ตอนที่ 22 รักอย่างไม่มีเงื่อนไข
“เชียนเอ๋อร์ หากเ้าคิดจะทำสิ่งใด เ้าก็ทำให้สบายใจเถอะ หากเกิดเื่อื่นใดขึ้นมาในภายหลัง เ้าก็มาหาข้า พี่ซิวผิงจะช่วยเ้า”
ถงเชียนก็ไม่อยากพัวพันกับเื่นี้ให้มากอีกต่อไป จึงพยักหน้าเบาๆ คล้อยตามคำที่เขากล่าว ทว่าแอบตัดสินใจอยู่อย่างเงียบๆ หลังจากนี้ไปคงต้องเปลี่ยนความคิดของจี้ซิวผิงในบางครั้งเสียแล้ว ไม่อย่างนั้นล่ะก็ หากในอนาคตตนพูดสิ่งใดที่ไม่เข้ากับยุคสมัยออกไปล่ะก็ เขาจะได้ไม่ใ
จากนั้นจึงยืดตัวตรงและเอ่ยกับจี้ซิวผิงว่า “พี่ซิวผิง ท่านก็รู้นี่ ยามนี้บางคราที่ข้าเข้าเมืองไปดูกิจการโรงน้ำชานั้นสถานการณ์เป็เช่นไร อย่างน้อยก็รับรองได้ว่า หลังจากที่ข้านำหนังสือละครพูดให้พวกเขาแล้ว ก็ได้รับอัตราส่วนแบ่งที่มั่นคงไม่คลาดเคลื่อน บัดนี้ท่านเองก็กำลังศึกษาอยู่กับอาจารย์ชิว จากนี้ไปพวกเราคงใช้เวลาส่วนใหญ่อยู่แต่ในเมือง”
หลังจากจี้ซิวผิงได้ยินถงเชียนเอ่ยเช่นนี้ ก็รู้สึกประหลาดใจเล็กน้อย ตนเองคิดแค่เพียงว่า นิสัยของแม่หนูน้อยคนนี้ได้เปลี่ยนไปแล้ว แต่กลับคิดไม่ถึงเลยว่าความคิดของนางนับวันจะยิ่งเปลี่ยนไปมาก
ก่อนหน้านี้นางแค่้าของพวกนั้น ตนเองก็ยังพอจะรับผิดชอบให้ได้ แต่มาคราวนี้ ความคิดของนาง หากเป็เช่นที่ตนเองคาดการณ์ไว้จริงๆ ตนก็คงจะรับผิดชอบไม่ไหวแล้ว
ในใจจี้ซิวผิงเกิดระลอกคลื่นลูกใหญ่ ทว่าถงเชียนกลับพูดไปด้วยและมองสีหน้าที่เปลี่ยนเล็กน้อยของจี้ซิวผิงไปด้วย แต่กลับไม่รู้ว่าในใจเขาคิดสิ่งใดอยู่
จึงพูดต่อโดยไม่เป็กังวลเลยสักนิด “พี่ซิวผิง ก่อนหน้านี้ท่านก็รู้นี่ ข้ามีแผนจะซื้อบ้าน พวกเราก็เคยปรึกษากันแล้ว แต่บอกตามตรงนะ ยามนั้นหากท่านสนับสนุนความคิดของข้า หัวใจข้าจะรู้สึกยินดีเป็อย่างยิ่ง”
จี้ซิวผิงได้ยินได้ฟัง ก็นั่งย่อเข่าอยู่ตรงหน้าถงเชียน มองนางอย่างจริงจัง “เชียนเอ๋อร์ ข้ายังคงประโยคเดิมที่เคยกล่าวไว้ก่อนหน้านี้ เื่ที่เ้าอยากทำ เ้าทำให้สบายใจเถอะ ไม่ต้องสนใจความรู้สึกของข้าจนเกินไป ขอเพียงเ้ามีความสุข ข้าก็มีความสุขแล้ว”
ถึงจะกล่าวเช่นนี้ แต่ก็อดขมวดคิ้วแน่นไม่ได้ ราวกับกำลังครุ่นคิดสิ่งใดอยู่ก็มิปาน อยากจะเอ่ยอะไรบางอย่าง แต่ก็ยังตัดสินใจไม่ได้
ถงเชียนมองท่าทางลังเลที่จะพูดของเขา แล้วครุ่นคิดด้วยเช่นกัน เขาอยากจะพูดสิ่งใดกันแน่ แต่ยังไม่ทันจะคิดให้กระจ่าง ก็ได้ยินเสียงของจี้ซิวผิงดังขึ้นมา
