกุลหวงหลังจบสงครามเป็นแค่เรื่องปกติของพวกเขา...
แผนการอันยิ่งใหญ่ที่จะทวงคืนตำแหน่งแม่ทัพใหญ่อันเป็นตำแหน่งเดิมของบิดา สร้างชื่อเสียงให้กับตนเองในฐานะวีรบุรุษ ทำให้คลื่นความเชื่อมั่นต่อปีศาจสงครามของผู้คนยิ่งฝังในใจจนแม้แต่พวกผู้มีอำนาจก็ไม่อาจจะวางแผนลับหลังของเขาได้อีก แต่ในขณะที่สั่งสอนพวกโลภมากให้รู้สึกถึงหายนะครั้งใหญ่จนไม่กล้าสบตากับเขาในอนาคต ซีเฉิงก็จะใช้โอกาสนี้ตะล่อมกินเนื้อ... แค่กๆ ตะล่อมให้ชิงหมินค่อยๆเปิดใจให้ตนเองไปด้วย
แค่คิดว่าเมื่อเขากลับไปจวนสกุลหวงพร้อมกับภรรยาคนงามตรงหน้า หลังจากนี้ชีวิตอันมืดมนของเขาก็ควรจะจบสิ้นแล้วเริ่มต้นใหม่ด้วยชีวิตอันสงบสุขเหมือนกับมนุษย์ทั่วไป ซีเฉิงก็เปล่งประกายไปด้วยความหวังแล้ว
“เจ้า! เช่นนั้นเจ้าจะอุ้มข้ากลับไปเขตเหนือตลอดเส้นทางงั้นหรือ?”
“หืม? เพียงแค่คิดว่ามีกระต่ายตัวเท่ากำมือเกาะอยู่ที่อก ไม่นับว่าเป็นความยากลำบากอะไร”
“เจ้า! ถึงกับเปรียบเทียบข้าเช่นนั้น!” ชิงหมินกัดฟันกรอด
ถ้าไม่ใช่เพราะพ่อพระเอกตัวดีติดใจในรสชาซึ่งมีความสามารถพิเศษให้เขานอนหลับได้เหมือนกับมนุษย์ปกติ ชิงหมินคงจะคิดว่าเจ้าคนน่ากลัวผู้นี้กำลังหลงใหลเขาไปแล้ว
“ดี ในเมื่อเจ้ากล่าวเช่นนั้น อย่างนั้นก็พาข้าไปเขตเหนือด้วยตัวของเจ้าเองเถอะ” ชิงหมินกอดอก เขาไม่ได้คิดเล็กคิดน้อยหรือหวงตัวเหมือนกับอิสตรี เพียงปล่อยให้คนอุ้มตนเองไปเช่นนั้น
มันก็สบายดีไม่ใช่หรือ? แทนที่จะต้องเหนื่อยเดินเท้าอย่างยากลำบาก ปล่อยให้พระเอกคนอวดดีนี้พาเขาไปถึงที่หมาย ชีวิตที่สุขสบายเช่นนี้จะปฏิเสธครั้งที่สองไปทำไม
ฝูเซ่าเกือบกระอักเลือด คุณชายของเขาเป็นพวกรักความสบายมาตั้งแต่ไหนแต่ไรแล้ว ทว่าในสถานการณ์แบบนี้...เมื่อคุณชายถูกบุรุษเข้าถึงเนื้อตัวที่งดงามของตนเอง คุณชายไม่ควรจะต่อต้านหรอกหรือ? ไอ้สีหน้าพึงพอใจแล้วกระดิกเท้าเล็กๆของเขาเมื่ออยู่ในอ้อมแขนของผู้อื่นนี้มันยังไง...
