“กับคนนั้นเลิกกันแล้วฮะ เปลี่ยนมาคบกับจุฑามาศแล้ว เรารู้จักกันเมื่อเดือนที่แล้วนี่เอง”
ชายหนุ่มเล่าเหมือนเป็เื่แสนธรรมดาในขณะที่ผู้เป็แม่ทำหน้าละเหี่ยใจกับพฤติกรรมเื่คบผู้หญิงของบุตรชาย แต่เธอก็ไม่มีปัญญาที่จะไปแก้ไขอะไรได้ เขาเป็อย่างนี้มาั้แ่เริ่มโตเป็หนุ่ม ก็คงเป็เพราะรูปร่างหน้าตาบวกกับฐานะนั้นแหละที่ทำให้มีผู้หญิงเข้ามารุมล้อมแย่งกันให้ความสนใจเขามากมายจึงเท่ากับเป็การส่งเสริมให้เขายิ่งเห็นผู้หญิงเป็ของเล่นมากเข้าไปอีกหลายเท่า
“แล้วแม่จุฑามาศนี่เขาเป็ใคร ฟังชื่อเหมือนเป็คนไทย”
“ครับ จุฑามาศเขาเป็คนไทย ครอบครัวคุณพ่อคุณแม่ของเขาทำธุรกิจเกี่ยวกับการส่งออกอะไรสักอย่างทำให้เขาต้องเดินทางไปประเทศโน้นประเทศนี้อยู่บ่อยๆ”
“คบกันยังไง ถึงทำธุรกิจอะไรก็ยังไม่รู้”
“ไม่ได้ถามครับ เพราะคิดว่าไม่สำคัญ”
“แล้วเขานามสกุลอะไร พ่อแม่ชื่ออะไร บอกมาสิเผื่อแม่จะพอรู้จักบ้าง”
คุณรินฤดีถามตามประสาคนเป็แม่ที่ย่อมอยากรู้เื่ราวของคนที่เข้ามาเกี่ยวข้องกับบุตรชายเป็ธรรมดา อีกอย่างก็กลัวว่าบุตรชายจะไปคว้าผู้หญิงที่ไม่มีหัวนอนปลายเท้ามาร่วมนามสกุลอีกด้วย
“ข้อนี้ไม่ทราบครับ ผมไม่ได้ถาม”
เขาตอบหน้าตาเฉย แต่คนเป็แม่ถอนใจเฮือกใหญ่ทีเดียว
๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐
“ให้ตายสิ ทำไมคุณปู่จะต้องตั้งไอ้เงื่อนไขบ้าๆอย่างนั้นขึ้นมาด้วย”
ธนบดีโวยวายเสียงดังอย่างหัวเสียพร้อมกับผลุนผลันออกไปจากห้องสมุดใหญ่ของบ้านซึ่งใช้เป็สถานที่อ่านพินัยกรรมหลังจากฟังทนายใหญ่ประจำตระกูลอ่านข้อความในพินัยกรรมฉบับนั้นจบลง
“ตายแล้วตาเอกทำไมพูดถึงคุณปู่อย่างนั้นละลูก”
คุณรินฤดีอุทานอย่างใก่อนรีบตามบุตรชายออกไป
“ก็มันจริงนี่ฮะ มีอย่างที่ไหนตั้งเงื่อนไขให้ผมมีลูกชายเสียก่อนจึงจะได้มรดก”
ชายหนุ่มฉุนเฉียว ซึ่งลึกๆแล้วคุณริฤดีก็แอบโมโหในใจไม่ต่างกับบุตรชายเหมือนกัน เพราะเงื่อนไขที่มีนั้นมันทำให้ต้องยืดเวลาโอนมรดกไปอีกเป็ปี แต่ก็ไม่กล้าโวยวายเพราะยังเกรงใจน้องสามีอีกสองคนที่เป็ผู้จัดการดูแลมรดก
“แต่ลูกก็ต้องใจเย็นกว่านี้สิลูก เกรงใจคุณอาชิตกับคุณอาชนเขาบ้าง”
“ผมว่าอาชิตกับอาชนนั้นแหละตัวดี เขาคงตั้งใจจะตุกติกสร้างเงื่อนไข เพราะตราบใดที่มรดกยังไม่ถูกโอนมาเป็ของผม มันก็ยังอยู่ในความดูแลของพวกเขา ซึ่งเขาสามารถที่จะถ่ายโอนส่วนใหญ่ไปเป็ของเขาได้แบบไม่ยาก”
“พูดอะไรระวังปากบ้างสิลูก เดี๋ยวพวกเขาก็ออกมาได้ยินเข้า”
“ได้ยินก็ได้ยินไปสิฮะ ผมไม่สนเหมือนกัน”
ชายหนุ่มหัวเสียอย่างหนัก
“ไม่สนได้ยังไงกันล่ะ ถ้าพวกเขาโกรธแล้วไม่ยอมโอนเงินมาให้ใช้เราจะทำอย่างไร อย่าลืมสิว่าทั้งแม่ทั้งลูกไม่ได้ทำงานอะไรกันเลย เงินทองที่เราใช้กันทุกวันนี้ก็ต้องมาจากพวกเขาทั้งนั้น”
คำพูดของผู้เป็มารดายิ่งทำให้ชายหนุ่มหงุดหงิดมากขึ้นไปอีกหลายเท่า แต่เหตุผลนั้นก็ทำให้เขาต้องยอมจำนนแบบไม่มีข้อโต้แย้ง
มารดาของเขาเป็บุตรสาวของข้าราชการชั้นธรรมดาที่ไม่ใหญ่โตอะไรซึ่งเมื่อเรียนจบแล้วก็แต่งงานมีครอบครัวไม่เคยต้องไปทำงานที่ไหน ส่วนตัวเขาเองพอเรียนจบปริญญาตรีแล้วก็เอาแต่ลอยไปลอยมาเป็พ่อพวงมาลัยไม่เคยหยิบจับงานอะไรเป็ชิ้นเป็อัน เรียนต่อปริญญาโทก็ไม่จบ