“เชียนเอ๋อร์ ถึงแม้ข้าจะรู้ว่าที่เ้าให้ข้าไปเรียนกับอาจารย์ชิวที่นั้นเป็เพราะหวังดีต่อข้า แต่สุดท้ายก็เป็ค่าใช้จ่ายจำนวนหนึ่ง หากเ้า้าจริงๆ ข้าก็จะไม่ไปเรียนกับเขาแล้ว จะได้ประหยัดเงินพวกนั้นและซื้อบ้านที่เ้าชอบได้”
ถงเชียนคิดไม่ถึงเลยว่าจี้ซิวผิงจะมีความคิดเช่นนี้ ชั่วพริบตานั้นในใจก็ตั้งความหวังที่จะให้เขาได้ดิบได้ดีกลายเป็เหล็กกล้า ต่อให้นางจะ้าเงินอีกก็เถอะ แต่จะไม่ยอมเอาเส้นทางสอบขุนนางของเขามาแลกเป็อันขาด ในอดีตเป็เพราะตนสร้างภาระให้เขา เขาจึงได้พลาดโอกาสดีๆ เช่นนี้ไป หากเป็เพราะเื่เงินเลยทำให้เขาต้องละทิ้งไปอย่างง่ายดายเช่นนี้อีกล่ะก็ ตนเองคงจะทุกข์ระทมใจมากขึ้นไปอีก
อารมณ์ที่สั่นไหวอยู่ภายในจิตใจ รวมถึงคำพูดที่ดูเคร่งครึมผิดปกติ “พี่ซิวผิง เมื่อเป็เช่นนี้ ข้าจะขอพูดอีกสักครั้ง หากในอนาคตข้ายังได้ยินท่านกล่าวว่าจะละทิ้งการเรียนกับอาจารย์ชิวหรือล้มเลิกการสอบขุนนางกลางคันอีกล่ะก็ เช่นนั้น ข้าจะไม่ให้อภัยท่านแน่นอน แล้วจะไปจากที่นี่และจะไม่ให้ท่านหาตัวข้าพบอีกด้วย”
“อนาคตท่านสามารถสอบไม่ผ่านการคัดเลือกได้ ทั้งยังสามารถไม่ได้รับมอบหมายให้อยู่ตำแหน่งสำคัญเพราะผลคะแนนไม่ดีก็ได้ แต่ห้ามเป็ฝ่ายยอมละทิ้งเพียงเพื่อสิ่งที่ไม่จำเป็เ่าั้เป็อันขาด”
เอ่ยเช่นนี้แล้ว จึงจับจ้องไปที่จี้ซิวผิงอย่างเ็า ราวกับว่าถ้าเขากล้าพูดว่าไม่ออกมาคำเดียว ตนเองจะโกรธเคืองก็ไม่ปาน
จี้ซิวผิงมองท่าทางของถงเชียนในยามนี้ ฉับพลันนั้นก็รู้สึกไร้เรียวแรงขึ้นมาทันที มีหลายเื่ที่นางคิดได้กระจ่างแจ้งเสียยิ่งกว่าตัวเขา อีกทั้งยังแก้ปัญหาบางเื่ได้อย่างมีระเบียบแบบแผนมากกว่าเขา ความสามารถต่างๆ ที่ปรากฏออกมาของนาง ตนเองล้วนไม่มีเลยทั้งสิ้น
ในอดีตนางต้องพึ่งพาเขาเพื่อดำเนินชีวิต แต่มาบัดนี้ ราวกับทุกสิ่งทุกอย่างได้เปลี่ยนไปโดยสิ้นเชิง กลายเป็ตนที่กำลังพึ่งพานาง ถึงแม้ตนอยากจะสอบคัดเลือกขุนนางมาก แต่ก็ไม่อยากให้เื่ของตนมาทำให้นางไม่ได้ทำในสิ่งที่ชอบ
เดิมทีอยากจะพูดอะไรบางอย่าง แต่พอเห็นท่าทางของนางแล้ว จึงเงียบเสียดีกว่า หากเปลี่ยนเป็เมื่อก่อนล่ะก็ ท่าทางเช่นนี้ของนาง คงไม่แคล้วระบายอารมณ์ใส่เขา ทว่าแค่ตามใจนิดหน่อยก็หายแล้ว แต่มายามนี้ เขาย่อมเชื่อฟังคำของนางอย่างไม่ต้องสงสัย