“เจ้าอย่ามัวแต่เหม่อ รีบตามมาให้ทัน” คนของซีเฉิงกล่าวเตือน พวกเขาเริ่มออกวิ่งกันแล้ว ถ้าฝูเซ่าชักช้า เขาก็จะถูกทิ้งเอาไว้ข้างหลังทันที
ฝูเซ่าไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากวิ่งตามไปเท่านั้น ปล่อยให้เบื้องหลังของพวกเขาเหลือเพียงหลุมลึกที่เต็มไปด้วยรอยเลือด เมื่อทหารองค์รักษ์และผู้คุ้มกันขบวนเดินทางปราบปรามคนร้ายเสร็จสิ้น พวกเขาก็ลาดตระเวนเพื่อตรวจสอบความปลอดภัยสำหรับการตั้งค่ายพักรักษาตัว
ร่องรอยการต่อสู้นี้ทำให้ทุกคนถอนหายใจออกมา ที่นี่มีเลือดมากเกินไป ยังเหลือศพไหม้เกรียมที่ไม่รู้ว่าเป็นผู้ใดกองอยู่ 2-3 คนด้วย เช่นนั้นก็คงจะเป็นพวกขุนนางที่ยังหาตัวไม่พบอยู่ในตอนนี้...
ความสูญเสียที่เกิดขึ้นค่อนข้างมาก เรียกว่าพวกขุนนางที่ติดตามขบวนมาด้วยจากไปประมาณ 1 ใน 5 ส่วน แค่ศพที่อยู่ใกล้ขบวนก็เจอแล้วกว่า 20 คนรวมพวกทหารด้วย ยังมีผู้สูญหายที่ไม่รู้ว่าศพอยู่ที่ไหนอีกหลายคนเลยทีเดียว
เมื่อพวกเขากลับไปรวมกัน ทหารผู้หนึ่งทำหน้าที่จดรายชื่อและขีดฆ่าชื่อผู้คนออก พวกเขาจึงได้พบว่าคุณชายหลี่เองก็เป็นหนึ่งในผู้สูญหายเช่นกัน สีหน้าของพวกเขาจึงดูไม่ค่อยดีนัก
“ตรวจสอบรอบๆแล้วก็ไม่มีร่องรอยของคุณชายหลี่หรือ?”
“ไม่มีขอรับ บางทีอาจจะกระโดดน้ำหนีไปก็ได้ ข้าเห็นว่าใกล้ๆนั้นมีร่องรอยของเศษไม้ที่แตกกระจายอยู่ด้วย แต่ว่า...บริเวณใกล้ๆก็มีศพอยู่ จึงไม่แน่ใจว่าเป็นศพของผู้ใดกันแน่”
“เฮ้อ เช่นนั้นก็ไม่มีประโยชน์แล้ว ผู้หายสาบสูญก็ไม่ต่างอะไรกับคนที่ตายไปแล้ว ทว่า...ปัญหาก็คือพระชายาเรียกให้หาตัวของเขาให้เจอ ตอนนี้จิตใจของพระชายาและผู้คนจำนวนมากกำลังสั่นคลอน พระองค์ต้องการชาโม่ลี่ฮวาจากเด็กนั่น”
หากชิงหมินได้ยินคำกล่าวนี้ เขาคงจะแค่นหัวเราะออกมาอย่างดังแน่นอน ทั้งๆที่เขาเพิ่งประสบภัยอันตรายจากความไม่ได้เรื่องของทหารและองค์รักษ์ กลับไม่ได้มีคนห่วงใยชีวิตของพวกเขาอย่างแท้จริง ทุกคนเพียงแค่ต้องการตัวเขาเพื่อเรียกร้องชาโม่ลี่ฮวานี้เท่านั้น การแสดงออกของพวกผู้สูงศักดิ์นี้น่ารังเกียจเกินไป...
“ตอนนี้ไม่พบเขาแล้ว คงจะต้องเข้าไปรายงานทั้งอย่างนี้”
“เอาเถอะ เตรียมใจหน่อยก็แล้วกัน จิตใจของพระชายาไม่สู้ดีนัก และองค์รัชทายาทก็คงจะไม่พอพระทัย”
“พวกเราทำสิ่งใดได้มากกว่านี้หรือ?” ทหารสองคนมองหน้ากันเอง ในฐานะทหารที่ต้องรับพระบัญชา พวกเขามีแต่ต้องก้มหน้าทำงานแล้วรอรับชะตากรรมเท่านั้น
หากตอนนี้พวกเขายังมีแม่ทัพใหญ่คุ้มกะลาหัว จะมีคนกล้าดูแคลนพวกเขาในฐานะทหารเช่นนี้หรือ? ตอนที่แม่ทัพใหญ่สองพ่อลูกตระกูลหวงยังอยู่ ผู้คนต่างก็ยกย่องพวกเขาในฐานะทหารผู้กล้า หากจะสั่งลงโทษใดๆยังต้องดูว่าเจ้านายของสุนัขทั้งสองตัวนี้ยินยอมหรือไม่?
ทว่า...ตอนนี้เจ้านายของพวกเขาเป็นอย่างไร? นอกจากจะอ่อนแอแล้ว เขาก็ยังโง่เขลาอีกด้วย ไม่มีพลังอำนาจอยู่ในมือ สั่งการใดๆก็ผิดพลาดจนตอนนี้ไม่มีใครมองทหารในแง่ดีอีกต่อไปแล้ว
ดูเอาเถอะ สงครามที่เกิดขึ้นนี้ก็เพราะศัตรูรับรู้ว่าผู้คุ้มกะลาหัวที่แท้จริงของพวกเขาไม่อยู่หรอกหรือ? พวกมันกล้าก็แค่ตอนนี้เท่านั้นแหละ รอจนกว่าจะเกิดปาฏิหาริย์ ขอให้พวกระดับสูงตามหาปีศาจสงครามของพวกเขาเจอ วันนั้น...พวกเขาคงจะรวบรวมความกล้าเพื่อปฏิเสธงานไร้สาระอย่างนี้ได้
ทหารมีหน้าที่ต้องไปเตรียมน้ำอุ่นเพื่อรอคนมาชงชาตั้งแต่เมื่อไร? พวกนางกำนัลเหล่านั้นนั่งอยู่รอบๆหลายสิบชีวิต มีหน้าที่เพียงแค่ร้องไห้ไปพร้อมๆกับพระชายาอย่างนั้นหรือ? ... เช่นนี้ อีกไม่นานก็คงจะต้องตายกันหมดนี่แหละ!
ต่อสู้เสร็จยังไม่ทันได้พัก ก็ต้องมาให้บริการรับใช้เหล่าคนชนชั้นสูงอีก เห็นทหารเช่นพวกเขาเป็นอะไร? ข้ารับใช้ส่วนตัว?
“ว่าอย่างไร พวกเจ้าหาคนพบหรือไม่?” เสียงกระหืดกระหอบของนางกำนัลผู้หนึ่งดังขึ้น เรียกความสนใจของทหารที่กำลังพูดคุยกันให้มองไป สีหน้าของนางกำนัลผู้นั้นดูไม่ดีเอาเสียเลย เห็นได้ชัดว่านี่เป็นคำสั่งเร่งด่วนที่แม้แต่พวกนางกำนัลก็ยังต้องมีโทษหากชักช้า
“ไม่พบ ข้ากำลังจะไปรายงานต่อองค์พระชายา คุณชายหลี่ไม่แน่ว่าอาจจะเสียชีวิตแล้ว หรืออาจจะพลัดหลงหายไปในป่าลึก ซึ่งโอกาสที่จะรอดตายนั้นก็น้อยมาก...”