ชั่วขณะนั้นก็เข้าใจความคิดของถงเชียน หากตนเองไม่สอบคัดเลือกขุนนางจริงๆ ล่ะก็ สุดท้ายคงไม่มีปัญญาไปจากที่นี่ ถ้าต้องอยู่ที่นี่ตลอดไป เช่นนั้นคงไม่อาจลบตราเ่าั้ไปได้ ในเมื่อนางอยากให้ตนเองยืดหยัดต่อไปล่ะก็ ต่อให้อนาคตเส้นทางนี้จะยากลำบากสักเพียงไร ตนก็จะไม่มีทางล้มเลิกเป็อันขาด
“ถงเชียน ในเมื่อเ้ากล่าวเช่นนี้ ข้าก็จะเชื่อฟังเ้า จากนี้ไปข้าจะตั้งใจเรียนกับอาจารย์ชิวและจะไม่ทำให้เ้ารู้สึกผิดหวังที่ทำสิ่งเ่าั้เพื่อข้าเป็อันขาด เพียงแต่เงินในบ้านเหลือแค่จำนวนเท่าที่ข้ามอบให้เ้าก่อนหน้านี้แล้ว เกรงว่าจะไม่อาจซื้อบ้านที่เ้า้าได้ อีกอย่างข้าเองก็คิดไม่ออกเลยว่าจะช่วยเ้าอย่างไร”
ถงเชียนมองดูท่าทางตัดสินใจของเขา แล้วสูดหายใจเข้าเฮือกใหญ่ แอบตำหนิตัวเองอยู่ในใจ : ในที่สุดเขาก็คิดได้ด้วยตัวเอง หากเขายืดหยัดต่อไปล่ะก็ ตนยังคงต้องสิ้นเปลืองความคิดเพื่อเกลี้ยกล่อมเขาต่อไป ไม่รู้ว่าจะต้องสิ้นเปลืองแรงไปจนถึงเมื่อไหร่ ความจริงตนก็ไม่ได้มีกำลังเท่าไรนัก หากต้องวางแผนเกินเลยไปอีก ก็คงเป็รายละเอียดปลีกย่อยที่ไม่สำคัญ
“พี่ซิวผิง ท่านคิดเช่นนั้นได้ย่อมดี ส่วนเื่เงินนั้นย่อมมีทางออก ยิ่งไปกว่านั้นส่วนแบ่งของโรงน้ำชาปัจจุบันนี้ รวมถึงการฝึกซ้อมบทละคร พวกเขายังจำเป็ต้องมีข้า ฉะนั้นเงินของพวกเรา ถึงแม้ตอนนี้จะไม่มากมายนัก แต่ก็เกือบจะเพียงพอแล้ว ท่านไม่ต้องกังวลเื่นี้”
“ความจริงที่ข้าอยากบอกก็คือ ข้าได้เลือกบ้านที่ค่อนข้างเหมาะสมเอาไว้แล้ว อีกทั้งบ้านหลังนั้นยังห่างจากบ้านของอาจารย์ชิวไม่ไกล ระยะทางไปโรงน้ำชาก็กำลังพอดี ข้าจึงคิดว่าค่อนข้างเหมาะสมเลยทีเดียว”
จี้ซิวผิงเห็นนางสุขุมเช่นนี้ จะยังมีความกลัวเฉกเช่นเมื่อครู่หลงเหลืออยู่ได้อย่างไร แม้แต่ท่าทางพูดตะกุกตะกักก็ด้วย จึงอดที่จะทอดถอนใจไม่ได้ : แม่หนูผู้นี้โตแล้วจริงๆ เปลี่ยนแปลงไปเยอะมาก
ถงเชียนไม่สนว่าจี้ซิวผิงจะคิดเช่นไร ยังคงแสดงความคิดเห็นของตนเองต่อไป “ส่วนโครงสร้างภายในนั้น ข้าเองก็รู้สึกว่าเหมาะสมอย่างมาก ดังนั้นข้าจึงตัดสินใจแล้วว่าจะซื้อมันในอีกไม่กี่วันข้างหน้า”
“จากนั้นค่อยซื้อของมาเพิ่มอีกสักเล็กน้อยก็พอแล้ว ถึงเวลานั้น ในยามปกติพวกเราก็อยู่บ้านในเมือง ถ้ามีสิ่งใดพิเศษ ก็ค่อยกลับมาที่นี่ เช่นนี้ก็จะไม่ทำให้เราต้องเสียเวลาในยามปกติ”
.
.
.