“เช่นนั้นก็จะต้องแย่แน่ๆ ตอนนี้พระชายากำลังแย่แล้ว”
“แย่หรือ? แย่ด้วยเรื่องอันใด” แม้ว่าชาของคุณชายหลี่จะมีชื่อเสียงที่ดี แต่มันก็แค่ชาไม่ใช่หรือ? ถึงจะไม่มีคน องค์พระชายาก็แค่ต้องอยู่ในฝันที่น่ากลัวต่อไปสักระยะ เดี๋ยวก็จะทำใจให้สงบได้เอง
มันก็เป็นเช่นนี้มาแต่ไหนแต่ไรแล้ว ชานั่นก็แค่ทำให้พระชายาสงบจิตใจได้เร็วขึ้นเท่านั้น
“พระชายาต้องการชานั่นเป็นการเร่งด่วน ไม่เช่นนั้น...อาจจะส่งผลกระทบต่อองค์ชายในครรภ์น่ะสิ” นางกำนัลรู้สึกเหมือนว่าน้ำตากำลังจะไหลออกมา
ความเครียดทำให้พระชายามีเลือดออกจากช่องคลอด แพทย์ได้เข้ามาตรวจสอบและพบว่าพระชายาตั้งครรภ์ได้ 2 เดือนแล้ว ในช่วงที่ครรภ์กำลังอายุน้อยเช่นนี้ การดูแลสภาพจิตใจถือเป็นเรื่องสำคัญที่สุด
ก่อนหน้านี้ไม่เกิดเรื่องเป็นเพราะชาโม่ลี่ฮวาของคุณชายหลี่ แต่ตอนนี้...หลังจากที่กระทบกระเทือนจิตใจต่อเนื่องกัน คุณชายหลี่ก็ยังหายตัวไปอีก อาการของพระชายาจะต้องแย่ลงแน่ๆ
ถ้าองค์ชายในพระครรภ์เป็นอันใดไป คิดว่านางกำนัลอย่างพวกนางจะรอดพ้นจากความตายได้หรือ?
“เร็วเข้า รีบตรวจสอบเพิ่มเติมให้อีกหน่อย มีของบางอย่างที่คุณชายหลี่ทิ้งเอาไว้หรือไม่? บางทีอาจจะมีชาโม่ลี่ฮวาเหลืออยู่ก็ได้ แล้วก็....ตรวจสอบกับพวกขุนนางทุกคนที่อยู่ที่นี่ด้วย จะต้องมีสักคนที่เคยซื้อชา หรือได้รับชาจากเขา...” ถึงตอนนี้ นางกำนัลทำได้เพียงทิ้งความหวังเล็กๆน้อยๆเอาไว้ นางอยากจะยื้อเวลาให้นานที่สุด ก่อนที่จะต้องไปรายงานความจริงที่น่าเศร้า
เมื่อมีคนรู้ข่าวว่าองค์พระชายากำลังตั้งครรภ์องค์ชาย พวกเขาก็แตกตื่นกันทันที แพทย์ทั้งหลายพยายามอย่างดีที่สุดเพื่อประคองครรภ์นี้ไว้ น่าเสียดายที่พระชายาไม่สามารถควบคุมอารมณ์ของตนเองได้ดี ภาพการฆ่าฟันนั้นฝังอยู่ในใจไม่หาย แถมปัญหาใหญ่กว่านั้นก็คือพระนางได้เห็นธนูที่พุ่งเข้ามาใส่ตนเองและหมายเอาชีวิต
หากไม่ใช่เพราะองค์รัชทายาทผู้เป็นพระสวามีเข้ามาขวางเอาไว้จนบาดเจ็บ พระนางก็คงจะไม่รอดเช่นกัน...
ขบวนการเดินทางของพวกเขาต้องหยุดชะงักลง โอกาสที่จะไปต่อมีน้อยมาก ตอนนี้เพียงแค่ต้องรักษาเสถียรภาพของขบวนเอาไว้ให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ก่อน องค์รัชทายาทส่งจดหมายกลับไปยังเมืองหลวง แจ้งเรื่องที่พวกเขาต้องถอนตัวอย่างกะทันหัน และให้พาแพทย์มากฝีมือมาทีนี่เพื่อช่วยเหลือ
เพียง 18 วันเท่านั้น ขบวนที่ยิ่งใหญ่ขององค์รัชทายาทก็แจ้งว่าการเดินทางนี้ล้มเหลว สร้างความโกรธเกรี้ยวให้องค์จักรพรรดิเป็นอย่างมาก
ผู้นำตระกูลหลี่ได้ยินข่าวแล้วเหมือนกัน หัวอกของคนเป็นบิดาย่ำแย่มาก ทหารรวบรวมรายชื่อของผู้เสียชีวิตและผู้ที่หายสาบสูญไปแจ้งยังตระกูลของผู้ร่วมเดินทาง แน่นอนว่าพวกมันไปพร้อมกับเงินเพียงหยิบมือ ซึ่งไม่ได้มีความหมายอะไรเลยสำหรับผู้สูญเสีย
ถ้าไม่ใช่เพราะอีก 2 วันต่อมา ผู้นำตระกูลหลี่ได้รับจดหมายพิเศษที่โยนเข้ามาในจวน เขาอาจจะกลายเป็นคนแก่ที่มีปัญหาทางจิตใจอีกคนก็เป็นได้
ในเนื้อความนั้นแสดงให้เห็นว่าบุตรชายคนเล็กที่ถูกรายงานว่าหายสาบสูญนั้นยังมีชีวิตอยู่ ทั้งยังร่วมเดินทางไปกับ “ปีศาจสงคราม” เพื่อจัดการปัญหาทางแดนเหนือ ขอให้เขาไม่ต้องกังวล เนื่องจากว่าที่ผู้นำตระกูลหวงที่ถูกต้องคนต่อไปจะเป็นคนพาคุณชายหลี่คนเล็กกลับมาด้วยตนเอง
ผู้นำตระกูลหลี่ไม่รู้ว่าเขาควรจะต้องตกใจเรื่องไหนดีระหว่างเรื่องที่บุตรชายของเขายังมีชีวิตอยู่ หรือการที่ปีศาจสงครามของอาณาจักรยังไม่ตายกันแน่ รวมถึงการที่ปีศาจผู้โหดร้ายคนนั้นถึงกับใส่ใจ ให้คนของเขาส่งจดหมายนี้มาให้
ถ้าไม่ใช่เพราะไว้ใจเขามากเช่นนี้ ก็คงจะเป็นอิทธิพลของหลี่ชิงหมิน เขาไม่รู้หรอกว่าเจ้าตัวแสบของเขาทำวีรกรรมอะไรเอาไว้ข้างนอกบ้าง แต่ดูแล้วจะไม่ใช่เรื่องแย่
หากติดตามปีศาจสงครามผู้นั้นได้ ทั้งยังมีความสำคัญต่ออีกฝ่าย ในฐานะบิดาไม่จำเป็นต้องห่วงความปลอดภัยของเจ้าตัวอีกแล้ว เวลานี้ที่เขาต้องสนใจก็แค่ทำให้ตระกูลหลี่ไม่ล่มสลายเพราะถูกขูดเลือดขูดเนื้อเกินไป
มือของคนอายุมากหยิบเอาจดหมายเล็กนั้นพับแล้วโยนเข้าปาก เขาไม่สามารถปล่อยให้เรื่องนี้หลุดออกไปได้ คนที่คิดร้ายต่อปีศาจสงครามนั้นมีน้อยๆเสียเมื่อไร หากรู้ว่าเจ้าตัวยังมีชีวิตอยู่ แถมรู้ด้วยว่าอยู่แดนเหนือ กองทัพขนาดใหญ่คงจะมุ่งหน้าไปหาพวกเขาที่นั่น และชิงหมินของเขาก็คงจะอยู่ในอันตรายแล้ว
เมื่อเห็นการแสดงออกของผู้นำตระกูลหลี่ คนที่รอตรวจสอบท่าทางของเขาก็เคลื่อนไหว ตรงนี้ไม่มีอะไรน่าเป็นห่วง คนตระกูลหลี่ถือเป็นอีกหนึ่งตระกูลที่พวกเขาไว้ใจได้...
……………………………………….